(รีวิว) เจลลดรอยแผลเป็น ! หยุดยาวนี้ใครไปให้เสริม/จิ้ม/ผ่ามาต้องอ่าน !

(รีวิว) เจลลดรอยแผลเป็น ! หยุดยาวนี้ใครไปให้เสริม/จิ้ม/ผ่ามาต้องอ่าน !

ใครกำลังหาคนมีประสบการณ์ตรงรักษารอยแผลเป็นหลังเสริม/จิ้ม/ผ่า ขอให้จิ้มเลยค่าาาาาาาาาา

20 January 2020
kninibear
20 January 2020


ใครกำลังหาคนมีประสบการณ์ตรงรักษารอยแผลเป็นหลัง เสริม/จิ้ม/ผ่า ขอให้รู้เลยค่ะว่าคุณ จิ้ม ถูก แล้ว


เพราะบทความนี้เราเขียนขึ้นมาเพราะอยากบอกต่อเจลลดรอยแผลเป็นสำหรับคนที่ไปทำศัลยกรรมมาละกำลังมองหาเจลลดรอยแผลเป็นอยู่ค่ะ


ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้ตั้งใจจะมาเขียนรีวิวตั้งแต่แรก เลยไม่ได้ถ่ายรูปตอนตัวเองรักษาแผลของตัวเองไว้ค่ะ แต่บังเอิญว่ารู้สึกชอบเจลหลอดนึงขึ้นมา ที่เราเพิ่งได้มีโอกาสใช้หลังไปทำศัลยกรรมมา ซึ่งเจลตัวนี้ได้ผลมากกับแผลศัลยกรรมของเรา ก็เลยตัดสินใจมาเขียนรีวิวบอก ต้องขอโทษที่ไม่ได้มีรูปภาพประกอบมาก่อนเลยค่ะ ถ้าในอนาคตมีโอกาสไปทำอีก จะถ่ายตั้งแต่แรกแล้วมาเพิ่มรูปในบทความนี้ให้นะคะ


บทความนี้เราตั้งใจจะพาทุกคนมาทำความรู้จักเจลอันนี้จริงๆ จะพยายามเขียนละเอียดที่สุดเท่าที่รู้ละก็หาข้อมูลมันได้เนอะ


เอาล่ะ มาเริ่มจากหน้าตาของมันก่อนน้า สภาพอาจจะดูเก่าๆนิดนึง ใกล้หมดแล้วค่ะเพราะใช้มาสักพักใหญ่ๆ เลย


image_969555


หน้าตาหลอดเป็นแบบนี้เลยค่ะ ก่อนจะซื้อมาลองใช้ เราค่อนข้างอ่านรีวิวเยอะพอสมควร อ่านหลายๆยี่ห้อแล้วก็เอามาชั่งน้ำหนักดูว่าหลอดไหน ยี่ห้อไหนที่เราคิดว่าเวิร์คที่สุด จนไปซื้อ Mederma มาค่ะ เพราะเรายังไม่เคยลองใช้เลย ถึงราคาแค่ 3-4 ร้อยบาทก็ต้องคิดเนอะว่าจะซื้ออะไรให้คุ้มค่า55555 (เพราะเราเสียเงินค่าศัลย์ไปเยอะแล้วไง5555555555)



เหตุผลที่ทำให้ซื้อเจลหลอดนี้

1.ไม่ต้องทาบ่อยวันละ 1 ครั้งก็พอ

2.ผ่านการวิจัยจากประเทศเยอรมนี

3.เห็นหลาย ๆ คนผิวแพ้ง่าย ก็สามารถใช้ได้

4.เป็นเจลสูตรเข้มข้น (เลยคิดว่าน่าจะรักษาแผลได้เร็ว)




มาเริ่มจากการแกะส่วนผสมของเจลหลอดนี้ก่อนเลยค่ะ



image_969556


ดูทีละอย่างเลยเนอะ เราจะพูดถึงแค่ส่วนผสมหลักๆเนอะ ถ้าพูดถึงทั้งหมดน่าจะไม่ไหว (ถ้ามีข้อมูลส่วนไหนผิดสามารถแย้งได้เลยนะคะ เราก็หาข้อมูลมาอีกทีจ้ะ)


1.Cepalin เริ่มจากส่วนผสมแรกเลยค่ะ ก็คือ Cepalin มันก็คือสารสกัดจากหัวหอมหรือชื่อที่คุ้นหูก็คือ Allium cepa ซึ่งเป็นสารสกัดที่ถ้าใครใช้เจลลดรอยแผลเป็นหรืออ่านรีวิวบ่อยๆจะรู้ได้เลยว่ามีอยู่ในเจลลดรอยแผลเป็นทุกยี่ห้อจริงๆ แต่ว่าความพิเศษของยี่ห้อนี้ก็คือ เขาจดสิทธิบัตรการคิดค้นสารสกัดจากหัวหอมที่ไม่เหมือนกับคนอื่น เลยเรียกว่า Cepalin นั่นเอง ซึ่งสารสกัด Cepalin นี้ จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษารอยแผล กระตุ้นการสมานแผลมากกว่า Allium cepa นั่นเองค่ะ (หรือนี่เป็นที่มาว่าทำไมตัวนี้ทาแค่วันละครั้งพอนะ เพราะสารสกัดมันเข้มข้น เราก็ไม่รู้5555)


2. Allantoin ส่วนผสมที่ 2 Allantoin นั่นเองค่ะ (ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าออกเสียงว่ายังไง ผู้รู้บอกทีค่ะ 5555) ตัวนี้เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ นี่ก็มีในยาหลายๆ ตัวเหมือนกัน โดยที่เท่าที่เราอ่านมาสรุปได้ว่าถ้ามี Allantoin ในส่วนผสมก็สบายใจได้เลยเพราะว่ามันจะเข้าไปช่วยลดการระคายเคืองที่จะเกิดกับผิวเรา แล้วก็ช่วยเรื่องความชุ่มชื่น ไม่ทำให้ผิวของเราตรงที่เป็นแผลแห้งด้วยค่ะ


ส่วนตัวเราว่า 2 ตัวหลักนี้ค่อนข้างเป็นส่วนผสมที่ทำให้แผลหายเร็วแล้ว ตัวอื่นๆ ก็ทั่วๆ ไปค่ะ


มาที่เนื้อของผลิตภัณฑ์ต่อกันนะคะ


image_969557


เนื้อของเจลนี้เป็นเจลใสออกสีขุ่นๆ เล็กน้อย แบบในรูปนี้เลยค่ะ เนื้อของเจลมีความกึ่งเหลวกึ่งหนืด ซึ่งเรามองว่ากำลังพอดีสำหรับการเกาะผิวได้ดี ไม่เหลวจนเกินไปละทำให้เนื้อเจลไม่เกาะตรงแผลเป็นของเราค่ะ


image_969558

พอเกลี่ยแล้วเนื้อเจลค่อนข้างบางเลยค่ะ ค่อนข้างแห้งเร็วกว่าหลายๆ เจลที่เคยใช้มา จะเรียกว่าแห้งได้ไหม ต้องเป็นมันซึมเร็วมากกว่าค่ะ แต่ยังรับรู้ได้ว่ายังมีเจลที่เกาะอยู่ที่ผิวของเรานะ งงกันไหมคะ55555 โดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกหนักผิวถ้าจะทาบ่อยๆ แต่ข้างกล่องบอกว่าใช้วันละ 1 ครั้งก็เชื่อ ไม่ดื้อค่า เพราะช่วงแรกๆ ดื้อแล้วขี้เกียจไปเอง


วิธีใช้ : ทาบางๆ เพียงบริเวณที่ต้องการ วันละ 1 ครั้ง


ทางแบรนด์เคลมว่า : เริ่มเห็นผลหลังใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ขึ้นไป


ทริคส่วนตัว : เวลาเราทาเจลลดรอยแผลเป็น เราจะรอให้แผลเราแห้งก่อนนะคะ ประมาณ 7-10 วันก็จะเริ่มแห้งแล้ว หลังจากนั้นก็จะเริ่มทาเจลลดรอยแผลเป็น แล้วก็ยายามไม่ไปแคะ/แกะ/เกาตรงที่เป็นแผลด้วย เพราะมันจะไปทำระคายเคืองตรงผิวเรา อาจจะทำให้แผลหายช้าลงด้วยนะ


ผลลัพท์หลังใช้เจลตัวนี้


ด้วยความที่เราเป็นแผลผ่าตัด เราเลยเริ่มทาหลังจากเราตัดไหมแล้ว แผลเราก็เริ่มแห้งพอดี มีสะเก็ดเล็กน้อย นิดๆ หน่อย เราก็เริ่มเลยค่ะ ทาที่แผลของเราทุกวัน แรกๆ เราทาวันละ 2 ครั้ง เพราะแอบกังวลกลัวแผลเป็นจะอยู่ แต่พอผ่านไป 4-5 วันก็ขี้เกียจละ ทาน้อยลง เหลือแค่วันละ 1 ครั้ง


เราทาทุกวันหลังอาบน้ำ ก็รู้สึกเลยว่าแผลเราแห้งเร็วกว่าปกติ (หรือคิดไปเอง) ตัวแผลเราที่เรากลัวว่าจะเป็นคีลอยด์ก็ไม่เป็น ซึ่งข้อนี้ชอบมาก เพราะถ้าเป็นคีลอยด์คงไม่เวิร์คมากๆ ประมาณ 2 เดือนแผลเราก็จางลงจนแทบไม่มีแล้วค่ะ จริงๆ เริ่มเห็นว่าจางลงตั้งแต่ประมาณ 2 อาทิตย์แรก แต่ใช้ไปเรื่อยๆ เพราะกลัวเป็นรอยดำอีกจนประมาณ 2-3 เดือนก็หยุดใช้ค่ะ เพราะแทบไม่เหลือรอยแผลแล้วค่ะ


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @