ล้างหน้าผิด ชีวิตเปลี่ยน! 7 สิ่งที่บอกว่าเธอ 'ล้างหน้าไม่เป็น' ผิวไม่สะอาด #เพราะงี้สิวถึงบุก

ล้างหน้าผิด ชีวิตเปลี่ยน! 7 สิ่งที่บอกว่าเธอ 'ล้างหน้าไม่เป็น' ผิวไม่สะอาด #เพราะงี้สิวถึงบุก

ขั้นตอนล้างหน้าอาจจะดูง่าย ก็แค่บีบโฟมใส่มือ แล้วก็ถูๆ ให้ทั่วหน้า ล้างด้วยน้ำสะอาด แค่นี่จะไปยากอะไร??
ตื๊ด ตื๊ด ผิดถนัดจ้า! ล้างหน้านี่แหละตัวตัดสิน ว่าสิวจะบุกหรือหน้าจะใส มาเช็คดีกว่าว่าที่ทำอยู่ทุกวัน เรียกว่า 'ล้างหน้าเป็น' รึเปล่า

19 September 2020
Mollacake
19 September 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่อยากหน้าใสปิ๊ง! ทั้งหลาย

หากสาวซิสได้ดู Skincare Routine Vlog ของบิวตี้บล็อกเกอร์ต่างชาติในยูทูปบ่อยๆ  เธอจะสังเกตได้ว่า ทุกคนจะมีซีนคล้ายๆ กัน คือยืนที่อ่างล้างหน้า หน้าสดรวบผมขึ้นเพื่อเตรียม ' ล้างหน้า ' กันหมด เพราะขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิว คือการทำความสะอาดหน้านั่นเอง แต่เท่าที่เราเคยดู ก็ไม่ใช่ทุกคนจะ ' ล้างหน้าเป็น ' บางคนแค่เห็นจากสภาพผิว ก็รู้เลยว่าเขาน่าจะล้างไม่ถูกวิธีค่ะ

image_1004824
- ที่มารูป: images.innisfree.co.kr

เราอาจจะคิดว่า ล้างหน้าก็แค่วักน้ำใส่หน้าให้เปียก บีบโฟมใส่มือ ถูๆ แล้วก็ล่างออก แค่นี้จบ มันก็ถูกส่วนหนึ่งค่ะ แต่ถ้าอยากกำจัดปัญหาสิวให้ยั่งยืน ก็ต้องใส่ใจและพิถีพิถันในการล้างระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะหากเตรียมผิวขั้นพื้นฐานที่สุดไม่ดี การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ต่อจากนั้น ก็อาจไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร เหมือนก่ออิฐสร้างบ้าน ถ้าชั้นล่างสุดไม่มั่นคง ชั้นบนๆ ก็เตรียมพังครืนลงมาได้เลย

บทความในวันนี้ จึงขอมาแนะนำสาวๆ กับ ' 7 สิ่งที่บอกว่า เธอล้างหน้าไม่เป็น ' หรือไม่ถูกวิธี ทำร้ายผิวหน้าโดยไม่รู้ตัว เพื่อสาวๆ จะได้รู้และนำไปปรับใช้อย่างถูกต้องกัน บางทีเธออาจล้างหน้าผิดมาตลอดก็เป็นได้ ใครจะรู้! อย่ารอช้า ไปดูกันว่ามีข้อไหนที่เธอเผลอทำโดยไม่รู้ตัวบ้าง (╥﹏╥)

1. ล้างหน้าสะอาดเกินไป ก็ใช่ว่าจะดี!
image_1004734
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-7.fna.fbcdn.net

สาวๆ หลายคนมีความเชื่อผิดๆ ว่า ถ้าอยากให้หน้าสะอาด ต้องล้างหลายๆ รอบ ยิ่งเยอะยิ่งดี บางคนล่อไป 3-4 รอบต่อวัน เช้า สาย บ่าย เย็น เผลอๆ ล้างตอนพักเบรกอีก จนหน้าแห้งแดงแสบไปหมด ผิดมาก พักก่อน พักเดี๋ยวนี้! ที่ถูกต้องคือ เธอไม่ควรทำความสะอาดผิวหน้า ( และผิวกายด้วย ) เกิน 2 ครั้งต่อวันค่ะ ถ้าเยอะกว่านั้นคือเริ่มไม่เฮลตี้กับผิวแล้วเด้อ!!

ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ ตอนเช้าหลังตื่นนอนทันที และตอนค่ำก่อนเข้านอน ' เท่านั้น ' หากสาวๆ เป็นสายฟิตเนส นักกีฬาที่เหงื่อเยอะ ต้องล้างหน้าบ่อยกว่านั้น ก็สามารถล้างหลังออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเสร็จได้ แต่พยายามใช้เวลาล้างหน้าให้น้อยที่สุด ใช้โฟมล้างหน้านิดเดียวพอ เอาแค่คลีนเหงื่อ คลีนน้ำมันออกพอ แล้วค่อยไปล้างแบบจัดเต็มตอนกลับบ้านค่ะ

ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า ในแต่ละครั้งที่เธอล้างหน้า นั่นคือการเปลือยผิวให้ปะทะน้ำกับคลีนเซอร์โดยตรง ซึ่งทำให้น้ำมันตามธรรมชาติบนใบหน้าถูกชะล้างออกไปด้วย ยิ่งล้างบ่อย น้ำมันก็ยิ่งน้อยลง หากผิวหน้าของเธอจับแล้วรู้สึกสากๆ แห้งๆ มีริ้วรอย ตีนกาขึ้นทั้งที่อายุยังน้อย ลองคิดทบทวนว่า ปกติล้างหน้าบ่อยไหม ถ้าใช่ นี่แหละค่ะสาเหตุ!

2. เอามือถูโฟมกับผิวหน้า 'นานเกินไป' ยิ่งถูนาน ยิ่งระคายเคือง!
image_1004735
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-3.fna.fbcdn.net

นอกจากล้างหน้าบ่อยแล้ว สาวๆ บางคนยังติดนิสัย ' ถูเอี๊ยดๆ ' กล่าวคือเวลาล้างหน้า ต้องใช้มือถูโฟมบนผิวหน้าให้เยอะที่สุด นานที่สุด บางคนถูที 5-10 นาที กลัวคราบสกปรกออกไม่หมด จนกว่าผิวจะมีเสียงเอี๊ยดถึงเลิกทำ - - แต่ซิสคะ ผิวหน้าไม่ใช่จานชามนะ ที่ต้องใช้ฟองน้ำถูจนกว่าจานจะสะอาด ผิวหน้าของเราบอบบางกว่านั้นมาก การทำแบบนั้น จะยิ่งเสี่ยงให้ผิวเสียดสี แห้งผาก หากเป็นคนผิวแพ้ง่าย อาจเป็นแผลเลือดซิบๆ ได้เลยทีเดียว!

การล้างหน้าที่ถูกต้องไม่ควรใช้เวลาเกิน ' 2 นาที ' ค่ะ ซึ่ง 2 นาทีคือรวมหมดแล้วทั้งทำให้หน้าเปียก บีบโฟม ถูหน้า ล้างออก ดังนั้นขั้นตอนถูหน้าจริงๆ ไม่ควรเกิน 30 วินาทีด้วยซ้ำ แค่ใช้มือลูบโฟมให้ทั่วใบหน้า นวดเบาๆ ( ย้ำว่านวด ไม่ใช่ถู ) แล้วล้างออกจะดีกับผิวหน้ามากกว่า ใครติดความเอี๊ยด ต้องเลิกนะ ถือว่าเราขอ!

3. ใช้คลีนเซอร์ 'ไม่เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง'
image_1004736
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-6.fna.fbcdn.net

เราเชื่อว่ามีสาวๆ หลายคนคิดว่า ' โฟมล้างหน้าตัวไหนก็เหมือนกันแหละ เลือกเอาที่ราคาถูกๆ ไว้ก่อนก็พอ ' จึงไม่เคยใส่ใจส่วนผสมของคลีนซิ่งโฟมอย่างจริงจัง ตัวไหนเซลส์ก็ซื้อ เปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ บางคนสายโหดใช้สบู่ฟอกตัว ฟอกหน้าเลยจ้า พอหน้าพัง หน้าแหก สิวขึ้นมายังไม่รู้เลยว่าเกิดจากโฟมยี่ห้อไหน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก! เพราะในความเป็นจริงแล้ว สาวๆ ทุกคนควรใช้โฟมที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองค่ะ

ยิ่งเป็นสาวผิวแพ้ง่าย ( sensitive skin ) ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะคลีนซิ่งโฟมทั่วไปตามท้องตลาด ยิ่งยี่ห้อที่เซลส์บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดที่ใส่สารลดแรงตึงผิว SLS เยอะๆ ใส่สี น้ำหอมแรง หากใช้แล้วปกติก็ดีไป แต่ถ้าใช้แล้วสิวบุกก็ซ่อมกันยาว แล้วจะเสี่ยงกับหน้าตัวเองไปทำไม? แนะนำให้สาวๆ เลือกใช้คลีนซิ่งโฟม หรือเจลล้างหน้าของแบรนด์เวชสำอางจะดีที่สุด เลือกที่เป็นสูตร Non-comedogenic ไม่มีสารกันเสีย สีและพาราเบน เช่น Cetaphil, Cerave, Curel. Smooth-E, Physiogel เป็นต้น หากใครยังไม่มีไอเดีย ก็ลองเข้าไปอ่านบทความข้างล่างกันได้เลย

 

4. สครับหน้าเอี๊ยดๆ หน้าจะพังก่อนสะอาดนะจ๊ะ!
image_1004737
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-3.fna.fbcdn.net

ก็จริงที่ว่า ถ้าสาวๆ อยากมีผิวหน้านุ่มเนียนสวย กระจ่างใส ต้องขยันผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วหลุดลอกออกเป็นประจำ หรือ ' สครับหน้า ' แบบที่ทำกับริมฝีปากและผิวกาย แต่ก็ต้องเว้นระยะบ้าง ไม่ใช่อยากสวยเร็วๆ ก็ขยันสครับขัดถูหน้ามันทุกวัน ผิวเริ่มแห้ง มีรอยแดงแล้วก็ยังไม่หยุด แบบนั้นผิวไม่ใสนะคะ แต่ผิวหน้าจะพังแทน! Y^Y 

ระยะเวลาสครับผิวหน้าที่เหมาะสมคือ ' ไม่เกินสัปดาห์ละครั้ง ' ( โฟมล้างหน้าสูตรสครับ ก็ถือเป็นสครับอย่างนึง ) และหากครบเวลาแล้วก็จริง แต่สภาพผิวหน้ายังไม่พร้อม ผิวไม่แข็งแรงพอก็ห้ามทำ เพราะจะยิ่งไปเร่งให้ผิวเกิดแผล เจ็บแสบ คราวนี้ไม่ได้สครับไปยาวๆ เลยเด้อ

5. น้ำล้างหน้า อุณหภูมิ 'ร้อน' กับผิวหน้าเกินไป
image_1004738
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-4.fna.fbcdn.net

ไม่ว่าสาวๆ จะเคลมว่าผิวหน้าตัวเองแข็งแรง สุขภาพดีแค่ไหน แต่ผิวหน้าก็คือผิวหนังของมนุษย์ ที่มีความบอบบางและละเอียดอ่อนอยู่ดี จึงต้องระวังและใส่ใจน้ำที่นำมาทำความสะอาดเป็นพิเศษ! ผิวหน้ากับผิวกาย การทนทานต่อความร้อนก็ต่างกัน ผิวหน้าจะเซนซิทีฟกว่า หากใช้น้ำที่อุณหภูมิร้อนๆ สำหรับผิวกายอาจจะกำลังดี แต่ผิวหน้าคือแดงแจ๋เป็นกุ้งโดนน้ำร้อนลวกแล้ว แบบนี้ก็ไม่โอเคเด้อ ( เผลอๆ ถ้าใช้ฝักบัวที่สายน้ำแรงๆ ฉีดหน้า หน้าเป็นแผลไปเลยก็มี )

เราแนะนำให้สาวๆ ยอมยุ่งยากสักหน่อย คือปรับอุณหภูมิแบบ lukewarm หรือพออุ่นๆ ล้างผิวหน้าก่อน แล้วค่อยปรับเป็นร้อนกว่านั้นเพื่อใช้กับผิวกาย จะช่วยเซฟสภาพผิวหน้าตามธรรมชาติได้ดีกว่า ผิวสะอาดเปลั่งปลั่ง ไม่ทำให้น้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหน้าหลุดออกไปเยอะจนเกินพอดีค่ะ

6. ใช้กระดาษเช็ดหน้า (Facial Wipes) ไม่ถูกวิธี
image_1004739
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-5.fna.fbcdn.net

สำหรับสาวๆ บางคนที่กลับบ้านมาแล้วเหนื่อย เพลีย อยากหลับคาโซฟาไปเลย ขี้เกียจล้างหน้า ก็มักจะมี ' Facial Wipes ' หรือเรียกง่ายๆ ว่าทิชชู่เปียกเช็ดหน้า ไว้ลบเครื่องสำอางหรือครีมกันแดดบนหน้า เช็ดแบบลวกๆ แล้วเผลอหลับไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีกับผิวหน้ามากๆ!! เพราะยังไง facial wipes ก็ไม่สะอาดเท่าการล้างหน้าด้วยคลีนซิ่งโฟมกับน้ำสะอาดหรอกนะ! ยิ่งเช็ดแล้วทิ้งผิวหน้าแบบนั้นไว้ทั้งคืน สิวเม็ดเป้ง สิวอักเสบบุกแน่ เช็ดแรงไปผิวก็มีแผลอีก - -

ยอมเสียเวลาช่วงก่อนนอนสักนิด ไปล้างหน้าแบบดีๆ ที่ห้องน้ำจะดีกว่า ใช้น้ำอุ่นนิดๆ กับคลีนซิ่งโฟมหรือเจลสูตรอ่อนโยน จะดีที่สุด ใช้เวลาเยอะกว่ากันไม่กี่นาที แต่แน่ใจได้ว่าสิ่งสกปรกถูกชะล้างออกไปจนหมดแน่ๆ หลับสนิททั้งคืน สิวไม่มากวนใจแน่นอนค่ะ

7. เอาผ้าเช็ดตัวซับหน้ารึเปล่า? เอาผ้าไปซักบ้างนะจ๊ะ
image_1004740
- ที่มารูป: instagram.fbkk2-7.fna.fbcdn.net

เชื่อว่าสาวซิสเกินครึ่ง หลังล้างหน้า ล้างตัวเสร็จก็เช็ดหน้าด้วย ' ผ้าขนหนู ' ที่เอาไว้เช็ดตัวนั่นแหละ มีทำไมหลายผืน วุ่นวาย -..- แต่ที่จริงไม่ดีต่อสุขภาพผิวหน้าเลย เพราะผ้าขนหนูเช็ดตัวคือแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่แท้จริง คิดดู เช็ดมาทั้งตัวแล้วเอามาเช็ดหน้าต่อ เผลอๆ ผ้าชิ้นนั้นก็ไม่ค่อยได้ซักอีก เปียกชื้น ราขึ้น เราเคยเห็นเพื่อนคนนึงใช้ผ้าเช็ดตัวตัวเดิม ไม่ซักเลยมาเป็นเดือนๆ ก็คือ... เอ่อ อ่าไม่พูดดีกว่า

อยากให้ผิวใส สวย สิวไม่กวนใจ ควรซักผ้าเช็ดตัวบ่อยๆ ดีที่สุดคือซัก ' ทุกวัน ' และแยกผ้าขนหนูเช็ดหน้ากับเช็ดตัวให้ชัดเจนไปเลย เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราจากการหมักหมม แต่ถ้าพอมีงบ บิวตี้บล็อกเกอร์บางคนจะใช้กระดาษทิชชู่สำหรับเช็ดหน้าโดยเฉพาะ เช็ดแทนผ้าขนหนูไปเลย เพื่อลดการเสียดสีกับผิวหน้า แต่ก็จะเปลืองเงินนิดนึง สาวซิสสะดวกทางเลือกไหนก็ลองดูนะคะ ^^


--------------------------
ครบแล้วกับทั้ง 7 ข้อที่บ่งบอกได้ว่า เธออาจล้างหน้าผิดวิธีมาโดยตลอด หรือพูดตรงๆ คือล้างหน้าไม่เป็นนั่นเอง แง TT เราเองก็เคยทำแบบนี้เกินครึ่งเลยแหละ สิวเลยมาๆ หายๆ ผิวไม่ใสซะที แต่พอลองปรับไลฟ์สไตล์ตามนี้ สิวก็ค่อยๆ หายไปเอง หลักๆ คือต้องใส่ใจกับความสะอาด สุขอนามัยของผิวหน้า แต่สะอาดไปก็อาจทำลายน้ำมันตามธรรมชาติของผิวเหมือนกัน อยู่บนทางสายกลาง แต่ไม่ละเลยผิว ใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ที่ปะทะผิวหน้าตรงๆ เท่านี้ก็มีหน้าใสปิ๊ง อวดเพื่อน อวดผู้ได้ไม่ยากแล้วล่ะค่ะ ^^ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อนเน้อออ พบกันใหม่คราวหน้าค่า see you~~~

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
21 October 2020 13:24
Search @