summary intro: 22812

แนะนำ '5 ไอเทมกู้หน้าไหม้แดด' ได้ง่ายๆ รอบตัวตั้งแต่ตู้เย็นยันโต๊ะเครื่องแป้ง

ช่วงนี้ใครๆ ก็สรรนหาแต่ไอเทมกันน้ำรับสงกรานต์กันอยู่แน่ๆ จนอาจจะลืมเรื่องแดดสุดแสนร้อนแรงไปแล้ว วันนี้เราก็เลยมีไอเทมเด็ดๆ ที่จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการผิวไหม้แดดได้ให้ลดน้อยลงได้จนถึงขั้นป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้เลยค่า

17 April 2017
curator_Pangenvy Pangenvy
17 April 2017


สวัสดีค่าทุกคน ช่วงนี้ใครๆ ก็สรรหาแต่ไอเทมกันน้ำรับสงกรานต์กันอยู่แน่ๆ แต่ลืมอะไรไปกันหรือเปล่าเอ่ย~~~~?  นั่นก็คือเรื่องแดดสุดแสนร้อนแรงไปแล้ว วันนี้เราก็เลยมี ไอเทมเด็ดๆ ที่จะช่วย บรรเทาความรุนแรงของอาการผิวไหม้แดดได้ ให้ลดน้อยลง จนถึงขั้นป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้เลยค่า

เริ่มต้นกับไอเทมที่่คาดว่าทุกคนจะมีอยู่ในตู้เย็นอย่างแน่นอน นั่นก็คือ แตงกวา นั่นเอง

เพราะแตงกวาเป็นผักที่อุดมไปด้วยน้ำเป็นส่วนประกอบสูง ซึ่งล้วนเป็นแหล่งของมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติ อีกทั้งยังมีวิตามินซีและวิตามินอี รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ มีคุณสมบัติในการช่วยสมานผิวและลดอาการบวมแดงได้ด้วย


สาวๆ สามารถดัดแปลงเพื่อนำมาใช้ในการบรรเทาอาการผิวไหม้แดดได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่นำแตงกวาเย็นๆ มาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาแปะที่บริเวณผิวที่แสบแดงได้เลย หรือจะนำมาคั่นเอาน้ำแล้วใช้สำลีชุบเพื่อทำเป็นมาส์กนาน 10-15 นาที ก็ได้เช่นกัน ให้ทำซ้ำประมาณ 5-7 วัน ผิวก็จะหายแสบแล้วค่า

image_334164

แตงกวา ผักที่หลายบ้านนิยมติดตู้เย็นเอาไว้ ช่วยลดอาการแสบผิวและบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นได้ดีมากๆ


ไอเทมถัดมาก็ยังคงแสตนด์บายกันที่หน้าตู้เย็น เพราะมันคือ นมสด นั่นเองค่า

เพราะในน้ำนมสดมีวิตามินหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวให้นุ่มเนียนผุดผ่องเพราะว่ามีไบโอตินและวิตามินมากมายที่จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิว ช่วยให้ผิวดูเฟิร์มขึ้น เต่งตึงและช่วยประทินผิวให้เกลี้ยงเกลา ที่สำคัญกรดแลคติกในนมสดจะช่วยลดความหมองคล้ำจากนอนน้อยหรือผิวไหม้แดดได้อีกด้วย

วิธีการใช้ก็ง่ายมาก เพียงนำสำลีแผ่นมาจุ่มนมสดเย็นเจี๊ยบพอประมาณ ทำเป็นมาส์กพอกหน้า 10-15 นาที ทำซ้ำทุกวันประมาณ 1 สัปดาห์ รอยผิวไหม้แดดก็จะหายไปอย่างปลิดทิ้งเลย ระวังอย่าชุ่มมากไป จะเปรอะเปื้อนเอาได้นะคะ 

image_334166

ใครชอบดื่มนมสดอยู่แล้ว ก็ได้เปรียบเลยค่ะงานนี้ ดิ่มท้องได้ประโยชน์แถมยังเอามาช่วยลดอาการผิวไหม้แดดได้อีก


เขยิบออกมาจากตู้เย็นหน่อย แต่ก็ยังไม่พ้นครัวอยู่ดีค่า เพราะเราจะใช้ ช้อน ในการลดอาการแสบผิวไหม้แดด ได้อย่างน่าตกใจ แถมยังลดอาการบวมน้ำของถุงใต้ตาออกได้ด้วย เพราะเคล็ดลับอยู่ที่ความเย็นนั่นเอง 

โดยนำช้อนไปแช่ในช่องแข็งประมาณ 5-10 นาที แล้วนำออกมาประคบไว้ 15 นาที ก็จะช่วยลดอาการแสบแดงของผิวไหม้แดดได้ชั่วคราวค่า

image_334182

สามารถเลือกช้อนโต๊ะ ช้อนกลาง ตามแต่ขนาดดวงตาได้เลย แต่ระวังอย่านำไปแปะผิวทันทีนะคะ เพราะอาจจะช้อนที่เย็นจัดจะดูดและกัดผิวได้


แล้วก็ปิดท้ายกับสิ่งที่คุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ ว่านห่างจระเข้  แต่จะให้มาเป็นใบๆ ก็คงยากสำหรับคนไม่คุ้นเคยนะคะ เพราะเจ้าว่านหางจระเข้ ถ้าไม่ล้างตัวยางออกให้ดีๆ จากผิวดีๆ กลายเป็นพังได้แน่นอนจากยางที่มีอยู่เต็มใบ 

ใครมีว่านหางจระเข้แบบสด แนะนำให้ล้างยางออกให้สะอาดหมดก่อนจะฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วแปะบริเวณที่แสบร้อน หรือนำไปแช่ตู้เย็นก่อนนำมาแปะก็ได้เช่นกันค่า ยกระดับความสดชื่นขึ้นไปอีก

แต่ที่เราอยากแนะนำให้ใช้มากที่สุดก็คือ เจลว่านหางจระเข้ เพราะทั้งสะดวก ใช้งานง่ายที่สุด แค่ทาก็สามารถบรรเทาอาการผิวไหม้แดดได้ทันทีเพราะซึมเข้าสู่ผิวเร็ว

image_334451

แนะนำให้เลือกแบบ 99% นะคะ เพราะว่านหางจระเข้เข้มข้นที่สุด และควรเลือกแบบที่ไม่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ผสมนะคะ เพราะมันจะทำให้แสบผิวมากกว่าเดิม


และเคล็ดลับการป้องกันผิวไหม้แดดได้อย่างตรงจุดและดีที่สุดต้องแก้ที่ปัญหา หรือตัวต้นเหตุ ซึ่งก็คือ แสงแดด นั่นเองค่ะ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าให้เราไปถล่มดวงอาทิตย์นะคะ เพียงแต่ให้รู้จักป้องกันผิวจากแสงแดดให้ถูกวิธี ซึ่งก็ทำได้ง่ายๆ เพียงการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน โดยขั้นตอนการทาที่เหมาะสมที่สุดอยู่ที่การทาหลังการทาครีมบำรุงผิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือก่อนการแต่งหน้า เพราะจะช่วยไม่ไปบังการดูดซึมของสารบำรุงต่างๆ ในครีม และช่วยลดหรือป้องกันการระคายเคืองจากส่วนผสมที่มีอยู่ในเครื่องสำอาง ฝุ่นละอองต่างๆ ไม่ให้สัมผัสกับผิวโดยตรง


แน่นอนว่าครีมกันแดดที่มีอยู่ในท้องตลาดก็มีอยู่มาก แต่จะเลือกใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะคะ จะต้องเลือกที่ได้รับรองจากอย. ว่าปลอดภัย ไม่มีสารพิษตกค้าง และจากสถาบันผิวหนังว่าอ่อนโยนต่อผิว สามารถปกป้องแสงแดดได้จริง ทั้งยังต้องมีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถใช้ทนทานต่อสภาพอากาศของบ้านเราที่ร้อนระอุ เดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝน รวมถึงมีค่า SPF และ PA ที่สูงมากพอที่จะป้องกันแสงแดดที่แรงมากได้


และวิธีการเลือกครีมกันแดดที่ดีเหมาะกับเมืองไทยมีดังนี้

1. ค่าป้องกันแสงแดดควรจะเป็น SPF30 ขึ้นไป และมีค่า PA ++ ( 2 บวกขึ้นไป ) 
เพราะสามารถป้องกันแสงแดดได้นานกว่า 8 ชม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป แต่หากต้องเจอกับแสงแดดจัดมากๆ เล่นกีฬา หรือเล่นน้ำ แนะนำให้ทาซ้ำทุก 2-3 ชม.นะคะ เพื่อการปกป้องแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ

image_334889

ครีมกันแดด BB Care UV Shield SPF50+ PA++++ กันแดดได้นานกว่า 10 ชม. ทั้ง UVA UVB UVC HEV(แสงสีฟ้า)

- ที่มารูป: goo.gl


2. ต้องมีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ 

เพราะสภาพภูมิอากาศบ้านเรา ที่เดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝน หรืออากาศร้อนจนเหงื่อออกได้ง่ายๆ ถ้า ครีมกันแดดไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ถือว่าสอบตกนะคะ เพราะทาไปก็เปลืองเปล่าๆ ทาแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ไหลไปกับเหงื่อแล้ว

image_334890

สังเกตได้จากหยดน้ำที่เกาะเป็นหยด และไม่สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ แสดงว่าสามารถกันน้ำได้จริงค่ะ

- ที่มารูป: goo.gl


3. ต้องไม่มัน เนื่อสัมผัสบางเบา

หนึ่งในคุณสมบัติที่สาวไทยหลายคนต้องบอกว่าใช่ เพราะสาวไทยหลายคนมีสภาพผิวมัน ซึ่งจะให้มาใช้กันแดดมันๆ หรือไม่ช่วยควบคุมความมันก็คงยังไงอยู่ใช่มั้ยคะ และควรเลือกที่เนื้อบางเบาไว้ก่อนเพราะเดี๋ยวสาวๆ ก็ต้องแต่งหน้าทับอีก ถ้าโบกหน้าหลายๆ ชั้นเข้า หน้าจะเหี่ยวเร็วได้นะคะ

image_334892

กันแดดไหนเนื้อบางเบา ไม่มัน ให้ลองทดสอบกับเม็ดโฟมหรือทราย ถ้าเกาะติดผิวน้อยเท่าไหร่ก็แสดงว่าไม่มันค่า

- ที่มารูป: goo.gl


4. ต้องอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ 

ข้อนี้สำหรับคนที่เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย หรือผิวบอบบางควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ 2 อย่างนี้ให้มากที่สุด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบได้มากเลยค่ะ

5. ต้องได้รับการรับรองจาก อย. และสถาบันผิวหนัง

จะซื้อของใช้ทั้งที ต้องมี อย. นะคะ เพราะอย่างน้อยก็ได้รับการรับรองแล้วว่าไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายกับตัวเรา รวมถึงควรได้รับการรับรองจากสถาบันผิวหนังว่าอ่อนโยนต่อผิวบอบบางและสามารถกันแดดได้จริง นั่นเองค่ะ

ถ้าหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 5 ข้อนี้ รับรองว่าเราสามารถอวดผิวสวยๆ ท่ามกลางแสงแดดแบบไม่ต้องกลัวผิวเสีย หรือผิวไหม้แดดแล้วค่า

หวังว่าสาวๆ จะได้ไอเทมเด็ดๆ ไว้กอบกู้หน้าไหม้แดดได้แล้วน้า วันนี้ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะคะ บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @