ไม่อ้วน ไม่ท้อง แค่ลมเยอะ! 7 วิธี 'ลดพุงป่อง' การันตีว่าได้ผล หน้าท้องยุบภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ยา! ☆

ไม่อ้วน ไม่ท้อง แค่ลมเยอะ! 7 วิธี 'ลดพุงป่อง' การันตีว่าได้ผล หน้าท้องยุบภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ยา! ☆

เผลอกินอาหารแก๊สเยอะ ท้องบวมเป็นลูกโป่งจะแตกละ อยากกลับมาหน้าท้องแบนให้เร็วที่สุด ต้องลองทำตามทริคในบทความนี้ รับรองพุงกลับมายุบเร็วทันใจ ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ใม่ต้องเสียเงินซื้อยาลดกรดด้วยนะ!!

16 January 2021
Mollacake
16 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe คนงามที่กลัว ' พุงโต ' ทุกคน (〃^▽^〃)

บางทีมันก็น่าหงุดหงิดเนอะ ไม่ได้อ้วนจนหน้าท้องมีไขมันส่วนเกิน ไม่ได้กำลังตั้งท้องมีเบบี๋ แต่ทุกครั้งหลังจบมื้ออาหาร จะเกิดอาการท้องอืด พองบวมเหมือนมีลูกโป่งลูกใหญ่ๆ ลอยอยู่ในพุง แง TT เวลาอยู่บ้านคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ตอนไปกินข้าวกับเพื่อน แล้วตัวเองพุงเป็นชั้นอยู่คนเดียว ก่อนกินกางเกงอย่างฟิต หลังกินติดกระดุมไม่ได้แล้วรู้สึกอายพิกล -////- แม้จะเป็นเรื่องปกติที่เป็นชั่วคราวแล้วหายไป แต่ก็น่ารำคาญอยู่ดี.... จะทำยังไงให้มันหายไปเร็วที่สุดดีนะ??

หากเธอกำลังกังวลกับปัญหานี้อยู่ คลิกเข้ามาถูกบทความแล้วล่ะค่ะ! เพราะบทความนี้จะบอกต่อวิธีแก้ปัญหาพุงป่อง หรือ bloating ให้หายไปในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยวิธีแบบธรรมชาติที่สุด ไม่ต้องพึ่งยาหรือสารเคมีใดๆ ให้วุ่นวายทั้งสิ้น จะต้องทำยังไงบ้าง เราไปอ่านกันได้ใน ' 7 วิธีลดพุงป่อง คอนเฟิร์มว่าได้ผลจริง หน้าท้องยุบภายใน 24 ชั่วโมง ' กันเลยดีกว่าค่า!!

1. ดื่มแค่น้ำเปล่า หรือ 'ชาไม่ใส่น้ำตาล' เท่านั้น
image_1023736
- ที่มารูป: www.img.in.th

เมื่อสาวๆ เกิดอาการท้องป่อง นั่นหมายถึงว่าเซลล์ในร่างกายกักเก็บ หรือ ' อุ้มน้ำ ' เอาไว้ จึงทำให้ตัวบวมกว่าปกติ หลายคนจึงเลือกจะไม่ดื่มน้ำเพราะกลัวตัวจะยิ่งบวมกว่าเดิม ซึ่งผิดถนัดเลย ที่ร่างกายอุ้มน้ำไว้เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในภาวะขาดน้ำ จึงต้องสงวนน้ำส่วนเกินไว้ให้ระบบต่างๆ ยังทำงานต่อไปได้ หากอดน้ำนานเท่าไหร่ ตัวก็จะยิ่งบวมนานขึ้นเรื่อยๆ และกลับมาเป็นสภาพเดิมยากขึ้นค่ะ 

แต่เมื่อสาวๆ ดื่มน้ำเปล่า หรือชาไม่ใส่น้ำตาลเข้าไปเยอะๆ ( ที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกาแฟที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำกว่าเดิม ) ร่างกายจะส่งสัญญาณว่าร่างกายไม่จำเป็นต้องกักเก็บน้ำไว้อีกแล้ว น้ำมีเพียงพอต่อความต้องการแล้ว และทำให้ส่วนต่างๆ ที่บวมน้ำหดลงกลับไปเป็นปกติ รวมถึงหน้าท้องป่องๆ ที่เธอกำลังกังวลด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้าพุงป่องหลังมื้ออาหารเมื่อไหร่ ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ เมื่อเข้าห้องน้ำขับของเก่าออกไปสักพัก หน้าท้องก็กลับมาเป็นแบบเดิม และน้ำยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการย่อยอาหารอีกด้วย ใครที่ท้องผูก ไม่ค่อยขับถ่าย ทำให้พุงป่อง อย่าลืมดื่มน้ำบ่อยๆ นะคะ

2. กิน 'กล้วย' สักผล ก็ช่วยลดท้องอืดได้
image_1023761
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ บางคนคิดว่า ตอนที่กำลังพุงป่อง ไม่ควรยัดอะไรใส่กระเพาะอีกทั้งน้ำและอาหาร เพราะกลัวหน้าท้องจะยื่นออกมามากกว่าเดิม แต่ที่จริงแล้วถ้าเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยย่อย ระบายลม ก็กลับมามีหน้าท้องแบนราบสวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว แนะนำเป็นผลไม้ที่รสอร่อยและหาซื้อง่ายอย่าง ' กล้วย ' ที่อุดมไปด้วยโพแตสเซียม สารอาหารที่ช่วยควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกายค่ะ

หากหน้าท้องกำลังป่องๆ อึดอัดตัว ลองซื้อกล้วยมากินสักผล จะช่วยขจัดลมส่วนเกินออกไปให้กลับมาแบนราบเหมือนเดิมได้ โพแตสเซียมยังมีคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ลดเอฟเฟกต์ของโซเดียมในอาหารที่กิน อย่างของรสเค็มจัด เผ็ดจัด สาเหตุของการกักเก็บน้ำในร่างกายจนตัวบวมเป่ง นอกจากกล้วยยังขจัดท้องอืดในเวลาข้ามคืนแล้ว ยังมีงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่กินกล้วยเป็นมื้อว่างก่อนกินมื้อจริง 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 60 วัน จะมีอาการท้องอืดลดลง 50% หรือครึ่งต่อครึ่งเลยล่ะ! 

3. เลี่ยงอาหารที่ 'ไขมันเยิ้ม' เช่น พิซซ่า ช็อกโกแลต
image_1023772
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าจะต้องเลี่ยงของกินอะไรสักอย่างช่วงท้องอืด ท้องป่อง อันดับต้นๆ ที่เธอไม่ควรกินเด็ดขาดก็คืออาหารทุกชนิดที่มี ' ไขมันสูง ' แบบที่เห็นชัดเจนว่าเป็นน้ำมันเยิ้มๆ ออกมา แบบที่เอาไปซับกระดาษทิชชู่แล้วมีคราบติดออกมา เช่น เฟรนช์ฟรายส์ ไส้กรอกทอด พิซซ่า หมูปิ้งติดมัน ไก่ทอด รวมถึงของหวานอย่างโดนัท ชานมไข่มุก ช็อกโกแลต ไอติม เพราะจะยิ่งทำให้เกิดแก๊ส กรดเกินในกระเพาะ ทำให้อึดอัดท้องยิ่งกว่าเดิมได้

แม้ว่าไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 ที่พบในปลาหรือถั่ว จะดีต่อระบบลำไส้ในการย่อยอาหารก็ตาม แต่ไขมันในอาหารจำพวกของมันของทอด ฟาสต์ฟู้ด มักเป็นไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันทรานส์ซะเกือบ 100% ซึ่งทำให้ระบบการย่อยปั่นป่วน  เกิดอาการอักเสบในร่างกาย ทำให้ร่างกายส่งสัญญาณกรีดร้องว่า ' นี่มันสารพิษ เอามันออกไป๊!! ' ด้วยการท้องอืด ท้องป่อง ร้อนผ่าวๆ ไม่สบายหน้าท้องค่ะ


4. ไม่เคี้ยว 'หมากฝรั่ง' ไม่เพิ่มแก๊สให้กระเพาะอาหาร
image_1023783
- ที่มารูป: www.img.in.th

คนที่กำลังลดความอ้วนอยู่ หลายคนเลือกแก้ปัญหาเหงาปาก เคี้ยวไม่หยุดด้วย ' หมากฝรั่ง ' เพราะไม่มีแคลอรี่ เคี้ยวได้เรื่อยๆ ทั้งวัน แต่ไปๆ มาๆ ทำไมรู้สึกท้องอืด ไม่สบายตัวบ่อยๆ ตั้งแต่ไดเอทด้วยวิธีนี้ ก็หมากฝรั่งนั่นแหละค่ะต้นเหตุ! เวลาเคี้ยวหยับๆ อยู่ในปาก ก็เหมือนเธอกลืนอากาศส่วนเกินลงไปในคอด้วย เมื่อลมไปถึงส่วนของกระเพาะ ก็ทำให้ท้องอืด พุงป่องได้นั่นเอง

หมากฝรั่งหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะแบบที่ 0 แคลอรี่ ก็จะมีน้ำตาลแอลกอฮอล์ ( sugar alcohols ) หรือสารให้ความหวาน เช่น ซอร์บิทอล ( sorbitol ) และไซลิทอล ( xylitol ) แทนเพื่อไม่ให้มีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวล้อยางรถยนต์ -_- แต่สารเหล่านี้จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงทำให้ท้องป่อง อึดอัด รู้สึกไม่คล่องตัว ดังนั้นถ้าวันไหนต้องการโชว์หน้าท้องสวย ใส่ชุดที่เห็นสัดส่วนชัดเจน ก็อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งดีกว่า


5. กินอาหารมื้อเย็นแต่ 'หัวค่ำ' อย่ารอจนดึก ยิ่งดึกยิ่งย่อยนาน ยิ่งท้องอืด
image_1023792
- ที่มารูป: www.img.in.th

แม้ว่าช่วงนี้เทรนด์ลดน้ำหนักอย่าง intermittent fasting ( IF ) หรือกินและอดอาหารเป็นช่วงเวลาจะเป็นที่นิยมสุดๆ แต่ถ้าเธอยังเข้านอนในเวลาเท่าเดิม มีชีวิตและไลฟ์สไตล์ทำงานเช้า เลิกเย็นเหมือนคนทั่วๆ ไป การกำหนดเวลา IF ในช่วงเวลาแปลกๆ เช่น กินข้าวมื้อสุดท้ายตอนห้าทุ่ม แต่นอนเที่ยงคืน ก็อาจให้ผลเสียมากกว่าผลดี ที่แน่ๆ คืออาหารไม่ย่อย ท้องอืดเป่งในตอนเช้าแน่นอน

ปกติคนเราจะมีช่วง fasting หรืออดอาหารในช่วงนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงอยู่แล้ว มื้อเช้าจึงเรียกว่า breakfast หรือดับความหิวนั่นเอง ควรจัดสรรเวลาในการกินและการอดให้เหมาะสม หากต้องการเผาผลาญไขมันได้ดี ส่งผลดีกับระบบขับถ่ายในร่างกาย เช่น หากทำ IF 16/8 ( อด 16 กิน 8 ) ก็กินอาหารมื้อสุดท้ายไม่เกิน 1-2 ทุ่มในตอนเย็น และกินมื้อเช้าให้สายขึ้นมาหน่อย จะได้ครบเวลาพอดี ทำให้ลำไส้และกระเพาะได้พัก หน้าท้องยุบเร็วขึ้น และยังได้โบนัสเป็นน้ำหนักตัวที่ลดลงอีกด้วยค่ะ


**อีกทริคที่อยากแนะนำสาวๆ คือ ควรกินมื้อหนักที่สุดของวันก่อนบ่าย 3 โมง จะทำให้หน้าท้องแบนราบได้ดีกว่าไปกินหนักในมื้อเย็น 6 โมง 1 ทุ่มค่ะ

6. กินอาหารเช้าที่มี 'โปรตีนสูง'
image_1023809
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าอยากมีหน้าท้องแบน ไม่มีอากาศมาพองลมในท้องให้รำคาญใจ หลังจากตื่นนอน ดื่มน้ำเปล่า 1 แก้วใหญ่ๆ เพื่อปลุกระบบขับถ่ายให้ตื่นตัว หลังจากนั้นให้เริ่มต้นมื้อเช้าด้วย ' โปรตีนเน้นๆ ' เพื่อไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้อิ่มนานไปจนถึงมื้อถัดไป ด้วยไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หลังตื่นก็มักจะมีกิจกรรมต่างๆ เข้ามาให้วุ่นวายและเสียพลังงาน ทั้งการเดินทาง การใช้สมองในการเรียน/ทำงาน และกิจกรรมที่ต้องใช้แรงอื่นๆ เป็นต้น 

หากไม่ได้กินมื้อเช้า หรือกินในปริมาณที่ไม่มากพอ เมื่อเข้าสู่ช่วงเที่ยงๆ บ่ายๆ จะเกิดอาการหิวอย่างรุนแรง หรือสมองเบลอ ล้า ซึ่งทำให้หันไปหาการฟื้นฟูทางลัดอย่างอาหารสำเร็จรูปแคลอรี่สูง โซเดียมสูงโดยไม่รู้ตัว ทำให้ท้องอืดป่องเพราะร่างกายได้รับเกลือมากเกินไปจนเกิดการอุ้มน้ำ ถ้าไม่รู้จะกินมื้อเช้าเป็นอะไรดี เราแนะนำให้ต้มไข่ทิ้งไว้ตั้งแต่คืนเมื่อวาน แช่ตู้เย็นไว้ ตื่นมาก็แกะเปลือกไข่กินได้ทันที, ขนมปังทาเนยถั่ว หรือถ้ามีงบเหลือ ( เพราะราคาค่อนข้างสูง ) ก็ซื้อโปรตีนเชคไว้ชงกินก็ได้ รับรองว่ามีเอเนอร์จี้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าแบบไม่กินมั่วจุกจิกชัวร์ๆ


7. ออกไปเดินเล่น ไล่แก๊สออกจากท้อง พุงแบนทันใจ
image_1023810
- ที่มารูป: www.img.in.th

ทริคสุดท้ายที่คนท้องอืดนิยมทำกัน ก็คือการไป ' เดินเล่น ' ไล่ลมออกจากกระเพาะ การเดินก็คือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ช่วยให้ลำไส้ได้ขยับ ได้ทำงาน ลองสังเกตว่าคนส่วนใหญ่ที่ท้องผูกเพราะไม่ค่อยได้เดินไปไหน แต่เมื่อได้เดินมากขึ้น ระบบขับถ่ายก็ดีขึ้นทันที การมีลม มีแก๊สเกินก็เช่นกัน เมื่อไปเดินให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ แก๊สก็จะค่อยๆ ถูกขจัดออกไปจนกลับมาอยู่ในสภาพเดิมค่ะ

ไม่จำเป็นต้องเดินเร็วแบบสับขา หรือจ๊อกกิ้งจนเหนื่อยหอบ ให้คิดซะว่าไปเดินเล่นดูนั่นดูนี่ เดินไปเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็วสัก 30-45 นาที เธอจะรู้สึกถึงผลลัพธ์ที่สบายท้องและสดชื่นกว่าเดิมมากๆ ถ้าไม่อยากท้องอืดบ่อย ก็อย่ากินเสร็จแล้วนั่งแหมะเล่นคอม หรือนอนดูซีรีส์ ไปขยับเขยื้อนร่างกาย เดินยืดเส้นยืดสายซะหน่อย รับรองว่าตัดปัญหาความกังวลใจเรื่องท้องอืดทิ้งไปได้เลย!


-------------------------------------------
ไม่ต้องกลัวมีพุง ( ที่เต็มไปด้วยอากาศ ) ล้นออกมานอกเสื้อผ้าอีกต่อไป เพราะซิสสามารถขจัดออกไปได้ง่ายๆ ด้วยการทำตามทริคไล่ลมในกระเพาะทั้ง 7 ข้อนี้! ไม่ว่าจะการดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ, กินกล้วยสักผล, เลี่ยงอาหารไขมันเยิ้มต่างๆ และไอเทมเกิดแก๊สอย่างหมากฝรั่ง, เน้นกินอาหารโปรตีนสูง และไม่กินมื้อดึกจนเกินไป เท่านี้สาวๆ ก็ยังคุมหน้าท้องให้แบนราบ ใส่เสื้อผ้าพอดีตัวได้โดยไม่ต้องกังวล เบาสบายไม่อึดอัดตัวไปได้ตลอดวัน ลองไปทำตามกันดูนะคะ แล้วเธอจะลืมคำว่าท้องป่องไปเลยยย วันนี้เราก็ขอตัวไปก่อนแล้วน้า เจอกันใหม่บทความหน้ากับทริคดีๆ นะค้า บ๊ายบายยย \(^▽^)/

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @