summary intro: 1676

7 เหตุผลที่ไม่ควรบอก "รัก" เร็วเกินไป

7 เหตุผลที่ไม่ควรบอกรักกันเร็วเกินไป

27 July 2015
curator_Mollacake Mollacake
27 July 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เป็นสาวซิสต้าที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนคานมานานแสนนาน! พอมีแฟนกับเขาสักคน อารมณ์พลุ่งพล่านประหนึ่งอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ขึ้นมาทันที ตั้งหน้าตั้งตานับวันครบรอบ 1 อาทิตย์ 2 อาทิตย์ 1 เดือน (ผู้ใหญ่บางคู่เขานับแค่รอบปีนะเฮ้ย) บางคนถึงกับนับวันรอจะสารภาพรักยาวเป็นหน้ากระดาษว่า “เรารักเธอมาตั้งแต่ บลาบลา เราดีใจมากที่มีเธอเป็นแฟน บลาบลา เราสองคนเหมาะสมกันมากเลยนะ เรียนจบสัญญานะว่าจะแต่งงานกัน เรารักเธอมากเลยนะ” แต่ เอิ่ม… เธอเพิ่งมี “แฟน” เป็นตัวเป็นตนยังไม่ถึงเดือนเลย รีบไปไหมคะ!!!

บางคนก็เรียกได้ว่า “ประสบการณ์โชกโชน” มีแฟนมาแล้วนับนิ้วมือไม่ถ้วน บอกรักแล้วครบทุกคน แต่ในที่สุดก็ไม่มีใครอยู่ด้วย เซย์กู๊ดบายบอกลากันหมดซะงั้น! อ้าว ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ เราออกจะทุ่มเทกับความรัก ทำไมถึงไม่เจอรักแท้ซะที รักไม่ต้องการเวลาไม่ใช่เหรอ? แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่ถึงจะบอกรักได้ล่ะ

วันนี้ บทความ “ 7 เหตุผลที่ไม่ควรบอกรักเร็วเกินไป” มีคำตอบ มาดูกันเลยค่ะ

 

1. เผยไต๋หมดแล้ว ไม่เหลืออะไรให้น่าค้นหาอีกต่อไป!
image_20960
- ที่มารูป: pbs.twimg.com

เรื่องสนุกอย่างหนึ่งของความรัก คือความพยายามเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน วันไหนว่างต้องรีบหาเวลานัดเจอ ไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ ได้เดินจับมือ จูงมือกันเหมือนเด็กๆ รู้สึกดีเวลาโดนลูบหัว จุ๊บหน้าผาก บางคนอาจจะบอกว่าสถานะนื้คือ “คุยๆ กันอยู่” แต่ที่จริงก็ตกหลุมรักกันไปเรียบร้อยโรงเรียนซิสต้าซะแล้ว! โอ๊ย ฟิน

แต่ความสนุกครั้งนี้จะกร่อยทันทีเมื่อเธอสารภาพว่า “รัก” เร็วเกินไป ทุกอย่างจะถูก “เผยไต๋” ออกมาหมด รู้หมดแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามคิดอะไรอยู่! ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรหรอก แต่ความสัมพันธ์ที่ยืนยาวก็ต้องการ “เวลา” ในการประคองคนสองคนทำความรู้จักและเดินไปพร้อมกัน เมื่อไม่มีชั้นเชิงในความรัก เขาอาจเบื่อเธอเร็วขึ้นก็ได้!

 

2. โสดไม่เป็น ต้องหาใครมาอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา!
image_20974
- ที่มารูป: 670_2409431210419412487_n.jpg

คนบางคนก็เป็นพวกอยู่คนเดียวไม่เป็น! ต้องหาคนมาเดินด้วยตลอดเวลา เลิกกับคนนี้ไม่ถึงสัปดาห์ เห็นไปเดินจูงมือกับหนุ่มอีกคนเฉยเลย! (ไม่รู้ไปจีบกันตอนไหน) คนประเภทนี้เป็นพวกไม่ยอมโสด ชอบที่จะมีความรัก เรียกว่า “โหยหา” ความรักก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก บางทีสาวๆ พวกนี้อาจมีปมในวัยเด็ก เช่น ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อหรือแม่เพียงแค่คนเดียว ทำให้ต้องการคนมาเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ เธอจะพูดคำว่า “รัก” โดยไม่เคยคิดทบทวนเลยว่า เธอรักคนที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ หรือเปล่า

เปลี่ยนคนคบไปเรื่อยๆ แทนที่จะตั้งตัวจริงจังกับใครสักคน จะรู้ไหมนะว่าการกระทำแบบนั้นเป็นการหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าเจอคู่แท้แล้ว แต่แท้ที่จริงก็ยังอยู่คนเดียวบนโลกเหมือนเดิมนั่นแหละ เอวัง

 

3. อีกฝ่ายอาจ "เงิบ" และไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี
image_20978
- ที่มารูป: i.imgur.com

ถ้าเธอสารภาพรักกับชายหนุ่ม แล้วคนตรงหน้า “สตั๊น” อึ้งกิมกี่ ไม่พูดอะไรกลับมาเลย นั่นแปลว่าเขากำลังตกใจและหวาดระแวงค่ะ จากที่ชอบกันอยู่ดีๆ จะเหมือนย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นอีกครั้ง นั่นคือคนแปลกหน้า! เธอจะอดโกรธผู้ชายไม่ได้ว่าทำไมไม่ตอบในสิ่งที่เธอหวังไว้ สรุปก็ทะเลาะกันอีก!

บรรยากาศความหวาดระแวงเริ่มมาคุ อึดอัด กระอักกระอ่วนด้วยกันทั้งคู่แล้วล่ะสิ เธอเริ่มเสียใจแล้วใช่ไหมว่าไม่น่าพูดออกไปเลย แต่ยังไงก็ถอนคำพูดไม่ได้แล้วล่ะ! จำไว้เลยว่าอย่ารีบบอกรักใครเร็วเกินไป แต่ถ้าเธอเป็นพวกขอให้ได้พูด ช่างมันฉันไม่แคร์ จะรักหรือไม่รักก็ช่าง! ก็ตะโกนบอกไปได้เลย แต่ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา (ซึ่งอาจจะไม่โอเค) ด้วยนะจ๊ะ!

 

4. อีกฝ่ายจะเข้าใจผิด คิดว่าพูดเล่น!
image_20979

ถ้าเธอเพิ่งคบกับหนุ่มสุดน่ารักที่เพิ่งเจอได้สองวัน กำลังสวีทกันอยู่ในร้านไอติม อยู่ดีๆ เธอก็บอกว่า “ฉันรักนาย” แววตาและสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าอ่านหนังสือสอบปลายภาค คู่เดทของเธออาจจะเงียบไปพักหนึ่ง แล้วระเบิดหัวเราะเพราะคิดว่าเธอพูดเล่น! เป็นไง หน้าเสียเลยไหม ไม่มีผู้ชายคนไหนคิดว่าเธอจะรักเขาภายในสองวันหรอก อย่างมากก็คิดว่าพูดเอาใจไปงั้นๆ เท่านั้นแหละ เจ็บเลยไหมล่ะ โดนมองว่าความรักเป็นเรื่องล้อเล่น!

ถ้าเธอเผลอพูดไปแล้ว ก็อย่า “ดราม่า” ใส่เขานะ จะกลายเป็นทะเลาะกันโดยไม่จำเป็น แกล้งหัวเราะตอบไปแกนๆ แล้วทำให้เป็นเรื่องตลกไปเถอะ แล้วต่อไปถ้าจะพูดอะไร รอเวลาที่เหมาะสมดีกว่านะ!

 

 

5. เริ่มไม่แน่ใจว่ารู้จักอีกฝ่ายดีพอหรือยัง
image_20981
- ที่มารูป: caughtreadhanded.files.wordpress.com

คนบางคนก็เป็นพวกตกหลุมรักง่ายเกิ๊น! แค่มองตาใครสักคนตามท้องถนนก็หลงใหลเขาซะหัวปักหัวปำ นั่นคือความ “หลง” ไม่ใช่ความ “รัก” นะคะ เฮลโหล ตื่นได้แล้ว! ถ้าเธอรู้จักความรักจริงๆ นั่นคือการรับตัวตนของคนนั้นได้จริงทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ใช่เห็นเขาหล่อหน่อยก็บอกว่ารัก 

ถามง่ายๆ เลยว่า ตอนนี้เธอรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้บ้าง รู้ไหมว่าแฟนเก่าชื่ออะไร เขามีแฟนมาแล้วกี่คน เขาชอบกินอะไร เขาชอบรองเท้ายี่ห้อไหน แม่ของเขาชื่ออะไร เขานอนกรนหรือเปล่า เพราะมนุษย์คนหนึ่งมีรายละเอียดมากมายในชีวิต ซึ่งซับซ้อนและต้องใช้เวลาศึกษาค่ะ

ถ้าเธอยังไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับตัวเขา อย่าได้บอกว่า “รัก” เขาเป็นอันขาดเชียว!

 

6. พูดเพราะกันท่า กลัวว่าจะมีสาวอื่นมาแย่งเขาไป!
image_20987
- ที่มารูป: 29.media.tumblr.com

ลองตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังสักครั้งซิ! ที่เธอพูดว่า “ฉันรักนาย” เพราะแค่กลัวว่าจะมีใครมาแย่งไปหรือเปล่า? คนบางคนก็บอกรักเพื่อกันคู่แข่งออกไปให้พ้นทางเท่านั้นเอง หรือ “รัด” คนรักให้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก หรือบางคนแย่ที่สุดคือเอาไว้ “อวดเพื่อน” ว่าบอกรักกันแล้วนะ ทั้งที่ในใจไม่ได้คิดอย่างนั้นแม้แต่นิดเดียว

ถ้าเธอคิดจะสารภาพรักกับใคร ขอให้แน่ใจว่ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รักอย่างมีสติ ไม่บุ่มบ่ามนะคะ ถ้าไม่อยากเสียใจภายหลัง (´д`、)

 

7. เป็นการกดดันอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ!
image_21017
- ที่มารูป: i.ytimg.com

การกดดันไม่ช่วยทำให้หนุ่มตรงหน้ารักเธอมากขึ้นหรอกนะ บอกเลย! เมื่อเธอพูดคำว่า “รัก” ไปแล้ว ความลับในใจก็ถูกเปิดเผยออกมาหมด จะถอนคำพูดก็ไม่ได้แล้ว มันพูดไปแล้ว (〒ó〒) ถ้าผู้ชายตรงหน้าแค่คบเล่นๆ ไม่จริงจังแล้วยังไม่อยากมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดตอนนี้ เขาก็อาจจะรักเธอจริงๆ นั่นแหละ แค่ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปกับชีวิต (เงิบพอๆ กับข้อข้างบนนั่นแหละ)

จำไว้ว่าไม่สามารถเอาคำพูดที่คืนไปแล้วกลับมาได้ค่ะ! “ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายเรา” ประโยคนี้ยังใช้ได้เสมอ! ถ้าคู่เดทของเธอยังไม่แน่ใจในชีวิตคู่ภายภาคหน้า คำว่ารักจะกลายเป็นเชือกหนามแหลมผูกมัด บังคับให้เขาคิดถึงเรื่องนี้มากเกินไป เรียกง่ายๆ ว่ากดดันนั่นเอง
  
ธรรมชาติมนุษย์เมื่อกดดันมากๆ จะเริ่มโกรธและผิดหวัง ในที่สุดก็จะหาเรื่องทะเลาะและเลิกกันในที่สุด ดูเวอร์นะ แต่มันคือเรื่องจริง! ถ้าไม่แน่ใจว่าเขาจริงจัง อย่าเริ่มพูดเรื่องนี้เลยนะ! เตือนไว้ก่อน



โห บอกรักแบบไหนก็มีแต่ปัญหา แล้วอย่างนี้ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะพูดได้ล่ะ วัยรุ่นใจร้อนนะเฮ้ย!
ขอแนะนำอย่างนี้แล้วกัน บอกตอนที่เธอรู้สึก “รัก” นั่นแหละ แต่ดูให้แน่ใจก่อนว่าคู่เดทของเธอพร้อมที่จะรับฟังคำๆ นั้นแล้ว แต่ยังไงก็ตาม ความเหมาะสมของแต่ละคู่ก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี บางคนเจอกันสองเดือนยังแต่งงานกันได้เลย!


ของอย่างนี้คงเหมารวมไม่ได้ เราอยากให้เธอใช้ “ความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย” เป็นตัวตัดสินว่าจะเริ่ม “รัก” กันจริงๆ เมื่อไหร่ ขอให้คู่รักซิสต้าทุกคู่โชคดีค่ะ ^___^


 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
โฆษณา
Search @