This website uses cookies. Cookies remember you so we can give you a better online experience. Learn more. OKAY, THANKS

1434036527 p196me0rc01ma51rkpmne1e5ki7f3
1582704747 cat lifestyles color
ไลฟ์สไตล์

ล้วงลึกทุกเคล็ดลับการออดิชั่น The Voice Thailand !

The Voice Thailand Season 4 ใกล้จะเปิดรับสมัครออดิชั่นแล้ว งานประกวดร้องเพลงแบบนี้ คงมีหลายคนสนใจจะไปลองแข่งดู มาดูเคล็ดลับดีๆ จากพี่จอห์นนิเฟอร์ The Voice จากซีซั่นที่แล้วกันค่ะ


» »
Sistacafe button sharefb
Down

เลือกอ่านตามหัวข้อ

  • [แสดง]
  • [ซ่อน]
    • มีเทคนิคในการเลือกเพลงไปแข่งยังไงบ้าง?

    • เมื่อเลือกเพลงที่จะร้องได้แล้ว นอกจากการซ้อม ควรมีการทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

    • ก่อนที่จะไป audition มีการซ้อมร้องเพลงหนักแค่ไหน?

    • ดูแลสุขภาพยังไงบ้าง เพราะว่ามันอาจจะมีผลต่อเส้นเสียงเหมือนกัน?

    • รู้สึกเครียด นอยด์ หรือกดดันบ้างมั้ยในช่วงของการแข่งขัน?

    • ก่อนขึ้นเวทีเป็นช่วงที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้เข้าแข่งขัน มีวิธีจัดการกับอาการตื่นเวทียังไงบ้าง?

    • การเลือกเพลงมาร้องในรอบ Pre-audition สามารถเลือกแต่เพลงแนวที่เราถนัดแนวเดียวเลยได้มั้ย?

    • มีวิธีการอะไรที่จะสร้างความประทับใจให้กับกรรมการและผู้ชมบ้าง?

    • สิ่งที่ทำให้โค้ชกดหันมา?

    • ทราบมาว่าเป็นช่างแต่งหน้าด้วย การแต่งหน้าแต่งตัวไป Audition ควรจะเป็นยังไง?

    • เรื่องท่าทางการแสดงบนเวที มีอะไรที่อยากแนะนำมั้ย?

    • สุดท้ายนี้ อยากจะฝากอะไรบ้างให้กับคนที่สนใจอยากจะไป Audition?

    สวัสดีค่ะ หากใครได้ติดตามรายการ The Voice Thailand season 3  คงจะจำผู้เข้าแข่งขันคนนี้ในทีมของโค้ชโจอี้ บอยกันได้ ในรอบ Blind Audition  เธอเปิดตัวมาด้วยเพลง Misty ซึ่งมีโค้ชถึง 3 คนกดเลือก ไม่ธรรมดาจริง ๆ นอกจากร้องเพลงเพราะแล้ว เธอยังมีดีกรีเป็นถึงช่างแต่งหน้าที่มีประสบการณ์ในการแต่งหน้ามาอย่างมากมาย พูดมาถึงตรงนี้หลายคนคงจะร้อง “อ๋อ” กันแล้วใช่มั้ยคะ เธอคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “จอห์นนิเฟอร์ The  Voice”  ซึ่งวันนี้พี่จอห์นมาพูดคุยถึงการที่ได้ไปจับไมค์ร้องเพลงบนเวที The Voice มา พร้อมกับคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับใครที่สนใจอยากไปประกวดร้องเพลงค่ะ

    มีเทคนิคในการเลือกเพลงไปแข่งยังไงบ้าง?

    เลือกเพลงที่เราถนัด ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว อย่าพยายามเลือกเพลงที่เราชอบแต่ไม่ถนัด เพลงที่เราชอบร้อง ร้องมาจนคล่องแล้ว มันจะช่วยคลายความตื่นเต้นไปได้บ้าง อีกอย่างเรื่องความฮิตของเพลงมีส่วนช่วยอยู่มากค่ะ ควรเป็นเพลงที่หลายคนรู้จัก ซึ่งอาจจะเป็นเพลงฮิตในอดีตแล้วยังมีคนร้องตามได้ อย่าเลือกเพลงที่ลึกเกินไป ลึกของพี่ในที่นี้คือเป็นเพลงที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพลงบางเพลงอาจจะเพราะ และเป็นเพลงที่เราชอบ เราร้องออกมาได้ดี แต่ถ้าคนฟังหรือกรรมการเค้าไม่คุ้นหู มันไม่ปัง! เราก็อาจจะจบได้เหมือนกัน!

    เมื่อเลือกเพลงที่จะร้องได้แล้ว นอกจากการซ้อม ควรมีการทำอะไรเพิ่มเติมบ้าง?

    อย่ามีแค่ความมั่นใจและความอยากที่จะแข่งร้องเพลงไปอย่างเดียวโดยที่ไม่มีการเตรียมตัวอะไรเลย อย่ามั่นใจว่าตัวเองร้องเพลงไม่เพี้ยน บางทีนักร้องมืออาชีพยังมีพลาดกันเลย ให้ Play save ที่สุดเลยนะ ควรจะเตรียม Backing Track ไปด้วย และถ้าเป็นไปได้อีก ปรับตามคีย์ที่เราร้องถนัดและถึง เพราะ Range เสียงของแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว และบางทีเพลงที่เราเลือกคีย์ที่ร้องตามนักร้องต้นฉบับ มันอาจจะไม่เพราะเท่ากับคีย์ที่เราร้องเอง

    การ audition ก็เหมือนเวลาที่เราไปสมัครงาน ต้องเตรียมความพร้อม อำนวยความสะดวกให้กับทางทีมงานให้ได้มากที่สุด

    หากเป็นไปได้ ควรจะมี Backing Track ที่เอามาด้วย การไรท์ใส่แผ่น CD เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด เราจะมั่นใจได้ว่า Backing Track ที่เอามา พอเปิดกรึ๊บ เล่นเพลงได้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน เรียง Track มาให้เรียบร้อย อย่างพี่เองเลือกร้องสไตล์เพลงแจ๊ส เป็นหลัก ก็จะมีทั้งเพลงไทยและสากล ช้าและเร็วอย่างละ 1 ทั้งหมด 4  เพลง อย่างน้อยเพลงที่เอามาควรมีทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว เวลาทีมงานเค้าคัดเลือก เราก็จะสามารถบอกได้เลยว่าเพลงนี้เพลงนั้นอยู่ Track ที่เท่าไหร่ (เตรียมพร้อมได้แบบนี้คนคัดเลือกเค้าก็สบายใจ) ใช่ค่ะ คนที่คัดเลือกเค้าจะได้อุ่นใจว่าเรามาพร้อมจริงๆ

    ควรจะฝึกร้องอยู่หน้ากล้อง ง่ายๆ เลย จะใช้กล้องมือถือหรือกล้องอะไรก็ได้ อัดแล้วดูตัวเองว่าเป็นธรรมชาติแค่ไหน มี Eyes contact แค่ไหน

    ก่อนที่จะไป audition มีการซ้อมร้องเพลงหนักแค่ไหน?

    ที่บอกไปข้างต้นว่าให้เลือกเพลงที่เราชอบ เพราะพี่คิดว่าเพลงที่เราชอบมันน่าจะเป็นเพลงที่เราร้องมาช้ำแล้ว คล่องแล้ว จะได้ลดความลำบากในการท่องจำเนื้อเพลง เพราะเราร้องจนเราชำนาญแล้ว จะได้ไม่ต้องซ้อมเยอะ 

    แต่ถ้าเพลงไหนที่มีรายละเอียดเยอะหน่อย ก็ต้องดูเรื่องการแบ่งวรรคตอนว่าจะทิ้งเสียง ลากเสียง หรือหยุดหายใจตรงไหน ก็อาจจะต้องมีการโน้ตไว้ แล้วก็ต้องซ้อมเรื่องรายละเอียดของเพลงนั้นๆ 

    ซ้อมหนักไม่หนักนี่คงต้องแล้วแต่สกิลของแต่ละคน แต่ถ้าตอนไหนซ้อมแล้วรู้สึกว่ามันไม่ดีสักที ก็พอก่อน อย่าดันทุรังซ้อมต่อ ไปทำอย่างอื่นก่อนให้สบายใจ แล้วค่อยกลับมาซ้อมต่อ เหมือนกับเวลาท่องบทหรือท่องคำศัพท์นั่นแหละ

    อย่างเพลง Misty ที่พี่ร้องในรอบ Blind audition พี่ก็ร้องจนคล่อง แต่จะมีจุดที่เราจะเน้นไว้ว่าจะต้องลากท่อนที่จบแบบสวยๆ  ประมาณกี่วินาที ก็ต้องฝึกจนเราจำได้ แล้วก็ท่อนแรกที่ขึ้นมาของเพลงนี้คือ “Look at me” มันก็เป็นการบอกอยู่แกน ๆ ให้เขาหันมามองเรานั่นแหละค่ะ

    เพลง Misty ที่พี่จอห์นนิเฟอร์ร้องในรอบ Blind Audition

    ดูแลสุขภาพยังไงบ้าง เพราะว่ามันอาจจะมีผลต่อเส้นเสียงเหมือนกัน?

    สำหรับการไป Audition จะต้องไปแต่เช้า  ก่อนวันที่จะไปควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนเรื่องการดื่มน้ำเย็น น้ำอุ่น ความเห็นส่วนตัวของพี่ พี่ว่าแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างตัวพี่เองพี่เป็นคนดื่มน้ำอุ่นจัดถึงร้อนไม่ได้ เพราะมันจะเป็นการขับเสมหะออกมา แต่บางคนจะชอบเพราะดื่มน้ำอุ่นแล้วมันโล่งคอ
    Content quotation bg
    Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
    Content quotation bg


    ดาวน์โหลดแอพ
    ดาวน์โหลดแอพดาวน์โหลดแอพ

    นักคัดสรร

    1428980850 a38ccdeec581c000

    Sista Peony

    Content quotation bg
    大家好! 我姓张, 叫婷婷。 สวัสดีค่ะชาว Sistacafe ทุกคน Peony (พีโอนี่) ค่ะ แปลว่า ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้จีนที่เราชอบมาก ๆ เราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่รักสวยรักงาม และชอบเรื่องการเขียนมาก ๆ มีเทรนด์อะไรก็พยายามศึกษาและติดตามตลอด มีอะไรใหม่ๆ เข้ามา เราจะคอยหมั่นมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ชาวซิสตาได้ชมกันน้า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
    ► อ่านต่อContent quotation bg
    Icon ranking

    อันดับบทความประจำวัน

    (หมวดไลฟ์สไตล์)

    Variety By SistaCafe

    Icon feature 100x100

    Feature

    กิจกรรม SistaCafe