summary intro: 5992

[นิยาย] High School Love Story (Yuri) ตอนที่ 9

เรื่องราวความรักของสองสาวที่นิสัยต่างขั้วและต่างวัฒนธรรมกันสุดๆ เมื่อเด็กสาวขี้เบื่อจากไทยตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเพียงลำพัง และได้พบเพื่อนข้างห้องเป็นสาวญี่ปุ่นสุดสวย แต่แทนที่จะได้ผูกมิตรกัน ดันโดนเกลียดขี้หน้าซะงั้น

18 January 2016
curator_momotachi momotachi
18 January 2016

 

 

 

-9-


ค่ำคืนแห่งความวุ่นวายผ่านพ้นไป เช้าวันจันทร์เริ่มขึ้นอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้คือวันที่เข้าสู่การนับถอยหลัง จากวันนี้คุมิจะเหลือเวลาเตรียมตัวสอบเพียง1อาทิตย์ คุมิค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ และวันนี้เธอก็ไม่คิดที่จะรีบลุกขึ้นจากเตียงเหมือนเช่นเคย เธอจ้องมองใบหน้าคมได้ส่วนของหญิงสาวที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆพลางนึกย้อนคำพูดที่คนหลับอยู่พูดไว้เมื่อคืนวาน


“สมมติว่ามีผู้หญิงคนนึงมาชอบเธอ เธอจะคิดยังไง...””


เสียงเรียบๆของอิงดังสะท้อนอยู่ในใจให้เธอค้นหาคำตอบอยู่สักพัก พูดแบบนั้นจะมีความหมายอะไรแฝงอยู่มั้ยนะ อ้ะไม่ได้สิตั้งแต่วันนี้เราต้องเอาจริงนี่นา ถ้าคะแนนสอบคราวนี้ดีขึ้นเรื่องสอบวัดระดับภาษาอังกฤษก็ไม่น่าเป็นห่วง


เธอรู้ตัวดีว่าการสอบครั้งนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น หลังจากที่ครึ่งเทอมที่ผ่านมาเธอได้ติวเตอร์(จำเป็น) มือดีอย่างอิงเข้ามาช่วยเก็งข้อสอบให้ตลอดเวลา แต่เธอก็อดที่จะประหม่าไม่ได้ ที่ผ่านมาการสอบเป็นเพียงเรื่องสนุกสำหรับเธอ ก็มันไม่ต้องเรียนตั้ง1อาทิตย์เต็มๆนี่นา แค่ทำข้อสอบไปมั่วๆนั่งรอให้จบการสอบแค่ครึ่งวันก็ได้กลับบ้านหาอะไรที่สนุกๆทำแล้ว อาจจะดูแปลกที่เธอคิดเช่นนี้ บางทีเธออาจจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีเกินไปก็ได้


สาวน้อยเจ้าของห้องนั่งจ้องใบหน้ายามหลับของเพื่อนสาวต่างเชื้อชาติต่ออีกสักพักก่อนที่คนถูกจ้องจะค่อยๆลืมตาขึ้นเพราะรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาที่ตน ดวงตาสีนิลค่อยปรับโฟกัสช้าๆ แต่เพราะแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องทะลุเข้ามาในห้องนอนทำให้ดวงตาคมของเธอหรี่เล็กจนแทบจะเป็นขีดเดียว


“งืม อารุนซาหวัด”


”อิงพยายามพูดให้ชัดที่สุดอย่างยากเย็นด้วยน้ำเสียงงงๆเมื่อมองเห็นคุมิที่นั่งจ้องหน้าตัวเองอยู่ใกล้ๆ “”หน้าเรามีอาไรตีดเหรอออ””


“ฮ่าๆๆ โอ้ย เอาเข้าไป เนี่ยหรอที่เด็กห้องอื่นเค้าว่าเท่น่ะ หน้าตอนตื่นนอนดูไม่จืดเลยนะเธอนี่”” คุมิที่นั่งมองหน้าอิงปล่อยฮาออกมาชุดใหญ่เมื่อเห็นใบหน้าและน้ำเสียงยามตื่นนอนของอิง ด้านอิงที่ถูกปลุกขึ้นมามองหน้าคนปลุกอย่างตำหนิ ถ้าเป็นปกติไม่เจ็ดโมงครึ่งเธอไม่ตื่นอย่างเด็ดขาด แต่นี่แค่หกโมงเช้าเธอก็ต้องตื่นซะแล้ว คิดถูกรึเปล่านะที่มานอนกับยัยนี่เมื่อคืน


“ขำไปเลยนะ ขำเข้าไป ใครกันล่ะที่ทำให้ชั้นตื่น”” อิงที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาเริ่มถามเสียงเซ็งๆ


“เปล่านี่ ใครทำให้เธอตื่นกัน ชั้นก็แค่มองหน้าเธอเฉยๆแล้วเธอก็ตื่นต่างหาก””


“เหรอ” ...แต่ไอ้สายตาที่มองเรามานี่มันเล่นซะเย็นวาบเลยนะ จะไม่ให้ตื่นได้ยังไงกัน” คนขี้เซาได้แต่นึกอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปนี่จะโดนประทุษร้ายอะไรรึเปล่า


“เอ้าๆ ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาไป เดี๋ยวแต่งตัวเสร็จแล้วไปกันเลยนะ ข้าวเช้าไปซื้อเอาที่ระหว่างทางก็ได้ ไปเช้าๆซะบ้างก็ดีนะเธอ”” คุมิรีบไล่อิงไปทันทีที่บทสนทนาเมื่อครู่จบลง ที่จริงเพราะไม่รู้จะคุยอะไรต่างหาก ตั้งแต่เธอนึกถึงคำถามที่อิงถามเธอเมื่อคืนนั้นก็ทำเอาเธอชักคิดไปไกล ไม่แน่ว่าอิงอาจจะชอบเธออยู่นี่นา ช่างมันในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วนี่ว่าคนที่รักจะเป็นหญิงหรือชายอาจจะไม่เกี่ยวแล้วก็ได้...อาจจะนะ


“แล้ว7โมงเจอกันหน้าห้องโอเคนะ”” เจ้าของห้องกล่าวนัดก่อนที่จะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาอย่างสบายอารมณ์


“...เจ็ดโมงครึ่งเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ เจ็ดโมงมันเช้าไปอ่ะ อยากนอนต่ออีกหน่อย”” อิงเริ่มปฏิบัติการต่อรอง ดวงตาคมเริ่มมีประกายความหวัง

“ไม่ได้!”” เสียงเขียวดังออกมาจากห้องน้ำยังผลให้คนถามหุบยิ้มแล้วเดินคอตกไปแต่งตัวที่ห้องของตัวเองแต่โดยดี


ทั้งสองเดินไปโรงเรียนช้าๆด้วยความสบายใจ ท้องถนนยังไม่มีคนมากนักแม้อากาศจะยังคงเย็นอยู่แต่ก็ค่อยๆมีความอบอุ่นมากขึ้น แม้ดอกซากุระจะโรยไปนานแล้วก็ตาม อากาศยามเช้าอันสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิทำให้ทั้งสอง(หรือแค่คนเดียว) รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา


เมื่อมาถึงห้องเรียน อิงที่ยังคงมึนๆอยู่เดินตรงไปที่โต๊ะของเธอพร้อมกับทรุดตัวลงและฟุบหน้าไปกับโต๊ะ โชคดีที่โรงเรียนเปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้ให้แล้วไม่งั้นเธอคงนอนไม่เป็นสุขแน่


“ยัยบ้า! มาถึงโรงเรียนแล้วยังจะมานอนอีก มานี่มากินข้าวเช้าซะ” ”คุมิที่หันไปเห็นอิงตั้งท่าจะนอนรีบดึงหูคนขี้เซามานั่งตรงข้ามเธอแล้วจัดแจงหยิบขนมปังและนมที่แวะซื้อเมื่อครู่ออกมาจากถุง


“โอ้ยๆๆๆ เจ็บนะ เบาๆหน่อยสิเดี๋ยวหูเราก็ขาดหรอก”


“เหรอ”” คุมิตอบสั้นๆแล้วจัดการยัดขนมปังไส้เนยถั่วเข้าปากอิงที่ทำท่าจะพูดต่อทันที


จังหวะที่คุมิป้อน(ยัด) ขนมปังเข้าปากอิงนั้น นัทสึกิก็เข้ามาในห้องพร้อมกับอายากะจังที่คอยพยุงอยู่ อีกทั้งยังถือกระเป๋าให้ด้วยเพราะตอนนี้นัทสึกิจำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำสองอันช่วยเดิน นัทสึกิที่หันมาเห็นภาพนั้นพอดีชักสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองโดยที่ไม่หันมามองคุมิเลยแม้แต่น้อย


“นัทจัง ต้องใช้ไม้ค้ำเลยเหรอ”” คุมิพยายามหาเรื่องคุยกับเพื่อนรัก เธอดูตกใจไม่น้อยที่เห็นว่าต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน


“อืม”” นัทสึกิที่จริงๆแล้วแอบดีใจอยู่ลึกๆตอบสั้นๆ เธอยังไม่อยากให้คุมิจับพิรุธอะไรจากเธอได้ก่อนที่เธอจะสารภาพรัก


“งั้นหนูไปก่อนนะคะ แล้วตอนกลางวันจะมาอีกค่ะ”” อายากะที่มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่ตั้งแต่ต้นขอตัวกลับห้องเรียนของตัวเอง เพราะงานของผู้จัดการทีมที่มีมากทำให้เธอนั้นแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวสอบเลยสักนิด 1อาทิตย์ที่ไม่มีการซ้อมนี้เท่านั้นที่เธอจะสามารถอ่านหนังสือได้อย่างเต็มที่


“แล้วนี่ต้องใช้ไม้นี่ไปอีกนานแค่ไหนน่ะ”” อิงที่ชักจะสนใจเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย


“ไม่รู้สิ”” นัทสึกิทำหน้าเซ็งก่อนจะตอบไปสั้นๆ ไม่ได้อยากคุยด้วยสักหน่อย


“อืมๆ”” เมื่อไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรอิงก็หันกลับไปที่นั่งตัวเองตามเดิม


หลังจากตอนเช้า นัทสึกิไม่ได้ปริปากพูดอะไรอีกเลย คุมิและอิงก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชวนคุยดีรึเปล่าด้วย เพราะจะว่าไปนัทสึกิยังดูเหมือนจะโกรธๆพวกเธออยู่ไม่น้อย สำหรับคุมิแล้วการที่นัทสึกิโกรธเป็นอะไรที่เรียกว่าหลบได้ก็ต้องหลบ แต่หลบไม่ทันนี่กัดลิ้นตายก่อนซะดีกว่า คนใจเย็น เรื่อยๆเปื่อยๆอย่างนัทสึกิน่ะก็เป็นเหมือนพวกน้ำนิ่งไหลลึกนั่นล่ะ


แม้ในช่วงพักระหว่างคาบเรียนจะมีเพื่อนร่วมชั้นเข้าไปห้อมล้อมถามอาการอยู่เรื่อยๆ ความที่ต้องแสดงละครให้แนบเนียนทำให้นัทสึกิต้องทำทีเป็นวางท่าให้อีกฝ่ายคิดว่ายังโกรธอยู่ ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจรักของเธอ อย่างน้อยเธอก็อยากจะดูท่าทีว่าเพื่อนสาว(ที่)รักนั้นจะมีท่าทีเปลี่ยนไปหรือไม่ แต่เท่าที่เห็นท่าทางคุมิจะไม่ได้คิดอะไรมากเกินไปกว่าเพื่อนเลยแถมอิงดันทำตัวเป็นคลิปหนีบติดตัวคุมิไปทั่วทุกที่ ในสายตาของนัทสึกิแล้วความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันดูยังไงๆอยู่ ทั้งที่คุมิคิดจะลอบทำร้ายอิงเพื่อเอาคืนแท้ๆ(ตามที่เจ้าตัวรายงานไว้ให้ฟังเมื่อต้นเทอม) แต่ทำไมเดี๋ยวนี้กลับไม่มีท่าว่าเกลียดอิงเลยสักนิดนึง แล้วยังไปกลับด้วยกันทุกวันอีก ยัยนั่นมีเวลามากขนาดที่ไปรับไปส่งเพื่อนรักเธอได้เลยรึไง สาวนักบาสสรุปเอาเองสั้นๆว่าอิงต้องตามจีบคุมิอยู่เป็นแน่ คิดอย่างนั้นแล้วเธอก็หันไปลอบมองอิงที่ฟุบหลับอยู่ด้วยสายตาอาฆาต


“งืม... ทำไมมันรู้สึกร้อนๆหนาวๆล่ะเนี่ย อย่างกับมีคนจะมาลอบฆ่าทิ้งเลย” ”อิงสะดุ้งตื่นขึ้นมางงๆสบถกับตัวเองเบาๆพลางหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่พบอะไร (เพราะเมาขี้ตาอย่างแรง)


เมื่อเข้าสู่ช่วงพักกลางวันรุ่นน้องผู้แสนดีอย่างอายากะก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เธอดข้ามาที่ห้องเรียนของพวกอิงอย่างรู้เวลาเพียงแต่หนนี้เธอนำข้าวกล่องมาเผื่อนัทสึกิด้วย


“มาแล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้รอ หนูเห็นพี่ขาเจ็บคิดว่าคงไม่มีเวลาไปหาข้าวกลางวันแน่เลยทำมาเผื่อน่ะค่ะ กินให้หมดนะคะ”” สาวน้อยพูดพลางยื่นกล่องข้าวไปให้รุ่นพี่


“โห ไม่เห็นต้องลำบากขนาดนั้นเลยนี่ พี่เองลงไปซื้อขนมปังมากินเหมือนปกติก็ได้โรงอาหารก็ใกล้แค่นี้” ”ปากพูดไปนั่นแต่ดูเหมือนมือเธอจะไม่ทำตามที่พูดแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบมี้ตบอลชุ่มซอสท่าทางน่ากินเข้าปากไปอย่างเร็ว


 ”ค่อยๆกินสิคะ ถ้าชอบขนาดนั้นเดี๋ยววันหลังทำมาให้อีกก็ได้” ”เธอขำกับท่าทางที่รุ่นพี่คนเก่งทำอยู่


 “ก็มันอร่อยจริงๆนี่นา ทำอาหารเก่งแล้วไหงไม่เข้าชมรมคหกรรมล่ะ มาเข้าทำไมชมรมบาส ต้องคอยมาเป็นเบ๊เค้าอีก””


“เหตุผลน่ะมีแน่ค่ะ แต่ถ้าถึงเวลาหนูจะบอกพี่เอง””


“อืมๆ”” นัทสึกิไม่พูดอะไรต่อ เธอสนใจกับอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่ไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจรุ่นน้องที่อุตส่าห์ทำมาให้


“ดูสองคนนั้นเค้ามีความสุขจังนะ”” คุมิที่นั่งกินข้าวอยู่กับอิงสองคนนั่งมองภาพนัทสึกิที่ดูร่าเริงมากขึ้นพออายากะจังมาหา


“เหรอ”” อิงไม่สนใจจะหันไปดูแถมยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวของเธอไปเรื่อยๆ


“...นี่”” คุมิชักรำคาญที่อิงไม่สนใจที่เธอพูดแม้แต่น้อย


“...นี่”” เธอทักอีกครั้ง นี่จะไม่เงยหน้าขึ้นมามองง่ายๆใช่มั้ย


“อิง!”” รอบนี้ไม่แค่พูด เธอขยับมือไปใกล้อิงโดยที่มีเป้าหมายคือหน้าผากของอิงนั่นเอง


โป๊กกก…”


“โอ้ย เจ็บนะ มีอะไรพูดกันดีๆสิ”” อิงคลำหัวตัวเองป้อยๆ เธอไปทำอะไรให้ไม่พอใจอีกล่ะเนี่ย


“เชอะ สนใจแต่กินนะ พูดด้วยดีๆแล้วอยากไม่หันเอง สมน้ำหน้า” คุมิเริ่มเชิดหน้าใส่อย่างผู้ชนะ


“.....วันนี้จะติวอะไรมั้ย หรือว่าอยากพัก””


“อะไรเนี่ย เปลี่ยนเรื่องพูดดื้อๆเลย ไว้กลับไปที่หอแล้วค่อยว่ากันอีกทีเหอะ ถ้าวันนี้เหนื่อยมากชั้นก็จะพัก ติวมากันตั้งเป็นเดือนๆ เธอเองน่ะไม่เหนื่อยบ้างรึไง”” คุมิถอนหายใจเฮือกใหญ่กับอาการอยากติวเวอร์ของอิง กะอีแค่อีก1อาทิตย์ก่อนสอบ จะมาติวให้หนักหัวทำไม สู้นั่งพักสบายๆดีกว่า (ทั้งๆที่เมื่อเช้าตัวเองยังกังวลเรื่องผลการเรียนอยู่แท้ๆ)


ทั้งสองวุ่นวายอยู่ด้วยกันสองคนโดยที่ไม่ได้รู้ว่ามีนัทสึกิคอยลอบมองอยู่เป็นพักๆ


ทำไมพักหลังๆนี่สนิทกันจัง ทีแรกว่าเกลียดนี่นาพอไม่ค่อยได้คุยกันนี่ความคิดมันต่อกันไม่ติดได้ขนาดนี้เชียวรึไงนะ’ สาวนักบาสคนเก่งได้แต่ส่งสายตาดุๆมองไป นึกน้อยใจที่ไม่เข้าใจตัวเองให้เร็วกว่านี้ เอาเถอะขอเวลาเราเตรียมใจอีกหน่อย ไว้ถึงเวลาชั้นจะบอกความรู้สึกให้เธอได้รู้ซะที


#โปรดติดตามตอนต่อไป

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
โฆษณา
Search @