เหนื่อยเกินไปรึเปล่า?! เช็ก 7 สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน (Workaholic) เสี่ยงเครียดหนัก สุขภาพพัง ไม่มีความสุข

เหนื่อยเกินไปรึเปล่า?! เช็ก 7 สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน (Workaholic) เสี่ยงเครียดหนัก สุขภาพพัง ไม่มีความสุข

การตั้งใจทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทุ่มเทไม่หยุดพักก็อาจส่งผลเสียต่อตัวเองมากกว่าที่คิดนะคะ วันนี้เราจึงขอชวนไปเช็ก 7 สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน ว่ามีชาวซิสคนไหนเข้าข่ายเป็น Workaholic บ้างค่ะ

02 October 2022
Pearrisa
02 October 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

ณ ตอนนี้ Work-Life ( ไม่ ) Balance เลยค่าา (ಥ⌣ಥ)

สมัยที่ยังอยู่ในช่วงวัยเรียนทั้งช่วงมัธยมและมหาวิทยาลัย ก็อยากรีบก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เร็วๆ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานและสร้างอนาคตที่สดใสให้กับตัวเอง แต่โลกความจริงไม่ได้ง่ายและสวยงามเสมอไปหรอกนะคะ เพราะบางคนพอเข้าสู่วัยทำงานเต็มตัว ก็ตั้งหน้าตั้งตาทุ่มเททำงานอย่างหนัก จนแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวหรือสร้างความสุขให้กับตัวเอง แล้วคนที่เสพติดการทำงานมากๆ เรียกง่ายๆ ว่าในพจนานุกรมไม่มีคำว่า “ หยุดพัก ” อาจเข้าข่ายเป็น Workaholic ก็ได้นะเออ

วันนี้เราจึงลิสต์ 7 สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน ( Workaholic ) มาให้ได้อ่านและลองเช็กกับตัวเองดูว่ามีเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังทำงานหนักเกินไป จนเสี่ยงสุขภาพกายและสุขภาพจิตพังอยู่รึเปล่า???

・・・・・・

   

☰ Workaholic คืออะไร? ☰

image_1100187
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ก่อนอื่นแวะมาทำความรู้จักกับ อาการ Workaholic ให้มากขึ้นอีกสักนิดดีกว่าค่ะ โดย Workaholic เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ เสพติดการทำงาน ทุ่มเททำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก แล้วแม้ว่าอาการบ้างานจะไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติทางจิต แต่ลักษณะนิสัยของคนที่มีอาการเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับ โรคย้ำคิดย้ำทำ ที่ทำให้ไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องงานได้ แล้วหากเสพติดการทำงานมากๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และทำลายความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนรอบตัวได้เลยนะ

แล้วถ้าชาวซิสอยากรู้ว่าตัวเองเป็น Workaholic รึเปล่า ก็รีบตามไปเช็ก สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน ที่เราลิสต์มาฝากกันด่วนๆ เลยค่ะ

   

ซิสป้ายยาที่น่าสนใจ

❤️ ป้ายยา Bioderma เวชสำอางที่ชอบบบ และอยากแนะนำให้ลองใช้กันฮะ ดีจริงๆ 👍
ผิวหน้า
2
0
7.9K
แมสที่เหมาะกับสาวๆ ไม่แต่งหน้าก็สวยได้
รีวิวแฟชั่น
3
1
16.7K
บำรุงมือและเล็บให้ชุ่มชื้น และเนียมนุ่มน่าสัมผัส
มือ/เล็บ
6
6
8.9K

☰ เช็ก 7 สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน ( Workaholic ) ☰

   

➀ ให้ความสำคัญกับงานมากกว่าเรื่องอื่นๆ

image_1100188
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เริ่มต้นเช็กสัญญาณเตือนอาการบ้างานข้อแรกเลยดีกว่าค่ะ เพื่อนๆ ลองสังเกตดูสิว่าที่ผ่านมา ให้ความสำคัญและทุ่มเทเวลาไปกับเรื่องงานมากกว่าเรื่องอื่นๆ ในชีวิต รึเปล่า? ถ้าคำตอบคือใช่… ก็มีโอกาสเป็น Workaholic ได้นะ เพราะคนที่เสพติดการทำงานมักจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นวันจันทร์ - ศุกร์ วันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ หรือแม้แต่วันหยุดเนื่องในโอกาสพิเศษ / วันสำคัญต่างๆ แล้วให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ น้อยกว่าเสมอ โดยเลือกที่จะทำงานแทนการพักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ออกไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมคลายเครียด เพราะชีวิตมีแต่คำว่างานอย่างเดียวเท่านั้นค่ะ

   

➁ หอบงานกลับมาทำที่บ้านประจำ

image_1100189
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ปกติแล้วพอถึงเวลาเลิกงาน มนุษย์ออฟฟิศก็ควรจะเก็บของกลับบ้าน เพื่อรีบไปพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า หรือใช้เวลาส่วนตัวทำสิ่งต่างๆ ตามใจต้องการ แต่เหล่าคนบ้างานมักจะ หอบงานกลับมาทำต่อที่บ้านเป็นประจำแทบทุกวัน โดยบอกกับตัวเองว่า “ ขอทำงานต่อให้เสร็จอีกแค่นิดเดียว ” / “ ขอเช็กอีเมลสักหน่อย ” / “ ขอเพิ่มสไลด์งานแป๊บเดียว ” ฯลฯ แต่พอเอาเข้าจริงงานเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นกลับกินเวลาไปหลายชั่วโมง จนทำให้นอนดึกและพักผ่อนไม่เต็มที่ แล้วต้องรีบตื่นเช้าไปทำงานต่อในวันถัดไปแบบเหนื่อยๆ เพลียๆ ซึ่งนิสัยบ้างานนี้อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพได้นะเออ

   

➂ เวลาไม่ได้ทำงานแล้วรู้สึกเครียด

image_1100190
- ที่มารูป: i.pinimg.com

คิดเหมือนกันมั้ยว่า “ ความเครียด ” กับ “ ชีวิตการทำงาน ” เป็นของคู่กันเลยนะ สำหรับคนทำงานคนอื่นๆ อาจรู้สึกเครียดเวลาที่มีงานกองอยู่บนโต๊ะเยอะๆ ได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ใหญ่ หรือใกล้ช่วงเดดไลน์ที่ต้องส่งงาน แล้วรู้สึกโล่งใจหลังจากที่สะสางงานต่างๆ เหล่านั้นเสร็จแล้ว และหาเวลาพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังให้กับตัวเองอีกครั้ง แต่เหล่า Workaholic กลับ รู้สึกเครียดและกระวนกระวายใจทุกครั้งที่ไม่ได้ทำงาน ไม่มีงานให้ทำ หรือมีเวลาว่างเหลือๆ หลังจากทำงานทุกอย่างเสร็จแล้วค่ะ เพราะคนที่เสพติดการทำงานมักจะจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องงาน จึงรู้สึกผิดเวลานั่งว่างจนต้องหางานมาทำเรื่อยๆ นั่นเอง

   

➃ ถึงเวลาพักก็ยังคงนั่งทำงานต่อ

image_1100191
- ที่มารูป: i.pinimg.com

วิธีเช็กง่ายๆ ถ้าอยากรู้ว่าตัวเราเองหรือคนใกล้ตัวเสพติดการทำงานรึเปล่า… ก็สังเกตดูได้จากช่วงเวลาพักนี่แหละค่ะ หากใคร นั่งทำงานไปด้วยกินข้าวกลางวันไปด้วย หรือแอบหยิบมือถือขึ้นมาเช็กอีเมล / แชทคุยเรื่องงานเวลาพัก ก็ฟันธงได้เลยว่าคนนั้นๆ เข้าข่ายเป็นคนบ้างานชัวร์ๆ เพราะเหล่าคนบ้างานมักจะแยกเวลาส่วนตัวออกจากการทำงานไม่ได้ สะกดคำว่า “ พัก ” ไม่เป็น คิดว่าการทำงานอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้งานเสร็จเร็ว และเริ่มต้นทำงานชิ้นอื่นๆ ต่อได้ไวขึ้น ซึ่งพฤติกรรมการโหมทำงานหนักโดยไม่พักแบบนี้ จะทำให้รู้สึกเหนื่อยหนักจากการทำงาน แล้วยังกระทบต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานด้วยนะ

   

➄ คาดหวังว่างานทุกชิ้นต้องเพอร์เฟกต์

image_1100192
- ที่มารูป: i.pinimg.com

อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกอาการคนบ้างานก็คือ ความเป็น Perfectionist หรือรักความสมบูรณ์แบบ ค่ะ ด้วยความที่คนที่เสพติดการทำงานใช้เวลาไปกับเรื่องงานมากกว่าเรื่องอื่นๆ และทุ่มเทสุดตัวให้กับการทำงานแบบไม่หยุดพัก จึงทำให้ความคาดหวังในผลงานสูงขึ้นเรื่อยๆ และต้องการให้งานทุกชิ้นที่ทำออกมาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แล้วเมื่อไหร่ที่เกิดความผิดพลาดขึ้นก็มักจะโทษตัวเอง หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เพราะเอาชีวิตไปผูกติดไว้กับการทำงานมากจนเกินไปนั่นเองค่ะ

   

➅ ทุ่มเททำงานเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี

image_1100193
- ที่มารูป: i.pinimg.com

บางคนที่เสพติดการทำงานอาจไม่ได้ทำเพราะรักงานมากๆ แต่ ทุ่มเททำงานหนักเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดี ต่างหากค่ะ เพราะคิดว่าหากคนอื่นๆ เห็นว่าเรานั่งทำโอทีจนดึกจนดื่น กลับบ้านคนสุดท้ายเสมอ หรือทำงานเสร็จเร็วเหมือนเสกได้ ก็จะได้รับคำชื่นชนว่าเป็นคนขยันหรือเป็นคนสำคัญของทีม พอได้รับคำชมมากๆ แล้วรู้สึกดีและรู้สึกเหมือนได้การยอมรับ ก็อาจทำให้เสพติดคำชมจนอยากทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม โดยไม่สนใจว่าการทุ่มเททำงานสุดตัวจนเกิดเหตุ มันอาจจะทำลายสุขภาพหรือกระทบเวลาส่วนตัวค่ะ

   

➆ ทำงานหนักจนส่งผลต่อกระทบต่อสุขภาพ

image_1100194
- ที่มารูป: i.pinimg.com

และแล้วก็มาถึงสัญญาณเตือนอาการบ้างานข้อสุดท้าย ที่ถือเป็นเรื่องที่อันตรายต่อตัวเองมากๆ นั่นก็คือ การทำงานหนักจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ค่ะ เพราะคนที่เสพติดการทำงานอาจโฟกัสไปกับงานที่อยู่ตรงหน้า จนเผลอมองข้ามเรื่องสุขภาพร่างกายของตัวเองไปซะสนิท พอทำงานหนักและใช้สมองแบบไม่หยุดพักเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาหลายอย่าง เช่น ปวดหัว นอนไม่หลับ หลงๆ ลืมๆ อาการออฟฟิศซินโดรม ฯลฯ แล้วเวลาที่ตัวเองเกิดปัญหาสุขภาพหรือเจ็บป่วยไม่สบาย แต่ยังฝืนทำงานต่อเพราะไม่อยากลาป่วย ก็เข้าข่ายอาการ Workaholic ขั้นรุนแรงแล้วละ

   

・・・・・・

หลังจากที่ได้อ่าน สัญญาณเตือนนิสัยบ้างาน ไปจนครบทุกข้อและลองเช็กกับตัวเองดูแล้ว สรุปว่ามีเพื่อนๆ คนไหนที่มีแนวโน้มเป็น Workaholic บ้างรึเปล่าเอ่ย? ซึ่งการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลงานมีประสิทธิภาพ และได้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่หากชาวซิสทำงานหนักแบบไม่หยุดพักจนเกินขีดความสามารถของตัวเอง หรือให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นอันดับหนึ่งจนมองข้ามเรื่องอื่นๆ ในชีวิตไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย เกิดความเครียดสะสม แล้วยังทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบตัวให้ต้องห่างเหินกันไปด้วยนะ

ทางที่ดีควรจัดการเวลาให้ดีๆ แบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวให้เหมาะสม แล้วต้องไม่ลืมหาเวลาพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังให้กับตัวเอง จะได้มีแรงกายและแรงใจกลับมาทำงานต่ออย่างมีความสุขยังไงล่ะคะ ♥̩͙

   

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @

เว็บไซต์ของเราได้มีการให้ความสำคัญกับข้อมูลของสมาชิกตามกฏหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

รับทราบ