ฮัลโหล~ สวัสดีค่าชาวซิส ครั้งนี้มาชวนทอล์ก ๆ เมาท์มอยกันหน่อยดีกว่า ไหน ๆ ชาวซิสเคยคุยกับใครแล้วรู้สึกว่าได้เป็นตัวของตัวเองจนสามารถที่จะพูดคุยในเรื่องที่มันลึกซึ้งไปจนถึงเรื่องส่วนตัวที่เราไม่ค่อยได้คุยกับใครบ้างมั้ยคะ? ถ้าเคยละก็... แสดงว่าชาวซิสน่ะมีเคยผ่านการ Deep conversations หรือ Deep Talk มาบ้างแล้วนะ ซึ่งการพูดคุยแบบลึกซึ้งว่ากันว่าเป็นตัวช่วยในการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีได้มาก ๆ เลยนะคะ ไม่ว่าจะกับตัวเอง คนรัก เพื่อน ครอบครัว ที่ทำงาน รวมไปถึงคนแปลกหน้าด้วย บทความนี้เราเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาลองคุย Deep Talk กันสักหน่อย ส่วนจะต้องชวนคุยแบบไหน คุยกับใครได้บ้าง? ก็ต้องลองตามมาศึกษากันในบทความนี้กันต่อด้านล่างเล้ย!
เลือกอ่านตามหัวข้อ
Deep Talk หรือ Deep Conversation คืออะไร
การ Deep Talk มักจะนิยมใช้พูดคุยเพื่อให้รู้จักมุมมองความคิดต่าง ๆ และเพราะการ Deep Talk เป็นการพูดคุยแบบลึกซึ้งทำให้เรารู้จักไลฟ์สไตล์ ความคิด มุมมองต่าง ๆ จากอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เราได้รู้จักการเปิดใจรับฟัง เปิดมุมมองใหม่ และยังช่วยให้รู้จักตัวเองในอีกมุมนึงด้วย
ความหมายและที่มาของ Deep Talk
จากข้อมูลในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ สำนักข่าวและหนังสือพิมพ์ได้ให้คำอธิบายว่าการ Deep Talk / Deep Conversation หรือ Meaningful Conversation ก็คือการพูดคุยแบบลึกซึ้งแบบมีความหมายและมีประโยชน์ ไม่ได้พูดคุยแค่เรื่องทั่ว ๆ ไป แต่เป็นการพูดคุยไปจนสามารถที่จะรับรู้ทำความเข้าใจอีกฝ่ายและเข้าใจตัวเองมากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีแค่ 2 คน สามารถคุยเป็นกลุ่มได้ และยังใช้ได้กับทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว คนรัก/คนคุย แม้กระทั่งคนแปลกหน้าก็สามารถทำได้
ยิ่งไปกว่านั้นสภาพสังคมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่แม้จะเปิดโอกาสให้ได้เจอผู้คนใหม่ ๆ ได้ง่ายแต่กลับไม่ได้รู้จักในมุมที่ลึกซึ้งนาดนั้น การ Deep Talk จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถที่จะรู้จักกันมากขึ้นและกระชับความสัมพันธ์ได้ดีมากยิ่งขึ้นได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้การ Deep Talk กลายมาเป็นเทรนด์ฮิตในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันแอปฯหาคู่มีเยอะมาก ซึ่งการพูดคุยแบบสัพเพเหระทั่ว ๆ ไปมันก็สามารถทำได้ แต่ถ้าอยากรู้จักกันให้มากขึ้น อยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากขึ้น การชวนอีกฝ่ายคุยแบบ Deep Talk ก็ทำให้รู้จักตัวตนกันและกันมากยิ่งขึ้น มันก็เลยกลายเป็นเทรนด์ที่คนนิยมทำกันเยอะสุด ๆ เลยล่ะค่ะ

Deep Talk ใช้คุยกับใครได้บ้าง?
อย่างที่บอกว่าการ Deep Talk สามารถใช้พูดคุยได้กับทุกความสัมพันธ์ แต่ ๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถ Deep Talk ได้ดีและมีประสิทธิภาพนะคะ จากข้อมูลที่ดร.ต้อง พงษ์รพี บูรณสมภพ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์และเจ้าของเพจ Dr.Tong The Filter เคยได้บอกไว้ในคลิปช่องสตรีมีคลาสว่า "การ Deep Talk คือการฟังเก่ง"
ดังนั้นถ้าอยากจะพูดคุยแบบ Deep Talk กับใครสักคนเราก็ควรที่จะพร้อมฟัง แสดงออกให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยด้วย แล้วก็ต้องเลือกคนที่พร้อมจะฟังไปพร้อม ๆ กับเราด้วย ฉะนั้นหากอยากเริ่ม Deep Talk เราก็ควรรู้จักสังเกตสถานการณ์ สีหน้าและท่าทางอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มคุยว่าตอนนี้ทุกฝ่ายพร้อมจะรับฟังและสะดวกที่จะฟังและพูดคุยกันไหม ถ้าไม่ว่าง ไม่สะดวก บรรยากาศไม่เลิศ สีหน้าไม่โอเค ท่าทางไม่โอเคหรือไม่พร้อมที่พูดคุยและรับฟังกันมันก็จะทำให้การพูดคุยแบบ Deep Talk ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นหัวใจหลักของการ Deep Talk เราและคนที่จะคุยด้วยต้องพร้อมรับฟังกันและจะต้องตั้งใจฟังนั่นเอง โดยหัวข้อการคุยของแต่ละความสัมพันธ์อาจมีได้หลายหัวข้อ เช่น
- Deep Talk กับตัวเอง เช่น ความรู้สึกของตัวเอง, ความต้องการของตัวเอง, สิ่งที่ไม่ชอบในตัวเอง ฯลฯ
- Deep Talk กับเพื่อน เช่น การเรียน, การทำงาน, ความรัก, ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน, ความชอบส่วนตัว ฯลฯ
- Deep Talk กับครอบครัว เช่น การมีครอบครัว, การเลี้ยงลูก, สิ่งที่พ่อแม่ภูมิใจในตัวเรา, ความทรงจำที่มีร่วมกัน ฯลฯ
- Deep Talk กับแฟน/คนคุย เช่น ความสัมพันธ์, ความชอบส่วนตัว, เป้าหมายในอนาคต, การแต่งงาน, การมีลูก ฯลฯ
- Deep Talk กับคนแปลกหน้า เช่น สภาพอากาศ, การจราจร, สถานการณ์ที่มีร่วมกัน เช่น ไปคอนเสิร์ตก็ชวนคนข้าง ๆ คุยด้วยเรื่องคอนเสิร์ตก็ได้ ว่าชอบศิลปินคนไหนที่สุดในวงนี้ ชอบเพลงอะไร เป็นต้น ฯลฯ
ข้อดีและข้อควรระวังในการคุยแบบ Deep Talk
ข้อดี
- ได้รู้มุมมอง ความคิด ทัศนคติต่าง ๆ ของคู่สนทนา : ว่าเป็นคนแบบไหน มีความคิดยังไง ได้รู้จักตัวตนอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
- ช่วยลดความขัดแย้งในอนาคตได้ : เพราะการ Deep Talk จะทำให้เรารู้สิ่งที่อีกฝ่ายชอบ/ไม่ชอบได้ ดังนั้นก็จะช่วยทำให้เราเลี่ยงการทำ/คำพูดที่อีกฝ่ายไม่ชอบได้ ซึ่งก็จะลดความเสี่ยงในการทะเลาะกันลงไปนั่นเอง
- ความสัมพันธ์ดียิ่งขึ้น : เพราะการ Deep Talk ทำให้เรารู้มุมมองต่าง ๆ ของคู่สนทนา ซึ่งอาจจะทำให้ความสัมพันธ์พัฒนามากขึ้น จากคนคุยอาจจะเป็นคนรัก จากคนรู้จักอาจจะเป็นเพื่อนสนิทกันเลยก็ได้นะเออ
- ช่วยคลายเครียด : การได้พูดคุยทั่ว ๆ ไป บ่นสัพเพเหระก็ช่วยแบ่งเบาและระบายความเครียดได้ประมาณนึงแล้ว แต่การ Deep Talk ที่ลึกซึ้งจะช่วยให้คลายเครียดได้มากยิ่งขึ้น เพราะเราจะได้พูดในมุมที่แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ แบบเจาะลึกในหลาย ๆ ประเด็นเลยจะทำให้เหมือนได้ระบายความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจออกมาได้นั่นเอง
- ช่วยให้รู้สึกมีคุณค่าและถูกรับฟัง : ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ค่อยมีคนรับฟังหรือว่ารู้สึกไม่เห็นค่าในตัวเอง ลองเปิดใจคุย Deep Talk กับใครสักคนดูอาจจะช่วยให้รู้สึกมีคุณค่า เห็นค่าของตัวเองมากขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น แล้วก็รู้สึกว่ายังมีคนที่คอยรับฟังและเห็นคุณค่าในตัวเราอยู่ก็ได้นะคะ
ข้อควรระวัง
- อย่าพูดเรื่องของตัวเองมากไป : การพูดเรื่องของตัวเองมากกว่าการฟัง เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับการ Deep Talk เท่าไหร่ เราจะต้องฟังให้มากขึ้น แล้วก็พยายามไม่พูดเรื่องของตัวเองมากเกินไป รวมไปถึงความลับต่าง ๆ ด้วย ถ้าคุยกับคนที่ไม่สนิทมากก็ต้องระมัดระวัง
- คอยสังเกตสีหน้าและท่าทางคู่สนทนาด้วย : บางคำถามอาจจะมีผลกับจิตใจของอีกฝ่ายได้ ดังนั้นเราจะต้องคอยสังเกตบรรยากาศ สีหน้า ท่าทางต่าง ๆ ของคู่สนทนาด้วย เพื่อเลี่ยงการทำให้รู้สึกไม่ดีต่อกัน
- ระวังคำถามที่อ่อนไหว : อย่างที่บอกว่าบางคำถามก็อาจจะมีผลกับจิตใจคู่สนทนาได้ เราก็ควรจะเลี่ยงคำถามที่อ่อนไหว เช่น เรื่องครอบครัว, ความตาย, สัตว์เลี้ยง ฯลฯ
- ระวังคำถามที่ซอกแซกมากเกินไป : เพราะคู่สนทนาอาจจะมีทั้งสนิทมาก ไม่สนิทเลยหรืออาจจะแค่พอรู้จักกันผิวเผิน ดังนั้นบางคำถามที่ซอกแซกหรือละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวมากเกินไปก็อาจจะต้องระมัดระวัง
- ไม่ควรกดดันอีกฝ่ายมากเกินไป : อย่าบีบให้เขาตอบหรืออย่าบังคับให้เขาเห็นด้วยนะคะ มันจะยิ่งทำให้การสนทนาพูดคุยแย่ลง ต้องระวังให้ดีเลยล่ะ
- อย่าตัดสินอีกฝ่าย : เวลาพูดหรือแสดงสีหน้าท่าตอนตอนที่รับฟังจะต้องระมัดระวังมาก ๆ เพราะความคิดของอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้ผิด แค่ไม่ได้ถูกใจเราเท่านั้น ดังนั้นอย่าไปตัดสินอีกฝ่ายทันทีจะดีที่สุดค่ะ
รวม 10 คำถามเด็ดชวน Deep Talk ในแต่ละความสัมพันธ์
ในแต่ละความสัมพันธ์อาจจะมีดีเทลการคุยที่แตกออกไปได้หลายหัวข้อ หากนึกภาพยังไม่ออก ลองหยิบหัวข้อการคุย Deep Talk เหล่านี้ไปใช้กับคู่สนทนากันค่ะ
10 คำถาม Deep Talk คุยทำความเข้าใจตัวเอง

คำถามนี้รวบรวมมาจากนักจิตบำบัดต่าง ๆ เช่น โดยข้อมูลนี้มาจากเว็บไซต์ Wondermind เว็บไซต์ที่เป็นสตาร์ทอัพด้านสุขภาพจิตที่ก่อตั้งโดยศิลปินชื่อดังอย่าง Selena Gomez และคุณแม่ของเธอนั่นเองค่ะ โดยคำถามก็จะมีตามนี้เลย...
- ความทรงจำที่ดีที่สุดในปีนี้?
- มีอะไรที่เราเพิ่งได้เรียนรู้มาแล้วรู้สึกว้าวมากในปีนี้?
- หนัง/ละคร/ซีรีส์เรื่องไหนที่ทำให้เราร้องไห้ได้ในทุกครั้งที่เปิดดู?
- สิ่งที่เราเอาชนะมาได้ แล้วรู้สึกภูมิใจที่สุดคืออะไร?
- ช่วงนี้มีอะไรที่เราทำแล้วมีความสุขบ้าง?
- ช่วงนี้มีงานอดิเรกหรือความสนใจในอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
- ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?
- ถ้าเงินและเวลาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เราอยากทำตามฝันด้านไหน?
- ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน อะไรคือสิ่งที่เราภูมิใจในตัวเองที่สุด?
- ถ้าตัวละครในนิยาย/หนัง/การ์ตูนมีชีวิตในโลกจริง ๆ คิดว่าเราจะเข้าได้ดีกับตัวละครไหน?
Tips : คำถามกลุ่มนี้เหมือนกับได้เช็กตัวเองเป็นนัย ๆ ว่าเรากำลังรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ โดยเฉพาะหลาย ๆ คที่ไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกับตัวเองบ่อย ๆ ว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ตอนนี้มีความสุขไหม แต่ถ้าได้มานั่งคุยกับตัวเองแบบจริงจังทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และอาจจะช่วยแก้ปัญหาหรือหาทางแก้ปัญหาได้อีกด้วย อย่างเช่น ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก เหมือนไม่ได้พักผ่อนเลย แต่พอได้มานั่งคุยกับตัวเองดี ๆ เราก็อาจจะได้รู้ว่าจริง ๆ เราเหนื่อยเพราะอะไร ทำไมถึงเหนื่อย แล้วก็ค่อย ๆ คลายปมหาทางออกเพื่อทำให้ตัวเองไม่เหนื่อยแบบนี้ได้ในที่สุดนั่นเอง
10 คำถาม Deep Talk คุยกับแฟน หรือคนรัก

ทั้งหมดเป็นคำถามจากงานวิจัย The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary finding ของ Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J นักจิตวิทยาชื่อดัง ซึ่งมีดังนี้ค่ะ
- บอกข้อดี 5 อย่างที่เธอคิดว่าคนรักของเธอต้องมี?
- ลองแต่งประโยค 3 ประโยคกับสถานการณ์ที่กําลังเกิดขึ้น ณ.ตอนนี้ โดยขึ้นต้นว่า “เรา”
- เติมประโยคให้สมบูรณ์ “ฉันอยากมีใครสักคนที่สามารถแบ่งปัน….”
- เล่าเรื่องที่น่าอายในชีวิตของเราให้อีกคนฟัง
- ความทรงจำที่แย่ที่สุดของคุณคืออะไร?
- ความทรงจำที่มีค่าที่สุดของคุณคืออะไร?
- บอก 3 สิ่งที่เธอคิดว่าเรามีเหมือนกัน?
- เธอสนิทกับครอบครัวของเธอไหม แล้วรู้สึกว่าวัยเด็กของตัวเองดีกว่าคนอื่น ๆ รึเปล่า?
- มีอะไรไหมที่เธอฝันอยากทํามานานแล้วแต่ยังไม่ได้ทํา เล่าได้ไหมว่าเพราะอะไรถึงยังไม่ได้ทํา?
- เล่าปัญหาส่วนตัวของเรา พร้อมขอคําแนะนําจากคู่สนทนาว่าถ้าเป็นเขาจะมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ยังไง จากนั้นให้คู่สนทนาลองแชร์ว่าเราน่าจะรู้สึกยังไงกับปัญหานี้
Tips : การคุยถึงข้อดีที่คนรักควรมีก็สามารถบ่งบอกถึงทัศนคติที่อีกฝ่ายมีต่อเรื่องความรัก อาจจะแสดงให้เห็นถึงความน่ารักและความใส่ใจบางอย่างของคนรักเราได้ หรือจะเรื่องการแก้ปัญหา ถ้าอีกฝ่ายแสดงถึงทัศนคติหรือการแก้ปัญหาที่ดีออกมาได้ มันก็จะยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าอีกฝ่ายพึ่งพาได้ สามารถที่จะช่วยเราก้าวข้ามปัญหาไปได้ พวกเรื่องราวที่เหมือนอาจจะเล็ก ๆ ถ้าอีกฝ่ายใส่ใจมันก็จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้นรับรองเลยค่ะว่าคำถามพวกนี้ใช้งานได้จริงน้า
10 คำถาม Deep Talk คุยกับครอบครัว

คำถามนี้มาจาก Christine Carter นักวิจัยอาวุโสจาก Greater Good Science Center (ศูนย์วิจัยและเผยแพร่ความรู้ด้านจิตวิทยา สังคมศาสตร์และประสาทวิทยาศาสตร์) จริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่ใช้กับการถามคุณแม่โดยเฉพาะแต่ว่ามันสามารถนำมาปรับใช้ในการ Deep Talk กับคนในครอบครัวได้ค่ะ
- อาหารจานโปรดที่พ่อแม่/ผู้ปกครองเคยทำให้กินคืออะไร?
- ตอนเด็ก ๆ มีภาพยนตร์หรือละครเรื่องโปรดไหม?
- ถ้ากลับไปบอกตัวเองตอนเด็กได้ อยากบอก/แนะนำอะไร?
- สิ่งที่ยากที่สุดที่ต้องเผชิญในตอนเด็กคืออะไร?
- มีความลับอะไรที่เก็บมาโดยตลอดบ้างไหม?
- มีวันที่ลืมไม่ลงไหม มันคือวันอะไรและทำไมถึงลืมไม่ลง?
- เล่าเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลให้ฟังหน่อย?
- สิ่งที่พ่อแม่/ผู้ปกครองรู้สึกเหมือนและแตกต่างกับพ่อแม่ของตัวเองคืออะไร?
- ถ้าพ่อแม่/ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปู่ย่า/ตายายเลี้ยงดูตัวเองมาได้ อยากเปลี่ยนอะไร?
- ถ้าพ่อแม่/ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเราได้ จะเปลี่ยนอะไร?
Tips : คำถามถึงเรื่องความทรงจำ สิ่งต่าง ๆ ที่เคยทำร่วมกันหรืออาจจะมีร่วมกัน ทำให้เราสามารถที่จะหาจุดเชื่อมโยงของกันและกันได้ ซึ่งไม่แน่นะคะว่าการเปิดใจ Deep Talk ในครั้งนี้อาจจะทำให้เราสนิทกับคนในครอบครัวมากขึ้นก็ได้ อย่างเรื่องเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล ของบางคนอาจจะเป็นเรื่องราวดี ๆ แต่บางคนอาจจะเป็นเรื่องราวแย่ ๆ ก็ได้ ถ้าเราได้รับฟัง ได้รู้ในจุดที่อีกฝ่ายเคยก้าวผ่านมา เราอาจจะเข้าใจในความเป็นเขามากขึ้นแล้วทำให้เปิดใจหรือสนิทมากขึ้นได้ด้วย
10 คำถาม Deep Talk คุยกับเพื่อน

เป็นคำถามจากงานวิจัย The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary finding ของ Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J นักจิตวิทยาชื่อดัง อีกเช่นเคยค่ะ โดยจะมีดังนี้...
- ถ้ามีลูกแก้ววิเศษที่สามารถบอกความจริงเกี่ยวกับตัวเธอ ชีวิตเธอ อนาคตของเธอหรืออะไรก็ตามแต่ สิ่งใดคือสิ่งที่เธออยากรู้ที่สุด?
- บอก 3 สิ่งที่เธอคิดว่าเรามีเหมือนกัน?
- มิตรภาพสำคัญกับเธอยังไงบ้าง?
- อะไรที่เธอให้คุณค่ามากที่สุดในมิตรภาพ?
- ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะตายในอีก 1 ปี จะเปลี่ยนการใช้ชีวิตในตอนนี้ไหม ถ้าเปลี่ยนจะเปลี่ยนอะไรบ้าง และเพราะอะไรถึงจะเปลี่ยนมัน?
- ครั้งล่าสุดที่ร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นและร้องไห้คนเดียวคือเมื่อไหร่?
- อะไรที่ถือว่าเป็นความสําเร็จสูงสุดในชีวิตของเธอ?
- ถ้าแก้ไขอะไรก็ได้กับวิธีที่ถูกเลี้ยงดูมาตอนเด็ก ๆ เธอจะแก้ไขอะไร?
- ถ้าบ้านของเธอถูกไฟไหม้ หลังจากที่ช่วยชีวิตคนที่รักและสัตว์เลี้ยงแล้ว ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยได้อีก 1 อย่าง สิ่งนั้นคืออะไร?
- เล่าปัญหาส่วนตัวของเรา พร้อมขอคําแนะนําจากคู่สนทนาว่าถ้าเป็นเขาจะมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ยังไง จากนั้นให้คู่สนทนาลองแชร์ว่าเราน่าจะรู้สึกยังไงกับปัญหานี้
Tips : คำถามเชิงชวนคิดช่วยให้แสดงถึงทัศนคติต่าง ๆ ได้ดี รวมไปถึงอาจจะได้รู้จักเพื่อนในมุมมองใหม่ ๆ ที่เราอาจจะไม่เคยเห็นเลยก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คำถามเรื่องลูกแก้ววิเศษที่บอกความจริง เราอาจจะได้ฟังมุมมองที่คาดไม่ถึงจากเพื่อนของเรา ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น อาจจะเป็นในเชิงชื่นชมว่าคิดงี้เจ๋งอะหรืออาจจะเป็นในเชิงโห คิดแบบนี้โคตรลึกซึ้งเลยก็เป็นได้นะคะ แต่ที่แน่ ๆ บอกเลยว่าคำถามพวกนี้ทำให้รู้จักเพื่อนและกระชับความสัมพันธ์ได้ดีจริง ๆ ค่ะ
10 คำถาม Deep Talk คุยกับคนแปลกหน้า

ก็ยังคงเป็นคำถามจากงานวิจัย The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary finding ของ Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J นักจิตวิทยาชื่อดัง อีกเช่นเคยนะคะ โดยคำถามที่เราคัดมาก็คือ...
- ช่วยเล่าเรื่องชีวิตของคุณแบบละเอียดที่สุดภายใน 4 นาทีได้ไหม?
- อะไรคือเรื่องที่คุณซีเรียส ไม่สามารถเอามาล้อเล่น?
- ถ้าเชิญใครก็ได้มากินข้าวเย็นด้วย จะชวนใครมา?
- อยากมีชื่อเสียงไหม ถ้าอยากมีอยากมีในด้านไหน?
- ปกติก่อนจะโทรศัพท์หาใคร เตรียมเรื่องที่พูดก่อนไหม ถ้าทำ ทำไมถึงทำล่ะ?
- วันแบบไหนที่เรียกว่าวันที่ดีสำหรับเธอ ต้องมีอะไรในวันนั้นบ้าง?
- ครั้งล่าสุดที่ร้องเพลงให้ตัวเองหรือใครบางคนฟังคือเมื่อไหร่?
- ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วสามารถขอให้ตัวเองมีความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ คุณจะขออะไร?
- ถ้าเรา 2 คนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน อะไรคือเรื่องสําคัญที่อีกฝ่ายควรรู้เกี่ยวกับคุณ?
- บอกสิ่งที่คุณชอบเกี่ยวกับคู่สนทนาของคุณ พยายามจริงใจมากที่สุดและบอกสิ่งที่คนปกติอาจจะไม่บอกกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน
Tips : การคุยกับคนแปลกหน้าหลายคนบอกว่าทำไมต้องคุย Deep Talk คุยไปก็น่าจะอึดอัด แต่เอาจริงๆ บางครั้งการได้คุยกับคนแปลกหน้า (ที่ไม่น่าเป็นภัยอันตราย) ก็อาจจะไม่อึดอัดได้เหมือนกัน ซึ่งคำถามเหล่านี้อาจจะดูเหมือนเรียบง่าย แต่ว่าก็ช่วยทำให้เราเห็นกระบวนความคิด ทัศนคติ ไลฟ์สไตล์หรือนิสัยบางอย่างของอีกคนได้เลย
ยกตัวอย่างเช่น เรื่องวันที่ดีของอีกฝ่ายเป็นแบบไหน ต้องมีอะไรบ้างถึงจะเป็นวันที่ดี บางคนอาจจะตอบแบบเรียบง่าย บางคนอาจจะตอบแบบลึกซึ้ง ซึ่งถ้ามีเหตุผลมาเสริมว่าทำไมสิ่งนั้นทำให้วันนี้มันดีขึ้น ก็จะสามารถบ่งบอกเรื่องความคิด ทัศนคติต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ได้ สมมติอีกฝ่ายบอกว่าวันนี้ดีที่ของเขาต้องได้กินหมูกรอบ เราอาจจะมองว่าเรื่องแค่นี้เองเหรอ แต่พออีกฝ่ายให้เหตุผลเสริมว่าเป็นของโปรด กินทีไรก็มีความสุข ก็จะทำให้เราได้เข้าใจมุมมองความคิดของเขาว่าวันดี ๆ ของเขาเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง แถมยังได้รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายชอบกินหมูกรอบ เห็นไหมคะว่าคำถามที่ดูเรียบง่ายแบบนี้ก็สามารถทำให้เรารู้จักคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิทได้มากขึ้นจริง ๆ นะเออ
10 คำถาม Deep Talk คุยกับคนคุย

โดยคำถามนี้มาจากช่อง Tiktok : BeruArny Channel นะคะ โดยทั้งคู่เป็น MBTI® Certified Practitioner หรือก็คือ บุคคลที่ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองอย่างเป็นทางการจาก The Myers-Briggs Company เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI อย่างถูกต้องตามหลักจิตวิทยานั่นเองค่ะ แล้วก็มีบางส่วนมาจากงานวิจัย The experimental generation of interpersonal closeness: A procedure and some preliminary finding ของ Aron, A., Melinat, E., Aron, E. N., Vallone, R. D., & Bator, R. J นักจิตวิทยาชื่อดัง ผสมกันไปค่ะ ซึ่งก็จะมี...
- วันแบบไหนที่เรียกว่าวันที่ดีสำหรับเธอ ต้องมีอะไรในวันนั้นบ้าง?
- บอกข้อดี 5 อย่างที่เธอคิดว่าคนรักของเธอต้องมี?
- คนแบบไหนที่เธอคิดว่ามีเสน่ห์?
- คนแบบไหนที่คิดว่าไม่มีเสน่ห์เลย?
- ปกติเป็นคนแสดงความรักแบบไหน?
- บอก 3 สิ่งที่เธอคิดว่าเรามีเหมือนกัน?
- อะไรคือสิ่งที่โกรธที่สุด ถ้าคนที่รักทำกับเธอ?
- อะไรที่ถือว่าเป็นความสําเร็จสูงสุดในชีวิตของเธอ?
- เล่าปัญหาส่วนตัวของเรา พร้อมขอคําแนะนําจากคู่สนทนาว่าถ้าเป็นเขาจะมีวิธีรับมือกับปัญหานี้ยังไง จากนั้นให้คู่สนทนาลองแชร์ว่าเราน่าจะรู้สึกยังไงกับปัญหานี้
- บอกสิ่งที่คุณประทับใจในคู่สนทนามาหน่อย?
Tips : คนคุยยังอยู่ในช่วงที่มันก้ำกึ่งจะให้ถามลึกซึ้งหรือละลาบละล้วงเท่าคนเป็นแฟนกันก็อาจจะไม่เหมาะ เราก็เลยรวบรวมคำถามที่มีความกลาง ๆ กำลังดีมาให้นะคะ อย่างเช่น สิ่งที่คุณประทับใจในคู่สนทนา คำตอบนี้ก็อาจจะทำให้เราได้เห็นความคิดและความใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขามีต่อเราได้ หรือได้รู้จักเขามากขึ้นจากคำถามเรื่องสิ่งที่ถ้าคนรักทำแล้วจะโกรธ คำถามนี้ก็จะช่วยให้เราระมัดระวังไม่ทำกับอีกฝ่ายในระหว่างที่คุย ๆ กัน รวมไปถึงตอนคบกันแล้วในอนาคตได้
หรือคำถามที่แสดงทัศนคติอย่างเรื่องคนที่มีเสน่ห์สำหรับอีกฝ่ายต้องเป็นยังไง ถ้าเขาตอบแบบทำอาหารเก่ง ใจเย็นหรือเรื่องดี ๆ น่ารัก ๆ ก็ทำให้เห็นมุมมองความคิดบางอย่างของเขาได้เลย แถมยังอาจจะทำให้รู้ด้วยว่าเราน่ะแอบเข้าเค้าเสน่ห์ที่เขาชอบรึเปล่าด้วย ซึ่งจะบอกว่าทุก ๆ คำถามก็สามารถช่วยทำให้เรารู้จักคนคุยของเรามากขึ้น แล้วก็อาจจะสามารถช่วยตัดสินใจได้เลยว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ด้วยนะคะ ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้กันได้นะ
ทักษะที่ทำให้การคุย Deep Talk ราบรื่น
อันดับแรกก่อนที่เราจะไปเริ่มรู้ทักษะต่าง ๆ เราก็ควรสร้างบรรยากาศให้เหมาะสำหรับการพูดคุยแบบลึกซึ้งกันก่อนเลยค่ะ ซึ่งก็คือการอยู่ในที่เงียบ ๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แล้วชวนคุยจากเรื่องทั่วไปจากนั้นค่อย ๆ เจาะลึกไปถึงการ Deep Talk ซึ่งสามารถทำตามทริคง่าย ๆ ดังนี้
- ชวนคุยด้วยคำถามปลายเปิด : การเริ่มด้วยคำถามปลายเปิดจะทำให้ได้คำตอบที่ยาวและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ประเภทคำถามที่ตอบได้แค่ใช่หรือไม่อาจจะต้องข้ามไปก่อน เช่น อยากมีความรักไหม, ชอบคณะที่เรียนไหม เป็นต้น คำถามแบบนี้มักจะได้คำตอบที่สั้นและไม่ลึกซึ้งมากพอนะคะ ควรจะเป็นคำถามปลายเปิด เช่น ทำไมถึงเลือกเรียนที่คณะนี้, ความรักที่ดีของเธอคืออะไร เป็นต้น แบบนี้จะได้คำตอบที่ลึกซึ้งมากกว่านั่นเอง
- แสดงอวัจนภาษาที่แสดงความใส่ใจ : อวัจนภาษาก็คือสิ่งที่ไม่ใช่คำพูดแต่เป็นพวกท่าทาง สีหน้า สายตาที่แสดงออกให้เราเข้าใจความหมาย ซึ่งการแสดงอวัจนภาษาในการฟังว่าเราใส่ใจ เราตั้งใจฟัง ก็จะยิ่งทำให้การคุย Deep Talk มันราบรื่นมากขึ้น กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น เช่น อีกฝ่ายเริ่มพูดตอบคำถาม เราก็ตั้งใจฟัง มองคู่สนทนาแบบสบสายตา มีสีหน้าท่าทางร่วมไปด้วย เขาพูดตลกเราก็ขำหรือยิ้มบ้างหรือปรบมือให้เพราะอีกฝ่ายพูดได้ดีบ้าง เป็นต้น
- แสดงความเห็นบ้าง : ถาม - ตอบอย่างเดียวอาจจะทำให้บทสนทนามีแต่การถามมาตอบไปเหมือนการทำข้อสอบเกินไป บรรยากาศแบบนี้ไม่ราบรื่นแน่นอนเพราะมันจะทำให้อึดอัดได้ง่ายสุด ๆ ดังนั้นเราอาจจะต้องมีแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เพิ่มไปบ้าง เช่น พูดเรื่องการย้ายประเทศ อีกฝ่ายบอกว่ามีความสุขมากที่ได้ย้ายเพราะว่าได้ทำตามความฝัน บลา ๆ เราก็อาจจะแสดงความเห็นออกไปบ้างว่า "ดีจังเลยได้ทำตามความฝันสำเร็จด้วย ยินดีด้วยน้า" ไม่ใช่แค่ปรบมือยินดีเฉย ๆ อะไรแบบนี้เป็นต้น
- รู้จักต่อยอดบทสนทนา : บางครั้งการ Deep Talk ก็อาจจะมีการเตรียมคำถามมาบ้าง ถ้าเอาแต่ถาม - ตอบตามที่ลิสต์คำถามมาก็ทำให้บทสนทนาทื่อเกินไป เหมือนการทำข้อสอบพอ ๆ กับการไม่แสดงความเห็นเลย ดังนั้นถ้าการตอบคำถามของอีกฝ่ายสามารถที่จะต่อยอดถามไปได้ เช่น ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้ แล้วอีกฝ่ายบอกว่าเราชอบดูหนังมาก ๆ ก็เลยอยากทำหนังของตัวเองสักเรื่องนึงเลยมาเรียนคณะนี้ เราก็อาจจะถามต่อไปว่าแล้วเรื่องไหนเป็นแรงบันดาลใจ / มีหนังอะไรแนะนำบ้าง เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นแรก ๆ อาจจะไม่ราบรื่นบ้างเพราะบางคนอาจจะยังคุยไม่เก่งนัก แต่ฝึกเรื่อย ๆ ทักษะนี้จะดีขึ้นได้แน่นอน
- อ่านบรรยากาศให้เป็น : อย่างที่บอกไปค่ะว่าการ Deep Talk มันต้องสังเกตด้วยว่าบรรยากาศโอเคไหม อีกฝ่ายพร้อมจะคุยรึเปล่า ถ้าอีกฝ่ายพร้อมก็ลุยได้แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมก็ต้องหยุด หรือว่าถ้าคุยไปแรก ๆ อาจจะโอเคแต่ต่อมาไม่โอเคเราก็ต้องคอยสังเกตด้วยนะคะ อาจจะต้องเปลี่ยนคำถาม เปลี่ยนหัวข้อการคุยหรืออาจจะต้องหยุดการ Deep Talk ไปเลย ยังไงก็ตามต้องดูสถานการณ์ บรรยากาศ สีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายเสมอนะคะ
- อย่าบังคับให้อีกฝ่ายต้องเห็นด้วยกับตัวเอง : แน่นอนว่าการคุยแบบ Deep Talk มันไม่มีทางที่เราและอีกฝ่ายจะมีความคิดเห็นตรงกัน 100% ดังนั้นถ้าคุยไปเรื่อย ๆ แล้วดันมีคิดเห็นไม่ตรงกันก็ต้องรู้จักยอมรับฟังและเคารพในมุมมองของอีกฝ่าย รวมไปถึงอย่าบังคับหรือพูดกดดันเพื่อให้อีกฝ่ายต้องเห็นด้วยกับเราเพราะไม่อย่างนั้นบรรยากาศเสียแน่นอน ดังนั้นจำไว้นะคะว่าเราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยก็ได้แต่เราแค่ต้องรับฟัง แค่นี้ก็ทำให้บทสนาแบบ Deep Talk ไหลลื่นมากขึ้นแล้วล่ะ
แนะนำ 10 ไอเทมเสริมทักษะ การคุย Deep Talk
สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจจะยังไม่มั่นใจเรื่องการ Deep Talk ก็ไม่ต้องกังวลไป ลองหาไอเทมมาพัฒนาความคิด ความเชื่อ หรือเชื่อมต่อการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ด้วยการเสริมการเรียนรู้ทำความเข้าใจตัวเองและผู้อื่นผ่านหนังสือการพัฒนาตัวเองเหล่านี้ได้ค่ะ
เเบรนด์ | รูปภาพ | เปรียบเทียบราคา | รายละเอียดย่อ | ผู้เขียน | จำนวนหน้า | E-Book | ช่วงราคาปัจจุบัน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
WeLearn | ![]() | gf | เฝ้ามองคนอื่นเขาวิ่งกัน ฉันจะเดินช้า ๆ แล้วค่อย ๆ เติบโต | โอรียออิน | 272 หน้า | ❌ | 247-275 THB |
WeLearn | ![]() | 92 กลเม็ดที่ช่วยให้คุณเปล่งประกายทุกครั้ง ไม่ว่าจะพูดกับใคร ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม | Leil Lowndes (ลีล โลว์เดส) | 400 หน้า | ❌ | 311-365 THB | |
WeLearn | ![]() | ค้นพบเหตุทางจิตวิทยาว่าทำไมเราถึง "รัก" หรือ "ไม่รัก" พร้อมเทคนิคที่จะช่วยให้พบกับรักที่ดีและรักษาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด | พิชชารัศมิ์ | 248 หน้า | ❌ | 180-200 THB | |
Amarin HOW-TO | ![]() | ค้นพบวิธีรักตัวคุณเองและคนอื่นอย่างยั่งยืน คืนพบชีวิตที่สุขสมหวังพลังบวกยิ่งกว่าที่เคย | Vex King (เว็กซ์ คิงส์) | 292 หน้า | ✅ | 247-275 THB | |
Amarin HOW-TO | ![]() | 90% ของความสำเร็จในชีวิตคนเราขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาฟังได้ดีแค่ไหน นี่คือความล้มที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่แค่เปลี่ยนวิธีฟังเพียงเล็กน้อยชีวิตก็จะดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ | นางามัตสึ ชิเงฮิซะ | 172 หน้า | ✅ | 175-195 THB | |
phetpraguy | ![]() | เทคนิคการกระชับรัก ประคองความสัมพันธ์ ที่จำเป็นสำหรับคู่รัก | พิมพ์พลอย | 240 หน้า | ❌ | 170-245 THB | |
DOT | ![]() | ต่อให้เจอเรื่องที่ยาก คนที่ใช่ก็จะพยายามจับมือผ่านพ้นไปด้วยกัน | หมอจริง | 184 หน้า | ✅ | 148-235 THB | |
DOT | ![]() | รวมบทเรียน 'ความรัก' และ 'ความสัมพันธ์' ที่ดีที่สุดของ #JIRADT | #JIRADT | 176 หน้า | ✅ | 198-220 THB | |
Springsbook | ![]() | หยุดใจร้ายกับตัวสักที และใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น | คิดมาก (Kid Makk) | 172 หน้า | ✅ | 229-255 THB | |
Amarin HOW-TO | ![]() | หยุดพักเมื่อเหนื่อย ฮึดสู้เมื่อพร้อม โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร | Fujino Tomoya (ฟุจิโนะ โทโมยะ) | 232 หน้า | ✅ | 208-245 THB |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การคุยแบบ Deep Talk ก็คือการคุยแบบลึกซึ้ง โดยจะเป็นการถามที่เจาะลึกถึงไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ หรือประเด็นที่สามารถถกเถียงพูดคุยและแตกประเด็นไปเรื่อย ๆ ได้ เพื่อให้ได้รู้จักมุมมองความคิด ทัศนคติต่าง ๆ ของคู่สนทนาว่าอีกฝ่ายคิดเห็นอย่างไร มีมุมมองแบบไหน อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของเราและอีกฝ่ายให้สนิทมากขึ้นได้ด้วย
จริง ๆ คำถาม Deep Talk เราจะถามอะไรก็ได้นะคะ เริ่มจากเรื่องทั่ว ๆ ไปก่อนได้เลย แล้วค่อย ๆ เจาะลึกหรือแตกประเด็นไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น
• ทำไมถึงเลือกเรียน/ทำงานสายนี้?
• สภาพอากาศช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?
• ช่วงนี้มีอะไรที่สนใจ/ชอบเป็นพิเศษไหม?
• เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้คืออะไร?
• วันหยุดไปทำอะไรมากบ้าง?
คำถามพวกนี้ก็จะช่วยทำให้เราสามารถแตกประเด็นและถามไปเรื่อย ๆ ได้เลยนะคะ เช่น ช่วงนี้มีอะไรที่สนใจเป็นพิเศษไหม สมมติอีกฝ่ายบอกช่วงนี้ติดซีรีส์มาก ชอบดูสุด ๆ เราก็สามารถที่จะถามต่อไปเรื่อย ๆ ได้ว่าชอบเรื่องอะไร แนวไหน ทำไมถึงชอบ แล้วนักแสดง/ผู้กำกับคนไหนที่ชอบ ทำไมถึงชอบเขา หรือถามเจาะไปที่ประเด็นในซีรีส์เรื่องที่อีกฝ่ายกำลังติดอยู่ก็ได้ ฯลฯ คำถามง่าย ๆ แต่ก็สามารถแตกประเด็นไปได้เรื่อย ๆ แล้วก็ได้แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดกันมากขึ้นด้วย
จากการอ่านกระทู้ใน Pantip หลาย ๆ กระทู้และหลาย ๆ คอมเมนต์มักจะพูดตรงกันว่ามันดีนะคะ ได้เรียนรู้อีกฝ่าย รู้จักมุมมองต่าง ๆ ของอีกฝ่ายมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็จะเห็นตรงกันว่ามันจะต้องเป็นคนที่เราสะดวกใจหรือสนิทมากพอที่จะ Deep Talk ด้วย ถ้าไม่สนิทกันแล้วให้ไป Deep Talk บางคนก็ไม่ค่อยโอเคที่จะทำค่ะ
ก่อนอื่นต้องดูก่อนนะคะว่าเขาพร้อมจะคุยไหม ถ้าเขาไม่พร้อมก็อาจจะต้องเลี่ยงไปก่อน รอให้เขาพร้อมแล้วค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าเขาพร้อมเราก็สามารถที่จะถามได้เลย โดยคำถามก็ควรจะเป็น...
• การถามที่เหมาะสมกับช่วงวัยและระยะเวลาในการคบ เช่น เรายังเป็นวัยเรียนจะให้ไปถามเรื่องแต่งงานก็อาจจะยังไม่ใช่ หรือเพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนก็ถามเรื่องแต่งงานแล้วมันก็อาจจะรวดเร็วเกินไป ต้องดูความเหมาะสมด้วย
• อย่าถามในประเด็นที่เขาอ่อนไหว เช่น เขาไม่ชอบพูดเรื่องความตาย ก็อย่าไปถามว่าถ้าเราตายจากกันเธอจะรู้สึกยังไง อะไรแบบนั้นก็ควรข้ามไปนะคะ
• อย่าถามเรื่องคนเก่า/สเป็ก : จริง ๆ มันก็พอจะถามได้แหละค่ะ ถ้าเราพร้อมจะรับฟัง แต่ว่าถ้าเราถามซอกแซกแล้วอีกฝ่ายไม่อยากตอบหรืออีกฝ่ายตอบแล้วทำให้เรารู้สึกไม่โอเค การไม่ถามเพื่ออยู่กับปัจจุบันก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะคะ
หลัก ๆ ก็ประมาณนี้เลยนะคะ นอกนั้นก็สามารถคิดคำถามที่จะถามขึ้นมาเองได้เลย โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของตัวเองด้วยนะคะ แล้วก็พวกความชอบ ความสนใจ เป้าหมายในชีวิตต่าง ๆ ในระยะสั้นและยาวได้หมดเลยค่ะ
Deep ถ้าแปลแบบตรงตัวก็จะแปลว่า 'ลึก' ใช่ไหมคะ แต่ว่าจริง ๆ ก็สามารถแปลว่าลึกซึ้งได้ด้วย ซึ่งคน Deep ที่ว่าก็คือคนที่คิดอะไรแบบลึกซึ้ง คิดอย่างถี่ถ้วน คิดอย่างมีชั้นเชิงและซับซ้อน ไม่ได้คิดแค่ผิวเผิน
จากข้อมูลที่ดร.ต้อง พงษ์รพี บูรณสมภพ นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ เจ้าของเพจ Dr.Tong The Filter ได้บอกไว้ว่า "คนที่ Deep Talk ได้ดีที่สุดคือคนที่ฟังเก่ง" ดังนั้นเราก็ขอสรุปเลยว่าคนที่ชอบ Deep Talk และทำให้การ Deep Talk มันออกมาดีก็คือคนที่ฟังเก่ง ตั้งใจฟัง มีอวัจนภาษาอย่างสายตา ท่าทางที่พร้อมจะรับฟังอีกฝ่ายตลอดการสนทนา คนแบบนี้แหละค่ะที่ชอบ Deep Talk มากที่สุด ส่วนคนที่ไม่ชอบการ Deep Talk ก็สรุปได้เลยว่าเป็นคนที่ฟังไม่เก่ง ไม่ค่อยรับฟัง พูดอะไรไปก็ชอบเถียง ชอบค้าน เพราะการ Deep Talk มันต้องรับฟังเรื่องราวของกันและกัน หากมีผู้ฟังที่ดีแค่ฝ่ายเดียวมันก็อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จในการ Deep Talk ได้ ดังนั้นจะ Deep Talk กับใครสักคนก็เลือกคนที่ชอบฟังและฟังเก่ง ฟังเป็นกันจะดีที่สุดค่ะ
อ้างอิงจากวิจัยของ ดร.อาเธอร์ อารอน นักจิตวิทยาชื่อดัง ซึ่งจริง ๆ มีคำถามเยอะมากเลยนะคะ แต่ขอย่อมาให้สั้น ๆ ประมาณ 7 ข้อ เป็นคำถามที่สามารถคุยได้กับทุกความสัมพันธ์เลยก็คือ...
- ถ้าเชิญใครก็ได้มากินข้าวเย็นด้วย จะชวนใครมา?
- อยากมีชื่อเสียงไหม ถ้าอยากมีอยากมีในด้านไหน?
- ปกติก่อนจะโทรศัพท์หาใคร เตรียมเรื่องที่พูดก่อนไหม ถ้าทำ ทำไมถึงทำล่ะ?
- วันแบบไหนที่เรียกว่าวันที่ดีสำหรับเธอ ต้องมีอะไรในวันนั้นบ้าง?
- ครั้งล่าสุดที่ร้องเพลงให้ตัวเองหรือใครบางคนฟังคือเมื่อไหร่?
- 3 สิ่งที่เธอคิดว่าเรามีเหมือนกันคืออะไร?
- อะไรคือสิ่งที่รู้สึกขอบคุณมากที่สุดในชีวิต?
สรุป Deep Talk คือการพูดคุยแบบลึกซึ้งที่ต้องใช้การ "ฟัง" ช่วยกระชับความสัมพันธ์
การ Deep Talk เป็นการพูดคุยแบบลึกซึ้งช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้ดี แต่ทุกฝ่ายต้องพร้อมรับฟังกันและกันด้วย ไม่อย่างนั้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองต่าง ๆ ครั้งนี้มันจะไม่ประสบผลสำเร็จเลย และย้ำว่าหัวข้อคำถามที่ยกมาไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว เพื่อนๆ สามารถดูเป็นแนวทางและปรับเปลี่ยนคำถามได้เสมอ อยู่ที่จุดประสงค์ ความสนใจ ความชอบของเราและอีกฝ่ายด้วย
นอกจากนั้นหากฝึกบ่อยๆ ก็ช่วยเพิ่มกึ๋น วิธีคิด การตั้งคำถาม การหาจังหวะต่างๆ ได้อย่างดี จากประสบการณ์ผู้เขียนเองก็เคย Deep Talk กับเพื่อน ๆ เรื่องความรัก โดยทุกคนไม่ได้มีลิสต์คำถามอะไรที่ตายตัวเลย เริ่มจากเรื่องทั่ว ๆ ไปที่พูดคุยกัน (Small Talk) แล้วนำไปสู่การ Deep Talk เรื่องความรักแบบไม่ได้ตั้งใจโดยปริยาย ทุกคนต่างก็รับฟังกันอย่างดี แลกเปลี่ยนความคิด คำถามกันในแบบที่ทุกคนก็สบายใจที่จะพูดและสบายใจที่จะฟัง ทำให้ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ เยอะมาก ๆ เช่น มีการเปิดคำถามขึ้นมาว่าถ้าแฟนให้ดอกไม้กับเรา เราจะชอบไหม? ซึ่งคำตอบที่ได้ก็หลากหลาย บางคนบอกชอบ บางคนบอกไม่ชอบแต่ไม่ได้ขัดแฟนที่ให้ บางคนก็บอกว่าไม่ชอบแต่อาจจะมีการพูดคุยบอกทีหลัง เป็นต้น ทำให้ได้รับรู้ความคิดที่ต่างมุมได้ ดังนั้นถ้าอยากลอง Deep Talk ก็ไม่จำเป็นต้องรอ สามารถลองทำกันได้เลยแค่ต้องดูสถานการณ์และดูคู่สนทนา รวมไปถึงดูตัวเองด้วยว่าพร้อมรับฟังไหม ถ้าพร้อมรับฟังแล้ว ยังไงการ Deep Talk ก็ได้อะไรกลับมาแน่นอนเลยล่ะ!
ขอบคุณภาพปกจาก instagram : aye_sarun, dreamapichaya และข้อมูลจากเว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ, SociaSelf, Inc., Mindset Maker & สสส, GGSC, Wondermind, นายอินทร์ / Youtube ช่อง StreeMeClass / TikTok : BeruArny Channel
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ!

ชวนคุยยังไงดี ? ทริก (ไม่) ลับจีบยังไงให้เขาประทับใจ ฉบับคนคุยไม่เก่ง | บทความของ pumxpurin | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/deep-conversation-starters-for-couples-88162

รวม 30 คำถาม หัวข้อชวนคุยฮาๆ ปนน่ารัก ไว้คุยกับ "หวานใจ" ในวันเบื่อๆ | บทความของ กุญแจซอล | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1-30-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25AE%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2586-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A-%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2588-%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599-id-14012

วิธีอ้อนคนคุยในแชท ทริคจีบหนุ่มผ่านแชท 10 แบบน่ารักน่าหลง | บทความของ Gelato | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/10-cute-ways-to-flirt-over-chat-65585

10 ทริคจีบคน Introvert จะไปถึงโลกเขายังไง ให้เขาไม่ผลักไสเรา ? | บทความของ wawareview | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/how-to-flirt-with-an-introvert-67892

รวม 26 แชทมุกจีบหนุ่ม อ่อยเบาๆ ผ่านข้อความ ติดมั้ยไม่รู้ แต่ต้องมีใจอ่อนบ้างล่ะ! | บทความของ belfry | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1-26-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A1-%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2586-%25E0%25B8%259C%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1-%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2589-%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B0--id=63284












