ใช้ไม่เป็น หน้าไม่ปัง! รวม 7 เคล็ดลับทา " ไพรเมอร์ " ให้ถูกวิธี ช่วยล็อกเมคอัพติดทน ผิวไม่มันเยิ้มระหว่างวัน

ใช้ไม่เป็น หน้าไม่ปัง! รวม 7 เคล็ดลับทา " ไพรเมอร์ " ให้ถูกวิธี ช่วยล็อกเมคอัพติดทน ผิวไม่มันเยิ้มระหว่างวัน

ใครที่เป็นคนผิวมันหรือเมคอัพเยิ้มระหว่างวันอยู่บ่อยๆ ก็ต้องใช้ “ ไพรเมอร์ ” เป็นตัวช่วยแก้ปัญหานี้ โดยเราก็ไม่พลาดที่จะหยิบ 7 เคล็ดลับทา " ไพรเมอร์ " มาให้ได้ลองทำตามกัน เพื่อช่วยให้แต่งหน้าง่ายและได้ฟินิชผิวที่สวยปังขึ้น

02 July 2021
Pearrisa
02 July 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

Hello (oᴗo)/ ใครอยากได้เคล็ดลับเมคอัพดีๆ ก็ตามมาทางนี้ให้ไวเลยค่าาา!!!

image_1047747
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เราเชื่อว่าหนึ่งในปัญหายอดฮิตสำหรับสาวไทยที่ชอบแต่งหน้าก็คือ ผิวมัน หรือ เมคอัพเยิ้มระหว่างวัน นี่แหละค่ะ เพราะอากาศเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหนก็ตาม แดดก็ยังแผดเผารุนแรงไม่เกรงใจผิว แถมอากาศยังร้อนอบอ้าวเล่นเอาเหงื่อไหลท่วมหน้าท่วมตัว งานนี้ต่อให้เป็นคนผิวแห้งก็มีโอกาสเจอเหงื่อจนทำให้เมคอัพเลอะเทอะได้ แล้วสำหรับคนผิวมันยิ่งไม่ต้องพูดถึง พอต้องเจอกับทั้งความร้อน เหงื่อ และความันส่วนเกินบนผิวหน้า ก็ยิ่งทำให้หน้ามันแผลบและเมคอัพไหลหนักกว่าเดิมหลายเท่า

แล้วถ้าพูดถึงไอเทมที่ช่วยลดปัญหาความมันส่วนเกิน และทำให้เครื่องสำอางติดผิวดีขึ้น ก็ต้องเป็น “ ไพรเมอร์ ” หลอดจิ๋วแต่แจ๋วเท่านั้นเลยค่ะ แต่สาวๆ บางคนที่เป็นมือใหม่หัดแต่งหน้าหรือไม่เคยใช้ไพรเมอร์มาก่อนในชีวิต ถ้าใช้ไม่เป็นก็อาจทำให้หน้าไม่ปังเท่าที่ควรก็ได้นะ วันนี้เราเลยจะพาไปส่อง 7 เคล็ดลับทาไพรเมอร์ให้ถูกวิธี รับรองว่าจะช่วยล็อกเมคอัพติดทน ไม่ต้องกลัวผิวมันเยิ้มระหว่างวันเลยค่ะ

꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳

   

❶ เลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับผิวตัวเอง
image_1047748
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ขอให้สาวๆ ท่องจำไว้เสมอเลยนะคะว่าต่อให้จะเป็นการซื้อเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกก็คือ สภาพผิวหน้าของตัวเอง นี่แหละค่ะ เพราะต่อให้ผลิตภัณฑ์ที่เธอสนใจจะได้รับการรีวิวจากเหล่าบล็อกเกอร์ หรือคนรอบตัวคอนเฟิร์มว่าใช้ดีมากๆ แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์เข้ากับสภาพผิวของตัวเอง พอซื้อมาใช้แล้วอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความคาดหวังก็ได้นะ แบบนี้ถ้าอยากจะใช้ไพรเมอร์ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ก็ควรเลือกประเภทของไพรเมอร์ให้เหมาะกับผิว เช่น คนผิวมันเหมาะกับไพรเมอร์เนื้อแมท หรือคนผิวแห้งเหมาะกับไพรเมอร์เนื้อเจลหรือให้ความฉ่ำวาวแก่ผิว เป็นต้น เชื่อสิว่าถ้าเลือกไพรเมอร์ตัวที่ตอบโจทย์และเหมาะกับผิวของตัวเอง ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ เลยนะ

   

❷ ไพรเมอร์และรองพื้นควรเป็นแบบเดียวกัน
image_1047749
- ที่มารูป: i.pinimg.com

นอกจากจะต้องเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองแล้ว ถ้าอยากใช้ไพรเมอร์เป็นตัวช่วยเสริมความเป๊ะของใบหน้าไปอีกขั้น ก็แนะนำให้ลองเช็กดูสักนิดสิคะว่ารองพื้นที่ใช้เป็นประจำมีเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นแบบไหน… เป็น รองพื้น Oil-based ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน? หรือเป็น รองพื้น Water-based เนื้อน้ำกันแน่? ที่ต้องถามเพื่อความชัวร์ก็เพราะว่าการทาไพรเมอร์ให้ผิวดูเนียนกริบ ควรต้องเลือกใช้ไพร์เมอร์และรองพื้นที่มีเนื้อผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ทาออกมาแล้วเป็นคราบเพราะไพรเมอร์และรองพื้นตีกันไงละ แล้วสิ่งที่ต้องระวังอีกหนึ่งอย่างก็คือไพรเมอร์ที่มีซิลิโคนไม่เหมาะกับรองพื้นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะใช้คู่กันแล้วอาจทำให้เห็นรองพื้นเป็นรอยด่างๆ จนผิวดูไม่เรียบเนียนได้

  

❸ ล้างหน้าทำความสะอาดผิวก่อนทุกครั้ง
image_1047750
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หลังจากที่เลือกไพรเมอร์ตัวที่ใช่และคิดว่าเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมากที่สุดแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาของขั้นตอนการเตรียมผิวให้พร้อมรับการลงเมคอัพเบสและแต่งหน้าบ้างแล้วละ เราขอบอกมือใหม่หัดแต่งหน้าทุกคนไว้เลยนะว่า การจะแต่งหน้าให้ได้ฟินิชลุคผิวที่ดูสวยเป๊ะแบบง่ายๆ ก็ต้องเริ่มจากการมีผิวที่สะอาดไร้สิ่งตกค้างก่อนนั่นเอง ดังนั้น ก่อนเริ่มต้นลงมือแต่งหน้าทุกครั้งก็ควรล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและความมันออกไปจากผิว ซึ่งการล้างหน้าก่อนแต่งหน้าไม่ได้ช่วยให้แต่งหน้าง่ายขึ้นและเครื่องสำอางติดผิวดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดสิวอีกด้วย

   

❹ เตรียมผิวให้พร้อมด้วยการทาสกินแคร์บำรุงผิว
image_1047751
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ลองคิดดูสิคะว่าถ้าผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น ไม่ว่าจะทาไพรเมอร์หรือรองพื้นก็คงจะเกิดคราบหรือผิวลอกเป็นขุยแน่ๆ แบบนี้สเต็ปสำคัญที่จะช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับการแต่งหน้ามากขึ้นก็คือการทาสกินแคร์บำรุงผิวหลังล้างหน้าเสร็จแล้ว ซึ่งสกินแคร์ที่โดดเด่นเรื่องการเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีสุดๆ ก็หนีไม่พ้น “ มอยส์เจอไรเซอร์ ” เพราะมอยส์เจอไรเซอร์จะซึมซาบเข้าไปช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่ายและช่วยให้เครื่องสำอางติดผิวดีขึ้นด้วยนะ โดยแนะนำให้ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างหน้าและเช็ดผิวหมาดๆ ทันที เพราะช่วงเวลาที่ผิวยังไม่แห้งสนิทมอยส์เจอไรเซอร์จะซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น พอทาเสร็จแล้วก็ให้รอสักพักเพื่อให้มอยส์เจอไรเซอร์ซึมเข้าผิวก่อน แล้วตามด้วยการทาไพรเมอร์ได้เลย

   

❺ ใช้ไพรเมอร์ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวก็พอ
image_1047752
- ที่มารูป: i.pinimg.com

สาเหตุที่ทำให้มือใหม่หัดแต่งหน้าหลายคนแต่งหน้าออกมาแล้วดูไม่ปังสมใจอยาก อาจเป็นเพราะเธอมีความเชื่อผิดๆ ที่ว่าถ้าอยากให้เมคอัพติดทนและผิวดูเนียนสวยไร้ที่ติ จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสกงานผิวอย่างไพรเมอร์และรองพื้นในปริมาณมากๆ ไว้ก่อน ซึ่งความเชื่อแบบนี้ไม่ถูกต้องเลยสักนิดเดียวนะ โดยเฉพาะไพรเมอร์ที่หากใช้ในปริมาณมากจนเกินพอดี เวลาทารองพื้นแล้วอาจทำให้เนื้อรองพื้นจับตัวเป็นก้อนจนผิวไม่เรียบเนียน แล้วยังเพิ่มโอกาสที่รูขุมขนจะเกิดการอุดตันจนสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าอีกต่างหาก แล้ววิธีใช้ไพรเมอร์ที่ถูกต้องก็แนะนำให้บีบเนื้อไพรเมอร์ออกมาปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวก็พอแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องทาไพรเมอร์ทั่วใบหน้า อาจเน้นทาแค่ช่วง T-zone ที่ผิวมันง่ายก็ได้นะ

   

❻ ทาไพรเมอร์ช่วงกลางใบหน้า แล้วใช้นิ้วเกลี่ยวนเป็นวงกลม
image_1047753
- ที่มารูป: i.pinimg.com

สาวๆ อาจเคยได้ยินบิวตี้กูรูหลายคนแนะนำว่า การลงรองพื้นให้ได้งานผิวที่ดูเรียบเนียน ไม่เป็นคราบ ก็ต้องใช้วิธีค่อยๆ แท็บเพื่อเกลี่ยเนื้อรองพื้นเบาๆ ห้ามถูเด็ดขาดเลยนะ แต่สำหรับการทาไพรเมอร์ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ก็ควรทาไพรเมอร์ช่วงกึ่งกลางใบหน้า อย่างบริเวณหน้าผาก จมูก และแก้มก่อน จากนั้นก็ใช้นิ้วเกลี่ยวนเป็นวงกลมเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า คล้ายๆ กันกับเวลาที่ทามอยส์เจอไรเซอร์หลังล้างหน้าเลยค่ะ ซึ่งวิธีการใช้นิ้วเกลี่ยไพรเมอร์ในทิศทางวนเป็นวงกลม จะช่วยให้เนื้อไพรเมอร์กระจายได้อย่างทั่วถึงและเนียนสม่ำเสมอกันมากขึ้น แต่ถ้าใครไม่ชอบใช้นิ้วเกลี่ยเครื่องสำอางก็สามารถใช้ฟองน้ำแต่งหน้าหรือแปรงสำหรับลงรองพื้น มาใช้เกลี่ยไพรเมอร์แทนการใช้นิ้วมือก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้น

   

❼ รอ 2 - 3 นาทีให้ไพรเมอร์เซตตัว
image_1047754
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ขนาดเวลาทาสกินแคร์บำรุงผิวสารพัดชิ้น ยังต้องรอเวลาเพื่อให้สกินแคร์แต่ละตัวซึมซาบเข้าสู่ผิวและเซตตัวเลยนะคะ แบบนี้เวลาสาวซิสทาไพรเมอร์และเกลี่ยจนเนียนสนิทเสร็จแล้ว ก็ควรรอให้ไพรเมอร์เซตตัวประมาณ 2 - 3 นาทีก่อน แล้วค่อยตามด้วยสเต็ปการลงรองพื้นเพื่อสร้างผิวสวยเนียนดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นมากๆ ของไพรเมอร์ก็คือการช่วยเบลอรูขุมขนให้แลดูเล็กลง ปรับสีผิวให้ดูสดใสไม่หมองคล้ำ และควบคุมความมันส่วนเกินพร้อมล็อกรองพื้นให้ติดแน่นทนนานมากขึ้น เลยไม่จำเป็นต้องลงรองพื้นหน้าเตอะ เพียงแค่ลงรองพื้นบางๆ เพื่อกลบจุดด่างดำและทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอกันก็พอแล้ว

   

꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳ ꒳

เห็นมั้ยล่ะคะว่าเครื่องสำอางแต่ละชิ้นก็มีวิธีและเทคนิคในการใช้ที่แตกต่างกันไป อย่างไพรเมอร์ที่เป็นเมคอัพเบสสำหรับทาก่อนแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง ที่ดูเหมือนจะเป็นขั้นตอนสั้นๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไร ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้แต่งหน้าได้ง่ายและได้ผลลัพธ์เมคอัพที่ดูสวยปังไร้ที่ติ งานนี้สาวคนไหนที่ยังไม่เคยใช้ไพรเมอร์มาก่อนเลยสักครั้ง ก็ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อไพรเมอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวและแมทช์ให้เข้ากับรองพื้น เตรียมผิวให้พร้อมด้วยการล้างหน้าและทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว รวมทั้งทำตาม เคล็ดลับทาไพรเมอร์ ที่เราบอกไป เท่านี้ก็แต่งหน้าได้เหมือนมือโปรแล้ว

   

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @