1. SistaCafe
  2. แต่งหน้าปรุงจืด 2026 อัปเดตลุคสวยนัวแบบสายคลีน และทริคโชว์งานผิวสวย ไม่ดูป่วย

อ่านจบใน 26 นาที

แต่งหน้าปรุงจืด กำลังเป็นเทรนด์เมคอัพที่มาแรงไม่แพ้แบบอื่นๆ ฮิตแล้วฮิตอยู่ฮิตต่อเนื่อง จุดเด่นคือเมคอัพสไตล์คลีน ๆ ที่เน้นลดความสดของสี (Low Saturation), ใช้โทนสีตุ่นละมุนตาเหมือนไม่ได้แต่ง เพื่อลุคที่ดูสวยเป็นธรรมชาติและสบายตา ซึ่งความฮิตเกิดขึ้นส่วนหนึ่งเพราะช่วยให้หน้าดูเด็ก ละมุนแบบ Quiet Luxury ทั้งยังช่วยลดการใช้เครื่องสำอางหนาเตอะที่เสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตัน โดยเทคนิคที่หลายคนเคยได้ยินมาบ้างคือต้องเน้นที่งานผิวบางเบา งานตาคิ้วฟุ้งนัว แก้มระเรื่อ และปากเบลอขอบฟุ้ง แต่ทริคที่สำคัญยิ่งกว่าที่ช่วยให้คอมพลีท makeup look ได้ดั่งใจคือคือการใช้คอร์เรกเตอร์ปกปิดเฉพาะจุดก่อนลงคุชชั่นบาง ๆ เพื่อรักษา texture ผิวจริง และเลี่ยงขั้นตอนที่ทำให้หน้าสีเข้มจัด จะมีเทคนิคใดที่ควรรู้อีกบ้าง บทความนี้จะพาไปส่องเทรนด์และทริคแต่งหน้าแบบปรุงจืดเต็ม ๆ กันค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
Profile picture of Parae P.

Parae P.

บรรณาธิการ/Supervisor

Content Manager

นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี

 เทรนด์ “แต่งหน้าปรุงจืด” คืออะไร

แต่งหน้าปรุงจืด ที่ว่าปรุงจืดไม่ได้หมายถึงรสชาติจริงๆ แต่เป็นการเปรียบเปรยว่าไม่เข้ม ไม่หนัก เสมือนกับว่าปรุงอาหารไม่ให้รสจัดนั่นเอง ฉะนั้นการแต่งหน้าปรุงจืดจึงหมายถึงการลงสีสันที่เบามาก ๆ จนเหมือนไม่ได้แต่ง ออกแนวลุคของสาวสายคลีนที่อยากแต่งหน้าน้อย ๆ แต่ยังดูมีอะไร แต่การปรุงจืดก็ไม่ได้เท่ากับการแต่งหน้าอ่อนเฉย ๆ โดยจะมีจุดสังเกตเหล่านี้ค่ะ

ทริคและจุดเด่นการแต่งหน้าแบบปรุงจืด


  • ลดความสดของสี อยากได้ลุคที่ดูคลีน ๆ ใส ๆ อย่างเป็นธรรมชาติต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกโทนสีองเครื่องสำอาง พักลิปสติกสีแดงสดหรือบลัชออนสีส้มแป๊ดไว้ก่อนเลย เปลี่ยนมาใช้โทนสีหม่น ๆ ตุ่น ๆ ละมุน หรือสีที่เหมือนผสมสีเทาลงไป เช่น ชมพูนม ชานม หรือโทน Natural แทน งานนี้เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเพราะปัญหาที่เจอตอนแต่งหน้าในแต่ละวันคือแต่งเบาแล้วระหว่างวันเมคอัพก็หายไปกับดินฟ้าอากาศสุด ๆ แต่จริงๆ การลงน้ำหนักอาจจะเท่าเดิม เพียงแต่ลดเฉดของสีลงเท่านั้นเองค่ะ
  • เน้นงานผิวใส ลงรองพื้นเบา ๆ สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหรือรอยคล้ำใต้ตามีเทคนิคคือก็การใช้คอร์เรคเตอร์ (Corrector) เพื่อแก้ปัญหาผิวบริเวณนั้นก่อน แล้วค่อยลงคอนซีลเลอร์ (Concealer) ช่วยปกปิดซ้ำอีกครั้งก็จะช่วยให้งานผิวของเรามีสีที่สม่ำเสมอทั่วกันทั้งหน้า ถ้างานผิวของเราเนียนกริบแล้วอาจจะไม่ต้องลงรองพื้นต่อก็ได้นะคะ หรือถ้าใครคิดว่ายังไปต่อได้อีกนิดก็สามารถลงรองพื้นบาง ๆ ได้ แต่แนะนำว่าให้ลงในจุดที่ไม่ได้ลงคอร์เรคเตอร์กับคอนซีลเลอร์ งานผิวจะได้ยังไม่หนาเตอะ แถมยังมีความคลีนอยู่ด้วย
  • คอนทัวร์เบาบาง เน้นแสงเงาธรรมชาติ เลิกใช้คอนทัวร์สีเข้มสร้างกรอบหน้าชัดๆ แต่เปลี่ยนมาใช้บรอนเซอร์ (Bronzer) หรืออายแชโดว์ (Eye shadow) สีน้ำตาลอ่อนนวลๆ สร้างมิติบริเวณเบ้าตาและสันจมูกเบาๆ ให้ดูมีโครงหน้าโดยไม่ดูลอยนั่นเอง

อัปเดตไอเทมคอนซีลเลอร์ที่ชาวเน็ตว่าใช้ดี ดูต่อที่นี่

ข้อดีและความเหมาะสมกับงานผิว


ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อดีของเมคอัพแนวนี้คือใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นลง ไม่ต้องหยิบตัวเน้นแสงเงาอย่างคอนทัวร์มาคัดเบ้าหรือคอนทัวร์ข้างแก้มหนักๆ เหมาะกับวันรีบ ๆ หรือลุคตื่นมาก็สวยสดใสเลย เพราะการไม่ลงสีเข้มหรือสร้างเส้นคมบนใบหน้า จะช่วยให้ฟินิชลุคดูซอฟต์ ละมุน และดูเด็กลงได้ด้วย

ดังเช่นทฤษฎี จิตวิทยาแห่งสี (Color Psychology): พลังของค่าความสดของสีต่ำ (Low Saturation) จากเว็บไซต์ tourboxtech ที่กล่าวว่าการใช้เครื่องสำอางโทนสีแบบปรุงจืด หรือ Low Saturation จะสร้างความรู้สึกสงบ สบายตา สรุปได้ว่าการลดค่าความเข้มของสีบนใบหน้าจะช่วยลดความตึงเครียดทางสายตาของผู้พบเห็น ทำให้ลุคโดยรวมดูแพง สบายตาน่ามอง น่าเข้าหามากขึ้นด้วยนั่นเอง

ข้อด้อยที่ควรรู้ก่อนแต่งหน้าปรุงจืด


แม้ว่าจะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็อาจมีบางจุดที่ส่งผลกระทบและไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม เช่น คนที่ต้องการการปกปิดสูง เมคอัพแนวนี้อาจเอาไม่อยู่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีปัญหาผิวเยอะ เช่น รอยสิวเข้ม ๆ หรือรอยแดงกว้าง หรือแม้แต่การเลือกเฉดสีที่อ่อนลง โทนหม่นที่ผิดโทนเกินไป ไม่เหมาะกับสภาพผิวหรือโทนสีผิว อาจทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้าจนโดนทักว่าป่วยได้


ขั้นตอนและเทคนิคแต่งหน้าปรุงจืดให้สวยกำลังดี ไม่ดูป่วย

แม้จะเป็นเทรนด์แต่งหน้ายอดฮิตสไตล์สาวคลีน น้อยแต่มาก แต่ถ้าน้อยไป หรือลงน้ำหนักบางขั้นตอนมากไปก็อาจเลยเถิดจนดูป่วยได้ ดังนั้นทางที่ดีคือการเลือกไอเทมเทคอัพให้เหมาะกับจุดที่จะลงสี และมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละขั้นตอนการแต่งหน้าก็ช่วยเซฟลุคปรุงจืดของสาวๆ ให้กลมกล่อมขึ้นได้จะสบายใจกว่าเยอะ เหมือนที่บิวตี้บล็อกเกอร์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “แต่งหน้าปรุงจืดแบบที่ออกไปใช้ชีวิตได้ ไม่ดูป่วย และได้ฟินิชที่สวยนัว กลมกล่อมกำลังดี” — Archita Station แต่งให้ได้ฟีลแบบนี้แหละค่ะถึงจะสวยสุด โดยขั้นตอนก็ไม่ยาก ลองเริ่มแต่งตามนี้เลย

ขั้นตอนแต่งหน้าปรุงจืด ให้สวยในแบบที่เป็นตัวเอง

  1. เตรียมงานผิวให้ชุ่มชื้น เริ่มต้นด้วยสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นในรูทีนปกติ เช่น โทนเนอร์หรือเซรั่ม และกันแดดเนื้อบางเบาเพื่อให้ผิวพร้อมรับเครื่องสำอาง งานผิวปรุงจืดจะดูสวยละมุนได้ต้องเตรียมผิวดั้งเดิมของเราให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งเหี่ยว ดูนุ่มนิ่มเป็นธรรมชาติ
  2. สร้างงานผิวแบบบางเบา ลงคุชชั่นหรือสกินทินต์เฉพาะจุดเท่าที่จำเป็น วอร์มเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนแต้มกดเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นแต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะรอยสิวหรือใต้ตาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ยังคงเห็นผิวจริง
  3. แต่งตาและงานคิ้วให้ฟุ้ง ปัดแปรงคิ้วเรียงเส้นธรรมชาติ ใช้อายแชโดว์สีโทน Neutral ทาทั่วตา เขียนอายไลเนอร์โดยเลือกใช้โทนสีน้ำตาลแบบชิดโคนขนตา ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าสีน้ำตาลเพื่อให้ตาไม่ดูดุ หรือดูเข้มไป
  4. เติมแก้มและปากด้วยสีโทนนัว บีบหรือแตะบลัชเนื้อครีมลงบริเวณหน้าแก้ม เกลี่ยให้ฟุ้ง จากนั้นใช้ลิปสติกเนื้อซอฟต์แมตต์ทาจากด้านในริมฝีปาก แล้วใช้นิ้วหรือแปรงเกลี่ยขอบปากให้เบลอๆ นัวๆ
  5. เซ็ตผิวและเพิ่มมิติ ใช้แปรงปัดแป้งฝุ่นโปร่งแสงเบาๆ เฉพาะบริเวณหน้าผาก สันจมูกและหน้าแก้มเพื่อคุมมันโดยไม่ทำให้ผิวดูแห้งตึง อาจสร้างมิติบริเวณสันจมูกและดอลลี่อายเบาๆ ด้วยไฮไลท์ได้เพื่อให้หน้าดูสดใส มีมิติ ไม่จืดเกินไป


Tips แต่งหน้าปรุงจืดแบบ professional

  • ความสำคัญของลุคปรุงจืดคือความฟุ้งนัวที่ไม่มากไป ดังนั้นถึงจะใช้เครื่องสำอางไม่เยอะ แต่ทุกอย่างจะถูกเบลอให้ฟุ้งๆ นัวๆ เช่น ใช้โทนสีน้ำตาลสร้างมิติตาแทน และทาปากแบบเบลอขอบปาก ไม่คอนทัวร์หรือกรีดอายไลน์เนอร์สีดำที่โดดออกมาจากสีเมคอัพโดยรวมจนเกินไป
  • ใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้น ไม่ต้องคัดเบ้าหรือคอนทัวร์หนัก ช่วยลดอายุให้ใบหน้าดูซอฟต์ เด็กลง สบายตา เมคอัพโทนนี้จะมีความคล้ายสไตล์ Quiet Luxury ที่เน้นเรียบหรู ดูแพงแบบไม่ต้องประโคม แบบที่เคยฮิตไปก่อนหน้านี้

แนะนำไอเทมเครื่องสำอางที่เหมาะกับสไตล์ แต่งหน้าปรุงจืด

ทีนี้แต่ละส่วนของใบหน้าจะเลือกเมคอัพตัวไหนดี ลองมาดูไกด์ด้านล่างกันต่อเลย

💟 ผิวหน้า เน้นงานผิวบางเบา


แนะนำให้เลือกเป็นคุชชั่นแทนการใช้รองพื้นเพราะจะได้สัมผัสที่เบากว่า เนื้อบางกว่า ซึ่งตัวคุชชั่นก็มีหลายแบบ หลายเนื้อสัมผัส แต่ในการแต่งหน้าปรุงจืดจะแนะนำเป็นคุชชั่นเนื้อแมตต์ หรือเซมิ-แมตต์ เพื่อให้การปกปิดระดับเบา-ปานกลาง เนื้อไม่หนักหน้า สบายผิว และยังเห็นผิวจริงดั้งเดิมของเราอยู่ด้วย

ตัวอย่างคุชชั่นแนะนำ

  • Jung Saem Mool รุ่น Essential Skin Nuder (1,360-1,600 บาท) บอกเลยว่าตัวนี้เน้นงานผิวฉ่ำ ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวดีมาตั้งแต่เกิด
  • Laneige รุ่น Neo Cushion Matte (1,125-1,500 บาท) ตัวดังเรื่องเนื้อบางเบา ให้ฟินิชงานผิวซอฟต์แมตต์ คุมมันกำลังดี

💟 บลัชออน ปัดแก้มให้นัว


บลัชสำหรับงานแก้มของการแต่งหน้าปรุงจืดจะเน้นความนัว ละมุน และดูเป็นเลือดฝาด ฉะนั้นลุคนี้เราจะข้ามสีสดและเลือกสีโทนนัว ตุ่น ๆ แทนให้ดูละมุนกลมกลืนไปกับผิว โดยจะเน้นเป็นบลัชออนเนื้อครีม พราะเนื้อสัมผัสจะกลืนเนียนไปกับงานผิว เบลนด์ง่าย ให้ฟินิชแก้มดูใส อิ่มน้ำ แบ๊วแบบธรรมชาติ

ตัวอย่างบลัชเนื้อครีมแนะนำ

  • fwee รุ่น Blurry Pudding Pot (266-820 บาท) บลัชเนื้อครีมที่ปัดลงแก้มแล้วฟุ้งสุด ๆ เป็นเนื้อครีมที่เบา ฟู ช่วยเบลอผิวและรูขุมขน
  • Meilinda รุ่น Chiffon Ribbon (259-379 บาท) บลัชที่เนื้อจะมีความเหลวขึ้นมาหน่อย เนื้อนุ่มละมุน สีนัวน่ารัก สมกับตำแหน่งแบรนด์ไทยที่ถูกและดี

💟 อายแชโดว์ แต่งตาให้มีมิติ


ในลุคการแต่งหน้าปรุงจืดจะไม่เน้นส่วนของตามากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างมิติให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติ ไม่สร้างเงาสีเข้มจัด ดอลลี่อายมีได้แต่ควรเบามือ เน้นความฟุ้งนัว ละมุน โดยจะใช้อายแชโดว์ เนื้อแมตต์โทนสีตุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน ชมพูกุหลาบ หรือโทนสี neutral

ตัวอย่างอายแชโดว์แนะนำ

  • Dasique รุ่น Shadow Palette (799-1,060 บาท) รุ่นนี้มีหลายโทนสีมาก แต่ทุกพาเลทคัดเลือกสีไม่เข้มจัด สวยนัว โทนละมุนตุ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ
  • CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes (299-390 บาท) สำหรับคนที่ไม่สามารถเลือกใช้เนื้อแมตต์ได้สนิทใจ อาจลองขยับมาเป็นพาเลทชิมเมอร์ละเอียดจากญี่ปุ่น สวยนัว มีชิมเมอร์เบา ๆ แทนก็ปรุงจืดแบบมีมิติดีเหมือนกัน

💟 ลิปสติก/ลิปทินต์ทาปาก เน้นฉ่ำวาว อิ่มเอิบ


ลิปที่ใช้ในลุคนี้ิจะเน้นงานริมฝีปากที่ดูอวบอิ่ม สุขภาพดี ขอบปากต้องเบลอฟุ้ง ใช้เฉดสีนัว ๆ ไม่ฉูดฉาดเหมือนกันเพื่อให้คอมพลีทลุคดูละมุนและเข้ากันกับทั้งใบหน้า แน่นอนว่าลิปที่ใช่จะต้องเป็นเนื้อแบบซอฟต์แมตต์ เพราะเกลี่ยง่าย ให้ฟินิชนุ่มฟู ละมุน ช่วยเบลอร่องริมฝีปากและขอบปากได้เนียนมาก สีที่เหมาะก็จะเป็นสีชมพูกุหลาบ หรือสีพีช

ตัวอย่างลิปสติกแนะนำ

  • 4U2 รุ่น Matte Balm (199 บาท) ลิปแมตต์บาล์มเนื้อนุ่มฟู เกลี่ยง่าย ช่วยเบลอร่องริมฝีปากให้ดูเรียบเนียน
  • Srichand รุ่น Feelin’ Me Matte Liquid Lip (129-199 บาท) ลิควิดลิปเนื้อแมตต์บางเบา นุ่มลื่น สบายปาก สามารถทาแบบแต้มๆ แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ได้ลุคซอฟต์แมตต์นัวๆ

ตารางสรุปทริคแต่งหน้าและไอเทมเมคอัพสำหรับลุคปรุงจืด


ส่วนต่างๆ บนใบหน้า

ขั้นตอนการแต่งหน้า

ไอเทมแนะนำ

ข้อดี

ข้อควรระวัง

ผิว

ลงคุชชั่น เน้นการแตะเบาๆ โชว์เทกเจอร์ผิวจริง ไม่เน้นปกปิดหนา

• Jung Saem Mool - Essential Skin Nuder Cushion
• Laneige - Neo Cushion Matte

เบาสบายผิว ไม่หนักหน้า

กลบรอยสิวหรือรอยดำเข้มๆ ได้ไม่หมด

ตา

ใช้สีอายแชโดว์โทน Neutral เขียนคิ้วทรงฟุ้งธรรมชาติ กรีดตาด้วยสีน้ำตาลไร้ขอบคม

• Dasique - Shadow Palette
• CANMAKE - Silky Souffle Eyes

ตาดูหวาน ลุคเบา แต่งได้หลายสถานการณ์

อาจทำให้ตาดูโทรม ให้แต่งสีที่ติดเทามากไป

แก้ม

ใช้บลัชเนื้อครีมโทนละมุน ทาหลังจากลงงานผิว แท็บเบาๆ ให้สีดูระเรื่อเป็ฯธรรมชาติ

• fwee - Blurry Pudding Pot
• Meilinda - Chiffon Ribbon

แก้มดูมีเลือดฝาด แบบเป็นธรรมชาติ แต่งง่ายไม่ฉูดฉาด

หากเลือกสีไม่ตรงเฉดผิว อาจทำให้ดูลอยได้ง่ายกว่าสีเข้มๆ

ปาก

ทาลิปซอฟต์แมตต์แบบเบลอขอบปาก อาจใช้คุชชั่นหรือลิปไลน์เนอร์ช่วยกลบพื้นปากให้สีลิปละมุมขึ้นได้

• 4U2 - Matte Balm
• Srichand - Feelin' Me Matte Liquid Lip

สีปากนัวละมุนเป็ฯธรรมชาติ สวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ

คนขอบปากคล้ำอาจต้องกลบสีปากมากกว่าเดิมเพราะลิปสีอ่อน

Top 5 โทนแต่งหน้าลุคปรุงจืด ยอดนิยม 2026 ปรุงน้อยแต่สวยนะ

ลองทำก็แล้ว ได้เมคอัพก็แล้ว สาวๆ ที่ยังไม่เห็นภาพว่าจะออกมาโทนไหน ยังไงดีถึงจะจืดพอ ไม่ดูป่วยไป เราไปดูไอเดียแต่งหน้าปรุงจืดแต่ละโทนกันไปเลยค่ะ จะได้เซฟไปเป็นเรฟไว้แต่งเองหรือบอกช่างหน้าช่างผมเราได้

ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีชมพูอ่อน

จุดเด่นของโทน เน้นใช้เมคอัพเฉดสีชมพูนม ชมพูกุหลาบ หรือชมพูโทนม่วง ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างสดใส เช่น

  • Dasique รุ่น Shadow Palette พาเลตต์ตาโทนชมพู เหมาะกับลุคสีชมพู
  • fwee รุ่น Blurry Pudding Pot บลัชเนื้อนุ่มฟู โทนชมพูธรรมชาติ

เหมาะกับ คนที่มีโทนผิวสว่างถึงปานกลางโดยเฉพาะชาวCool Tone

ไม่เหมาะกับ คนผิวเข้มมาก หรือผิวติดโทนเหลืองจัด เพราะสีชมพูนมอาจดูซีดจมหรือลอยบนผิว

โอกาส/สถานการณ์ Everyday Look หรือวันไปเรียน ไปทำงาน ไปเดตก็ยังได้ ไม่เหมาะกับวันที่ต้องใช้หน้าในงานที่มีแสงเยอะเพราะอาจจะทำให้เมคอัพดูอ่อนเกินไปได้ค่ะ

Tips ควรเบลอขอบปากด้วยคอนซีลเลอร์หรือลิปไลเนอร์สีนู้ดก่อนทาลิปสติก เพื่อให้ได้ขอบปากฟุ้งนัว และระวังอย่าใช้ลิปที่หม่นเกินไปเพราะอาจทำให้ภาพรวมดูเหนื่อยได้


ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีเบจสำหรับสาววอร์มโทน

จุดเด่นของโทน เน้นเลือกเมคอัพเฉดสีชานม ส้มพีชตุ่นๆ หรือน้ำตาลเบจ ที่ไม่ติดส้มสว่าง ช่วยให้ใบหน้าดูอบอุ่น เป็นธรรมชาติ ตัวแนะนำเช่น

  • CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes อายแชโดว์โทนน้ำตาลชานมชิมเมอร์ละเอียด สวยสู้กล้อง
  • Meilinda รุ่น Chiffon Ribbon Blush บลัชออนเนื้อนุ่ม โทนสีนัว น่ารัก แบบไม่จืด

เหมาะกับ เพื่อน ๆ ที่สีผิวโทนเหลือง หรือผิวสองสี

ไม่เหมาะกับ คนที่ชอบแต่งหน้าสไตล์สายฝอที่เน้นกรอบหน้าชัด เพราะลุคนี้ไม่มีการคอนทัวร์

โอกาส/สถานการณ์ วันที่ต้องการลุคที่ดูละมุน หรือวันถ่ายรูปเอ้าท์ดอร์ เพราจะสวยมากถ้ากระทบแสงแดด

Tips เลือกใช้อายไลเนอร์และมาสคาร่าสีน้ำตาลแทนสีดำสนิท และระวังอย่าปัดบลัชออนหนาเกินไป ควรค่อยๆ แตะเบลนด์เบาๆ


ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคโทนนู้ดตุ่นๆ

จุดเด่นของโทน แนวนี้จะดึงการแต่งหน้าสไตล์ Clean Girl แบบสายฝอมาปรับให้เบาลงกว่าเดิมเพื่อให้กลายเป็นลุคปรุงจืด ลดความเข้มของคอนทัวร์และคิ้วลงนิดหน่อย แต่ยังมีอยู่นะ ลองเลือกเป็น

  • Laneige รุ่น Neo Cushion Matte คุชชั่นงานผิวซอฟต์แมตต์ คุมมันกำลังดี ไม่หยา เหมาะกับงานกลางแจ้ง
  • 4U2 รุ่น Matte Balm ลิปแมตต์บาล์มรุ่นนี้ทำสีนู้ดมาให้เลือกเยอะมาก

เหมาะกับ คนที่มีโครงหน้าชัด

ไม่เหมาะกับ คนที่ต้องการกลบปกปิดรอยสิวหรือรอยดำ เพราะลุคนี้งานผิวน้อยมาก เผื่อให้มันนู้ดจริงๆ

โอกาส/สถานการณ์ เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเพราะโดนแดดจ้าก็ไม่จม หรือว่าที่ต้องการถ่ายรูปเพราะกรอบหน้าสู้กล้องมาก

Tips คอนทัวร์น้อย แต่เพิ่มมิติให้หน้าได้ง่ายๆ แค่ปัดไฮไลต์เนื้อละเอียดเบาๆ บริเวณจุดกระทบแสง และถึงภาพรวมจะนู้ดก็ควรเลือกเฉดนู้ดที่มีติดโทนชมพูหรือส้มระเรื่อเพื่อความสดใส


ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีพีชนัวๆ

จุดเด่นของโทน เน้นใช้เมคอัพโทนสีพีชอ่อน หรือสีโทนส้มที่อ่อนมาก ๆ ให้ความรู้สึกสดใส ขี้เล่น เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใส แก้ปัญหาหน้าดูซีดโทรมจากลุคปรุงจืด เช่น

  • 3CE รุ่น Multi Eye Color Palette พาเลตต์ตาแมตต์โทนนัว และสีโทนอุ่นๆ
  • 4U2 รุ่น Matte Balm ลิปสติกเนื้อนุ่มนวลโทนพีช

เหมาะกับ ผู้ที่มีผิวขาวเหลือง ผิวสองสี หรือชาววอร์มโทนที่แต่งโทนชมพูแล้วรู้สึกหน้าดรอป

ไม่เหมาะกับ ชาวคูลโทนหรือเพื่อนๆ ที่ผิวขาวซีด

แต่งสถานการณ์ไหน เหมาะกับวันไปเที่ยว หรือวันที่แต่งตัวสบายๆ ด้วยความที่ลุคนี้ช่วยให้หน้าดูเด็กจึงไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการลุคที่โตขึ้นเท่าไหร่

Tips แตะบลัชออนโทนพีชลงบนบริเวณหน้าแก้มพาดผ่านสันจมูกเบาๆ ให้ดูเหมือนหน้าแดงเพราะโดนแดดมาจะยิ่งทำให้ลุคนี้ดูสดใสขึ้นมาก และควรเลี่ยงโทนสีพีชที่ดูส้มที่สดหรือนีออนเกินไป


ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด โทนม่วง muave

จุดเด่นของโทน ใช้เมคอัพเฉดสีม่วงพลัมอ่อนๆ ชมพูกุหลาบแห้ง หรือ สีม่วง Mauve อมเทา ช่วยสร้างมิติให้ใบหน้าและให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อย สวยสุภาพ โดยไม่ต้องใช้สีเข้มจัด

  • CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes อายแชโดว์เนื้อละเอียดโทนชมพูม่วง เข้ากับลุคนี้มาก
  • Srichand รุ่น Feelin’ Me Matte Liquid Lip ลิปเนื้อเบาโทนกุหลาบตุ่น เบลอขอบปากฟุ้งมาก

เหมาะกับ คนผิว Cool Tone, ผิวโทน Neutral หรือคนที่ต้องการแต่งหน้าปรุงจืดให้ดูสีขึ้นมาหน่อย

ไม่เหมาะกับ คนที่ผิวเหลืองมากหรือมีใต้ตาคล้ำจัด เพราะสีม่วงหม่นอาจเน้นรอยคล้ำใต้ตาให้ดูชัดขึ้น

โอกาส/สถานการณ์ เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมตอนช่วงเย็น กลางคืน หรือที่ที่แสงน้อยเพราะโทนสีนี้จะทำให้หน้าไม่จม ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการลุคเด็กๆ ใสๆ

Tips ต้องกลบใต้ตาด้วยคอนซีลเลอร์ส้มหรือสีพีชปรับสีผิวก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้สีม่วงพลัมไปเน้นรอยคล้ำใต้ตามากเกินไป


ดูต่อ อัปเดตสไตล์เมคอัพยอดนิยม 2027


แนะนำพิกัด 5 ช่างแต่งหน้าปรุงจืดยอดนิยม 2026

สำหรับเพื่อนๆ ที่แต่งเท่าไหร่ก็ยังไม่มั่นใจ แนะนำให้ลองเซฟเรฟที่ชอบไปยื่นให้พี่ช่างแต่งหน้าฝีมือดีลองแต่งลุคปรุงจืดให้ จนกว่าเราจะถูกใจ และลองสอบถาม จด จำ และนำเทคนิคจากพี่ช่างไปใช้ก็ได้ หรือจะใช้บริการกันไปตลอดก็ไม่ติด อย่างลิสต์ช่างแต่งหน้าที่เชี่ยวชาญลุคปรุงจืดด้านล่างนี้เลย

ช่างเมย์

พิกัดช่าง ช่างเมย์

ประสบการณ์แต่งหน้า มากกว่า 5 ปี

จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup

รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์

ราคา 2,xxx - 3,xxx บาท


ช่างโฟร์


พิกัดช่าง ช่างโฟร์

ประสบการณ์แต่งหน้า มากกว่า 5 ปี

จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup

รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์

ราคา 2,xxx - 3,xxx บาท


ช่างลูกตาล

พิกัดช่าง ช่างลูกตาล

ประสบการณ์แต่งหน้า 1-3 ปี

จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, Thai Makeup

รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์

ราคา 1,xxx - 3,xxx บาท


ช่างปุ้ม


พิกัดช่าง ช่างปุ้ม

ประสบการณ์แต่งหน้า 3-5 ปี

จุดเด่น สไตล์เกาหลี, Thai Makeup

รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายรูปโปรไฟล์

ราคา 1,xxx - 2,xxx บาท


ช่างต้าโจ


พิกัดช่าง ช่างต้าโจ

ประสบการณ์แต่งหน้า 3 - 5 ปี

จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup

รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, ถ่ายรูปโปรไฟล์

ราคา 3,xxx บาท


คำถามที่พบบ่อย

เทรนด์แต่งหน้าปรุงจืดมาจากไหน

คำว่าแต่งหน้าปรุงจืด เป็นไวรัลจากผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่เรียกการแต่งหน้านัว ๆ สีอ่อน ๆ ว่า แต่งหน้าปรุงจืด แต่จริง ๆ การแต่งหน้าแนวนี้ก็ดัดแปลงมาจากเทรนด์ clean girl หรือ makeup no makeup ที่เป็นกระแสมาแล้วก่อนหน้านี้หลายปีนั่นเอง

แต่งหน้าปรุงจืด vs ปรุงจัด คืออะไร ต่างกันยังไง

แต่งหน้าปรุงจืดจะเน้นงานผิว เหมาะกับคนที่ชอบลุคธรรมชาติ ดูเด็ก หรือแต่งเป็น Everyday Look ส่วนแต่งหน้าปรุงจัดจะเน้นการปกปิดผิวให้เนียนกริบ คอนทัวร์โครงหน้าให้เป๊ะ และใช้โทนสีสดชัด จึงเหมาะกับคนที่ออกงานกลางคืน เจอแสงไฟหรือสปอตไลท์มากกว่า

Low Saturation Makeup vs แต่งหน้าปรุงจืด เหมือนหรือต่างกันยังไง

ทั้งสองแบบคือคอนเซ็ปต์เดียวกันที่เน้นการลดความฉูดฉาดของสีสันโดยผสมสีเบจ ขาว หรือเทาลงไป แต่คำว่า แต่งหน้าปรุงจืด เป็นชื่อเรียกของลุคนี้เท่านั้นเอง

แต่งหน้าปรุงจืด vs Clean Girl Makeup เหมือนหรือต่างกันยังไง

คำว่าแต่งหน้าปรุงจืดเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไทยช่วงปีที่ผ่านมา จึงเน้นแต่งตามเทรนด์แต่งหน้าแบบสาวเอเชีย เช่น งานผิวซอฟต์แมตต์ ทาลิปให้สีปากดูระเรื่อ เหมาะกับคนที่ชอบลุคเบาๆ ในขณะที่ Clean Girl Makeup จะสไตล์สายฝอมากกว่าเล็กน้อยคือเน้นงานผิวฉ่ำ เซ็ทให้คิ้วตั้ง และโชว์โครงหน้าชัดเจน

เทคนิคการแต่งหน้าลุคปรุงจืด แต่งยังไงดี

ให้โฟกัสที่ใบหน้า 4 จุด คือ ผิวหน้า คิ้วและตา แก้ม และปาก โดยเริ่มจาก

  • เตรียมผิวให้ชุ่มชื้นแล้วลงคุชชั่นซอฟต์แมตต์บางเบาเฉพาะจุด
  • ทาตา คิ้ว และแก้มด้วยเมคอัพโทนสีอ่อนหรือสีตุ่น เช่น Nude, Neutral
  • ปิดด้วยการทาลิปสติกเนื้อซอฟต์แมตต์จากข้างในแล้วเกลี่ยขอบปากให้ฟุ้งนัว
  • สามารถเติมไฮไลท์ตามเหนือคิ้ว หัวตา และ สันจมูกได้เพื่อเพิ่มมิติให้ลุค
แนะนำไอเทมเครื่องสำอางสำหรับลุคปรุงจืด ชิ้นไหนดี

แนะนำตามจุดเน้นหลักๆ ของลุคปรุงจืด 4 ส่วน

  • งานผิว: Jung Saem Mool Essential Skin Nuder, Laneige Neo Cushion Matte
  • งานตา: Dasique Shadow Palette, CANMAKE Silky Souffle Eyes
  • งานแก้ม: fwee Blurry Pudding Pot, Meilinda Chiffon Ribbon Blush
  • งานปาก: 4U2 Matte Balm, Srichand Feelin’ Me Matte Liquid Lip

สรุป แต่งหน้าปรุงจืดด้วยเมคอัพน้อยชิ้น โทนสีอ่อนและเทคนิคเบลนด์ให้นัว จะได้งานผิวสวยที่ไม่ดูป่วย

ย้ำอีกทีว่าเทคนิคการแต่งหน้าปรุงจืดให้สวยไม่ดูป่วย สิ่งที่สำคัญคืออย่าลืมเลือกโทนสีเมคอัพที่อ่อนลงและตุ่นขึ้นกว่าทุกครั้ง และการลงตามขั้นตอนที่ไม่ต้องเยอะ แต่เน้นเลือกประเภทของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะที่สุด เช่น ใช้คุชชั่นแทนรองพื้น หรือใช้เนื้อสัมผัสทินต์หรือบาล์ม รวมถึงเนื้อแมตต์หรือซอฟต์แมตต์เพื่อเพิ่มความฟุ้งและนัวได้ดีกว่าเดิม

ส่วนเรื่องของวิธีการแต่งทุกคนสามารถเอาไปปรับกับการแต่งหน้าในแบบของตัวเองได้ แต่ถ้าใครมือใหม่มาก ๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจก็สามารถตามไปใช้บริการกับช่างแต่งหน้าตามพิกัดช่างแต่งหน้าฝีมือดีที่ลิสต์ไว้ให้ก็ได้ ไม่ต้องคิดนานเพราะลุคปรุงจืดก็มีข้อดีหลายข้อ ทั้งการลดจำนวนการใช้เครื่องสำอาง แถมอาจจะได้ผิวหน้าที่ดีขึ้นด้วยเพราะการแต่งหน้าหนาแน่น ต้องใช้รองพื้นเนื้อหนัก คอนซีลเลอร์ และแป้งพัฟหลายชั้น ซึ่งอาจเข้าไปสะสมและขัดขวางการระบายน้ำมันในรูขุมขน ในขณะที่การแต่งหน้าปรุงจืดเน้นความบางเบา แต่งน้อย จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิวอุดตัน (Comedones) ได้ตามที่แพทย์ผิวหนังทัมักแนะนำอยู่เสมอนั่นเอง



ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ tourboxtech และ YouTube Archita Station


บทความแนะนำที่น่าสนใจ