1. SistaCafe
  2. ไขความสงสัย 🤔 คลีนซิ่ง vs คลีนเซอร์ต่างกันยังไง ? แล้ววิธีใช้ล่ะต่างกันมั้ย ?

อ่านจบใน 7 นาที

ถ้าซิสเคยสงสัยว่าคลีนซิ่งกับคลีนเซอร์คือสิ่งเดียวกันไหม คำตอบคือ ไม่ใช่ ทั้งสองอย่างทำงานต่างกัน และใช้ร่วมกันได้ดีที่สุดในรูทีนที่เรียกว่า Double Cleansing ซึ่งเป็นวิธีทำความสะอาดผิวที่ได้รับความนิยมมาจากสกินแคร์เกาหลี แล้ว ' คลีนซิ่ง 'และ' คลีนเซอร์ ' มีคำว่าคลีนเหมือนกัน ก็น่าจะทำความสะอาดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? แล้วมันต่างกันยังไง? วันนี้ซิสเลยจะมาตอบข้อข้องใจให้มือใหม่ในวงการนี้กัน

☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁

เลือกอ่านตามหัวข้อ

คลีนซิ่ง VS คลีนเซอร์คืออะไร? แล้วใช้ต่างกันยังไงบ้างนะ?

คลีนซิ่งคืออะไรกันนะ ?

มาเริ่มกันที่คลีนซิ่ง ( Cleansing ) กันเลยค่า จริง ๆ แล้วคลีนซิ่งจะต้องอ่านว่า' เคลนซิ่ง 'ถึงจะถูกต้องนะคะ เพราะ Cleansing มาจากคำว่า Cleanse ซึ่งอ่านว่า เคลนส์ไม่ใช่คลีนน้า แต่คนไทยเรียกติดปากกันว่าคลีนซิ่ง งั้นใช้คำนี้เพื่อความเข้าใจง่ายแล้วกันเนอะ คลีนซิ่งคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง แล้วก็มีอีกชื่อที่ทุกคนมักจะเรียกกันนั่นก็คือ' รีมูฟเวอร์ ( Remover ) 'นั่นเองค่ะ

ถ้าเราแต่งหน้าก็จะต้องใช้เจ้าตัวนี้ในการทำความสะอาดก่อน ถ้าใครแต่งตาด้วยก็จะมี Eye Remover เฉพาะด้วยนะคะ แต่ ๆ เจ้าคลีนซิ่งเนี่ยไม่ได้ทำความสะอาดแค่เพียงเครื่องสำอาง พวกฝุ่นหรือมลภาวะที่เกาะติดบนผิวหน้ารวมไปถึง ' ครีมกันแดด ' ก็สามารถทำความสะอาดได้เช่นกันค่ะ แอบกระซิบว่าถ้าใครทากันแดดบนหน้าควรใช้คลีนซิ่งล้างหน้าด้วยนะคะ ไม่งั้นผิวเราจะอุดตันแล้วก็เกิดสิวได้น้า

แล้วคลีนซิ่งมีกี่แบบให้เราเลือกใช้กันล่ะ?

คลีนซิ่งหรือเคลนซิ่งมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้ตามสภาพผิวเลยค่ะ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความแตกต่างทั้งเนื้อผลิตภัณฑ์และวิธีการใช้เลย จะมีแบบไหนบ้างมาดูกัน!

1.Cleansing Water: แบบน้ำใช้คู่กับสำลีเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวมัน

2.Cleansing Oil: แบบน้ำมัน ใช้คู่กับสำลีหรือใช้มือเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้ง

3.Milk Cleansing: เป็นตัวที่ผสมน้ำและน้ำมันเขาด้วยกันสีจะคล้ายน้ำนม ใช้ได้กับทุกสภาพผิว

4.Cleansing Cream / Balm: เนื้อครีมหรือบาล์มใช้มือในการถูกวน เหมาะกับทุกสภาพผิว

5.Dual Phase Cleansing: เป็นเนื้อน้ำกับน้ำมันแยกชั้นกันเขย่าก่อนใช้ ช่วยล้างเครื่องสำอางหมดจดมากกว่าแบบน้ำ

6.Lotion Cleansing: แบบโลชันเหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้ง ใช้มือในการนวดล้างเครื่องสำอาง

7.Cleansing Pad / Cotton: แบบสำลีหรือแผ่นที่ชุบคลีนซิ่งมาแล้วใช้งานได้ทันที เหมาะกับเวลาเร่งรีบ

ครบทั้ง 7 แบบแล้วใครแต่งหน้าหนัก ๆ แนะนำให้ใช้พวกที่มีน้ำมันผสมนะคะ จะล้างง่ายขึ้น ส่วนใครแต่งหน้าไม่หนักใช้แบบน้ำธรรมดาก็ได้ค่ะ เลือกใช้กันตามสะดวกเลย


แล้วคลีนเซอร์คืออะไร?

มีคลีนซิ่งแล้วก็ต้องมีคลีนเซอร์ ( Cleanser ) ด้วย แน่นอนค่ะว่ามาจากคำว่า Cleanse เหมือนกัน คลีนเซอร์ก็ต้องอ่านว่า' เคลนเซอร์ 'เช่นกัน แต่ใด ๆ คือเราจะเรียกว่าคลีนเซอร์เพื่อความเคยชินละกันเนอะ

คลีนเซอร์จะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ต้องใช้น้ำล้างออก หรือที่เราชอบเรียกกันว่า' โฟมล้างหน้า 'นั่นเองค่ะ เรามักจะใช้เจ้าตัวนี้หลังใช้คลีนซิ่งล้างหน้าไปแล้ว เพราะว่าเจ้าคลีนเซอร์ไม่สามารถที่จะล้างเครื่องสำอางออกได้หมดจด เราจึงต้องใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดก่อนนะคะ เมื่อใช้คลีนซิ่งเสร็จก็มาใช้คลีนเซอร์ในการทำความสะอาดซ้ำอีกรอบ ผิวของเราจะได้สะอาด ไม่อุดตัน สิวก็จะไม่ตามมา การใช้คลีนซิ่งแล้วต่อด้วยคลีนเซอร์จะเรียกว่า ' Double Cleansing ' ซึ่งจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นคลีนซิ่งกับคลีนเซอร์ก็ได้นะคะ เพียงแต่ว่าถ้าทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ 2 ชนิดเรามักจะเรียกว่าดับเบิลคลีนซิ่งนั่นเองค่า

งั้นคลีนเซอร์มีกี่แบบให้เลือกใช้นะ?

คลีนเซอร์หรือเคลนเซอร์ก็มีหลากหลายเลยค่ะ แล้วก็เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกันด้วย แต่จะมีอะไรบ้างก็มาดูกันเลย

1.Foam Cleanser: เนื้อโฟมทั่วไปบางตัวอาจจะต้องใช้ที่ตีโฟมเพื่อให้ได้ฟองเยอะ ๆ จะทำความสะอาดได้ดีขึ้นอีกด้วย เหมาะกับทุกสภาพผิว

2.Foam Bead Scrub: เนื้อโฟมที่มีเม็ดสครับไม่ค่อยเหมาะกับผิวแพ้ง่ายและไม่ควรใช้บ่อย

3.Gel Cleanser: เนื้อเจลจะเหมาะกับผิวมันและผิวผสม เพราะจะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน คล้ายกับสบู่แต่มีค่าความด่างน้อยกว่า

4.Mousse Cleanser: เนื้อมูสจะมีความเหลวกว่าแบบเจลหลาย ๆ แบรนด์ก็จะทำขวดแบบปั๊มฟองโฟมมาให้เลยด้วย ใช้งานสะดวกสุด ๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว

คัดมาเฉพาะตัวที่เราน่าจะคุ้นหูคุ้นตาและเห็นกันบ่อย ๆ ใครชอบแบบไหนก็ไปหาซื้อกันได้นะคะ พยายามเลือกโฟมล้างหน้าที่ปราศจาก Sulfate (เช่น SLS) นะคะ ผิวเราจะได้ไม่แห้งตึงด้วย


คลีนซิ่งกับคลีนเซอร์ใช้ต่างกันไหม?

งั้นใช้แค่คลีนซิ่งตัวเดียว หรือ คลีนเซอร์ตัวเดียวได้รึเปล่า?

อย่างที่บอกว่ามันเป็นการทำความ ใช้แค่ตัวใดตัวหนึ่งได้ไหม ตอบให้เลยนะคะว่า ยังไงเราก็ควรใช้ทั้ง 2 ตัวอยู่ดีค่ะ เพราะอย่างที่บอกเลยว่าคลีนซิ่งจะใช้ในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง มลภาวะพวกฝุ่นต่าง ๆ และครีมกันแดดได้สะอาดหมดจดมากกว่าคลีนเซอร์ที่สามารถล้างพวกฝุ่น มลภาวะและคราบเหงื่อบนใบหน้าได้เท่านั้น

วิธีทำ Double Cleansing ที่ถูกต้อง

  1. ใช้คลีนซิ่งบนผิวแห้ง นวดเบา ๆ หรือใช้สำลีเช็ดออก เช็ดจนสำลีสะอาดหมดจด
  2. ล้างน้ำหรือเช็ดให้สะอาดก่อนขั้นต่อไป
  3. ใช้คลีนเซอร์ล้างหน้าซ้ำอีกครั้ง โดยล้างจากกลางหน้าออกสู่กรอบหน้าตามแนวรูขุมขน
  4. ล้างน้ำให้สะอาด แพทหน้าแห้งเบา ๆ ด้วยผ้าขนหนูนุ่ม
  5. ใช้โทนเนอร์ตามเพื่อเตรียมผิวรับการบำรุง และช่วยปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า ข้อนี้เป็นตัวเลือกได้เลยนะคะ

☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁ ☁


สรุปให้จำง่าย

  • คลีนซิ่ง = ขั้นแรก ขจัดเครื่องสำอาง กันแดด และมลภาวะ ไม่ต้องล้างน้ำ (บางชนิด)
  • คลีนเซอร์ = ขั้นที่สอง โฟม/เจลล้างหน้าที่ต้องล้างออกด้วยน้ำ ทำความสะอาดเชิงลึก
  • ใช้ทั้งสองร่วมกัน = Double Cleansing วิธีที่สะอาดที่สุด
  • ถ้าใช้แล้วหน้าตึงหรือแห้ง แสดงว่าสูตรนั้นอาจไม่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

Designer : namoodong

Writer :saturnxjan_