#รู้งี้คงผอมไปนานแล้ว 7 'ความจริงที่โหดร้าย' ในการไดเอท ถ้ายังไม่รู้ ก็ไม่แปลกที่ยังอ้วน! (˘̩╭╮˘̩)''

#รู้งี้คงผอมไปนานแล้ว 7 'ความจริงที่โหดร้าย' ในการไดเอท ถ้ายังไม่รู้ ก็ไม่แปลกที่ยังอ้วน! (˘̩╭╮˘̩)''

'สิ่งที่คิด อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป' สงสัยไหมว่าไดเอทแทบตาย น้ำหนักก็แทบไม่กระดิก คิดว่าทำแบบนี้จะผอม แต่ที่จริงอาจทำให้อ้วนขึ้นกว่าเดิมก็ได้ T[]T!

06 November 2020
Mollacake
06 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1013725

น้ำหนักไม่ลงแบบนี้ สงสัยสันติจะไม่ใช่ทางออก...

- ที่มารูป: steamuserimages-a.akamaihd.net


ฮัลโหลวว สาวๆ SistaCafe เชพบ๊ะ ที่น้ำหนักยังค้างเติ่งทั้งหลาย!

ทักทายมาก็เจ็บจึ๊ก! แทงใจดำเลย แต่ก็เป็นเรื่องจริงน่ะนะ ทั้งคุมอาหารอย่างดี ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำตามที่ตำราลดความอ้วนบอกทุกอย่าง กระทู้ไหน เว็บไซต์ไหนมาบอกต่อเคล็ดลับลดน้ำหนักของไอดอล 10 กิโลใน 1 เดือน, 5 กิโลใน 1 สัปดาห์ ก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ ไปซื้อของที่ซูเปอร์มากินตามเขา อาหารเสริมยี่ห้อไหนที่ว่าดี น้ำผลไม้ดีท็อกซ์ไหนที่ว่าได้ผล ก็ลองมาหมดแล้ว แต่ไม่เห็นน้ำหนักจะลดเลย ก็ตัวบวมๆ เป่งๆ เหมือนเดิม ไหงงั้นอะ (ಥ﹏ಥ)

อาจจะดูใจร้าย แต่บางทีคำว่า ' บุญวาสนา ' ( ถ้าอิงวิทยาศาสตร์หน่อยก็ พันธุกรรม ) มีส่วนเรื่องไดเอทค่อนข้างมากค่ะ! การลดน้ำหนักไม่ใช่เส้นตรงเสมอไป และหนึ่งวิธีไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่ผอมลงก็ได้! ถ้าเริ่มสงสัยว่าที่ไดเอทอยู่นี้มาถูกทางรึยัง ลองอ่าน ' 7 ความจริงที่โหดร้ายในการไดเอท '  ในบทความนี้
แล้วเอาไปตัดสินใจเองว่า เวย์ที่ทำอยู่ตอนนี้จะล้มเลิก หรือจะ ( ฝืน ) ไปต่อนะคะ (。╯︵╰。)

1. เวลาไดเอท ระบบในร่างกายจะพร้อม 'ต่อต้าน' ตลอดเวลา
image_1011499
- ที่มารูป: www.img.in.th

ใช่ค่ะ สาวๆ ไม่ได้คิดไปเองหรอก ทุกครั้งที่ตั้งใจจะกินน้อยเพื่อลดความอ้วน เธอไม่ได้สู้กับความหิวอย่างเดียว แต่เธอกำลังสู้กับร่างกายของตัวเองอยู่ เพราะเวลาน้ำหนักจะลดลง ร่างกายจะลดฮอร์โมนเปปตินที่ส่งสัญญาณให้สมองว่าอิ่ม และเพิ่มฮอร์โมนเกรลิน ที่กระตุ้นให้เกิดความหิวขึ้น! ซึ่งโชคร้ายหน่อยที่ว่า กระบวนการ ' ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล ' นี้ จะเป็นอย่างต่อเนื่องแม้จะลดน้ำหนักสำเร็จแล้ว หลายคนที่ลดได้ตามต้องการ แต่คุมให้คงที่ไม่ได้ กลับไปอ้วนเหมือนเดิม!

ทั้งนี้ หากเธอคิดจะไดเอทแบบสายโหด คือตัดแคลอรี่ออกให้หมดอย่างรวดเร็ว จากที่กินแหลกเป็นพายุ อยู่ดีๆ ก็กินแค่แอปเปิ้ลวันละลูก ระบบเผาผลาญของเธอจะช้าลงทันที! แม้น้ำหนักในช่วงแรกจะลดอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำกับกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อคือเตาเผาไขมันชั้นดี หากมีน้อยลง การเผาผลาญก็แย่ลง และมีแนวโน้มจะกลับไป ' โยโย่ ' หรืออ้วนกว่าเดิมได้ง่ายมาก ควรเดินทางสายกลางด้วยการกินให้น้อยลง เพิ่มการออกกำลังให้มากขึ้น อย่าหักโหมกับส่วนใดส่วนนึงมากเกินไป ถ้าอยากหลุดจากวงจรอ้วนอย่างถาวร!

2. ไม่มีทางที่เธอจะผอมลง 'อย่างยั่งยืน' ในเวลาอันสั้น
image_1011502
- ที่มารูป: www.img.in.th

เชื่อว่ามีวัยรุ่นหลายคน ที่ต้องเคยทำสูตรไดเอทโหดๆ ลด 5 กิโลใน 3 วัน หรือลด 10 กิโลใน 1 เดือนกันบ้างแน่ๆ โดยเฉพาะช่วงจวนตัวอย่างต้องไปงานเลี้ยง ไปเจอเพื่อนแต่ตัวยังบวม ก็ไปเสิร์ชหาสูตรลดความอ้วน ' นรก ' ที่วันๆ แทบจะไม่กินอะไรเลย บางสูตรวันนึงกินแค่ขนมปัง 1 แผ่นกับแอปเปิ้ล 1 ลูก แล้วจะเอาพลังงานที่ไหนใช้ในชีวิตประจำวัน? จะได้เป็นลมหน้ามืดหัวฟาดกับโต๊ะก่อนผอม ถ้าน้ำหนักเกินแค่ 1-2 กิโล และทำไม่กี่วันก็ยังพอว่า แต่ถ้าน้ำหนักเกินเป็นสิบกิโล แต่คิดจะกินแอปเปิ้ลลูกเดียวต่อวันเป็นเดือนๆ อันนี้ไม่ใช่แล้ว พักด่วน!

ความจริงก็คือ ไม่ว่าจะกินน้อยแค่ไหน กินยาลดน้ำหนักยี่ห้อใด บึ่งไปหาหมอให้ดูดไขมันออกเยอะยังไง เธอก็ไม่มีทางลดน้ำหนักเป็น 10 กิโลในเวลาไม่กี่วันอย่างแน่นอน ร่างกายไม่มีทางปรับตัวทัน มันเป็นไปไม่ได้! อาจจะมีเคสที่ป่วยหนักแล้วซูบผอม แต่ถ้าเขากลับมากินเท่าเดิม น้ำหนักก็เด้งกลับ เพราะเซลล์ไขมันยังอยู่ครบ อยากผอมอย่างยั่งยืน ยังไงก็ต้องใช้เวลา ช้าๆ แต่มั่นคง ความเร็วในการลดที่ปลอดภัยสุดคือ ' ไม่เกิน 1 กิโลต่อสัปดาห์ ' ค่ะ


3. 'การออกกำลังกาย' ไม่ได้ช่วยให้ผอมเสมอไป
image_1011505
- ที่มารูป: www.img.in.th

สายฟิตเนสอย่าเพิ่งทรุดค่ะ! แน่นอนว่าการออกกำลังกาย ' มีส่วนช่วย ' ในการลดน้ำหนักและทำให้น้ำหนักคงที่ แต่ถ้าทำพฤติกรรมทุกอย่างเหมือนเดิม กินของอ้วนๆ เช้าสายบ่ายเย็น แค่เพิ่มการออกกำลังเข้าไป แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผอมลง! นึกภาพง่ายๆ ถ้าวิ่งลู่สักชั่วโมง เผาผลาญได้ 600-700 แคลอรี่ แต่พอวิ่งเสร็จ เหนื่อย ไปหาข้าวขาหมู ข้าวมันไก่กิน แค่จานเดียวพลังงานทั้งหมดที่เผาไปก็กลับคืนมาเหมือนเดิมแล้ว #ไม่ได้ช่วยอะไรเล้ยยย

จะเผาไขมันทิ้ง 1 กิโล สาวๆ ต้องออกกำลังกายสะสมให้ได้มากกว่า 7700 แคลอรี่ นี่แค่ไขมันเก่านะ ยังไม่นับแคลอรี่จากอาหารในวันนั้นอีก ถ้าเธอยังไม่ปรับพฤติกรรมการกิน ออกกำลังให้เหนื่อยตายคาฟิตเนส ก็เบิร์นแค่ไขมันใหม่ ไขมันเก่าก็นอนนิ่งๆ อยู่ในร่างกาย ไม่ได้เอาออกมาใช้สักที ดังนั้นถ้าอยากผอม ยังไงก็ต้องปรับอาหารค่ะ ออกกำลังอย่างเดียว แต่ยังกินแหลก ก็เป็นได้แค่ ' หมูที่แข็งแรง ' เท่านั้นแหละ จำไว้!

4. เลิกหวังพึ่ง 'อาหารเสริม' ถ้าได้ผลจริง คนก็ผอมทั้งโลกแล้ว!
image_1011516
- ที่มารูป: dealtrunk.com

แม้จะมีทั้งอาหารเสริม ยาลดน้ำหนักสรรพคุณเริ่ด น้ำผลไม้ดีท็อกซ์ใดๆ ก็ตามวางขายบนท้องตลาด ก็อย่าไปหลงใหลซื้อมากินเป็นอันขาด ตรรกะง่ายๆ เลยว่า ถ้ายาพวกนั้นทำให้น้ำหนักลดได้จริง คนก็คงผอมกันทั้งโลก เจ้าของแบรนด์คงเจ๊งแล้วเพราะไม่มีลูกค้ากลับมาซื้ออีก อีกทั้งบางยี่ห้อยังมีผลข้างเคียงค่อนข้างแรง เช่น กินแล้วอิ่มไวจริง แต่ใจสั่น ปากแห้ง เห็นภาพหลอน เกรงว่าจะสมองพังก่อนผอม เลิกได้ก็เลิกซะนะคะซิสขา!

สิ่งที่ทำให้ผอมลงอย่างยั่งยืนจริงๆ ก็คือวิธีสุดแสนจะธรรมดาอย่างการกินไขมันให้น้อยลง ออกกำลังให้มากขึ้นนี่แหละ ถ้าอยากได้ตัวช่วยจริงๆ ดูส่วนผสมยาสมุนไพรที่อ้างว่าสกัดจากพริกเอย ขิงเอย ส้มแขกเอย แล้วไปซื้อวัตถุดิบพวกนั้นมาทำอาหารกินเองยังจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยก็แน่ใจว่าไม่ได้ผสมสารแปลกๆ มาทำร้ายร่างกายเราแน่นอน ( ◡‿◡ )

5. วิธีไดเอทของคนหนึ่ง อาจ 'ไม่เวิร์ค' สำหรับอีกคนก็ได้
image_1011517
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้แหละที่อยากบอกว่าบุญวาสนา เอ๊ย! ระบบเผาผลาญของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน เพราะร่างกายมนุษย์แต่ละคนต่างกัน ไม่มีระบบร่างกายของคนไหนเหมือนกัน 100% ดังนั้นวิธีลดความอ้วนที่เพื่อน แม่ น้องสาว รุ่นน้องของเธอใช้ได้ผล อาจจะไม่เวิร์คเลย หรือได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรสำหรับเธอก็ได้ เป็นเรื่องปกติมาก! 

ถ้าอยากรู้ว่าสูตรลดความอ้วนนี้จะได้ผลไหม ให้ดูว่าคนทำมีประวัติสุขภาพ พื้นเพโรคจากที่บ้าน ระบบเผาผลาญ อายุ กิจกรรม เพศ ลักษณะรูปร่างเหมือนเธอหรือไม่ หากต่างกันสุดขั้วก็ยากที่ผลลัพธ์จะเหมือนกัน เช่น สูตรไดเอทของไอดอลเกาหลี เขาใช้ได้ผลอาจเพราะเขาซ้อมเต้นทั้งวัน ใช้พลังงานเยอะ อายุยังน้อย และโครงสร้างร่างกายเล็กเป็นทุนเดิม จะมองแค่อาหารที่เขากินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูกิจกรรมที่เขาทำด้วย ถ้าเธอเป็นสาวออฟฟิศ อายุก็ยี่สิบปลาย สามสิบต้นแล้ว นั่งทั้งวันแทบไม่ค่อยได้ขยับตัว โครงสร้างร่างกายก็ค่อนข้างใหญ่ จะหวังผลให้ลดเหลือตัวจิ๋วๆ เท่ากันก็คงเป็นไปไม่ได้ค่ะ

6. คาร์ดิโอสำคัญก็จริง แต่ถ้าไม่ทำ 'เวทเทรนนิ่ง' เลย ก็ผอมยาก!
image_1011518
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ ส่วนใหญ่ที่คิดจะไดเอท แทบร้อยทั้งร้อยจะมุ่งไปที่การ ' คาร์ดิโอ ' หรือเผาผลาญไขมันก่อน เช่น วิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน พิลาทีส โยคะ ซึ่งก็ได้ผลอย่างรวดเร็วมากในช่วงแรกๆ น้ำหนักลดฮวบดีเลยแหละ แต่เมื่อถึงจุดนึงที่น้ำหนักคงที่ การคาร์ดิโออย่างเดียวร่างกายจะชิน ทำหนักกว่านี้ก็ไม่ไหว เรียกง่ายๆ ว่าไม่ได้ผลอีกแล้ว ดังนั้นไม่ช้าก็เร็ว เธอก็ต้องหันมาเล่น ' เวทเทรนนิ่ง ' เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เผาผลาญไขมันมากขึ้นอยู่ดีค่ะ

มีงานวิจัยออกมาว่า วัยผู้ใหญ่ที่จะลดน้ำหนัก ควรออกกำลังแบบคาร์ดิโอความเข้มข้นปานกลาง 150 นาที หรือความเข้มข้นสูง 75 นาที ทุกวันหรือวันเว้นวันต่อสัปดาห์ และมี 2-3 วันที่บริหารกล้ามเนื้อ หรือเวทเทรนนิ่งร่วมด้วย จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่ถ้าน้ำหนักเยอะเป็นพิเศษ อาจต้องออกนานขึ้นหรือใช้ความเข้มข้นที่สูงขึ้น แต่ไม่ควรต่ำกว่า 30 นาทีต่อครั้ง เมื่อมีกล้ามเนื้อเยอะ ไขมันที่เผาผลาญออกไปก็เยอะตาม และยังทำให้ร่างกายดูเฟิร์ม กระชับ มีทรวดทรงกว่าผอมลงแบบย้วยๆ ด้วยนะเออ

7. อย่าคิดว่าตัวเองกำลัง 'ไดเอท' ให้คิดว่า 'เรากำลังเปลี่ยนไลฟ์สไตล์'!!
image_1011519
- ที่มารูป: www.img.in.th

Mindset นี้ค่อนข้างเปลี่ยนยากมากๆ สำหรับผู้หญิงบางคน เวลาอ้วนขึ้นก็จะคิดว่า ' การไดเอท ' คือทรมานตัวเอง กินน้อยๆ ออกกำลังเยอะๆ ในช่วงเวลาไม่กี่วัน ไม่กี่สัปดาห์ เมื่อผอมลงจนพอใจแล้วก็กลับไปกินแหลกแบบเดิม พออ้วนขึ้นก็กลับมาลดอีก วนลูปอีก เพราะเธอไม่ได้ปรับนิสัยการกินของตัวเองอย่างจริงจัง สุดท้ายก็มาอยู่จุดเดิมซ้ำๆ ซากๆ คือถ้ายังคิดว่ามันคือการทรมาน เธอก็ไม่มีวันผอมถาวรหรอกค่ะ

การลดน้ำหนัก คือการปรับพฤติกรรม ' ทั้งหมด ' ในชีวิตของเราอย่างถาวร เราต้องคุมอาหารและออกกำลังไปทั้งชีวิต ช่วงลดหนักอาจเข้มงวดหน่อย ช่วงปกติอาจปล่อยได้บ้าง แต่จะกลับไปกินอาหารขยะรัวๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว ให้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่า เธอกำลังเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แย่ๆ ไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ทำให้ชินเป็นนิสัย เพื่อหุ่นที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้น ปรับตัวเองตอนนี้ ยังดีกว่าโรครุมเร้า แล้วจำเป็นต้องปรับเพราะหมอสั่งเด้อ

image_1013726
- ที่มารูป: media1.tenor.com


-------------------------------
อ่านจบถึงตรงนี้แล้ว เราเชื่อว่าคนที่น้ำหนักยังทรงๆ ไม่เพิ่มไม่ลด หรือมีทีท่าจะเด้งขึ้นในเร็วๆ นี้ น่าจะเข้าข่ายหนึ่งใน 7 ข้อของบทความนี้แน่นอน บางคนใช่ว่าจะทำผิดวิธีขนาดนั้น แต่ยังทำได้ ' ไม่ถึง ' หรือมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักไร้ความหมาย เช่น ยังกินอาหารไขมันสูงอยู่ ออกกำลังเผาไขมันอย่างเดียวแต่ไม่สร้างกล้ามเนื้อ กินสารเคมีแปลกปลอมเข้าร่างกาย หรือบางคนก็แค่ระบบเผาผลาญไม่ค่อยดี จึงทำให้น้ำหนักไม่ลงเร็วเท่าคนอื่นๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรค่ะ

ท้ายที่สุดแล้ว การลดน้ำหนักให้ได้ผลก็มีอยู่แค่สองอย่าง คือ ' คุมอาหาร ' และ ' ออกกำลังกาย ' แต่ทั้งสองอย่างนั้นต้องอยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสมกับลักษณะร่างกายของเธอด้วย บวกกับความมีวินัย รู้จักความอดทนและรอคอย หุ่นสวยที่ฝันไว้ก็จะมาถึงอย่างแน่นอน Fighting!!

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
19 November 2020 05:50
Search @