9 กฎเหล็ก ห้ามทำเด็ดขาด เมื่อ "อ้วนขึ้น" (>﹏<)

9 กฎเหล็ก ห้ามทำเด็ดขาด เมื่อ "อ้วนขึ้น" (>﹏<)

กินเพลินจนตัวเลขบนตาชั่งพุ่งรัวๆ จนตัวเองยังตกใจ แย่แล้วสิ จะทำอย่างไรต่อไปดี TT อย่าเพิ่งตื่นตูม ตั้งสติแล้วอ่านบทความนี้ก่อนนะคะ จะได้ไม่ทำอะไรให้อ้วนไปกว่าเดิม! ( ข้อมูลจาก womenshealthmag )

21 November 2015
Mollacake
21 November 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ชั่งน้ำหนักเช้านี้แล้วตกใจ! น้ำหนักขึ้นได้อย่างไรกันนี่ ก็กินเหมือนเดิมนี่นา ไม่ได้กินพิซซ่าหรือขนมเค้กเลยด้วยซ้ำ TT พยายามปลอบตัวเองว่า 'ไม่ต้องเสียใจ น้ำหนักในร่างกายของเราสามารถเหวี่ยงขึ้นลงได้ 2-3 กิโลกรัมเป็นเรื่องปกติ ' แต่เดี๋ยวก่อน! ชั่งมาสามวันแล้ว น้ำหนักก็ยังไม่ลดลง สงสัยจะอ้วนขึ้นจริงๆ แล้วล่ะ กรี๊ด! จะทำยังไงดี

อย่าเพิ่งเป็นกระต่ายตื่นตูมไปค่ะ! ตั้งสติ หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วอ่านบทความแนะนำ " 9 สิ่งห้ามทำเมื่อเธออ้วนขึ้น " เพราะแทนที่จะผอมลงเหมือนเดิม อาจอ้วนเป็นตุ่มเดินได้โดยไม่รู้ตัว! ไปอ่านกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

1. ลงโทษ / กดดันตัวเอง
image_58475
- ที่มารูป: media1.onsugar.com

การลงโทษตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย! สาวๆ ที่เริ่มอวบบางคนจ้องรูปร่างตนเองในกระจกแล้วหน้านิ่วคิ้วขมวด ร้องไห้น้ำตาไหลแล้วเอาแต่พูดซ้ำๆ ว่า " ยัยอ้วน " หรือบางคนก็เปิดเสื้อโชว์ชั้นไขมันที่หน้าท้องให้เพื่อนดู แล้วถามเพื่อนรอบที่สิบล้านว่า " ฉันอ้วนใช่ไหม ตอบมาสิ " แม้เพื่อนจะบอกว่ายังไม่อ้วนก็ไม่ฟัง ถามย้ำจนเพื่อนเบื่อ ส่ายหน้าหนีหายกันไปหมด 

หยุดโทษตัวเองเสียที การบอกว่าตัวเองอ้วน ไม่ได้ช่วยให้ไขมันรอบเอวของเธอละลายหายไปหรอกนะ! ( ถ้าทำได้ สาวไทยคงผอมเพรียวกันทุกคน ) และยังบั่นทอนจิตใจของเธอเองโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย มีงานวิจัยบ่งชี้ว่า คนที่มีบุคลิก " ภูมิใจในตัวเอง " จะกล้าเปลี่ยนพฤติกรรมผิดๆ และได้ผลสำเร็จมากกว่า ถ้าเธอเอาแต่คิดว่ามีปมด้อย ต่อว่าตัวเองซ้ำซาก จะยิ่งทำให้เธอท้อแท้ และกินรัวๆ ให้อ้วนยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้

ขั้นแรก ยอมรับก่อนว่าตัวเอง " อ้วนขึ้น " จริงๆ แต่ไม่สิ้นหวัง พยายามไดเอทอย่างถูกวิธีเพื่อให้กลับมาเพรียวสวยเหมือนเดิมค่ะ

 

2. โละเสื้อผ้าเก่าๆ จนหมดตู้ / รีบซื้อเสื้อผ้าไซส์ใหม่
image_58486
- ที่มารูป: www.theorganizinggirls.com

สาวๆ บางคนก็มีนิสัยใจร้อนกันเสียเหลือเกิน -.- แค่น้ำหนักขึ้น 2 - 3 กิโลกรัม ใส่กางเกงตัวเก่งที่ฟิตเปรี๊ยะไม่ได้ ก็เริ่มวางแผนจะไปช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าใหม่ยกเซ็ต โละตัวที่มีในตู้ขายทิ้งรัวๆ เสียอย่างนั้น! ช้าก่อน กว่าจะอ้วนขึ้นย่อมต้องใช้เวลา เมื่อจะไดเอทให้ผอมก็ต้องใช้เวลาเช่นเดียวกัน การอ้วนขึ้นเป็นเรื่อง " ชั่วคราว " รูปร่างยังไม่คงที่ อย่าเพิ่งเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าดีกว่า

ขอแนะนำว่า ช่วงที่อ้วนขึ้นให้ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ที่ใหญ่กว่าขนาดปกติ 1 - 2 ไซส์ไปก่อน แต่ให้แขวนชุดเก่งไว้หน้ากระจก เพื่อย้ำเตือนตัวเองว่า " ฉันจะต้องกลับมาใส่ชุดนี้เหมือนเดิมให้ได้! " และเมื่อผอมลงแล้ว วิธีที่จะห้ามตัวเองไม่ให้ปล่อยใจคือ ใส่ชุดที่พอดีตัวเด๊ะๆ หรือใส่กางเกง กระโปรงที่เป็นซิปหรือกระดุม อย่าใช้แบบยางยืด เพราะจะทำให้กินเยอะได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ

 

3. เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตา " ชั่งน้ำหนัก "
image_58490
- ที่มารูป: cdn.skim.gs

การเอาแต่ชั่งน้ำหนัก กังวลกับตัวเลขกลมๆ บนนั้นทั้งเช้า สาย บ่าย เย็นไม่ใช่พฤติกรรมที่คนปกติทำนะคะ แต่เหมือนเธอเป็นโรคจิตอ่อนๆ ต่างหากล่ะ -.-

การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนต้องใช้เวลาและวินัยอย่างสูง ทั้งการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอและไม่เครียดจนเกินไป คนปกติจะลดน้ำหนักได้ไม่เกิน 1 กิโลกรัม / สัปดาห์ ( ถ้าลดอย่างถูกต้อง แต่อาจต่างกันไปในร่างกายของแต่ละคน ) หรืออาจเหวี่ยงได้ตามน้ำหนักน้ำในร่างกาย ช่วงเวลาของวัน และระดับฮอร์โมนในร่างกาย ( มีประจำเดือน ) อีกด้วยค่ะ

ทางที่ดี ชั่งน้ำหนักแค่วันละครั้งหลังตื่นนอนก็เพียงพอแล้ว เพราะเป็นตัวเลขน้ำหนักของเรา " อย่างแท้จริง " สนใจแค่ตัวเลขคร่าวๆ ไม่ต้องวิตกจริตกับเศษเล็กน้อยอย่างหลักขีด เช่น 55.5 กับ 55.6 แต่ควรสนใจสุขภาพที่ดีและหุ่นที่กระชับค่ะ

 

4. ออกกำลังกายหนักเกินไป
image_58491
- ที่มารูป: media1.onsugar.com

สาวๆ บางคนก็เป็นสายที่บ้า " ออกกำลังกาย " สุดชีวิต! แค่น้ำหนักขึ้นไม่ถึงกิโลกรัมก็แทบจะเหาะไปสวนสาธารณะหรือฟิตเนสที่ใกล้ที่สุด แล้วออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง หน้าแดงแจ๋ เหงื่อแตกพลั่ก แทบจะร่วงจากลู่วิ่งอยู่แล้วก็ยังไม่หยุด ในที่สุดก็สลบเหมือด ไปแค่วันแรกแล้วไม่ไปอีกเลย ซ้ำยังหิวมากจนต้องตบะแตกกินรัวๆ สรุปอ้วนขึ้นกว่าเดิมอีก - -

จงออกกำลังกายอย่างช้าๆ มั่นคงแต่ต่อเนื่อง จำไว้ว่าอะไรที่ " มากเกินไป " ย่อมส่งผลเสีย ถ้าเธอใช้พลังงานมาก ร่างกายก็จะโหยหาพลังงานมากเพื่อสร้างสมดุลกัน ( หรืออาจจะมากกว่าพลังงานที่เสียไปด้วยซ้ำ ) ดังนั้นจงยึดทางสายกลางไว้เป็นดี

5. หยุดออกกำลังกาย
image_58492
- ที่มารูป: lovelace-media.imgix.net

ต่อเนื่องจากข้อข้างบน ในทางกลับกัน ถ้าเธอเอาแต่นอนอืดอยู่บนโซฟา ไม่ยอมขยับตัวแม้แต่จะกดเปลี่ยนช่องรายการโทรทัศน์ เธอก็ไม่มีทางผอมลงได้หรอก! ออกกำลังหนักไปไม่ใช่เรื่องดี แต่ถ้าไม่ออกกำลังเลย ก็เตรียมกลายร่างเป็นหมูตอน = = หยิบชุดกีฬาแล้วไปฟิตเนสกันเถอะ

ปัญหาต่อมาคือ " จะออกกำลังกายแบบไหนดี " นอกจากการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ( วิ่ง, ปั่นจักรยาน, เต้นแอโรบิกและเล่นโยคะ ) แล้ว เธอควรยกเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อด้วย!

สาวๆ หลายคนกลัวการยกน้ำหนักเพราะคิดว่าตัวเองจะล่ำเหมือนนักเพาะกาย เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างรุนแรง ถ้าร่างกายของเธอมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง จะส่งผลให้ระบบเมตาบอลิซึ่มในร่างกายเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เธอลดน้ำหนักได้สำเร็จค่ะ

6. ใช้สูตรไดเอทตามกระแส ( 3 วัน, 7 วัน, etc. )
image_58494
- ที่มารูป: gsupantherdining.files.wordpress.com

ปัญหาหนึ่งในการไดเอทของสาวๆ หลายคนคือ " ไม่มีความอดทน "! การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนต้องอาศัยเวลาต่อเนื่อง ต่ำสุดคือสามเดือนขึ้นไป แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รอนานถึงขนาดนั้น แต่กลับหาทางลัดที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดอย่างสูตรไดเอท 3 วัน ลด 5 กิโลกรัม หรือไดเอท 7 วัน ลด 10 กิโลกรัมซึ่งอาจทำได้จริง แต่ทำให้เสียสุขภาพในระยะยาว หนักเข้าก็อาจต้องหามส่งโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตไปเลย เมื่อเลิกทำสูตรนี้ น้ำหนักเดิมที่เคยมีก็จะเด้งกลับรัวๆ อีกด้วยค่ะ

จำไว้ให้มั่นว่า น้ำหนักที่ลดเร็ว ก็จะกลับคืนมาเร็วเช่นกัน! ถ้าเธออยากผอมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว เลิกทำสูตรอันตรายพวกนั้นซะ ไม่ว่าจะสูตรอดๆ อยากๆ กินแต่สลัดทั้งสามมื้อ กินแต่กล้วยกับไข่ต้ม และอีกมากมายที่เจ้าของสูตรจะคิดค้นขึ้นมา แค่ควบคุมอาหาร เน้นโปรตีนไม่ติดมัน ไขมันชนิดดี คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไม่กินของสำเร็จรูปหรือขนมถุงกรุบกรอบ น้ำหนักก็ลดลงได้แล้ว ไม่ทรมานตัวเองด้วยค่ะ 

 

7. ปล่อยให้ท้องร้องจนน้ำย่อยกัดกระเพาะ
image_58496
- ที่มารูป: stumental.net

สาวๆ หลายคนก็มาสาย " อดอาหาร " ถ้าไม่หิวจนแทบร้องขอชีวิตก็จะไม่แตะอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า! ปล่อยให้กระเพาะส่งเสียงร้องรัวๆ ยิ่งกว่าบรรเลงดนตรีในสวนจนคนรอบข้างต้องหันมามองว่า เสียงท้องร้องมาจากใคร!? หยุดทำร้ายตัวเองก่อนที่โรคกระเพาะจะมาเยือนดีกว่าค่ะ

เธอไม่จำเป็นต้องอดอาหารเลย แค่รู้จัก " พอ " และ " อิ่ม " รู้ว่าตัวเองควรหยุดกินเมื่อไหร่ ฟังสัญญาณจากร่างกายตัวเอง เธอควรกินเมื่อเริ่มหิว ไม่ใช่อดจนหิวโซ กินในปริมาณแค่ 80% ของกระเพาะอาหารแล้วรอสัก 15-20 นาที สมองจะสั่งการว่าอิ่มโดยอัตโนมัติเองค่ะ

 

8. เอาแต่คิดถึงประเภทอาหารที่ " กินแล้วอ้วน "
image_58500
- ที่มารูป: www.michaelkayphotography.com

ตอนนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เธออ้วนขึ้นแล้ว! ดังนั้นการเอาแต่นั่งทบทวน คิดถึงอาหารที่ผ่านมาอย่างเค้ก คุกกี้ เฟรนช์ฟรายส์กล่องใหญ่ หรือไก่ทอดที่เธอชอบสั่งมากิน ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น กลับกัน เมื่อคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ เธอจะยิ่งโหยหาสิ่งนั้น พูดอีกอย่างคือเธอจะกลับไปกินอาหารเหล่านั้นจนได้ -.-

หยุดเปลืองพลังงานคิดถึงของที่ทำให้ " อ้วน " แล้ววางแผนอาหารครั้งต่อไปที่เป็นสิ่งมีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนและไขมันดี เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา ถั่ว กินควบคู่กับผักและผลไม้สด อาจเขียนรายการเรียงลำดับว่า ทั้งสัปดาห์หน้าจะกินอะไรบ้าง เธออาจจะสนุกกับเมนูอาหารจนลืมนึกถึงขนมหวานไปเลยก็ได้

 

9. ท้อแท้และปล่อยให้ตัวเอง " อ้วนขึ้น " จริงๆ
image_58501
- ที่มารูป: img.webmd.com

ข้อสุดท้ายนี่แหละที่ทำให้สาวอวบทั้งหลายที่ใกล้จะลดน้ำหนักสำเร็จ ต้องมาตกม้าตายใกล้เส้นชัย! เมื่อน้ำหนักไม่ลดลงถึงเป้าหมายตามใจต้องการ เธอก็เริ่มท้อแท้และปล่อยไปตามมีตามเกิด ทิ้งการไดเอทและกลับไปกินเหมือนเดิม คิดในใจว่า " ช่างมันเถอะ อ้วนไปเลยก็ได้ ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่นา " ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์!

อย่าตั้งเป้าหมายที่ไกลตัวเกินไป เช่น จะลด 10 กิโลกรัมให้ได้ภายในเดือนเดียว ค่อยๆ ตั้งเป้าหมายจากเล็กๆ ที่พอจับต้องได้ เช่น อาทิตย์ละครึ่งกิโลกรัม แล้วค่อยๆ ขยายผลไปเรื่อยๆ เธอจะไม่ผิดหวังและมีกำลังใจ มีแรงกระตุ้นไปจนถึงน้ำหนักในฝัน เคยชินกับพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และท้ายที่สุด มุ่งมั่นไม่หวั่นไหว คิดบวกเข้าไว้ เราต้องสตรองค่ะ!


==========================

แม้เธอจะน้ำหนักขึ้น หรือ " อ้วนขึ้น " จนเสียใจ แต่อย่าเพิ่งท้อแท้ นี่ไม่ใช่จุดจบของชีวิตสักหน่อย! ตั้งสติแล้วกลับมาลดน้ำหนักอีกครั้ง ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและมีวินัย ไม่กดดันตัวเองหรือตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ ไม่เครียดจนเกินพอดี ไม่ช้าหุ่นที่สวยงามก็จะกลับมาอย่างแน่นอนค่ะ

เป็นกำลังใจให้สาวซิสต้าผอมสวยสุขภาพดีทุกคนนะคะ ^_______^

==========================

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @