คนทัศนคติดี เขาผ่านอะไรมาบ้าง? 7 'ประสบการณ์ชีวิต' ที่ควรเรียนรู้ไว้ ถ้าอยากมี Mindset เริ่ดๆ (♥ω♥*)

คนทัศนคติดี เขาผ่านอะไรมาบ้าง? 7 'ประสบการณ์ชีวิต' ที่ควรเรียนรู้ไว้ ถ้าอยากมี Mindset เริ่ดๆ (♥ω♥*)

เวลาอ่านบทสัมภาษณ์ดาราคนดัง เซเลบต่างๆ ที่ทัศนคติดี พูดอะไรเราก็พยักหน้าเห็นด้วยไปหมด ยกให้เป็นไอดอลนั้น เคยสงสัยไหมว่าพวกเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะตกตะกอนถึงทุกวันนี้ อ่านบทความนี้ เธอจะพบคำตอบค่ะ

15 November 2020
Mollacake
15 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe คนน่ารักที่อยากปรับ ' ทัศนคติเดิมๆ ' ทุกคน 

เวลาอ่านบทสัมภาษณ์ หรือคลิป interview ของดารา เซเลบ หรือนักธุรกิจที่มาแชร์ความรู้และทัศนคติดีๆ ทีไร เคยสงสัยไหมว่าพวกเขาผ่านประสบการณ์อะไรในชีวิตมาบ้าง ถึงตกตะกอนกลายเป็น Mindset ดีๆ จนมาบอกต่อเหล่าสาวซิสได้ ทัศนคติบางอย่าง แม้ที่บ้านจะสั่งสอนมาดี แต่ถ้าไม่เคยลงมือทำก็ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง บางคนก็ผ่านมาได้แบบชิลล์ๆ แต่บางคนก็เจอพายุพัดโหมใส่ ล้มแล้วลุกหลายต่อหลายครั้งกว่าจะยืนได้ แต่สุดท้ายพวกเขาทุกคนก็ประสบความสำเร็จในแบบของตัวเอง 

หากสาวๆ เองก็อยากเป็นหนึ่งในคนที่มี Mindset ที่ดี มีมุมมองต่อโลกที่ช่วยต่อยอดความรู้ มีความสุข แสวงหาโอกาสในทุกช่วงเวลาของชีวิต  บางอย่างไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแหย่ขาเข้าไปเอง แต่เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของคนอื่นได้ หนึ่งในทางเลือกนั้นคือ ' 7 ประสบการณ์ชีวิตที่ควรรู้ ถ้าอยากมีทัศนคติเริ่ด ' ในบทความนี้ แค่จดจำแล้วนำไปปรับใช้ เธอก็พัฒนาเป็นตัวเองในแบบที่ดีขึ้นได้ในทุกๆ วันค่ะ เริ่ม!

1. ลองลงมือทำสิ่งที่ต้องการ โดยไม่คาดหวังว่าต้อง 'เพอร์เฟกต์'
image_1013323
- ที่มารูป: www.img.in.th

คนมากมายที่มีไอเดียดีๆ เด็ดๆ ที่พร้อมเอาไปทดลองใช้ แต่ไม่กล้าลองทำในชีวิตจริงเพราะติดกับดักความกลัวบ้าง comfort zone บ้าง กลัวทำแล้วล่ม กลัวทำแล้วออกมาไม่ดีอย่างที่ฝันไว้ โดยเฉพาะคนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ หลายคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีความฝันมากมายที่อยากทำ บางทีโอกาสมาแล้วด้วยซ้ำ แต่ดันคิดว่า ' ถ้าทำได้ไม่ดี 100% ก็ไม่ทำดีกว่า ' ทำให้เสียโอกาสนั้นไปอย่างน่าเสียดาย และสำหรับบางคน โอกาสนั้นอาจไม่มีคำว่าครั้งที่สอง เพราะติดปัญหาเรื่องอายุเกิน สถานะไม่โสดแล้ว เป็นต้น

การซ่อนตัวหลบอยู่ในกำแพงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น การทำแต่สิ่งเดิมๆ แล้วหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปก็เป็นเรื่องน่าขำเช่นกัน หากรู้สึกว่าชีวิตตอนนี้ไม่โอเค หรือมีแต่ความซ้ำซากจำเจ เธอต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างพร้อม 100% ถึงค่อยทำ ลองทำล่วงหน้าไปก่อนเลย ไม่ต้องกลัวเฟล ถ้าพลาดก็แค่เริ่มใหม่ หรือไปลองวิธีอื่น แม้จะล้มเหลวเธอก็ได้บทเรียนบางอย่างจากมัน แต่ถ้าชีวิตไม่เคยลองสิ่งใหม่ๆ เธอก็จะไม่มีวันได้เรียนรู้อะไรเลย

2. หา 'แรงผลักดัน' ให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า
image_1013324
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากชีวิตตอนนี้ค่อนข้างคงตัว นิ่งๆ เรียบๆ ไปซะทุกอย่าง การเรียนการทำงานก็ทั่วไป เพื่อนก็ปกติ ที่บ้านก็ไม่มีปัญหา ทุกวันเจอแต่สภาพแวดล้อมเดิมๆ บางคนจะเกิดภาวะ ' เฉื่อย ( burnout ) ' ใช้ชีวิตไปวันๆ เพราะไม่มีอะไรกระตุ้นตัวเอง ซึ่งนานเข้าจะส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เธอจะไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ที่ทำทุกอย่างตามคำสั่ง เพื่อแค่ให้มีชีวิตรอด จิตวิญญาณที่สดใสร่าเริงในวัยเด็กค่อยๆ หายไป กลายเป็นผู้ใหญ่น่าเบื่อ และแก่ชราตายไปอย่างเงียบๆ เธอคงไม่อยากมีใช้ชีวิตที่เหลือแบบนั้นใช่มั้ยคะ? 

อย่ารอให้มีเหตุการณ์ร้ายๆ ในชีวิตก่อนถึงจะรู้สึกตัว นักธุรกิจบางคนกว่าจะแซะตัวเองจากวงจรชีวิตเดิมๆ ได้ก็เพราะบ้านล้มละลาย แฟนทิ้ง หรือถูกโกงหมดตัว ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดนั้นเหมือนเขา แต่เอาบทเรียนมาปรับใช้ว่า ถ้าวันนึงสภาพแวดล้อมเดิมๆ นี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราจะใช้ชีวิตต่อได้ยังไง เพราะชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน พยายามหาแรงกระตุ้นที่จะทำให้ชีวิตไปข้างหน้าได้ตลอดเวลาโดยไม่สะดุด เช่น เรียนต่อ, พบเจอผู้คนใหม่ๆ สร้างคอนเนคชั่น, หารายได้เสริมเผื่อเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเรามีเป้าหมายใหม่ เราจะรับรู้ว่าโลกนี้กว้างกว่าที่คิด และเจอโอกาสดีๆ ได้มากกว่าใช้ชีวิตในกรอบค่ะ

3. หาความสุขจาก 'การได้ลองแก้ไขปัญหา'
image_1013325
- ที่มารูป: www.img.in.th

ชีวิตของสาวๆ หลายคนอีรุงตุงนังไปด้วยปัญหา แต่ไม่สนใจจะแก้เพราะกลัวว่าถ้าแก้ผิด ชีวิตจะแย่กว่าเดิม โดยลืมคิดไปว่าถึงปล่อยไว้เฉยๆ ชีวิตก็ไม่ดีขึ้นเหมือนกัน แถมจะทุกข์ลงเรื่อยๆ ด้วย! เรื่องบางอย่าง แทนที่จะทนทุกข์ทรมานกับมัน ลองจับมาตีแผ่สาเหตุและวิธีแก้ปัญหาอย่างจริงจังดู เช่น แทนที่จะเอาแต่โทษตัวเองว่า " ฉันมันโง่ ฉันมันเรียนไม่เก่ง " ลองขยันอ่านหนังสือ ให้เพื่อนช่วยติว ทำข้อสอบย้อนหลังอย่างจริงจังสักครั้งสิ ทำให้สุดความสามารถ แล้วมีความสุขไปกับมัน อย่งาน้อยเธอก็เต็มที่แล้ว จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ซ้ำๆ ซากๆ อีก

หรือในกรณีที่อกหัก เลิกกับแฟน แทนที่จะจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอรักดีๆ อีกแล้ว บางครั้งวิธีแก้ปัญหาก็ง่ายมาก แค่ ' มูฟออน ' ในเมื่อเขาไม่กลับมาอีกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องลงโทษตัวเองตลอดไป จะรออีกสิบปีเพื่ออนุญาตให้มีความสุขทำไม ถ้าเราเริ่มมีความสุขได้ตั้งแต่วันนี้? ทางแก้มากมายที่ง่ายเหมือนเส้นผมบังภูเขา เพียงแต่เธอทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่กล้าที่จะมองเห็นเท่านั้นเอง

4. เปลี่ยนระเบียบวินัยดีๆ ให้กลายเป็น 'พฤติกรรมถาวร' ในชีวิตเรา
image_1013326
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ มากมายที่โตมากับพื้นฐานครอบครัว หรือโรงเรียนที่เข้มงวด ปลูกฝังระเบียบวินัยมามากมายตั้งแต่เด็ก ซึ่งบางอย่างก็ไม่เข้ากับยุคสมัยแล้ว โตมาก็ไม่จำเป็นต้องทำตามให้ลำบากใจอีกต่อไป แต่หลายๆ เรื่องก็สมควรปรับมาเป็นพฤติกรรมถาวรในชีวิตประจำวันเราให้เคยชิน เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ

ตัวอย่างเช่น เธออาจโตมากับบ้านที่ต้องออกกำลังกายทุกเช้า, ไม่นอนดึกตื่นสาย, เรียงเสื้อผ้า จานชามให้เป็นระเบียบ, กินข้าวเสร็จต้องล้างจานทันที, ไม่วางของทิ้งที่พื้นระเกะระกะ, ต้องเก็บออมเงินให้ได้อย่างน้อย 30% ของเงินเดือน ไม่มารบกวนพ่อแม่เพิ่ม เป็นต้น นิสัยเหล่านี้จะทำให้เธอเป็นคนมีวินัย ดีต่อตัวเองและคนอยู่ร่วมบ้าน หลีกเลี่ยงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ กับพ่อแม่พี่น้อง หากยังต้องอยู่บ้านเดียวกัน การปรับตัวบางข้อที่พอยอมได้ อาจนำมาสู่ความสุขได้มากกว่าต้องมานั่งทะเลาะเรื่องเดิมในทุกๆ วันค่ะ


5. อยู่กับ 'ปัจจุบัน' เป็นหลัก ไม่จมในอดีต ไม่วาดฝันกับอนาคต
image_1013327
- ที่มารูป: www.img.in.th

มีคนมากมายในสังคม ที่ชีวิตไม่ก้าวหน้าไปไหน วนเวียนแต่จุดเดิมๆ เพราะยังจมจ่อมอยู่กับอดีตที่จบไปนานแล้ว ไม่มีวันหวนคืนมา หรือเพ้อฝันถึงอนาคตที่ไม่เคยมีอยู่จริง ทั้งที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ใน ' ปัจจุบัน ' ในยุคสังคมก้มหน้าที่คนส่วนใหญ่ใช้มือถือเหมือนปัจจัยที่ 5 เวลาเข้าสังคมกับเพื่อน คุยกับแฟนก็จ้องแต่หน้าจอ เหมือนหลุดไปในโลกอื่นแทนที่จะให้ความสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้า คนประเภทนี้ก็ถือว่าไม่อยู่ในปัจจุบันเช่นกัน ซึ่งทำให้สูญเสียความสัมพันธ์กับคนจริงๆ ไปทีละคนสองคน สุดท้ายก็ไม่รู้ว่า ตัวตนจริงๆ อยู่ในโลกใบไหนกันแน่

ชีวิตที่มีความสุข ไม่ดิ่ง ไม่คิดลบ คือคนที่พร้อมจะหาโอกาสดีๆ จากเหตุการณ์ตรงหน้า คนจริงๆ ที่ได้คุยกัน ไม่ใจว่อกแว่ก โลเล ลองใช้ชีวิตแบบไม่มีโลกโซเชียล ไม่มีโลกของอดีตและอนาคตฟุ้งซ่านในหัว แต่อยู่กับปัจจุบันอย่างแท้จริง สัมผัสสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยสนใจมาก่อน เช่น กลิ่นหอมของข้าวที่ได้กิน, ขนนุ่มๆ ของเจ้าหมาที่บ้าน, กลิ่นหญ้าที่สนามหน้าบ้าน เท่านี้ก็ทำให้อบอุ่นใจ สมองปลอดโปร่งอย่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ

6. ออกไปข้างนอกบ้าน เพื่อหา 'แรงบันดาลใจใหม่ๆ' แค่ไปเดินเล่นก็ยังดี
image_1013328
- ที่มารูป: www.img.in.th

ชีวิตที่ไม่จมดิ่ง ไม่คิดลบ คือชีวิตที่ไม่ยึดติดอยู่ในกรอบ ดังนั้นการหมกตัวอยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียว ไม่ช่วยปรับ mindset ได้ดีเท่ากับ ' ไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ' ออกไปนอกพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง เจอสิ่งที่ไม่คุ้นเคยบ้าง เจอคนที่แตกต่างจากเราบ้าง ไม่จำเป็นต้องไปต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดก็ได้ถ้ายังไม่พร้อม แค่ออกไปเดินหน้าปากซอย สวนสาธารณะ คาเฟ่แถวบ้าน หรือเดินห้าง ก็ช่วยให้อารมณ์ที่หมองๆ แจ่มใสขึ้นแล้วค่ะ

จะสังเกตว่า คนที่ทัศนคติดีๆ ที่ประสบความสำเร็จ จะไม่ลังเลในการเจอกับคนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ และออกกำลังกายให้ตัวเองสดชื่นทุกวัน ไปเดินเล่นหรือวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้า 30-60 นาที เพื่อเตือนตัวเองให้เริ่มเช้าวันใหม่ ไม่เอื่อยเฉื่อย และระหว่างที่ได้สูดอากาศข้างนอก สมองโล่ง หรือได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดกับใครสักคน อาจได้ไอเดียดีๆ ที่ไปปรับใช้กับงานหรือการเรียนได้ด้วยค่ะ

7. เมื่อเกิดอุปสรรค เรียนรู้จากความล้มเหลวนั้น แล้วพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่าเดิม
image_1013329
- ที่มารูป: www.img.in.th

แน่นอนว่าชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ! แม้แต่คนสวย ฐานะดี ฉลาด ก็มีจุดตกต่ำในชีวิตได้ทั้งนั้น ทุกคนย่อมมีวันที่เดินสะดุด บางคนแค่หกล้มเป็นแผล แต่บางคนก็เหมือนตกเหวลึกที่ก้าวผ่านได้ยากเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่น ทำธุรกิจส่วนตัวมาหลายปี แต่สุดท้ายต้องปิดกิจการเพราะสถานการณ์โควิด ไม่มีลูกค้า เงินเก็บหายเกลี้ยง ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ แทนที่จะนั่งโทษตัวเองว่าบริหารไม่ดี หรือโทษโควิดไม่จบไม่สิ้น ลองเปลี่ยนความคิดเป็น Growth mindset ดูค่ะ

Growth mindset สรุปสั้นๆ คือ " แนวคิดว่าชีวิตนี้มีทางออกเสมอ " ไม่มีอะไรเป็นจุดจบทั้งนั้น ถ้าเรายังเลือกจะไปต่อ ความสามารถของทุกคนพัฒนาได้ ต่อยอดได้ พรสวรรค์หรือจะสู้พรแสวง ในเมื่อโควิดทำธุรกิจแนวนี้ไม่เวิร์ค ลองคิดใหม่ซิว่า ก็ในยุคที่ทุกคนเจอโควิด ควรขายอะไรที่ทุกคนต้องซื้อ เจลล้างมือ? แมสปิดปาก? หรือปรับปรุงวิธีการขาย แทนที่จะมีหน้าร้าน ก็ต้องเรียนรู้การขายแบบออนไลน์เต็มรูปแบบแทน เป็นต้น 



------------------------------------------
ทุกคนสามารถปรับแนวคิดให้มีความสุข แสวงหามุมมองดีๆ จากชีวิตได้เสมอ หากยังไม่ตาย เราก็ยังมีโอกาสทำสิ่งใหม่ได้เสมอ เราเชื่ออย่างนั้น! แม้สถานการณ์ช่วงนี้จะค่อนข้างลำบาก บางคนถูกเชิญออกจากงาน บางคนเรียนหนักจนเครียด บางคนติดปัญหารักทางไกลจนต้องเลิกรา เกิดภาวะเอื่อยทางความคิด เฟล ล้ม เผลอคิดลบ โทษตัวเอง ทำร้ายตัวเองโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งมันก็เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป เพียงแต่สุดท้ายแล้ว ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ก็ต้องเรียนรู้ที่จะลุก ปรับ mindset เพื่อสู้ต่อ หากไม่หยุดพยายาม จัดระเบียบชีวิตตัวเองได้ มองโลกในแง่บวก เปิดกว้างกับทุกโอกาส จะต้องมีวันที่เธอประสบความสำเร็จแน่นอน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน (∩˃o˂∩)♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @