สักวันความเชื่อใจจะไม่เหลือ! 7 วิธีให้สาวๆ 'เลิกนิสัยขี้โกหกแฟน' กล้าเผชิญความจริง เป็นคนซื่อสัตย์กับคู่รัก ❤

สักวันความเชื่อใจจะไม่เหลือ! 7 วิธีให้สาวๆ 'เลิกนิสัยขี้โกหกแฟน' กล้าเผชิญความจริง เป็นคนซื่อสัตย์กับคู่รัก ❤

มีสาวๆ หลายคนมากที่ติดนิสัยขี้โกหก เวลาคิดหรือทำอะไรไม่อยากบอกความจริงแฟน ใช้วิธีตอบเลี่ยงๆ หรือพูดไปคนละเรื่องเพราะไม่อยากให้เขารู้ ถ้าแฟนจับไม่ได้ก็ยังรอดตัวนะ แต่ถ้าวันนึงจับได้ขึ้นมาเมื่อไหร่... เขาจะไม่มีวันเชื่อใจเธออีกเลย

18 January 2021
Mollacake
18 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


- - - สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe คนขี้จุ๊ทุกคน!!! - - -

เวลาเกิดปัญหาอะไรในชีวิตคู่ก็ตามที่รู้สึกว่าแฟนจะไม่ชอบใจแน่ๆ ซิสคนไหนบ้างที่จะ ' พูดความจริงนะ แต่พูดไม่หมด ' ถ้าไม่ตอบเลี่ยง ตอบอ้อม ก็โกหกชนิดที่ว่าพลิกดำเป็นขาวจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ อย่างแอบซื้อเมคอัพราคาแพงเข้าบ้าน หรือเรื่องใหญ่อย่างการเป็นหนี้ ลาออกจากงาน ฐานะที่บ้าน หรือความรู้สึกในใจ ยอมตอบอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ความจริง เพราะกลัวการเผชิญหน้า กลัวโดนด่า กลัวความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไป ถ้ายังปิดบังไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิตได้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโดนจับได้ล่ะ คิดว่าเขาจะยังอยากคบเธออยู่หรือเปล่า?

เวลาคู่รักคบกัน สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อต้องห้าม ไม่ควรทำเด็ดขาดคือ ' การโกหก ' เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจก็เหมือนแก้วบางๆ ใบหนึ่ง การโกหกแค่ครั้งเดียวก็เหมือนใช้ค้อนทุบแก้วนั้นจนเกิดรอยร้าว อาจให้อภัยได้แต่กลับไปเชื่อสนิทใจแบบเดิมได้ยาก เหมือนที่แก้วนั้นจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ถ้าไม่อยากให้วันหนึ่งนิสัยขี้โกหกของเธอจะทำให้ความรักต้องดิ่งลงเหว ลองมาอ่าน ' 7 วิธีเลิกนิสัยโกหกแฟน กล้าเผชิญปัญหา เป็นคนซื่อสัตย์ต่อแฟนให้มากขึ้น ' เพื่อให้รักครั้งนี้มั่นคงและมีความสุขแบบไม่ต้องมีชนักติดหลังตลอดเวลานะคะซิส

1. เชื่อใจ และเชื่อมั่นในตัวคนรักมากกว่านี้
image_1023741
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาเหตุหนึ่งที่สาวๆ หลายคนไม่กล้า หรือไม่ยอมบอกความจริงกับแฟนเมื่อเกิดปัญหา เพราะไม่ได้เชื่อมั่นในศักยภาพหรือนิสัยของคนรักมากพอ ว่าพูดออกไปแล้วเขาจะรับความจริงได้มากแค่ไหน เขาจะหนีไป อาละวาด ด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ทำร้ายข้าวของ หรือถึงขั้นทำร้ายเธอหรือเปล่า เช่น เขาซื้อของมาฝาก หรือเขาพาไปเจอพ่อแม่ ก็ไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าไม่ชอบ, เขามาจีบก็โกหกอดีตที่ผ่านมา เพราะกลัวว่าบอกความจริงไปเขาจะถอย เป็นต้น

การตอบทุกอย่างให้เป็นทางบวก ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป อย่างแรกคือการหนีปัญหา การมองหุบเหวแล้วมโนว่ามันคือถนนที่ราบเรียบ ไม่ได้ทำให้หุบเหวนั้นอันตรายน้อยลง แต่ต้องหาวิธีสร้างสะพานเพื่อข้ามไปอีกฟากต่างหาก นั่นหมายถึงเธอต้อง ' เชื่อและศรัทธา ' ในตัวอีกฝ่ายไว้ก่อนว่าเขาจะรับฟังและไม่ตัดสินไปก่อน ซึ่งถ้าเขาเป็นแบบนั้น ก็แปลว่าเธอเลือกถูกคน แต่ถ้าไม่ก็โชคดีแล้วที่เขาหลุดจากชีวิตเธอไป แค่นั้นเอง

2. เป็นคนที่แฟนก็ 'เชื่อใจได้' เช่นกัน
image_1023755
- ที่มารูป: www.img.in.th

บางครั้งที่เธอต้องขี้ปด ไม่ยอมบอกความจริงแฟน ส่วนหนึ่งก็เพราะข้างในใจลึกๆ ไม่รู้สึกว่าตัวเองดีพอหรือเป็นคนที่ใครจะเชื่อใจได้ขนาดนั้น ต้องสร้างหน้าฉากว่าเป็นคนดี คนเก่ง คนสวย ทัศนคติดีมองโลกในแง่บวก เพื่อเป็นเกราะป้องกันคนนินทา กันแฟนไม่รัก ทั้งที่ภายในนั้นมีแต่เรื่องแย่มากมายที่เธอแอบทำผิดและสะสมเอาไว้ นับวันเกราะนั้นก็ยิ่งหนักขึ้น แบกไม่ไหวมากขึ้นทุกที สักวันมันอาจพังครืนและล้มใส่เธอเองก็ได้

ถ้ารู้ว่าตัวเองไปกิ๊กหนุ่ม หรือเอาเงินไปเปย์ไอดอลที่ชอบจนหมดตัว จะเหนื่อยในการปิดบัง โกหกไม่เนียน ทำให้ตัวเองดูเป็นคนมีพิรุธ ก็อย่าทำสิ่งนั้นเสียตั้งแต่แรก เมื่อไม่มีเกราะให้ต้องยก ก็ไม่หนัก ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคอยแอบซ่อนอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่มีปูมหลังอะไรให้ขุด เธอก็เป็นคนที่แฟนสามารถเชื่อมั่นและไว้ใจได้ กันไว้ดีกว่าแก้นะคะซิสขา!

3. ทำอะไรผิดมาก็ตาม นับ 1-5 แล้วบอกความจริงไปเลย!
image_1023768
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับซิสบางคน ตอนนี้สายเกินไปที่จะทำตัวขาวสะอาด เพราะมีอดีตที่ผ่านมา ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ และอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังตัดสินใจว่าควรบอกความจริงนี้กับแฟนหรือคนคุยหรือไม่ อาจจะอยู่ในช่วงเพิ่งเริ่มจีบกัน หรือกำลังตัดสินใจทำเรื่องใหญ่ด้วยกันบางอย่าง ซึ่งอดีตนี้อาจทำให้เขาเปลี่ยนความคิดได้เลย ( ซึ่งไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนในทางดีหรือร้าย ) เธออาจลังเล ไม่รู้จะทำยังไงดี ถ้าบอกก็กลัวต้องเลิกกัน แต่ถ้าไม่บอกก็ต้องทนกับการหวาดระแวงไปทั้งชีวิต

อะไรที่ต้องแอบซ่อน แน่นอนว่า 100% มักไม่ใช่เรื่องดี เธอไม่อยากให้เขาโกหกเธอฉันใด เขาก็ไม่อยากให้เธอโกหกเขาเช่นกัน ดังนั้นอย่ากลัวที่จะนับ 1-5 ในใจช้าๆ และตัดสินใจบอกไปให้จบ ต้องยอมรับว่าเอฟเฟกต์ที่ตามมาคงไม่ใช่การยิ้มรับทุกคู่แน่ๆ แฟนอาจจะช็อก เงียบ สบถออกมาด้วยความตกใจ อาละวาดใหญ่โต หรืออาจจบที่การห่างหายกันไปจากชีวิต แต่เธอก็ได้ยอมรับตัวตนและความผิดพลาดของตนเอง ยึดหลักการนี้ไว้ ถ้าคนนี้ไปไม่รอด คนต่อไปที่เข้ามาก็จะเป็นคนที่ยอมรับเธอได้สนิทใจ ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันอีกต่อไป โล่งใจกว่าเยอะ

4. ฝึกการสื่อสารแบบ 'เปิดใจคุยกันตรงๆ' ไม่อ้อม ไม่ผ่านตัวกลาง
image_1023778
- ที่มารูป: www.img.in.th

เชื่อไหมว่าหลายคู่โดยเฉพาะคู่รักชาวเอเชีย ที่เรามักถูกสอนมากับวัฒนธรรมห้ามบอกความรู้สึกตรงๆ เพราะหยาบคาย ไม่คิดถึงจิตใจคนอื่น และภาพลักษณ์ต้องดูดีอยู่เสมอ ต้องเป็นคนดีบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่งั้นชาวบ้านจะนินทา ทั้งหมดนี้ทำให้เวลามีปัญหา ฝ่ายหญิงไม่กล้าเปิดปัญหาออกมาตีแผ่กันตรงๆ เพราะห่วงนั่นห่วงนี่ไปหมด กลัวดูเป็นผู้หญิงไม่ดี กลัวดูแรดดูแรง กลัวดูไม่นุ่มนวลอ่อนโยน เช่น ปัญหาที่ค่อนข้าง 18+ เช่นเรื่องบนเตียง แม้จะไม่ถูกใจหรือเจ็บปวดยังไงก็ต้องเก็บไว้, ปัญหากับแม่แฟนที่ต้องปั้นหน้าว่ารับได้, ปัญหาจุกจิกที่เขาชอบให้เธอทำ แต่เธออึดอัดจนจะทนไม่ไหวแล้ว เป็นต้น

สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งทำเป็นเรื่องปกติ แต่ชาวเอเชียยังต้องสอนกันอีกเยอะคือ ' การคุยเปิดใจตรงๆ ' ไม่ต้องผ่านตัวกลาง ไม่ต้องมีผู้ใหญ่ ไม่ต้องอ้อมค้อม หาวันเวลาที่ว่างตรงกัน นั่งตรงข้ามกันแล้วคุยให้รู้เรื่องตรงนั้นเลย สำหรับคนโบราณอาจจะดูก้าวร้าว ดูไม่สมกับเป็นผู้หญิง แต่การปัดขยะสุมเก็บไว้ใต้พรมเพื่อหนีปัญหาก็ไม่ช่วยอะไรเช่นกัน สื่อสารกันต่อหน้าเถอะ ง่ายที่สุดแล้ว เคลียร์เร็ว จบไว และทำให้สบายใจที่จะอยู่ด้วยกันมากขึ้นอีกด้วย

5. เห็นใจ เมตตาแฟนของเธอสักนิด อย่าหลอกเขาด้วยคำโกหก
image_1023782
- ที่มารูป: www.img.in.th

หนึ่งในเหตุผลที่คนคนหนึ่ง กล้าที่จะโกหก ไม่ยอมพูดความจริงกับคนที่รักได้ก็เพราะ ' ไม่ได้สนใจความรู้สึกอีกฝ่ายขนาดนั้น ' งงไหม บางคนอาจเถียงว่าเพราะใส่ใจความรู้สึกสิถึงได้โกหก กลัวเขาโกรธหรือเสียใจ แต่ลองคิดมุมกลับว่าถ้าเธอโดนโกหกบ้าง มารู้ความจริงทีหลังเธอจะรู้สึกยังไง ที่กลัวเขาเสียใจเพราะกลัวว่าตัวเองจะเสียหน้าไปด้วยหรือเปล่า? สุดท้ายที่โกหกก็เพราะห่วงตัวเองอยู่ดีไม่ใช่เหรอ? ที่หนีปัญหาเพราะผลประโยชน์ของใครกันแน่ ของเธอหรือของเขา คิดดูให้ดีๆ ค่ะ

ถ้าไม่อยากถูกเปิดโปงในอนาคต และโดนแฟนมองว่าเป็นคนทรยศ ไม่ให้เกียรติกัน ก็บอกความจริงเสียให้จบ อย่าไปหาชนักติดหลัง เป็นวัวสันหลังหวะตั้งแต่แรก มีเมตตาและเห็นใจแฟนให้มากๆ ถ้ารักเขา เธอต้องกล้าบอกว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่เคลือบน้ำตาลความรักให้หวานหอม แต่กระเทาะออกมามีแต่คำโกหก ไม่มีอะไรเป็นเรื่องจริงสักอย่าง แบบนั้นมันคือขนมอาบยาพิษชัดๆ!

6. ให้คุณค่า รักแฟนให้มากขึ้น ถ้าค้นพบว่าคนนี้ 'ไม่ใช่' ก็รีบบอกเขา
image_1023788
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้อาจจะสะเทือนใจ ( หรือถึงขั้นรับไม่ได้ ) สำหรับสาวซิสหลายคน แต่เป็นเรื่องจริงที่ว่า บางคนโกหกแฟนเพราะเหตุผลง่ายๆ ว่า ' ไม่ได้รักแฟนขนาดนั้น ' คือรู้อยู่แล้วแหละว่าบอกไปต้องระเบิดลง ต้องเคลียร์กันยาว แต่รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีค่าพอจะให้ปรับความเข้าใจขนาดนั้น คือไม่ได้สำคัญพอที่เธอจะต้องมานั่งเสวนาด้วยนานๆ เลยบอกเรื่องโกหกให้มันพ้นตัวไปวันๆ บางทีก็ไม่ได้คิดจะลงหลักปักฐานกับคนนี้อยู่แล้วด้วย แค่คบไปเรื่อย เลยไม่คิดว่าจะต้องสารภาพบาป บอกตัวตนอะไรของตัวเองมากมาย เพราะเดี๋ยวก็เลิก ( สงสารอีกฝ่ายเลยอะ... )

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะหาคนรักที่รักเขาจริงๆ ไม่ใช่คบเผื่อเลือกแบบชั่วคราว หากไม่ได้ตกลงกันตั้งแต่แรก ก็เหมือนเธอไปหลอกให้เขามารัก ถ้าไม่สามารถรักและให้ค่าเขามากพอในฐานะคู่ชีวิตได้ ก็ให้โอกาสเขาไปเจอคนใหม่จะดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลาและไม่เสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่ายด้วย คิดจะมีความสัมพันธ์กับใคร ก็ควรมีความรับผิดชอบต่อเขาด้วย อย่างน้อยก็ในด้านความรู้สึกค่ะ


7. รู้จักแยกแยะระหว่าง โกหกในเรื่องดี กับโกหกในเรื่องแย่ๆ
image_1023798
- ที่มารูป: img.168upload.com

อันที่จริงเรื่องโกหกก็ไม่ใช่เรื่องแย่ๆ ทุกเรื่องเสมอไป มันก็ยังมีข้อยกเว้นบางอย่างที่เรียกว่าโกหกขาว หรือ ' white lies ' ด้วยเช่นกัน ในที่นี้คือการโกหกในเรื่องดีที่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ เช่น รู้ว่าแฟนเป็นโรคหัวใจรุนแรง ถ้ารับรู้สิ่งที่แย่มากๆ ฉับพลันอาจทำให้เขาช็อก ต้องหามไปไอซียูได้ จึงค่อยๆ ตะล่อมพูดเรื่องอื่นไปก่อนให้เขาทำใจได้ทีละนิด, ให้กำลังใจว่าเขาทำอาหารอร่อย ทั้งที่ฝีมือจริงๆ ไม่ได้เรื่อง อันนี้ก็ถือว่าเป็นโกหกขาวเช่นกัน


ต้องมองบริบทเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าการโกหกนั้นทำให้เขามีความสุข สบายใจ ไม่มีผลกระทบแย่ๆ ตามมาภายหลังก็ถือว่ายอมรับได้ แต่ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ เช่น ถ้าเขาคิดจะเอาดีด้านอาหาร พอเธอชมแล้วก็ดีใจ รีบเปิดธุรกิจร้านอาหาร สสุดท้ายเจ๊งเพราะไม่มีลูกค้า ก็อาจเป็นโกหกที่ผิดบาปโดยไม่ตั้งใจทันที หรือถ้าเขาคิดว่าดีแล้ว ไม่ยอมปรับปรุงฝีมือ เธอก็จะได้กินอาหารไม่อร่อยซ้ำๆ ซากๆ อยู่ดี ดังนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักดูข้อดีข้อเสียที่จะตามมา ถ้าจะโกหกขาวด้วยนะคะ


------------------------------------------
ถ้าความรักคืออาหารจานหนึ่ง ' ความไว้ใจ ( trust ) ' ก็เหมือนวัตถุดิบหลักที่จะชวยเติมแต่งให้อาหารมีรสอร่อย สามารถกินได้จนหมดจาน เหมือนความรักที่จะประคับประคองกันไปจนถึงวันสุดท้าย การใช้ชีวิตของคนสองคนไม่มีทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ 100% อยู่แล้ว อย่าให้การหวาดระแวง ไม่เชื่อใจกันเป็นอุปสรรคเพิ่มให้รักของเธอต้องลำบากเพิ่มขึ้นไปอีกเลย เรียนรู้ที่จะไว้ใจและมอบความรักให้แฟนมากกว่านี้ หากรักมากพอ จะไม่มีคำว่าโกหกต่อกัน และจับมือฝ่าฟันขวากหนามทุกอย่างไปได้อย่างมั่นคง และอยู่ร่วมกันไปจนถึงวันสุดท้ายค่ะ ขอให้เส้นทางความรักของสาวซิสทุกคนสวยงามและราบรื่นนะคะ 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @