☀ซัมเมอร์นี้เอาอยู่!! เจาะลึก ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดแต่ละอันคืออะไร ต้องเลือกอย่างไร✍

☀ซัมเมอร์นี้เอาอยู่!! เจาะลึก ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดแต่ละอันคืออะไร ต้องเลือกอย่างไร✍

เฉลยข้อสงสัย ค่า SPF และค่า PA ในครีมกันแดดต่างกันยังไง ต้องเลือกอย่างไร ให้สาวซิสพร้อมท้าแดดประเทศไทย

03 April 2022
SIS GURU
03 April 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่าเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเป็นทางการ ประเทศไทยก็เหมือนย้ายพิกัดไปอยู่นรกซะอย่างนั้น โอ๊ยย ร้อนไม่ไหววว นาทีนี้ไม่ว่าจะเดินสวนคนไปทางไหนก็มักจะพบว่าท่ามกลางแดดจ้า ใครๆ ก็ล้วนประสบปัญหาเดินไปปาดเหงื่อไป หาวิธีหลบแดดยังไงไม่ให้เสี่ยงต่อการหน้าไหม้ คล้ำแดดหรือแม้กระทั่งผิวเหี่ยวย่นและอีกสารพัดปัญหา หลายคนเลยรีบมองหาตัวช่วยเป็นครีมกันแดด เตรียมทาตามเทรนด์สองข้อนิ้วจุกๆ ท่องมาจากบ้านอย่างดีว่างานนี้ทาแล้วต้องไม่วอก!! แต่ดันต้องมายืนงงตอนอ่านฉลากว่า SPF กับ PA คืออะไร แล้ว SPF กับ PA เนี่ยมันต่างตรงไหน ต้องเลือกยังไง วันนี้เราจะมาเฉลยข้อข้องใจให้ได้รู้กันค่าาา

 

image_1080906

รังสี UV กับปัญหาผิว

 ก่อนจะหาคำตอบว่า SPF กับ PA คืออะไร หรือ SPF กับ PA ต่างกันยังไง อันดับแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับต้นตอของปัญหาที่ทำให้เราต้องทาครีมกันแดดกันก่อน

☀รังสี UV คืออะไร?
รังสี UV หรือรังสี Ultraviolet เป็นแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์ ซึ่งอยู่ในช่วงความถี่ 200-400 nm. เป็นรังสีที่มนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ร้ายกาจกับสภาพผิวเราเป็นอย่างมาก!

ประกอบไปด้วย 3 ประเภทด้วยกัน
 
☀รังสี UVA
เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นมากกว่า UVB จึงสามารถทะลุไปถึงผิวชั้นหนังแท้ได้และก่อให้เกิดปัญหาผิวเสื่อมสภาพโดยการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเราเหี่ยวย่น มีริ้วรอยก่อนวัยอันควร

☀รังสี UVB
เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าUVA แม้ความสามารถในการทะลุชั้นผิวของ UVB จะน้อยกว่าแต่ก็อนุภาพความแรงก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย เพราะ UVB ก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวไหม้ ผิวแดงและคล้ำแดดได้

☀รังสี UVC
เป็นรังสีที่ความยาวคลื่นสั้นที่สุดแต่ถือว่าเป็นอันตรายที่สุด แต่ความโชคดีคือรังสี UVC จะถูกชั้นบรรยากาศโอโซนดูดซับไว้จึงทำให้อัตราการผ่านลงมายังพื้นโลกน้อยมากหรือแทบจะไม่มี

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

ทำยังไงถึงจะป้องกันผิวจากรังสี UV ได้?

ไม่ว่าจะเป็นวันแดดจ้าพร้อมลุยกิจกรรมโลดโผนหรือแม้แต่วันที่หลบแดดไปนอนซมอยู่บ้านอย่างเหงาๆ ก็คงไม่พ้นถูกทำร้ายด้วยรังสีเหล่านี้อยู่ดี ดังนั้นแต่ละคนก็จะสรรหาวิธีเอาตัวรอดจากแดดประเทศไทยแตกต่างกันไป อย่างเช่นบางคนพกความชิคมาพร้อมกับแว่นกันแดดสุดเก๋ บางคนก็พกร่ม หรือแม้แต่สวมหมวกปีกกว้างบ้างและแน่นอนว่าหนึ่งในวิธีที่ชาวเรานึกถึงอันดับต้นๆ ก็คงไม่พ้นการทาครีมกันแดดใช่ไหมล่ะคะ อะๆ คำถามต่อมาก็คงไม่พ้นแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากันแดดจะช่วยปกป้องผิวได้มากแค่ไหน? ต้องใช้อะไรวัดล่ะ? นี่แหละคือที่มาของSPF และ PA เพราะทางผู้เชี่ยวชาญเค้าสร้างมาตรฐานวัดประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์กันแดดด้วยค่า SPF และ PA ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอ๊งงง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

SPF ( Sun Protection Factor )

SPF คือการวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVB

ตัวอย่างเช่น ถ้าปกติผิวจะไหม้หลังจากออกแดด 10 นาที การทาครีมกันแดด SPF15 จะช่วยให้อยู่ในแดดได้นานขึ้น 15x10 = 150 นาที (15 เท่า)
*ขึ้นอยู่กับประเภทผิว ความเข้มของแสงแดด และอีกหลายปัจจัย

ค่าSPF              ประสิทธิภาพในการป้องกัน
SPF 6    -  <15                 ต่ำ
SPF 15  -  <30               กลาง
SPF 30  -  <50                 สูง
SPF          ≥50             สูงมาก

SPF ยิ่งสูงยิ่งดี?

หลายๆ คนคิดว่ายิ่งค่า SPF สูงยิ่งดี แต่หากลองเทียบกันจริงๆ นั้นระหว่าง SPF ที่มากกว่า 50 กับ SPF 50 กลับพบว่ามีความต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า SPF15-30 ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าต้องสู้กับแดดบ้านเราแนะนำว่า SPF ควร 30 ขึ้นไปนะคะ และสิ่งสำคัญที่สุดคือควรทาซ้ำทุกๆ สองชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวที่ดีที่สุด 

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

PA ( Protection grade of UVA )

PA คือการวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการปกป้องผิวหนังจากรังสี UVA

เครื่องหมาย + ต่อท้าย PA คืออะไร?
เรามักจะได้ยินจากโฆษณาหรือเห็นบนผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดว่า PA++++ กันจนคุ้นชินแต่เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าเครื่องหมายบวกที่ตามหลัง PA นี้มีความหมายว่ายังไงกันน้า

ค่าPA    ประสิทธิภาพในการป้องกัน
PA+                 ต่ำ-กลาง
PA++                  กลาง
PA+++                  สูง
PA++++             สูงมาก

ใช่แล้ววว เครื่องหมายบวกแสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันUVAที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

 

เลือก PA ยังไงดี

เลือกค่า PA ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราจะดีที่สุด ถ้าเป็นวันอยู่บ้านสบายๆ ก็อาจจะใช้แค่ PA++ แต่ถ้าต้องออกไปสู้ชีวิตข้างนอกก็อาจจะเลือกใช้ PA+++ จะได้ไม่โดนชีวิตสู้กลับ หรือถ้าออกไปทำกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมการแจ้งนานๆ ก็ควรเลือก PA++++ ไปโล้ดดดเพราะแดดเมืองไทยมันเกินต้านจริงๆ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

ประเภทของครีมกันแดด

จากความก้าวหน้าในวงการการพัฒนาสูตรเครื่องสำอาง จึงทำให้ปัจจุบันกันแดดไม่ได้มีอยู่ในรูปแบบครีมเพียงเท่านั้นแต่รวมไปถึงมีกันแดดแบบเจล แท่ง สเปรย์ โลชั่น และแบบอื่นๆ ให้เลือกสรรตามใจเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ( U.S. FDA ) ยังไม่อนุมัติกันแดดในรูปแบบทิชชู่เปียก แป้ง สบู่หรือแชมพู แถมเค้ายังแอบๆ เตือนว่า กรุณาอ่านฉลากการใช้งานของกันแดดแต่ละประเภทอย่างละเอียดนะคะซิส อย่างกันแดดแบบสเปรย์แบบนี้ก็อาจไม่เหมาะสมกับการใช้กับผิวหน้า เพราะเวลาเราฉีดมันจะมีละอองความฟุ้งลอยไปตามลมใดๆทำให้ไม่ค่อยติดผิวหน้า ประสิทธิภาพ SPF หรือ PA ในการป้องกันรังสีจึงอาจจะน้อยลงเมื่อเทียบกับการทากันแดดแบบอื่นๆ นั่นเอง


✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ท่องไว้ให้ขึ้นใจ!!!

SPF ป้องกัน UVB
PA   ป้องกัน  UVA

image_1080907

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

Broad spectrum sunscreen

ทำไมเราต้องเลือกในเมื่อเราสามารถมีได้ทั้งหมด?

Broad spectrum sunscreen 
จึงเป็นทางเลือกที่ครอบคลุมที่สุด เพราะมีทั้ง SPF และ PA จึงสามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ในผลิตภัณ์เพียงตัวเดียว จะหน้าไหม้หรือหน้าเหี่ยวก็รอดดด เวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ก็ให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มี Titanium dioxide หรือ Zinc oxide เป็นส่วนผสมดูน้าา

ข้อแนะนำในการทากันแดด

ทากันแดดก่อนออกไปข้างนอก 15 นาที เพื่อรอให้กันแดดเซตตัวและมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
ทาให้ทั่วใบหน้าและร่างกาย หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและปาก
ห้ามทากันแดดให้กับกับทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน นอกจากจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์
รู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน! ตัวอย่างเช่น คนผิวขาวจะมีความเสี่ยงต่อการดูดซับรังสี UV มากกว่าคนผิวเข้ม ดังนั้นจึงควรใช้กันแดดที่ค่า SPF เริ่มต้นที่ 30 ขึ้นไป
ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นหากทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อหรือกิจกรรมทางน้ำ
กันแดดมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ราวๆ 3ปี หากใช้นานกว่านั้นประสิทธิภาพในการป้องกันของ SPF PA อาจจะลดลงและไม่เสถียร

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

image_1086135

ถ้านึกถึงกันแดดที่เหมาะกับแดดเมืองไทย ตัวที่เราแนะนำเลยก็คือ ANESSA Gold Milk เป็นกันแดดที่ใครหลายๆ คนก็คงรู้จัก ตัวนี้เค้าเป็น Broad spectrum sunscreen ด้วยนะ มาพร้อมกับ SPF50+ และ PA++++ ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB จึงมั่นใจได้ว่าเราจะสามารถออกไปทำกิจกรรมได้อย่างหมดห่วง! ความพิเศษคือ มีเทคโนโลยี Thermo Booster Technology ช่วยปกป้องผิวได้ดียิ่งขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความร้อนจากแสงแดด แถมยังผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง, ปราศจากการแต่งสีและไม่ก่อให้เกิดการอุดตันด้วย (Non-comedogenic) ถ้าใครกำลังมองหากันแดดซักตัว  ANESSA Gold Milk ก็ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ


✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

image_1080908

เป็นยังไงกันบ้างคะ เข้าใจเรื่องSPF กับ PA กันมากขึ้นหรือยัง ถ้ายังเราจะสรุปให้ตรงนี้ง่ายๆ ว่า SPF ป้องกันรังสี UVB ส่วน PA ป้องกันรังสี UVA ถ้าต้องเลือกซื้อกันแดดก็ให้เลือก Broad spectrum จะได้ครอบคลุมและปกป้องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เน้นยำอีกทีหมั่นทากันแดดซ้ำทุก2ชั่วโมง ปริมาณ 2 ข้อนิ้วหรือ1/4 ช้อนชาน้าา

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿


Designer :
 
namoodong
Writer : BabyPeachy

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
14 April 2022 14:19
9 April 2022 17:20
Search @