ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ " โรคแพนิก " มีอาการแบบไหน แล้วรักษายังไงได้บ้าง? 💊

ชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ " โรคแพนิก " มีอาการแบบไหน แล้วรักษายังไงได้บ้าง? 💊

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อ " โรคแพนิก " กันมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร มีอาการแบบไหน แล้วรักษายังไง น่ากลัวมากไหม วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจพวกนี้กัน ถ้าพร้อมจะไปทำความเข้าใจแล้วก็เข้ามาอ่านกันได้เลยค่ะ

08 October 2022
pumxpurin
08 October 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่ะชาวซิส ^ - ^


วันนี้มาแบบเรียบร้อยทางการนิดนึง เพราะเนื้อหาที่เราจะพูดถึงมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ
ซึ่งประเด็นนั้นก็คือ " โรคแพนิก " นั่นเองค่ะ คือโรคนี้เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้ามีอะไรมากระตุ้น
มันอาจจะเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้นะคะ แล้วอาการที่แสดงออกคือมันส่งผลกระทบทั้งทางจิตใจ
แล้วก็ทางร่างกายเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้นะคะ สามารถรักษาได้ แต่ก่อนที่จะไปรู้ว่ารักษายังไง
เราต้องไปดูกันก่อนว่าโรคมันคืออะไร แล้วมีอาการประมาณไหน อะไรกระตุ้นให้เกิดได้บ้าง
แล้วจะอยู่กับมันยังไง ถ้าพร้อมจะไปเรียนรู้กันแล้วก็ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ :-D

 

❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖

 

" โรคแพนิก " คืออะไร?

image_1098094
- ที่มารูป: i.pinimg.com

“ โรคแพนิก ( Panic Disorder ) ” หรือโรคตื่นตระหนก เป็นโรควิตกกังวลประเภทหนึ่งที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติ ( Automatic Nervous System ) ทำงานผิดปกติ โดยระบบประสาทนี้เป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของร่างกายมนุษย์หลายส่วน จึงทำให้เวลาอาการกำเริบจะส่งผลต่อร่างกายหลาย ๆ อย่าง เช่น หัวใจเต้นเร็วและแรง มีเหงื่อออกมาก ท้องไส้ปั่นป่วน วิงเวียน ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันแม้จะไม่มีอะไรมากระตุ้นก็ตาม และมันก็ทำให้ผู้ป่วยหลาย ๆ คนรู้สึกกลัวจนไม่กล้าใช้ชีวิต สภาพจิตใจก็เลยย่ำแย่มากขึ้นกว่าเดิมไปอีกนั่นเองค่ะ

ซิสป้ายยาที่น่าสนใจ

รีวิวถูกและดี AR Smooth & Matte Lips สวยครบจบในแท่งเดียว!
ปาก
11
7
7.3K
ไอเท็มใหม่จาก etude 💄
ปาก
10
4
6.7K
ปิงปิงบิวตี้ล๊อคเกอร์ขอเสนอ : ผิวโกล์ว 3D กับเซรั่มตัวดัง ?
ผิวหน้า
1
3
6.6K

 

แล้ว " โรคแพนิก " มีสาเหตุมาจากอะไร?

image_1098095
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่จากการวิจัยพบว่าโรคแพนิกอาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยภายในอย่างด้านกรรมพันธุ์ โดยถ้าเป็นญาติสายตรงจะพบประมาณร้อยละ 43 เลยค่ะที่เป็นโรคแพนิก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับสารเคมี/ฮอร์โมนบางอย่างที่ทำงานผิดปกติด้วย และปัจจัยภายนอกอย่างการเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน หรือ ต้องไปอยู่ไกลจากบ้านเกิด ก็มีส่วนเหมือนกันที่ทำให้โรคนี้มันเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่มีงานวิจัยที่ฟันธงนะคะ ฟังหูไว้หูก่อนดีกว่า~

 

อาการของ " โรคแพนิก " มีอะไรบ้างที่สังเกตได้

image_1100857
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ในส่วนของอาการแพนิกที่แสดงออกมา แต่ละคนก็จะแสดงออกมาไม่เหมือนกันนะคะ แต่ก็จะมีข้อสังเกตอยู่ว่าแบบไหนคือเรียกว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็น " โรคแพนิก "

• ใจสั่น แน่นหน้าอก หัวใจเต้นแรง         
• หายใจหอบ หายใจถี่ เหงื่อออกเยอะมาก
• ตัวสั่น มือสั่น เท้าสั่น
• ตัวชา ควบคุมตัวเองไม่ได้
• ปั่นป่วนในท้อง วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม
• รู้สึกกลัวไปหมดทุกสิ่ง

ถ้าใครมีอาการพวกนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็ประเมินคร่าว ๆ ได้เลยนะคะว่าเราอาจจะเสี่ยงเป็น " โรคแพนิก " แต่เพื่อความแน่ใจก็ควรจะไปพบแพทย์ให้เขาตรวจแบบละเอียดอีกครั้งนะคะ

 

อะไรที่สามารถทำให้เกิด " โรคแพนิก " ได้บ้าง

image_1100856
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ปัจจัยที่ทำให้ " โรคแพนิก " มันเกิดขึ้นก็มีหลายปัจจัยเลยนะคะ ไม่ว่าจะปัจจัยภายในหรือภายนอก โดยสามารถแบ่งออกเป็นได้เป็น 7 ข้อใหญ่ ๆ

1. อาจเกิดจากสมอง ' อะมิกดาลา (Amygdala) ' ซึ่งเป็นส่วนควบคุมความกลัวทำงานผิดปกติ

2. กรรมพันธุ์ : ถ้ามีญาติเป็น โอกาสที่เราจะเป็นก็มีสูงขึ้น
3. การใช้สารเสพติด
4. ความผิดปกติของฮอร์โมน อาจทำให้สารเคมีในสมองเสียสมดุลได้
5. มีประสบการณ์หรือเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต
6. พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น มีปัญหาที่ต้องเผชิญคนเดียว
7. เครียดสะสม : เกิดจากการใช้ชีวิตอย่างจริงจังหรืออยู่ในสภาวะกดดัน

 

ถ้าเราเป็น " โรคแพนิก " แล้วจะสามารถรักษาได้รึเปล่า?

image_1100855
- ที่มารูป: i.pinimg.com

จากการศึกษาพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถหายขาดได้ ดังนั้นก็วางใจได้นะคะว่ามันจะสามารถรักษาให้หายได้ แค่จะต้องใช้เวลาหน่อย ซึ่งวิธีการรักษาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ข้อหลัก ๆ คือ

1. การรักษาด้วยยา : ยาจะเข้าไปปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง จึงจำเป็นจะต้องใช้ทั้งยาและเวลาในการรักษาประมาณ 8 - 12 เดือน โดยความยาวนานจะขึ้นอยู่กับปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคของแต่ละคน

2. การรักษาทางใจ คือการทำจิตบำบัดประเภทปรับความคิดและพฤติกรรม ซึ่งมีหลายวิธี เช่น
• ฝึกหายใจในผู้ป่วยที่มีอาการหายใจไม่อิ่ม โดยวิธีการคือให้หายใจเข้า - ออกลึก ๆ ช้า ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการที่กำเริบ
• รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง บอกตัวเองว่ามันเกิดขึ้นแค่ชั่วคราว ใจเย็น ๆ
• การฝึกการคลายกล้ามเนื้อในคนที่มีอาการปวดศรีษะ หรือปวดกล้ามเนื้อ
• การฝึกสมาธิ
• การฝึกคิดในทางบวก

 

ถ้าอาการของ " โรคแพนิก " กำเริบขึ้นมา เราจะทำยังไงได้บ้าง?

image_1100854
- ที่มารูป: i.pinimg.com

วิธีการจัดการกับอาการแพนิกโดยดร.แคลร์ วีกส์ ( Claire Weekes ) แพทย์ทางเวชปฏิบัติทั่วไปชาวออสเตรเลีย ได้แนะนำหลักการสำคัญไว้ 4 ข้อ

1. เผชิญกับอาการแพนิก : คือเราไม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงหรือทำความคุ้นเคยกับมัน แต่ให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันแทน

2. การยอมรับอาการแพนิกอย่างสงบเยือกเย็น : ข้อนี้ยากมากนะคะ แต่สามารถทำต่อเนื่องจากข้อแรกได้เลย เมื่อเราเรียนรู้จะอยู่กับมัน ก็คิดไปเลยค่ะว่าที่เราเป็นแบบนี้ก็เพราะระบบประสาทเราทำงานผิดปกตินะ เราก็เลยเป็นแบบนี้นะ เมื่อเราคิดแบบนั้นร่างกายก็จะผ่อนคลายมากขึ้น อาการแพนิกที่กำเริบก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

 3. การลอยตัวเหนืออาการแพนิก : วิธีการคือทำคือแค่อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ ขณะที่จินตนาการว่าตัวเองกำลังลอยไปข้างหน้า พวกกล้ามเนื้อต่าง ๆ จะผ่อนคลายลงไปในที่สุด

4. การปล่อยให้เวลาที่ผ่านไปช่วยเยียวยาให้อาการดีขึ้น : การฟื้นจากโรคแพนิกก็เหมือนกับการรักษาโรคอื่น ๆ นะคะคือต้องใช้เวลา ถ้าเราใจร้อนอาการมันก็จะยิ่งกำเริบ แต่ถ้าเราฝึกอดทน ทำใจให้เย็นลงได้ มันก็จะอาการดีขึ้นนั่นเองค่ะ

นอกจาก 4 วิธีนี้ดร.วีคส์ยังแนะนำให้ผู้ป่วยแพนิกใช้ชีวิตด้วยความกระตือรือร้นโดยไม่ปล่อยให้ความวิตกกังวลเข้ามาควบคุมชีวิตของเรา แม้ว่าจะยังมีความรู้สึกวิตกกังวลเกิดขึ้นก็ตาม โดยถ้าเราทำทั้ง 4 ข้อและคำแนะนำที่ดร.วีคส์บอกไว้ อาการแพนิกก็จะค่อย ๆ หายไปในที่สุดได้นั่นเองค่ะ แต่ว่าก็ว่านะคะมันทำได้ยากพอสมควร ถ้าเทคโนโลยีสมัยนี้อย่างยารักษาช่วยได้ก็อาจจะต้องพึ่งพามันไปก่อนนะคะ

 

❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖ ❖

 

ได้ความรู้กันไปแบบแน่น ๆ เลยนะคะ สำหรับเรื่องของ " โรคแพนิก "
โดยข้อมูลที่เราเอามารวบรวมก็ค้นหาจากหลากหลายที่ ๆ น่าเชื่อถือมารวมกัน
บวกกับว่าเพื่อนสนิทของเราเขาก็เป็นโรคนี้ด้วยนะคะ ก็เลยพอที่จะเข้าใจ
และสามารถอธิบายให้ทุกคนไม่งงได้ หวังว่ามันจะมีประโยชน์กับทุกคนเลยน้า
ส่วนตอนนี้เราต้องลาไปก่อน บทความหน้าจะมีอะไรน่าสนใจ น่าติดตาม
ก็แวะมาอ่านกันที่ SistaCafe ได้ตลอดเลยนะคะ บ๊ายบาย ♥

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @

เว็บไซต์ของเราได้มีการให้ความสำคัญกับข้อมูลของสมาชิกตามกฏหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

รับทราบ