ล้วงลึกทุกเคล็ดลับการออดิชั่น The Voice Thailand !

ล้วงลึกทุกเคล็ดลับการออดิชั่น The Voice Thailand !

The Voice Thailand Season 4 ใกล้จะเปิดรับสมัครออดิชั่นแล้ว งานประกวดร้องเพลงแบบนี้ คงมีหลายคนสนใจจะไปลองแข่งดู มาดูเคล็ดลับดีๆ จากพี่จอห์นนิเฟอร์ The Voice จากซีซั่นที่แล้วกันค่ะ

30 May 2015
Peony
30 May 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

สวัสดีค่ะ หากใครได้ติดตามรายการ The Voice Thailand season 3  คงจะจำผู้เข้าแข่งขันคนนี้ในทีมของโค้ชโจอี้ บอยกันได้ ในรอบ Blind Audition  เธอเปิดตัวมาด้วยเพลง Misty ซึ่งมีโค้ชถึง 3 คนกดเลือก ไม่ธรรมดาจริง ๆ นอกจากร้องเพลงเพราะแล้ว เธอยังมีดีกรีเป็นถึงช่างแต่งหน้าที่มีประสบการณ์ในการแต่งหน้ามาอย่างมากมาย พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคงจะร้อง “อ๋อ” กันแล้วใช่มั้ยคะ เธอคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “จอห์นนิเฟอร์ The  Voice”  ซึ่งวันนี้พี่จอห์นมาพูดคุยถึงการที่ได้ไปจับไมค์ร้องเพลงบนเวที The Voice มา พร้อมกับคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับใครที่สนใจอยากไปประกวดร้องเพลงค่ะ

image_6376
- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net
มีเทคนิคในการเลือกเพลงไปแข่งยังไงบ้าง?

  • เลือกเพลงที่เราถนัด ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว อย่าพยายามเลือกเพลงที่เราชอบแต่ไม่ถนัด เพลงที่เราชอบร้อง ร้องมาจนคล่องแล้ว มันจะช่วยคลายความตื่นเต้นไปได้บ้าง อีกอย่างเรื่องความฮิตของเพลงมีส่วนช่วยอยู่มากค่ะ ควรเป็นเพลงที่หลายคนรู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นเพลงฮิตในอดีตแล้วยังมีคนร้องตามได้ อย่าเลือกเพลงที่ลึกเกินไป ลึกของพี่ในที่นี้คือเป็นเพลงที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพลงบางเพลงอาจจะเพราะ และเป็นเพลงที่เราชอบ เราร้องออกมาได้ดี แต่ถ้าคนฟังหรือกรรมการเค้าไม่คุ้นหู มันไม่ปัง! เราก็อาจจะจบได้เหมือนกัน!

image_6378
- ที่มารูป: fbcdn-sphotos-d-a.akamaihd.net
เมื่อเลือกเพลงที่จะร้องได้แล้ว นอกจากการซ้อม ควรมีการทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

  • อย่ามีแค่ความมั่นใจและความอยากที่จะแข่งร้องเพลงไปอย่างเดียวโดยที่ไม่มีการเตรียมตัวอะไรเลย อย่ามั่นใจว่าตัวเองร้องเพลงไม่เพี้ยน บางทีนักร้องมืออาชีพยังมีพลาดกันเลย ให้ Play save ที่สุดเลยนะ ควรจะเตรียม Backing Track ไปด้วย และถ้าเป็นไปได้อีก ปรับตามคีย์ที่เราร้องถนัดและถึง เพราะ Range เสียงของแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว และบางทีเพลงที่เราเลือกคีย์ที่ร้องตามนักร้องต้นฉบับ มันอาจจะไม่เพราะเท่ากับคีย์ที่เราร้องเอง

การ audition ก็เหมือนเวลาที่เราไปสมัครงาน ต้องเตรียมความพร้อม อำนวยความสะดวกให้กับทางทีมงานให้ได้มากที่สุด
- ที่มา: sistacafe.com
image_6379
- ที่มารูป: www.dannyboyjazzandblues.com

  • หากเป็นไปได้ ควรจะมี Backing Track ที่เอามาด้วย การไรท์ใส่แผ่น CD เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด เราจะมั่นใจได้ว่า Backing Track ที่เอามา พอเปิดกรึ๊บ เล่นเพลงได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เรียง Track มาให้เรียบร้อย อย่างพี่เองเลือกร้องสไตล์เพลงแจ๊ส เป็นหลัก ก็จะมีทั้งเพลงไทยและสากล ช้าและเร็วอย่างละ 1 ทั้งหมด 4  เพลง อย่างน้อยเพลงที่เอามาควรมีทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว เวลาทีมงานเค้าคัดเลือก เราก็จะสามารถบอกได้เลยว่าเพลงนี้เพลงนั้นอยู่ Track ที่เท่าไหร่ (เตรียมพร้อมได้แบบนี้คนคัดเลือกเค้าก็สบายใจ) ใช่ค่ะ คนที่คัดเลือกเค้าจะได้อุ่นใจว่าเรามาพร้อมจริงๆ

ควรจะฝึกร้องอยู่หน้ากล้อง ง่ายๆ เลย จะใช้กล้องมือถือหรือกล้องอะไรก็ได้ อัดแล้วดูตัวเองว่าเป็นธรรมชาติแค่ไหน มี Eyes contact แค่ไหน
- ที่มา: sistacafe.com
ก่อนที่จะไป audition มีการซ้อมร้องเพลงหนักแค่ไหน?

  • ที่บอกไปข้างต้นว่าให้เลือกเพลงที่เราชอบ เพราะพี่คิดว่าเพลงที่เราชอบมันน่าจะเป็นเพลงที่เราร้องมาช้ำแล้ว คล่องแล้ว จะได้ลดความลำบากในการท่องจำเนื้อเพลง เพราะเราร้องจนเราชำนาญแล้ว จะได้ไม่ต้องซ้อมเยอะ 

  • แต่ถ้าเพลงไหนที่มีรายละเอียดเยอะหน่อย ก็ต้องดูเรื่องการแบ่งวรรคตอนว่าจะทิ้งเสียง ลากเสียง หรือหยุดหายใจตรงไหน ก็อาจจะต้องมีการโน้ตไว้ แล้วก็ต้องซ้อมเรื่องรายละเอียดของเพลงนั้นๆ 

ซ้อมหนักไม่หนักนี่คงต้องแล้วแต่สกิลของแต่ละคน แต่ถ้าตอนไหนซ้อมแล้วรู้สึกว่ามันไม่ดีสักที ก็พอก่อน อย่าดันทุรังซ้อมต่อ ไปทำอย่างอื่นก่อนให้สบายใจ แล้วค่อยกลับมาซ้อมต่อ เหมือนกับเวลาท่องบทหรือท่องคำศัพท์นั่นแหละ
- ที่มา: sistacafe.com
image_6383
- ที่มารูป: julianmarsh.com

  • อย่างเพลง Misty ที่พี่ร้องในรอบ Blind audition พี่ก็ร้องจนคล่อง แต่จะมีจุดที่เราจะเน้นไว้ว่าจะต้องลากท่อนที่จบแบบสวยๆ  ประมาณกี่วินาที ก็ต้องฝึกจนเราจำได้ แล้วก็ท่อนแรกที่ขึ้นมาของเพลงนี้คือ “Look at me” มันก็เป็นการบอกอยู่แกน ๆ ให้เขาหันมามองเรานั่นแหละค่ะ

ดูแลสุขภาพยังไงบ้าง เพราะว่ามันอาจจะมีผลต่อเส้นเสียงเหมือนกัน?

สำหรับการไป Audition จะต้องไปแต่เช้า  ก่อนวันที่จะไปควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนเรื่องการดื่มน้ำเย็น น้ำอุ่น ความเห็นส่วนตัวของพี่ พี่ว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างตัวพี่เองพี่เป็นคนดื่มน้ำอุ่นจัดถึงร้อนไม่ได้ เพราะมันจะเป็นการขับเสมหะออกมา แต่บางคนจะชอบเพราะดื่มน้ำอุ่นแล้วมันโล่งคอ

รักษาสุขภาพให้ดี วันก่อนจะไป Audition ต้องนอนให้เต็มที่ เพราะกว่าจะถึงคิวของเราเนี่ย บางทีมันนาน เสียงมันอาจจะหายถ้าพักผ่อนไม่พอ
- ที่มา: sistacafe.com
image_6386
- ที่มารูป: www.lushzone.com
รู้สึกเครียด นอยด์ หรือกดดันบ้างมั้ยในช่วงของการแข่งขัน?

  • สำหรับพี่...ไม่มีนะ (หัวเราะ) ไม่ได้พูดให้ดูเก่งนะ เพราะเพลงที่เราเลือกไปมันสบาย แล้วเราก็ซ้อมมาดีแล้วไง แต่คนที่เครียดอาจจะเป็นเพราะมีการเตรียมตัวมาไม่พร้อม ในสิ่งที่แนะนำไปตั้งแต่ตอนแรก ไปโน้ตเป็นข้อๆ แล้วเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ตอนไป Audition จริง ๆ อาจจะมีความเครียด ความตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่คิดว่ามันจะน้อยลง

สมมติว่าเพิ่งดูจบซีซั่นนี้ไป แล้วเกิดจุดประกายขึ้นมาว่า อยากจะไปแข่งในซีซั่นต่อไป ก็เตรียมตัวเองแต่เนิ่นๆ เลย อาจจะมีสมุดจดพกเอาไว้สักเล่ม ในแต่ละวันได้ยินเพลงอะไรที่เราชอบ ของศิลปินคนไหน ก็จดหรือลิสต์ไว้ พอใกล้เปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันสักเดือนสองเดือน ก็ไล่ดูว่า เพลงไหน ของศิลปินคนไหนที่เราชอบที่สุด นั่นแหละค่ะ เราก็จะเริ่มมีวิธีการเตรียมตัวแล้วว่าจะเลือกเพลงอะไรไปแข่ง
- ที่มา: sistacafe.com
image_6387
- ที่มารูป: www.lushzone.com
ก่อนขึ้นเวทีเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้เข้าแข่งขัน มีวิธีจัดการกับอาการตื่นเวทียังไงบ้าง?

  • จริง ๆ แล้วอยากให้คิดว่าพอเราผ่าน Pre-audition มาแล้วเนี่ย อยากให้เราคิดว่าตัวเราเองจะต้องมีของอะไรที่ทางรายการเค้าสนใจ เพราะกว่าจะไปถึงโค้ช 4 ท่าน คนที่คัดเลือกก่อนก็คือทีมงาน เขาจะต้องมานั่งดูว่าคนนี้มีสไตล์การร้องเพลงเป็นตัวของตัวเองแค่ไหน มีสไตล์เป็นป็อบ ร็อค แจ๊ส ลูกทุ่ง ลูกกรุง แต่ส่วนมากเค้าก็จะเลือกคนที่มีครบเกือบทุกสไตล์

image_6395
- ที่มารูป: illinoiscollegerambler.files.wordpress.com

  • พอถึงเวลาที่จะต้องผ่านไปรอบ Blind audition ขอให้คิดว่าวันนี้เรามาร้องเพลงให้คนฟังในฐานะที่เราเป็นศิลปิน แล้วมันจะสบายใจที่สุด ไม่ต้องไปกังวลว่าโค้ชจะเลือกหรือไม่เลือก เพราะถึงแม้เราจะไม่โดนเลือก ก็จงทำให้ช่วงที่อยู่บนเวทีตรงนั้นเป็นช่วงเวลาของเรา ทำออกมาให้มันดี  เขาให้เวลาเราออกทีวี มีเวลาโฆษณาตัวเองฟรีๆ แบบนี้ พยายามทำใจสบายๆ มีสมาธิ แสดงให้ดีๆ อย่าไปกังวล ต้องมีสมาธิ

การเลือกเพลงมาร้องในรอบ Pre-audition สามารถเลือกแต่เพลงแนวที่เราถนัดแนวเดียวเลยได้มั้ย?

  • ควรจะมีการเลือกแนวอื่นๆ เผื่อไปบ้างค่ะ อย่างสมมติชอบร้องเพลงลูกกรุง อาจจะเลือกเพลงป๊อบไปเผื่อหน่อยก็ดี ร้องเพลงป๊อบก็จริง แต่เราก็อาจจะใส่กลิ่นอายของความเป็นลูกกรุงไปด้วยก็ได้ แต่ยังไงก็ตามเราก็ต้องมีเพลงขายของเรา อย่างตอนพี่ก็เลือกเพลงแจ๊สไป มีทั้งแจ๊สไทย-สากล เพลงเร็วเพลงช้ามีหมดเลย เลือกเพลงให้มันฟังง่ายหน่อย อย่างพวกเพลง Bossanova ไม่ว่าจะเป็นเนื้อภาษาอะไร พี่ว่าเพลง Bossanova มันฟังง่ายที่สุด

image_6453
- ที่มารูป: violetsvenue.com

มีอะไรบ้างที่ทำให้เราสติหลุดได้?

  • ความไม่มีสมาธินี่แหละ แต่ส่วนตัวพี่ไม่ถึงกับสติหลุด จะแค่ตื่นเต้นในช่วงก่อนขึ้นเวทีรอบ Blind audition  เพราะเขาจะให้เราไปถ่ายรอบ ๆ เวทีก่อน  ตามมุมนั้นมุมนี้  ทำท่าตั้งสมาธิ ท่าเตรียมตัวบ้าง นี่แหละที่ตื่นเต้น เราก็คิดว่าทำไมไม่พาเราขึ้นเวทีไปสักที (หัวเราะ) คือมันรอนานมากอะ กว่าจะได้ร้องบางคนก็ยันไปสามถึงสี่ทุ่ม เพราะฉะนั้นตะกี๊ถึงได้บอกว่าต้องพักผ่อนให้เพียงพอ

อยู่บนเวทีแล้วควรระวังเรื่องไหนบ้าง?

  • จริง ๆ ถ้าซ้อมมาดีก็ไม่มีอะไรนะคะ ก็เป็นตัวเองให้มากที่สุด ตัวอย่างที่ดีมาก ๆ เลยก็คือ บิว (บิว จรูญวิทย์ ทีมโค้ชโจอี้) เวลาร้องเพลง เค้าร้องแบบอินกับทุกเนื้อร้อง ถึงได้ออกท่าออกทางประหลาด ๆ ออกมาแบบนั้น(หัวเราะ) อย่างพี่คิ้มก็เป็น พี่โจ้ก็เป็น เวลาพี่โจ้จะแร็บที เค้าก็ต้องสร้างความมันส์ไปกับเพลงของเค้า ถ้ามามัวแต่ห่วงหล่อ เพลงมันก็คงไม่สนุก

พี่เคยสัมผัสกับตัวเองได้ว่า พีก็ร้องเพลงออกมาเต็มที่แล้วนะ มันยังรู้สึกลึกๆ ว่ามันยังไม่สุด เพราะว่าเรายังมีกำแพงกั้นกับการห่วงสวยห่วงหล่อ ถ้าเราข้ามเรื่องนั้นไปได้นะคะ เราจะรู้สึกว่าเราอยากทำเสียงและอารมณ์ของเราให้มันสุด ๆ หน้าจะบูดเบี้ยว เบ้ปากยังไงก็ช่างมัน แต่เสียงที่มันออกมา มันจะได้อย่างที่เราต้องการ
- ที่มา: sistacafe.com
image_6459

(ซ้าย) บิว จรูญวิทย์

- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net
มีวิธีการอะไรที่จะสร้างความประทับใจให้กับกรรมการและผู้ชมบ้าง?

  • พี่ว่าถ้าเป็นคนคุยเก่งหน่อยก็จะดี  ถ้าเราโชคดีมีโค้ชกดเลือกแล้วหันมาสัก 1 คน เราร้องจบเพลงเค้าก็ต้องหันมาถามชื่อเรา คุยกับเรานิดหน่อย เราอาจจะทำให้รายการน่าสนใจมากขึ้น ทำยังไงให้คนดูประทับใจในตัวเรา แบบไอ้นี่มันขำ ไอ้นี่มันน่ารักดี ถ้าคนมันมีคาแร็กเตอร์ชัดๆ ก็ปล่อยมุขไปเลย อย่างพี่ที่เห็นในรายการ พี่ก็ปล่อยความเป็นตัวเอง  มีมุขอะไรก็พูดออกมาเลย หรืออย่าง อิงกฤต(ทีมโค้ชโจอี้) เค้าจะมีมุขขำๆ กวน ๆ  ของเค้า หรืออย่างฟาร์ม (ทีมโค้ชแสตมป์)เค้าก็จะมีมุขฮาแบบซื่อๆ เป็นเอกลักษณ์ของเค้า

image_6463
- ที่มารูป: fbcdn-sphotos-a-a.akamaihd.net
สิ่งที่ทำให้โค้ชกดหันมา?

  • จุดที่หนึ่ง พี่ว่าคงไม่มีใครเคยเห็นสาวประเภทสองที่มาร้องเพลงแจ๊ส สองคือโทนเสียงพี่ไม่มีใครเหมือน เชื่อมั้ยว่าทุกวันนี้ยังมีการถกเถียงกันเวลาที่พี่ไปร้องเพลงว่า ทำไมไม่ร้องเสียงผู้ชาย ทั้ง ๆ พี่ก็ร้องคีย์ของผู้ชายนะ งงมั้ย(หัวเราะ) ด้วยโทนเสียงและวิธีการร้องของพี่ ถึงพี่จะร้องเพลงในคีย์ผู้ชาย บางคนที่เค้าไม่เข้าใจจริง ๆ ก็จะคิดว่าพี่ร้องคีย์ผู้หญิงอยู่ดี บางทีพี่ก็งง เพราะพี่ก็ร้องเสียงปกติของพี่นะ มันเลยเป็นจุดเด่นว่า ถ้าได้ยินแบบนี้ที่ไหน คนก็จะรู้ว่าเป็นเสียงเรา ก็เหมือนเวลาเราเปิดเพลง บางทีเรายังไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร แต่จำเสียงนักร้องได้ว่าอาจจะเป็นพี่เบิร์ด พี่คิ้ม อะไรทำนองนั้น

image_6461
- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net
ทราบมาว่าเป็นช่างแต่งหน้าด้วย การแต่งหน้าแต่งตัวไป Audition ควรจะเป็นยังไง?
สำหรับการแต่งหน้า ส่วนมากทีมงานจะมีการจัดการดูแลให้อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเวทีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ The Voice หรือไม่ใช่การถ่ายรายการออกทีวี ต้องออกไปตามเวทีต่างๆ นอกสถานที่ ต้องดูแลตัวเอง ควรจะแต่งหน้าให้สมกับวัยมากที่สุด
- ที่มา: sistacafe.com

  • ส่วนตัวพี่ไม่ชอบเลยเวลาเด็กประกวดร้องเพลงแต่แต่งหน้าแบบดูเลยวัยมาก มันดูไม่เป็นเด็กอะ โอ้โห ทำไมจะต้องมาบล็อกตา ติดขนตาเป็นแผง คิ้วโก่งๆ ทาปากสีบานเย็นขนาดนั้น การประกวดร้องเพลงตามเวทีทั่วๆ ไป ควรจะแต่งหน้าให้มันสมวัยดีกว่า ให้รู้สึกว่าดูแล้วไม่แก่แดด มันจะน่าเอ็นดู จะทึ่งว่าเด็กตัวเล็กๆ ดูน่ารัก ดูใสๆ ทำไมถึงร้องเพลงได้อลังการขนาดนี้ มันดูน่าเซอร์ไพรส์กว่าค่ะ

image_6466
- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net

  • ส่วนเรื่องเสื้อผ้า บางคนร้องเพลงออกมาเป็นสไตล์ของตัวเองดีมาก แต่เสื้อผ้ามันไม่ผ่าน ถ้าแต่งตัวแก่เกินไปก็ดูไม่เหมาะสม หรือประเภทที่มันดูไม่แมทช์กัน เช่นท่อนบนปกปิดมิดชิด แต่ท่อนล่างวับๆ แวมๆ มันก็ดูไม่เข้ากัน ที่สำคัญคือต้องดูความเหมาะสม แต่งให้สมวัยและดูเรียบร้อยดีกว่า

อย่างนี้แสดงว่าการแต่งหน้าและแต่งตัวก็สามารถฆ่าเราได้เหมือนกัน?

  • ใช่ค่ะ เพราะมันจะรู้สึกว่าไม่ประทับใจ ดูแล้วไม่เจริญหูเจริญตา คืออาจจะประทับใจในเสียงร้อง แต่พอลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าเห็นเสื้อผ้าคนร้องแล้วมันจะดูน่าตกใจมากกว่า เพราะฉะนั้นอย่าแต่งตัวเยอะ ทั้งหมดทั้งมวลคือควรเป็นตัวของตัวเอง สังเกตง่าย ๆ อย่าง The Voice ในรอบ Blind audition  แต่ละคนดูเป็นตัวเองกันหมด  จะไม่มีการมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนอะไรของเรามากเท่าไหร่ อย่างของพี่ พี่ก็เตรียมเสื้อผ้าไปเอง เพราะชอบแต่งลุคคุณนาย ก็ใส่ไปให้มันดูเป็นตัวเราจริงๆ

  • แล้วอย่างเรื่องทรงผม บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองหน้าใหญ่ หน้าผากกว้าง เลยเอาผมมาปิด พอปิดไปหมด ตอนร้องเพลงก็ไม่ได้สบตา ไม่มี Eye contact กับใครเลย เพราะคนอาจจะมองมาไม่ถึง แบบนี้ก็ไม่ดี จริงๆ ทำผมไปก็ได้ค่ะ ให้มันดูเปิดหน้าหน่อยก็ดี เพราะว่าคนดูจะได้สัมผัสและเห็นแววตาของเราเวลาที่เราร้องเพลง ว่าเราแสดงอารมณ์อะไรยังไง หรืออย่างผมหน้าม้า ก็เล็มให้มันพอดีๆ อย่าให้บังตาของเรามาก

image_6474
- ที่มารูป: fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net
เรื่องท่าทางการแสดงบนเวที มีอะไรที่อยากแนะนำมั้ย?

โดยส่วนตัวพี่คิดว่า อย่าพยายามคิดท่าทางเอาไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือเราควรจะเข้าใจเนื้อเพลงทุกคำ บางคนเถียงว่าตัวเองอินแล้วเข้าใจเนื้อหาเพลงแล้ว นั่นอาจจะเข้าใจโดยรวมเท่านั้น อาจจะต้องเอาเนื้อเพลงออกมากางดู เพื่อทำความเข้าใจให้หมดทุกช่วงทุกคำ พอเราเข้าใจปุ๊บ คนเรามันมีกลไกอัตโนมัติ เหมือนตอนเวลาเราพูด มือไม้มันก็ไปของมันเอง ออกมาตามความรู้สึกนึกคิด ณ ตอนนั้น

ท่าทางของเราเวลาร้องเพลง ถ้ามันออกมาตามความรู้สึกภายใน มันก็จะดูเป็นธรรมชาติที่สุด ดีกว่าการคิดท่าไว้แต่แรก ที่พอร้องแล้วมันไม่เป็นไปตามท่าที่วางไว้ มันจะเกิดการลืมเนื้อขึ้น
- ที่มา: sistacafe.com
image_6472
- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net
สุดท้ายนี้ อยากจะฝากอะไรบ้างให้กับคนที่สนใจอยากจะไป Audition?

  • ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ถ้ามันไม่ได้เป็นการทำให้ใครเดือดร้อน อย่างการไป Audition เมื่อเราพร้อมและคิดว่าน่าจะไปลองดูก็ไปเลย ไม่ลองก็ไม่รู้ ได้ไม่ได้นั่นอีกเรื่องนึง มันต้องมีความตั้งใจจริงที่จะไป ทำซะเถอะ ดีกว่ามานั่งเสียดายทีหลัง บางทีคนเราก็ควรคว้าโอกาสไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป

image_6477
- ที่มารูป: scontent-sin1-1.xx.fbcdn.net

ได้เทคนิคสำหรับการเตรียมตัวไปออดิชั่นจากพี่จอห์นนิเฟอร์มากมายขนาดนี้ ปีนี้ใครที่สนใจจะไปประกวดร้องเพลง ไม่ว่าเวทีไหน ๆ เราขอเอาใจช่วยนะคะ ^_^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @