ไขความสงสัย 🤔 คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์ต่างกันยังไง ? แล้ววิธีใช้ล่ะต่างกันมั้ย ?

ไขความสงสัย 🤔 คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์ต่างกันยังไง ? แล้ววิธีใช้ล่ะต่างกันมั้ย ?

มือใหม่หัดใช้เครื่องสำอางและสกินแคร์คงมีความสับสนอยู่ใช่ม้า? ว่า ' คลีนซิ่ง ' คืออะไร แล้วต่างกับ ' คลีนเซอร์ไหม ' ถ้าต่างแล้วใช้ต่างกันรึเปล่า วันนี้เรามาหาคำตอบ ไขข้อข้องใจทุกคนกันในบทความนี้เล้ย :-D

10 May 2022
SIS GURU
10 May 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าชาวซิสสสสสสสสสสสสสสสส ♥


ไหนใครเป็นมือใหม่ในการใช้สกินแคร์ยกมือขึ้นหน่อยค่า ฮิ้วววว~ เชื่อเลยว่าหลาย ๆ คนที่เป็นมือใหม่จะต้องมีศัพท์สกินแคร์ที่ฟังแล้วงงตึ้บมึนไปหมดเลยใช่รึปะ? โดยเฉพาะคำพื้นฐานอย่าง ' คลีนซิ่ง ' และ ' คลีนเซอร์ ' มีคำว่าคลีนเหมือนกัน ก็น่าจะทำความสะอาดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? แล้วมันต่างกันยังไง? ใช้ยังไงบ้างล่ะเนี่ย เห็นมั้ยถึงจะบอกว่าเป็นคำพื้นฐานแต่คนที่เพิ่งเข้าวงการมันก็ต้องมีงงมีมึนบ้างอะเนอะ วันนี้เราก็เลยจะมาตอบข้อข้องใจให้มือใหม่ในวงการนี้กัน เอาละ! พร้อมไปดูกันรึยังเอ่ยว่าแต่ละตัวเป็นอะไร ใช้ยังไงบ้าง? ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาเลยจ้า

image_1083933
- ที่มารูป: c.tenor.com

 

☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁

 

คลีนซิ่ง VS คลีนเซอร์คืออะไร? แล้วใช้ต่างกันยังไงบ้างนะ? •
• • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • • 

 

คลีนซิ่งคืออะไรกันนะ ?

image_1083927
- ที่มารูป: i.pinimg.com

มาเริ่มกันที่คลีนซิ่ง ( Cleansing ) กันเลยค่า จริง ๆ แล้วคลีนซิ่งจะต้องอ่านว่า ' เคลนซิ่ง ' ถึงจะถูกต้องนะคะ เพราะ Cleansing มาจากคำว่า Cleanse ซึ่งอ่านว่าเคลนนั่นเอง ไม่ใช่คลีนน้า แต่คนไทยเรียกติดปากกันว่าคลีนซิ่ง งั้นใช้คำนี้เพื่อความเข้าใจง่ายแล้วกันเนอะ คลีนซิ่งคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง แล้วก็มีอีกชื่อที่ทุกคนมักจะเรียกกันนั่นก็คือ ' รีมูฟเวอร์ ( Remover ) ' นั่นเองค่ะ ถ้าเราแต่งหน้าก็จะต้องใช้เจ้าตัวนี้ในการทำความสะอาดก่อนเน้อ ถ้าใครแต่งตาด้วยก็จะมี Eye Remover เฉพาะด้วยนะคะ แต่ ๆ เจ้าคลีนซิ่งเนี่ยไม่ได้ทำความสะอาดแค่เพียงเครื่องสำอางเน้อ พวกฝุ่นหรือมลภาวะที่เกาะติดบนผิวหน้า รวมไปถึง ' ครีมกันแดด ' ก็สามารถทำความสะอาดได้เช่นกันค่ะ แอบกระซิบว่าถ้าใครทากันแดดบนหน้าควรใช้คลีนซิ่งล้างหน้าด้วยนะคะ ไม่งั้นผิวเราจะอุดตันแล้วก็เกิดสิวได้น้า ส่วนคลีนซิ่งมีแบบไหนให้เลือกใช้บ้างก็เลื่อนลงมาดูด้านล่างกันค่า!

 

แล้วคลีนซิ่งมีกี่แบบให้เราเลือกใช้กันล่ะ?

image_1083926
- ที่มารูป: i.pinimg.com

คลีนซิ่งหรือเคลนซิ่งมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้ตามสภาพผิวเลยค่ะ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างทั้งเนื้อผลิตภัณฑ์และวิธีการใช้เลย จะมีแบบไหนบ้างมาดูกัน!

1. Cleansing Water : แบบน้ำใช้คู่กับสำลี เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวมัน
2. Cleansing Oil : แบบน้ำมัน ใช้คู่กับสำลีหรือใช้มือ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้ง
3. Milk Cleansing : เป็นตัวที่ผสมน้ำและน้ำมันเขาด้วยกัน สีจะคล้ายน้ำนม ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
4. Cleansing Cream / Balm : เนื้อครีมหรือบาล์ม ใช้มือในการถูกวน เหมาะกับทุกสภาพผิว
5. Dual Phase Cleansing : เป็นเนื้อน้ำกับน้ำมันแยกชั้นกัน เขย่าก่อนใช้ ช่วยล้างเครื่องสำอางหมดจดมากกว่าแบบน้ำ
6. Lotion Cleansing : แบบโลชันเหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้ง ใช้มือในการนวดล้างเครื่องสำอาง
7. Cleansing Pad / Cotton : แบบสำลีหรือแผ่นที่ชุบคลีนซิ่งมาแล้ว ใช้งานได้ทันที เหมาะกับเวลาเร่งรีบ

ครบทั้ง 7 แบบแล้ว ใครแต่งหน้าหนัก ๆ แนะนำให้ใช้พวกที่มีน้ำมันผสมนะคะ จะล้างง่ายขึ้น ส่วนใครแต่งหน้าไม่หนักใช้แบบน้ำธรรมดาก็ได้ค่ะ เลือกใช้กันตามสะดวกเล้ย :-D

 

แล้วคลีนเซอร์คืออะไร?

image_1083928
- ที่มารูป: i.pinimg.com

มีคลีนซิ่งแล้วก็ต้องมีคลีนเซอร์ ( Cleanser ) ด้วย แน่นอนค่ะว่ามาจากคำว่า Cleanse เหมือนกัน คลีนเซอร์ก็ต้องอ่านว่า ' เคลนเซอร์ ' เช่นกัน แต่ใด ๆ คือเราจะเรียกว่าคลีนเซอร์เพื่อความเคยชินละกันเนอะ คลีนเซอร์จะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ต้องใช้น้ำล้างออก หรือที่เราชอบเรียกกันว่า ' โฟมล้างหน้า ' นั่นเองค่ะ เรามักจะใช้เจ้าตัวนี้หลังใช้คลีนซิ่งล้างหน้าไปแล้ว เพราะว่าเจ้าคลีนเซอร์ไม่สามารถที่จะล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด เราจึงต้องใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดก่อนนะคะ เมื่อใช้คลีนซิ่งเสร็จก็มาใช้คลีนเซอร์ในการทำความสะอาดซ้ำอีกรอบ ผิวของเราจะได้สะอาด ไม่อุดตัน สิวก็จะไม่ตามมา การใช้คลีนซิ่งแล้วต่อด้วยคลีนเซอร์จะเรียกว่า ' Double Cleansing ' ซึ่งจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นคลีนซิ่งกับคลีนเซอร์ก็ได้นะคะ เพียงแต่ว่าถ้าทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดเรามักจะเรียกว่าดับเบิลคลีนซิ่งนั่นเองค่า ส่วนคลีนเซอร์จะมีแบบไหนให้ลองใช้บ้างก็ตามมาดูกันเลยจ้า :-)

 

งั้นคลีนเซอร์มีกี่แบบให้เลือกใช้นะ?

image_1083929
- ที่มารูป: i.pinimg.com

คลีนเซอร์หรือเคลนเซอร์ก็มีหลากหลายเลยค่ะ แล้วก็เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกันด้วย แต่จะมีอะไรบ้างก็มาดูกันเลยจ้า

1. Foam Cleanser : เนื้อโฟมทั่วไป บางตัวอาจจะต้องใช้ที่ตีโฟมเพื่อให้ได้ฟองเยอะ ๆ จะทำความสะอาดได้ดีขึ้นอีกด้วย เหมาะกับทุกสภาพผิว
2. Foam Bead Scrub : เนื้อโฟมที่มีเม็ดสครับ ไม่ค่อยเหมาะกับผิวแพ้ง่ายและไม่ควรใช้บ่อย
3. Gel Cleanser : เนื้อเจล จะเหมาะกับผิวมันและผิวผสม เพราะจะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน คล้ายกับสบู่แต่มีค่าความด่างน้อยกว่า
4. Mousse Cleanser : เนื้อมูสจะมีความเหลวกว่าแบบเจล หลาย ๆ แบรนด์ก็จะทำขวดแบบปั๊มฟองโฟมมาให้เลยด้วย ใช้งานสะดวกสุด ๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว

คัดมาเฉพาะตัวที่เราน่าจะคุ้นหูคุ้นตาและเห็นกันบ่อย ๆ ใครชอบแบบไหนก็ไปหาซื้อกันได้นะคะ พยายามเลือกโฟมล้างหน้าที่ไม่มีสารซัลเฟตนะคะ ผิวเราจะได้ไม่แห้งตึงด้วย > _ <

 

งั้นใช้แค่คลีนซิ่งตัวเดียว หรือ คลีนเซอร์ตัวเดียวได้รึเปล่า?

image_1083930
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่งได้ไหม ตอบให้เลยนะคะว่ายังไงเราก็ควรใช้ทั้ง 2 ตัวอยู่ดีค่ะ เพราะอย่างที่บอกเลยว่าคลีนซิ่งจะใช้ในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง มลภาวะพวกฝุ่นต่าง ๆ และครีมกันแดดได้สะอาดหมดจดมากกว่าคลีนเซอร์ที่สามารถล้างพวกฝุ่น มลภาวะและคราบเหงื่อบนใบหน้าได้เท่านั้น ทางที่ดีเราควรจะใช้คลีนซิ่งในการทำความสะอาดใบหน้าก่อน พยายามล้างหรือเช็ดให้สะอาดที่สุดนะคะ ถ้าใช้สำลีก็เช็ดจนกว่าสำลีจะขาวเลยก็จะดีที่สุดค่ะ เสร็จแล้วตอนอาบน้ำก็ใช้คลีนเซอร์ในการล้างหน้าอีกครั้ง วิธีการล้างพยายามล้างจากกลางหน้าออกไปหากรอบหน้านะคะ จะเป็นวิธีการล้างตามแนวรูขุมขนที่สะอาดที่สุด เท่านี้ผิวเราก็จะได้รับการทำความสะอาดแบบเกลี้ยงกริ๊บแล้วละค่ะ

 

แล้วเราควรใช้โทนเนอร์ซ้ำอีกครั้งไหมอะ?

image_1083932
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ทำความสะอาดมาแล้ว 2 ขั้นตอน ต้องใช้โทนเนอร์อีกไหมน้อ? อันนี้แล้วแต่สะดวกเลยค่า แต่โทนเนอร์ก็เป็นอีกตัวที่ช่วยทำความสะอาดผิวเหมือนกันนะเออ แถมยังช่วยทำให้ผิวของเราเตรียมรับการบำรุงแบบเต็มเปี่ยมสุด ๆ ซึ่งโทนเนอร์แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติต่างกันไป บางตัวช่วยความชุ่มชื้น ความกระจ่างใส ลดสิว กระชับรูขุมขนอีกด้วย ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าใครอยากให้ผิวสะอาดขั้นสุด บำรุงได้แบบจัดเต็มจุก ๆ ก็ควรจะมีโทนเนอร์สักขวดไว้ใช้ก็ดีน้า แอบกระซิบว่าโทนเนอร์ใช้งานได้เยอะมาก ทั้งเอามาเช็ดทำความสะอาดผิว ทั้งเป็นน้ำตบ ทั้งเอาใส่แผ่นสำลีมามาสก์หน้า หรือแม้กระทั่งใส่ขวดสเปรย์แล้วเอามาฉีดในหน้าร้อนก็ทำได้เหมือนกัน บอกเลยว่าซื้อไว้ดีกว่านะเออ > _ <

 

☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁

 

ได้รู้เรื่องราวของคลีนซิ่งกับคลีนเซอร์กันไปแบบจัดหนักจัดเต็มกันเลย เป็นยังไงกันบ้างคะ... ตอนนี้เริ่มอยากจะไปหาซื้อมาตุนไว้ใช้กันแล้วใช่ม้า? เชื่อเลยว่ายังมีหลาย ๆ คนที่ใช้แค่คลีนเซอร์ในการทำความสะอาดเยอะมาก ๆ เพราะคิดว่ามันเพียงพอกับผิวแล้ว แล้วพอใช้แค่คลีนเซอร์สิวก็ยังขึ้น ตอนนี้น่าจะได้คำตอบกันแล้วใช่ไหมละคะว่าทำไมหน้าเราถึงสิวขึ้นเยอะ เป็นเพราะเราไม่ดับเบิลคลีนซิ่งนั่นเอง ยังไงก็พยายามใช้ทั้ง 2 ตัวเลยน้า ผิวเราจะได้ทำความสะอาดได้แบบหมดจด แล้วก็ถ้าหากว่าใช้คลีนซิ่งหรือคลีนเซอร์ตัวไหนเสร็จแล้วรู้สึกว่าผิวหน้าตึง ๆ เอี๊ยด ๆ ละก็... แสดงว่ามันไม่เหมาะกับผิวเราเน้อ ที่เราหน้าตึง ๆ เพราะผิวเริ่มแห้งเกินไปนั่นเองค่ะ ดังนั้นเนี่ยถ้าใช้แล้วไม่เวิร์กแนะนำให้เปลี่ยนน้า ผิวของเราจะได้ไม่พังด้วย


เอาละ ตอนนี้หมดเวลาแล้วคงต้องลากันไปก่อน บ๊ายบายนะคะ ♥

 

☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ 


Designer : 
namoodong
Writer : saturnxjan_

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @