#ปวดเมนส์ไม่ไหวแล้ว! 7 'อาหารควรกิน ช่วงมีประจำเดือน' ลดปวดท้อง ลดเศร้าลดสิว ใช้ชีวิตได้ ไม่ต้องนอนตัวงอ

#ปวดเมนส์ไม่ไหวแล้ว! 7 'อาหารควรกิน ช่วงมีประจำเดือน' ลดปวดท้อง ลดเศร้าลดสิว ใช้ชีวิตได้ ไม่ต้องนอนตัวงอ

ปกติวันนั้นของเดือน คนส่วนใหญ่ก็มีอาการปวดหน่วงๆ สิวผุดเพียบ ท้องเสีย ท้องผูกกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าไม่อยากลดอาการเหล่านี้แบบไม่ต้องพึ่งยา ลองกินอาหารเหล่านี้สิ แล้วซิสจะพบกับความแตกต่าง!!

16 March 2021
Mollacake
16 March 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1035445
- ที่มารูป: pa1.narvii.com


ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลังเป็น ' มนุษย์เมนส์ ' ทุกคน

คำสาปอันร้ายแรงที่เหมือนติดมากับดีเอ็นเอของผู้หญิงแทบทุกคน ก็คงหนีไม่พ้น ' การปวดประจำเดือน ' หรือเป็นเมนส์เป็นแน่แท้! เหมือนวัดดวงเวอร์ คนสุขภาพดีไม่ปวดก็คือไม่ปวดเลยย ใช้ชีวิตชิลล์ๆ แต่บางคนก็ปวดมาก ปวดแบบนอนตัวบิดตัวงอ อัดยาก็ได้แค่บรรเทา รอบไหนกรรมหนักหน่อยก็ต้องโทรไปลาป่วยที่มหาลัย / ออฟฟิศเลยทีเดียว คือมันจะตายจริงๆ อะ แค่จะก้าวขาก็ร้าวไปทั้งตัวแล้ว ไหนจะอารมณ์ขึ้นสุดลงสุด เดี๋ยวก็สุขเดี๋ยวก็เศร้า สิวก็บุกอีก T^T #ทรมานยืนหนึ่ง

ไม่ว่าเธอจะจัดอยู่ในหมวดปวดท้องพอทนได้ หรือปวดแบบใช้ชีวิตประจำวันไม่ไหวก็ตาม นอกจากออกกำลังกายให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น หรือกินอาหารเสริมจำพวกอีฟนิ่งพริมโรส fish oil ที่ช่วยลดอาการเหวี่ยงวีน เศร้าดิ่งหรือ PMS ได้นั้น ก็ยังมีอาหารการกินทั่วไปอีกมากมาย มาเก็บเช็กลิสต์ได้จาก ' 7 อาหารควรกินช่วงมีประจำเดือน ' ที่ช่วยให้การวันแดงเดือดไม่ใช่โมเมนต์ที่สยองขวัญอีกต่อไป จะมีของกินแบบไหนบ้างเราไปดูกันเลยค่า (/▽\*)。o○♡

1. ขนมปังปิ้งโฮลเกรน
image_1034600
- ที่มารูป: www.img.in.th

เวลาที่เธอปวดเมนส์ทุกเดือน แล้วมีความรู้สึกเศร้า ดิ่ง โหยหาขนมหวานๆ ชานมไข่มุกแก้วใหญ่ๆ ช็อกโกแลตแท่งโต ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะช่วงที่เธอมีประจำเดือนนั้นฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนสร้างความสุขนั้นลดระดับลง ซึ่งตามสัญชาตญาณเอาตัวรอดของร่างกาย สมองจึงสั่งให้เธออยากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ข้าว ขนมปัง คุกกี้ เพื่อเพิ่มเซโรโทนินกลับมาให้สมดุล ช่วงมีเมนส์จึงหยุดการกินแบบ ' ปอบลง ' ยาก เพราะมันคือการต่อสู้กับระบบร่างกายตัวเองค่ะ

ในเมื่อเรารู้หลักแล้วว่า ร่างกายแค่ต้องการแป้ง ไม่จำเป็นต้องหยิบขนมแคลอรีสูงเข้าปากเสมอไป ก็เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน เพราะอิ่มนานกว่า ดีต่อสุขภาพมากกว่า ดังนั้นเราขอผายมือไปให้ ' ขนมปังโฮลเกรน ' ที่มีลักษณะเป็นแผ่นพกพาง่าย เหมาะกับยุคเร่งรีบในปัจจุบัน มีวิตามินบีที่สำคัญต่อประจำเดือน ช่วยเรื่องระบบเมตาบอลิซึ่ม ดึงพลังงานจากโปรตีน ไขมันและคาร์โบไฮเดรตมาใช้อย่างเต็มที่ มีไฟเบอร์ลดอาการท้องผูก ท้องอืด และลดการกินจุกจิก ไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นหลังเมนส์หมดในรอบนั้นๆ อีกด้วยค่ะ

2. เมล็ดฟักทอง
image_1034603
- ที่มารูป: www.img.in.th

อย่างที่รู้กันว่า อาการก่อนมีประจำเดือนหรือ PMS จะแย่ลงถ้าระดับฮอร์โมนเซโรโทนิน ( ฮอร์โมนความสุข ) ลดลง จึงทำให้เกิดการเหวี่ยงวีน อารมณ์เสีย ดราม่าควีนเจ้าน้ำตาโดยไม่รู้ตัว แม้ร่างกายจะสร้างเจ้าฮอร์โมนนี้ไม่ได้ แต่เราสามารถเพิ่มมันได้โดยธรรมชาติด้วยการกินอาหารที่มีกรด ' ทริพโตเฟน ( tryptophan ) ' สูง ซึ่งกรดนี้จะแปรไปเป็นเซโรโทนิน ช่วยปรับอารมณ์ให้เสถียรขึ้น ลดภาวะซึมเศร้า นอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งหนึ่งในอาหารที่มีกรดตัวนี้สูงก็คือ ' เมล็ดฟักทอง ' นั่นเอง

จะกินเล่นเปล่าๆ เป็นของว่าง หรือนำไปโรยอาหารจานโปรด เช่น สลัดผัก ข้าวผัด แกงราดข้าว หรือจะปั่นรวมกับสมูทตี้ก็ได้ แค่เมล็ดฟักทองประมาณ 30 กรัม ร่างกายก็ได้แมกนีเซียม 75% ที่จำเป็นต่อวันแล้ว ทำให้อารมณ์ดีขึ้น มองโลกในแง่บวกมากขึ้น และช่วยลดปวดท้อง ลดอาการบวมน้ำอีกด้วยนะ! เพราะสารอาหารในเมล็ดฟักทองจะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นค่ะ

3. เมลอน
image_1034605
- ที่มารูป: www.img.in.th

ใครชอบผลไม้สีเขียวรสชาติหวานฉ่ำอย่าง ' เมลอน ' หาโอกาสกินได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด ก็ตอนมีประจำเดือนนี่ละค่า เพราะมันช่วยลดอาการบวมก่อนมีประจำเดือนได้ดีสุดๆ! ถ้าช่วงนี้เธอใส่เสื้อผ้าพอดีตัวในช่วงปกติไม่ได้ ตัวนิ่มขึ้น พุงใหญ่ขึ้น น้ำหนักขึ้นมาเล็กน้อย นั่นไม่ใช่ขนาดตัวจริงๆ ของเธอ แต่เป็นภาวะบวมน้ำหรือ water retention เนื่องจากก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน ร่างกายจะเริ่มกักเก็บโซเดียมและของเหลว จึงทำให้ตัวย้วยๆ เหลวๆ กว่าปกตินั่นเอง 

แม้สุดท้ายร่างกายจะกลับมาเป็นปกติ แต่สาวๆ บางคนก็มีงานด่วนต้องใช้ร่างช่วงมีเมนส์ แล้วจะทำยังไงล่ะ? แนะนำให้กินเมลอนเย็นฉ่ำสักชิ้น เพราะเมลอนเป็นผลไม้ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง จึงช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย ทำให้ตัวกระชับขึ้นได้, เป็นยาระบายตามธรรมชาติ จึงช่วยลดแก๊ส อาการท้องอืดช่วงมีประจำเดือนด้วย และให้ความชุ่มชื้นกับร่างกาย ลดอาการปวดท้อง อารมณ์ดีขึ้นค่ะ

4. ป๊อบคอร์น ( รสธรรมชาติ ที่ไม่ใส่เกลือ )
image_1034608
- ที่มารูป: www.img.in.th

ใช่แล้วค่ะ เธออ่านไม่ผิดหรอก ช่วงแดงเดือดนี่แหละ กิน ' ป๊อบคอร์น ' แล้วดีต่อใจสุดๆ แต่ต้องเป็นรสธรรมชาติไม่ใส่เกลือ น้ำเชื่อมใดๆ นะ มันจะเป็นโฮลเกรนที่ช่วยกระตุ้นเซโรโทนินในร่างกายได้ พูดง่ายๆ คือกินแล้วอารมณ์ดีขึ้นนั่นเอง เพราะโฮลเกรนมีคุณสมบัติให้ร่างกายหลั่งอินซูลิน ซึมซับกรดอะมิโนทริพโตเฟนได้ดีขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเซโรโทนิน ลดอาการซึมเศร้า หลับได้ดีขึ้นค่ะ

หลักสำคัญคือ ให้จับคู่คาร์โบไฮเดรตที่เป็นเชิงซ้อนอย่างป๊อบคอร์น และโปรตีนที่ดีต่อร่างกายเข้าด้วยกัน เช่น กินป๊อบคอร์นกับถั่ว เป็นต้น ที่ต้องให้กินแบบไม่ใส่เกลือ เพราะเกลือคือโซเดียมที่ทำให้บวมน้ำและท้องอืดได้ หากมีป๊อบคอร์นอยู่ในบ้านพอดี นำมาอบให้อร่อย โรยพริกป่นเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย กินกับถั่วอัลมอนด์ พิสตาชิโอ วอลนัทสัก 1 กำมือ หรือถ้าไม่ชอบถั่ว จะเปลี่ยนเป็นกรีกโยเกิร์ต ดาร์กช็อกโกแลต หรือไข่ต้มตามชอบก็ได้นะคะ

5. ปลาเทราท์ ( Trout Fish )
image_1034611
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากพูดถึงแหล่งของโอเมก้า 3 ที่ดีต่อหัวใจและสมองของสาวๆ แล้ว แทบทุกคนก็จะนึกถึงปลาแซลมอนเป็นอันดับแรก แต่ในบทความนี้เราจะขอแนะนำปลาที่ทุกคนอาจมองข้ามไปอย่าง ' ปลาเทราท์ ' ที่เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการ PMS ก่อนมีประจำเดือน นั่นหมายถึงทำให้อารมณ์คงที่ ไม่น้ำตาไหลไร้เหตุผล หรือมีความคิดดิ่งจนอยากตาย เป็นต้น

กรดโอเมก้า 3 ถือเป็นไขมันดี มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบ ซึ่งปลาเทราท์ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะเพราะมีโปรตีนคุณภาพดี วิตามินบีสูง กินแล้วช่วยให้มีเรี่ยวแรง ควบคุมอารมณ์ผิดปกติได้โดยไม่ทำให้อ้วน แนะนำให้กินคู่กับข้าวกล้องหรือข้าวหุงใส่ธัญพืชจะยิ่งเฮลตี้ต่อสุขภาพยิ่งขึ้น ( เสริม : ถ้ากินแบบจิ้มน้ำจิ้ม เลี่ยงชนิดที่ใส่เกลือเยอะๆ เช่น โชยุ เพราะจะทำให้บวมน้ำค่ะ )

6. เมล็ดเชีย ( Chia Seeds )
image_1034616
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากเธอเป็นสาวสายเฮลที ชอบปั่นสมูทตี้กิน ' เมล็ดเชีย ( chia seeds ) ' น่าจะเป็นส่วนประกอบหลักที่มีติดตู้เย็นกันอยู่แล้ว บอกเลยว่าช่วงวันแดงเดือดแบบนี้ ใส่ลงไปปั่นรัวๆ เลยอย่าไปยั้ง เพราะมันช่วยลดอาการ PMS ได้ดีไม่ต่างกับปลาเทราท์หรือปลาแซลมอนเลยทีเดียว! เพราะเมล็ดเชียเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 กรดไขมันที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า กรดนี้จะช่วยให้ฮอร์โมนเซโรโทนินเข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้ดีขึ้น ลดความผิดปกติทางอารมณ์ได้ดีขึ้นค่ะ

หากปลาแซลมอน ปลาเทราท์ หรือเมล็ดเชียดูจะไกลตัวเกินไป อาหารง่ายๆ ที่กินกันทุกวันอย่าง ' ไข่ต้ม ' ก็ช่วยเติมไขมันดีให้ร่างกายได้เช่นกัน ตัวอย่างเมนูอาหารที่ได้กินของอร่อย มีประโยชน์อย่างเต็มที่ก็เช่น สมูทตี้ผักผลไม้ใส่เมล็ดเชีย + ไข่ต้ม + ขนมปังปิ้งโฮลเกรน นอกจากอิ่มนาน ขับถ่ายง่ายแล้ว สภาพอารมณ์ก็จะค่อนข้างดี ไม่หงุดหงิดง่ายเหมือนที่เคยเป็น ลองดูนะคะ

7. ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลันเตา
image_1034620
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถั่วต่างๆ ( beans ) เช่น ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วเหลืองที่สาวไทยกินกันจนคุ้นชินอยู่แล้วในทุกวัน หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันเป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงมาก ซึ่งช่วยกระตุ้นระดับฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนความสุขในร่างกายได้ และยังช่วยลดอาการบวมน้ำ ตัวบวมช่วงมีประจำเดือนได้ ชาวเรารู้กันดีว่า มีเมนส์ที ทั้งท้องผูก ทั้งปวดท้องหน่วง บางคนท้องเสียด้วย ดังนั้นอาหารที่มีไฟเบอร์และแมกนีเซียมจะเข้ามาช่วยจุดนี้ได้ค่ะ

แมกนีเซียม จะทำหน้าที่เหมือนผู้ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดตามธรรมชาติ ลดอาการปวดท้องลง ซึ่งถั่วเหล่านี้จะมีทั้งไฟเบอร์และแมกนีเซียม จะกินเปล่าๆ หรือใส่ในซุป สลัด ข้าวผัด สปาเก็ตตี้ เครื่องเคียงของสเต๊ก etc. ก็ได้ทั้งนั้น หรือถ้าเป็นสายขนม พวกขนมคลีนอย่างบราวนี่ที่ทำจากถั่วขาวไม่เติมน้ำตาล ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน อย่าลืมเลือกแบบไม่ใส่เกลือเพื่อลดอาการบวมน้ำ นอกจากแมกนีเซียมแล้ว ก็ยังมีธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสีและโพแตสเซียมอีกด้วย หากกินในปริมาณที่เหมาะสมล่ะก็ กินไปเถอะ ไม่อ้วน แถมเฮลทีด้วยเด้อ!

image_1035446
- ที่มารูป: i0.wp.com


---------------------------------------
ในฐานะผู้หญิง เราเข้าใจดีว่าอาการปวดหน่วง ปวดตึงๆ เหมือนมีก้อนอะไรรั้งที่ท้องน้อยทุกเดือนมันทั้งเจ็บปวด ทั้งน่าเบื่อขนาดไหน บางทีก็ปวดแรงจนอยากจะตัดมดลูกทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอดไป เราจึงอยากมาบอกต่ออาหารทั้ง 7 ชนิดนี้ ที่แม้จะไม่ได้ทำให้อาการหายวับไปในพริบตา กลับมาวิ่งปรู๊ด ออกกำลังกายท่ายากได้ทันที แต่ก็ทำให้พอใช้ชีวิตได้ สภาพอารมณ์เป็นปกติยิ่งขึ้น และลดการขึ้นใหม่ของสิวและสิวอักเสบลง ยังไงก็ลองเลือกอันที่ชอบแล้วกินกันดูนะคะ

อย่างไรก็ตาม การปวดประจำเดือนรุนแรงมันก็มีหลายสาเหตุ ถ้าแก้ที่อาหารและการออกกำลังกายแล้วยังไม่หาย แนะนำให้รีบไปปรึกษาคุณหมอ ตรวจภายในแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เพราะอาจมีอะไรผิดปกติ เช่นโรคถุงน้ำในรังไข่ หรือมีเนื้องอก ซีสต์ในมดลูกได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความสาระดีๆ ครั้งหน้า บ๊ายบายค่า ☆⌒ヽ(*'、^*)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @