ทำไมยิ่งลด ยิ่งอ้วน! 7 วิธีแก้ระบบเผาผลาญพังแบบง่าย ๆ พอกันทีกับ โยโย่เอฟเฟกต์ ❌

ทำไมยิ่งลด ยิ่งอ้วน! 7 วิธีแก้ระบบเผาผลาญพังแบบง่าย ๆ พอกันทีกับ โยโย่เอฟเฟกต์ ❌

สาว ๆ คนไหนที่กำลังเจอปัญหากับโยโย่เอฟเฟค ยิ่งกินทำไมยิ่งอ้วน ลองเข้ามาอ่าน 7 วิธีแก้ระบบเผาผลาญพัง บอกเลยว่าถ้าทำได้ ร่างกายต้องกลับมาดีเหมือนเดิมแน่นอน !

20 February 2019
' lookpeach ♡
20 February 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


อันยองค่า ~ สาว ๆ SistaCafe

เชื่อว่าความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คน ก็คือ การมีหุ่นสวย หุ่นเพรียว ทำให้สาว ๆ หลายคนหันมาสนใจการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง แต่ก็ดั๊นนนน ลดน้ำหนักแบบผิดวิธี สาว ๆ บางคนก็เลือกวิธีอดอาหารบ้าง บางคนก็กินยาลดน้ำหนักบ้าง บอกเลยว่าผลกระทบหลังจากที่เราทำแบบนั้นมันร้ายแรงมากแน่นอน

สาว ๆ จะต้องประสบกับปัญหา โยโย่เอฟเฟกต์ ใครที่กำลังงงว่าโยโย่เอฟเฟกต์คืออะไร บอกเลย ก็คือการที่น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รู้สึกโหยอาหารกว่าปกติ ออกกำลังกายเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลด แถมกลับมากินปกติก็ไม่ได้ เพราะน้ำหนักพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ใครที่กำลังเจอปัญหานี้ ต้องรีบแก้ไขระบบเผาผลาญด่วน ๆ ! เพราะนี่เป็นสัญญาณเตือน ว่าระบบเผาผลาญของร่างกายพังแล้ว นั่นเอง

มาค่ะสาว ๆ  ทุกอย่างต้องมีทางแก้ไข วันนี้เราได้รวบรวม 7 วิธี แก้โยโย่เอฟเฟกต์ มาให้ได้อ่านกัน ถ้าสาว ๆ ทำตาม ระบบเผาผลาญของเรา จะต้องกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอน ! มาค่ะ มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง ~

-  ✌  ✌  ✌  -

 

1. เลิกทานยาลดความอ้วน

image_863994
- ที่มารูป: www.thairath.co.th


เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนเคยผิดพลาดด้วยการเลือกกินยาลดน้ำหนัก แทนการออกกำลังกาย ใช่ค่ะทุกคน มันสามารถลดน้ำหนักของเราได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ผลเสียของมันหลังจากที่สาว ๆ เลือกกินไปแล้วก็มีมากมายเหมือนกันนะ

เวลาที่เราทานยาลดน้ำหนักเนี่ย มันจะทำให้เรารู้สึกเบื่ออาหาร กินอาหารได้น้อยลง ร่างกายรับสารอาหารไม่เพียงพอและส่งผลให้ร่างกายของเราขาดน้ำด้วย พอร่างกายของเราเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ร่างกายก็จะปรับเข้าสู่โหมดกักตุนพลังงานเอาไว้ คราวนี้แหละพอเรากลับมากินอาหารปกติ น้ำหนักก็จะดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพราะร่างกายจะไม่ยอมปล่อยเอาสิ่งที่สะสมไว้ออกมาใช้ง่าย ๆ อีก

เพราะฉะนั้นหากรู้ผลเสียของมันขนาดนี้แล้ว ควรหยุดทานยาลดน้ำหนักในทันทีก่อนที่จะสายเกินแก้นะจ๊ะ ~

 

2. เลิกอดมื้อ กินมื้อ

image_863997
- ที่มารูป: i.pinimg.com


สาว ๆ หลายคนก็เลือกที่จะลดน้ำหนักด้วยการอดมื้อกินมื้อ เพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย
ที่นอกจากจะทำให้เรามีน้ำหนักที่น้อยในระยะเวลาอันรวดเร็วแล้ว ยังทำให้เราไม่ต้องไปเสียเงินซื้อยาลดความอ้วนอีกด้วย 

แต่สาว ๆ รู้ไหมคะว่าการอดมื้อกินมื้อทำให้เราได้รับสารอาหารและพลังงานเข้าสู่ร่างกายไม่เพียงพอ จึงทำให้ร่างกายของเราดึงพลังงานจากกล้ามเนื้อไปใช้ กล้ามเนื้อของสาว ๆ ก็จะสูญเสียไป พร้อมกับระบบเผาผลาญในร่างกายของเรา ก็เสียหายอย่างรุนแรง พอสาว ๆ กลับมากินอาหารแบบปกติจึงทำน้ำหนักของเราดีดขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั่นเอง

หากรู้แบบนี้แล้วช้อยส์ในการลดน้ำหนักด้วยวิธีการอดอาหาร สาว ๆ ก็ควรตัดมันออกไปจากความคิดได้เลย ~

 

3. ปรับนิสัยการรับประทานอาหาร

image_863999
- ที่มารูป: i.pinimg.com


แน่นอนว่าโยโย่เอฟเฟกต์นั้น คือการที่เรามีร่างกายที่ระบบเผาผลาญพังไปแล้วนั่นเอง
อย่างแรกที่สาว ๆ ควรปรับเลยก็คือการกินอาหารให้ได้พลังงานที่เพียงพอกับร่างกายที่ต้องการ


ซึ่งการทานอาหารนั้นทางเราขอแนะนำให้สาว ๆ เลือกแบ่งออกกินเป็น 5 มื้อย่อย ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของเราให้ทำงานบ่อยขึ้น และให้สาว ๆ เลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น ทานอาหารคลีน หรืออาหารจำพวกโปรตีนนั่นเอง เพราะโปรตีนถือเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายมาก และมันจะช่วยให้เราอิ่มท้องได้นานขึ้น สาว ๆ ก็จะได้ไม่ต้องกินจุบกินจิบนั่นเอง อิอิ

 

4. ออกกำลังกายให้สมดุลกับร่างกาย

image_864003
- ที่มารูป: i.pinimg.com


สาว ๆ คงรู้ดีว่าทางเลือกที่ถูกต้องในการลดน้ำหนัก นอกจากเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ถูกต้องของการลดน้ำหนักนั่นเอง
ในการออกกำลังกาย สาว ๆ ควรเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกายของเราด้วยนะ อย่าออกหนักหักโหมจนเกินไป

โดยการออกกำลังกายนั้น ขอแนะนำให้สาว ๆ เน้นไปที่การเวทเทรนนิ่ง เพื่อสร้างกล้ามเนื้อของเราที่สูญเสียไป หลังจากนั้นก็ให้ไปคาร์ดิโอเบา ๆ เพื่อช่วยลดไขมันส่วนเกิน สิ่งที่อย่าลืมเลยก็คือ การกำหนดความหนักเบาและเวลาในออกกำลังให้เหมาะสม มีวันพักบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนซ่อมแซม อย่างน้อย 1 - 2 วันต่อสัปดาห์

 

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

image_864042
- ที่มารูป: 66.media.tumblr.com


สาว ๆ ที่อยากจะแก้ระบบเผาผลาญรู้ไว้เลยนะคะว่า การพักผ่อนให้เพียงพอ มีส่วนสำคัญมากต่อการหยุดปัญหาโยโย่เอฟเฟกต์นี้ เพราะการนอนให้ได้คุณภาพ ( 6 - 8 ชั่วโมงต่อวัน ) จะทำให้ร่างกายของเราและบบต่าง ๆ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของเราให้กลับมาทำงานมากขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แต่หากเรานอนน้อย พักผ่อนไม่ค่อยตรงเวลา ก็จะส่งผลเรื่องการเผาผลาญที่ลดลง และส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น ! บอกไว้เลยสาว ๆ คนไหนที่ยังคิดว่าการพักผ่อนให้ได้คุณภาพ ไม่ใช่เรื่องสำคัญต้องปรับความคิดนี้ใหม่ด่วน ๆ เลยค่า ~

 

6. เลิกเครียด เลิกกังวล

image_864030
- ที่มารูป: www.thaihealth.or.th


แน่นอนว่าในช่วงที่ร่างกายของเราเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ เราก็มักจะเครียดกับน้ำหนักที่พุ่งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สาว ๆ คะ อยากบอกว่าให้ทำใจให้สบาย ๆ และใจเย็น ๆ กับมัน ทุกอย่างมีทางออก มีทางแก้ไข แค่สาว ๆ รู้วิธีลดการน้ำหนักที่ถูกต้องนั่นเอง

รู้ไหมคะว่า ความเครียดจะส่งผลให้ร่างกายของเราต้องการพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานที่มาจากอาหารจำพวกประเภทน้ำตาลนั้นเอง แน่นอนว่าเรารู้ดีกันอยู่แล้วว่า อาหารจำพวกนี้เป็นแหล่งของไขมันเลย เพราะฉะนั้น ความเครียดของเรามีผลต่อร่างกายมากนะ สาว ๆ ต้องทำใจให้สบาย ๆ และยอมรับมันให้ได้น้า

 

7. มีวินัยต่อตัวเอง

image_864050
- ที่มารูป: 66.media.tumblr.com


แน่นอนว่าช่วงแรกที่เรากลับมาแก้ระบบเผาผลาญให้กลับมาเป็นปกติ สาว ๆ อาจจะต้องอดทนต่อน้ำหนักที่ดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว บางคนก็อาจจะท้อจนทำให้หันกลับไปลดน้ำหนักด้วยวิธีผิด ๆ อีก อย่าค่ะสาว ๆ เตือนสติตัวเองเอาไว้ เราต้องมีวินัยและอดทนต่อการแก้ไขระบบเผาผลาญในครั้งนี้ ช่วงแรกอาจจะต้องอดทนหน่อย เพราะร่างกายของเรายังไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

ให้เรานึกเข้าไว้ว่าวิธีนี้มันจะส่งผลต่อเราในระยะยาว จะไม่ทำให้เราต้องกลับมาทุกข์ใจกับการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็วอีก !

 


-  ✌  
✌  ✌  -

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 7 วิธีแก้โยโย่เอฟเฟกต์
เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะกำลังเครียด แต่บอกเลยว่าถ้าทุกคนทำได้ ระบบเผาผลาญของเราจะต้องกลับมาเป็นปกติแน่นอน สาว ๆ อาจจะต้องใจเย็น ๆ ให้เวลากับร่างกายได้ปรับตัวสักหน่อย พอร่างกายและระบบเผาผลาญของเรากลับมาเป็นปกติแล้ว คราวนี้สาว ๆ ก็ อย่าลืมเลือกที่จะลดน้ำหนักด้วยวิธีถูกต้อง เหมาะสมกับตัวเองกันด้วยนะคะ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับสาว ๆ ทุกคนที่อยากหันมาดูแลสุขภาพด้วยวิธีถูกต้องกันน้า ~

 

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @