#เขาว่ากันว่า ep1 : เรียนมหาลัยสบายกว่าเรียนมัธยมเป็นไหนๆ จริงหรอ?

#เขาว่ากันว่า ep1 : เรียนมหาลัยสบายกว่าเรียนมัธยมเป็นไหนๆ จริงหรอ?

เปิดสตอรี่ใหม่อีกแล้ว! วันนี้มาที่เรื่องของ #เขาว่ากันว่า ซึ่งเป็นหมวดที่เราจะมาแชร์ประสบการณ์และความคิดส่วนตัวที่พบมา ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน วันนี้เริ่มเรื่องเบสิคๆ ที่เคยได้ยินคนพูดกันเยอะมากว่า เรียนมหาลัยสบายกว่าเรียนมัธยมเป็นไหนๆ เอ๊ะ! มันจริงหรอ

25 November 2020
belfry
25 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1017472
- ที่มารูป: i.pinimg.com


Hi Sis! เปิดสตอรี่ใหม่อีกแล้วจ้า สำหรับหมวดนี้ เราจะมาแชร์เรื่องราวทั้งหมดในชีวิต ที่ดิฉันประสบพบเจอมา ต้องบอกก่อนว่า สตอรี่ #เขาว่ากันว่า ทั้งหมด มาจากความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับเพื่อนๆ ก็ได้ ในวันนี้เรามากันในหัวข้อสุดฮิตในหมู่เด็กมัธยม เชื่อว่าต้องมีความคิดนี้แว็บเข้ามาในหัวเพื่อนๆ บ้างแหละตอนสมัยเรียน เราก็เคยเหมือนกัน! จริงหรือไม่ เรียนมหาลัยสบายกว่าเรียนมันธยมเป็นไหนๆ วันนี้ขอแชร์ความรู้สึกส่วนตัวหน่อย จะมาเล่าให้ฟังว่า สรุปแล้วความคิดแบบนี้ มันจริงมั้ย เผื่อว่าจะได้ช่วยไขข้อข้องใจให้กับเพื่อนๆ น้องๆ หลายๆ คนได้เนอะ เอางี้ เราไปอ่านพร้อมๆ กันเลย!

1. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัย ไม่ต้องตื่นเช้าเท่าเรียนมัธยม
image_1017475
- ที่มารูป: kenh14cdn.com

เปิดมาที่ประเด็นแรก เรื่องของการตื่นนอน แน่นอนอยู่แล้ว ว่าเรียนมัธยมจะต้องตื่นเช้า หลายๆ คนเลยคิดว่า คนที่เรียนมหาลัยนั้น สบ๊ายสบาย! ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ก็ถือว่าจริงนะ เพราะพอเราเข้าเรียนมหาลัยอะ เวลาเรียนในแต่ละวันมันก็จะไม่เหมือนกัน มีเช้าบ้าง บ่ายบ้าง วันนึงเรียนสองตัว สามตัว คือถ้าเปรียบกับตอนที่เรียนมัธยม มหาลัยก็ถือว่าสบายกว่าจริงๆ แหละ แต่จุดที่เรารู้สึกว่า มัธยมดีกว่าคือ ถึงต่อให้เรามาช้า ก็อาจจะได้เข้าแค่แถวสาย มีทำโทษบ้างนิดหน่อย พอขึ้นห้องก็มีคาบโฮมรูม แค่มาให้ทันคาบแรก ก็จะได้เช็คชื่อเข้าเรียนปกติ แต่ถ้าเป็นมหาลัย มาสาย ถือว่าขาดนะจ๊ะ ก็ไม่แน่ใจว่าที่อื่นเป็นมั้ย แต่ที่ที่เราเรียนมา เป็นแบบนั้น ซึ่งมันก็จะมีผลต่อคะแนนจิตพิสัย ฉะนั้นต่อให้มหาลัยจะมีเรียนเช้าบ้าง บ่ายบ้างยังไง สุดท้ายแล้ว ก็ต้องมาให้ทันเวลาอยู่ดี

2. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัยสบ๊ายสบาย ใช้ชีวิตได้ตามใจฉัน!
image_1017477
- ที่มารูป: data.whicdn.com

ในความรู้สึกเรา ขึ้นชื่อว่า เรียน ไม่มีคำว่าสบาย เหมือนคนที่ทำงานทุกวันอะ มันก็มีทั้งช่วงเวลาที่หนักหน่วง และช่วงเวลาที่เราจำต้องพักร่างบ้าง เราว่าไม่ว่าจะเป็นมหาลัยหรือมัธยม มันก็เหนื่อยเหมือนกันหมด ในช่วงวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหน มันก็หนักเหมือนกันหมดค่ะ ช่วงเวลาของคนเรา ไม่ว่าจะมัธยมหรือมหาลัย มันจะมีโหมดสบ๊ายสบายเหมือนกัน นั่นก็คือ ช่วงปิดเทอม อย่างคิดว่าเรียนมหาลัยสบาย ใช้ชีวิตยังไงก็ได้ บอกเลยว่า NO! เพราะพอเราโตขึ้น ความรับผิดชอบเรามากขึ้น เรียนมหาลัย ไม่ได้มีแค่แก้โจทย์ในหนังสือเรียน เหมือนตอนเราเรียนมัธยมนะ แต่มันมีทั้งการทำโปรเจกต์งาน การทำพรีเซนต์งาน ซึ่งหนักกว่ารายเท่า ฉะนั้นจะบอกว่าสบ๊ายสบาย คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเมื่อเวลางานรุม ก็ตายได้เหมือนกัน!

3. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัยชิลล์เวอร์ การบ้านไม่เยอะเท่ามัธยม
image_1017478
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เราว่ามันเยอะเหมือนกัน แต่คนละแบบ คนละอารมณ์มากกว่า อย่างมัธยมอะ มันเยอะ เพราะทุกวิชาดันชอบสั่งการบ้านแบบพร้อมกัน แล้วบอกให้ส่งคาบถัดไป What! ซึ่งถ้าเปรียบกับมหาลัย ก็มีการบ้านเหมือนกัน อาจจะไม่ทุกวิชาและอาจจะน้อยกว่า แต่งานที่เข้ามาส่วนใหญ่ มักจะเป็นงานหนัก เช่นทำโปรเจกต์ ทำพรีเซนต์หน้าชั้นเรียน แต่มันก็จะดีตรงที่ งานชิ้นใหญ่ส่วนมากจะมีเวลาในการทำค่อนข้างมาก เครียดแหละ แต่ไม่กระชั้นชิดจนถึงขนาดจิตตก และอีกจุดที่หลายคนมักจะเถียงกันคือ เรียนมหาลัย หนังสือน้อย พกแค่ปากกาไปเรียน จบ! ซึ่งเราก็เคยคิดแบบนั้น แต่คุณค่ะ กระเป๋าดิฉันตอนเรียนมหาลัยกับมัธยม หนักไม่ต่างกันเลยค่ะ อาจจะไม่ใช่ทุกวิชาที่มี แต่ก็มีบางวิชาที่ต้องใช้หนังสือหรือชีทเรียนเหมือนกันนะ ฉะนั้นในส่วนของการบ้าน มัธยมก็หนัก เพราะต้องทำทุกวัน มีให้ส่งทุกวัน ไม่วิชานี้ ก็วิชานั้น ส่วนมหาลัยก็หนักเหมือนกัน อาจจะไม่เยอะเท่ามัธยม แต่ก็มากมายอยู่พอสมควร

4. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัย อิสระเพียบ! ไม่ต้องยึดกฎเกณฑ์อะไรมาก
image_1017481
- ที่มารูป: pbs.twimg.com

ถ้าเทียบกันแล้ว มหาลัยได้อิสระมากกว่ามัธยมจริงๆ นะ คืออย่างสมัยนี้ เรื่องทรงผมมันก็ดูเหมือนจะไม่ได้เคร่งครัดเท่ากับตอนที่เราเรียนเมื่อก่อนแล้วอะเนอะ แต่ในเรื่องของการแต่งกาย ก็ยังคงต้องรักษาระเบียบเอาไว้อยู่ ซึ่งในตอนนั้น ใส่กระโปรงสั้นไม่ได้ ผมไม่ถูระเบียบไม่ได้ ก็จะมีครูคอยตรวจ คอยเตือนตลอดเวลา แต่พอเราเข้ามหาลัย โมเมนต์แบบนี้มันจะหายไป เครื่องแบบยังต้องใส่ แต่ก็จะได้อิสระมากขึ้น เช่น ใส่กระโปรงสั้นมาเรียนได้ ใส่รองเท้าอะไรก็ได้มาเรียน กระเป๋าจะใช้แบบไหนก็ได้ ทรงผมแบบไหนก็ไม่มีใครว่า จะแต่งหน้าหรือไม่ก็แล้วแต่ อะไรประมาณนี้ มันก็จะไม่มีคนมาคอยตรวจอะไรมากมาย แต่! มหาลัยเขาก็จะมีกฎในแบบของเขา ซึ่งมันก็จะแตกต่างจากมัธยม ด้วยความที่พอเราเข้าเรียนมหาลัย นั่นแปลว่าเราโตขึ้นมาอีกระดับ ความรับผิดชอบเยอะขึ้น อิสระมีมากกว่าก็จริง แต่ก็ต้องเคารพกฎและมีความรักผิดชอบในหน้าที่ไม่ต่างกัน

5. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัย ครูไม่จิกเท่ากับมัธยม
image_1017483
- ที่มารูป: i.pinimg.com

อันนี้ขอตอบในมุมมองตัวเองว่า ไม่จริง แต่มันก็จะเป็นความเหมือนที่แตกต่าง เอามุมที่แตกต่างก่อน ในเรื่องกฎระเบีย มัธยมจะมีครูฝ่ายปกครอง ที่คอยดูแล คอยจับจอง แต่ในมหาลัย ไม่มีอะไรแบบนี้ แต่ความเหมือนกันคือ ไม่มีครูคนไหนที่แย่ 100% หรือว่าดี 100% ถ้าถามว่าจริงหรอที่มหาลัยครูไม่จิกเท่ามัธยม เราคงตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะครูแต่ละวิชาไม่เหมือนกัน มันก็จะมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป อย่างมัธยม เราเลือกไม่ได้ว่าจะต้องเจอครูแบบไหน คนไหน เพราะตารางเรียนมันวางมาแบบนั้น ยังไงมันก็ต้องเจอ แต่มหาลัยเราจะได้เห็นชื่อครูตอนลงทะเบียน ซึ่งถ้าถามว่า มันดีกว่ามั้ย เรามีสิทธิ์เลือกครูนะ ก็คงพูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะเรารู้แค่ชื่อไงค่ะ ไม่ได้รู้นิสัย สุดท้ายแล้วมันก็ต้องไปเสี่ยงดวงกันเอา ว่าจะได้ครูใจดีหรือเจ้ากี้เจ้าการ

6. เขาว่ากันว่า เราจะค้นพบตัวเองได้ตอนเรียนมหาลัย
image_1017488
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ในเรื่องของการค้นพบตัวเอง เราว่าไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม คนทุกคนมีโอกาสที่จะค้นพบตัวเองได้ทั้งนั้น บางคนค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ชอบอะไร ต้องการอะไร ตั้งแต่วัยมัธยมแล้ว หรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่บางคนอาจจะช้าหน่อย มารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ตอนมหาลัย ก็มีเหมือนกัน ฉะนั้นถ้าจะบอกว่า มหาลัยเป็นช่วงที่ทำให้เราค้นพบตัวเอง ก็อาจจะไม่ถูกเสมอไป จริงมั้ย

7. เขาว่ากันว่า เรียนมหาลัยเท่ากับโตแล้ว!
image_1017496
- ที่มารูป: shorturl.asia

เอาจริงๆ ในมุมมองของเรา ถึงต่อให้เราเรียนมหาลัยแล้ว เราโตแล้วนะ แต่ในสายตาผู้ใหญ่บางคน ก็ยังคิดว่าเราเด็กอยู่ดี สำหรับตัวเราเอง การก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย หมายถึงเราโตขึ้นอีกระดับ มีความรับผิดชอบมากขึ้น มีความคิดความอ่านมากขึ้น จะมาอ้างว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้แล้ว เพราะอะไร เพราะเราไม่ใช่เด็กแล้วไงค่ะ วัยนักศึกษาเป็นวัยที่ควรจะคิดเองได้แล้วว่า อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรอะไรไม่ควร ข้ออ้างที่ว่านั้น มันเป็นข้ออ้างของเด็ก ถ้าเราอ้างแบบนี้ ในขณะที่ตอนนี้ เราโตแล้วนะ มันจะกลายเป็นว่า เราไม่มีความรับผิดชอบ กลับกัน ในมุมมองของผู้ใหญ่ คนโตแล้วในความคิดของเขาคือ คุณจะต้องหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ต้องไม่เดือนร้อนครอบครัว หรืออาจจะต้องทำงานได้แล้ว มีความรับผิดชอบมากพอแล้ว ถึงจะเรียกได้ว่า โตจริงๆ ซึ่งมุมมองนี้ มันก็อยู่ที่ความคิดของแต่ละคนแหละเนอะ ถ้าคุณคิดว่า การที่คุณเข้าเรียนมหาลัย = โตแล้ว นั่นก็แล้วแต่

image_1017498
- ที่มารูป: i.pinimg.com


คำตอบของหัวข้อในวันนี้ จริงหรือไม่ เรียนมหาลัยยังไง้ยังไงก็สบายกว่ามัธยม ขอตอบเลยว่า NO! เอาจริงๆ นะ มันมีความดีและไม่ดีแตกต่างกัน แต่สิ่งนึงที่อยากจะบอกคือ พอเราเข้าเรียนมหาลัยแล้ว แน่นอนว่าเราโตขึ้นไปอีกขั้น การที่เราโตขึ้น หมายความว่าความรับผิดชอบของเรามากขึ้น ฉะนั้นการเรียนจบป.ตรี ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ถ้าเพื่อนๆ ไม่มีความมุ่งมั่ง ขยัน และความเพียรพยายาม โอกาสตกก็มีเหมือนกัน เพราะงั้นอย่ามองว่า การเรียนมหาลัยสบาย เพราะมันไม่สบาย นี่กว่าจะจบมาได้ ก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกันนะจ๊ะ!

ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ นะ ลองเก็บไปคิด ไปปรับใช้กันดู สำหรับวันนี้ บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @