แต่งหน้าปรุงจืด กำลังเป็นเทรนด์เมคอัพที่มาแรงไม่แพ้แบบอื่นๆ ฮิตแล้วฮิตอยู่ฮิตต่อเนื่อง จุดเด่นคือเมคอัพสไตล์คลีน ๆ ที่เน้นลดความสดของสี (Low Saturation), ใช้โทนสีตุ่นละมุนตาเหมือนไม่ได้แต่ง เพื่อลุคที่ดูสวยเป็นธรรมชาติและสบายตา ซึ่งความฮิตเกิดขึ้นส่วนหนึ่งเพราะช่วยให้หน้าดูเด็ก ละมุนแบบ Quiet Luxury ทั้งยังช่วยลดการใช้เครื่องสำอางหนาเตอะที่เสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตัน โดยเทคนิคที่หลายคนเคยได้ยินมาบ้างคือต้องเน้นที่งานผิวบางเบา งานตาคิ้วฟุ้งนัว แก้มระเรื่อ และปากเบลอขอบฟุ้ง แต่ทริคที่สำคัญยิ่งกว่าที่ช่วยให้คอมพลีท makeup look ได้ดั่งใจคือคือการใช้คอร์เรกเตอร์ปกปิดเฉพาะจุดก่อนลงคุชชั่นบาง ๆ เพื่อรักษา texture ผิวจริง และเลี่ยงขั้นตอนที่ทำให้หน้าสีเข้มจัด จะมีเทคนิคใดที่ควรรู้อีกบ้าง บทความนี้จะพาไปส่องเทรนด์และทริคแต่งหน้าแบบปรุงจืดเต็ม ๆ กันค่ะ

Parae P.
Content Manager
นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี
เทรนด์ “แต่งหน้าปรุงจืด” คืออะไร
แต่งหน้าปรุงจืด ที่ว่าปรุงจืดไม่ได้หมายถึงรสชาติจริงๆ แต่เป็นการเปรียบเปรยว่าไม่เข้ม ไม่หนัก เสมือนกับว่าปรุงอาหารไม่ให้รสจัดนั่นเอง ฉะนั้นการแต่งหน้าปรุงจืดจึงหมายถึงการลงสีสันที่เบามาก ๆ จนเหมือนไม่ได้แต่ง ออกแนวลุคของสาวสายคลีนที่อยากแต่งหน้าน้อย ๆ แต่ยังดูมีอะไร แต่การปรุงจืดก็ไม่ได้เท่ากับการแต่งหน้าอ่อนเฉย ๆ โดยจะมีจุดสังเกตเหล่านี้ค่ะ
ทริคและจุดเด่นการแต่งหน้าแบบปรุงจืด
- ลดความสดของสี อยากได้ลุคที่ดูคลีน ๆ ใส ๆ อย่างเป็นธรรมชาติต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกโทนสีองเครื่องสำอาง พักลิปสติกสีแดงสดหรือบลัชออนสีส้มแป๊ดไว้ก่อนเลย เปลี่ยนมาใช้โทนสีหม่น ๆ ตุ่น ๆ ละมุน หรือสีที่เหมือนผสมสีเทาลงไป เช่น ชมพูนม ชานม หรือโทน Natural แทน งานนี้เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเพราะปัญหาที่เจอตอนแต่งหน้าในแต่ละวันคือแต่งเบาแล้วระหว่างวันเมคอัพก็หายไปกับดินฟ้าอากาศสุด ๆ แต่จริงๆ การลงน้ำหนักอาจจะเท่าเดิม เพียงแต่ลดเฉดของสีลงเท่านั้นเองค่ะ
- เน้นงานผิวใส ลงรองพื้นเบา ๆ สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหรือรอยคล้ำใต้ตามีเทคนิคคือก็การใช้คอร์เรคเตอร์ (Corrector) เพื่อแก้ปัญหาผิวบริเวณนั้นก่อน แล้วค่อยลงคอนซีลเลอร์ (Concealer) ช่วยปกปิดซ้ำอีกครั้งก็จะช่วยให้งานผิวของเรามีสีที่สม่ำเสมอทั่วกันทั้งหน้า ถ้างานผิวของเราเนียนกริบแล้วอาจจะไม่ต้องลงรองพื้นต่อก็ได้นะคะ หรือถ้าใครคิดว่ายังไปต่อได้อีกนิดก็สามารถลงรองพื้นบาง ๆ ได้ แต่แนะนำว่าให้ลงในจุดที่ไม่ได้ลงคอร์เรคเตอร์กับคอนซีลเลอร์ งานผิวจะได้ยังไม่หนาเตอะ แถมยังมีความคลีนอยู่ด้วย
- คอนทัวร์เบาบาง เน้นแสงเงาธรรมชาติ เลิกใช้คอนทัวร์สีเข้มสร้างกรอบหน้าชัดๆ แต่เปลี่ยนมาใช้บรอนเซอร์ (Bronzer) หรืออายแชโดว์ (Eye shadow) สีน้ำตาลอ่อนนวลๆ สร้างมิติบริเวณเบ้าตาและสันจมูกเบาๆ ให้ดูมีโครงหน้าโดยไม่ดูลอยนั่นเอง
อัปเดตไอเทมคอนซีลเลอร์ที่ชาวเน็ตว่าใช้ดี ดูต่อที่นี่

คอนซีลเลอร์ 2026 ใช้ดี และเคล็ดลับปกปิดเนียน ผิวใสเหมือนมีฟิลเตอร์ | บทความของ PRAYRINN | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/best-concealer-and-tips-to-use-like-a-pro-96361
ข้อดีและความเหมาะสมกับงานผิว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อดีของเมคอัพแนวนี้คือใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นลง ไม่ต้องหยิบตัวเน้นแสงเงาอย่างคอนทัวร์มาคัดเบ้าหรือคอนทัวร์ข้างแก้มหนักๆ เหมาะกับวันรีบ ๆ หรือลุคตื่นมาก็สวยสดใสเลย เพราะการไม่ลงสีเข้มหรือสร้างเส้นคมบนใบหน้า จะช่วยให้ฟินิชลุคดูซอฟต์ ละมุน และดูเด็กลงได้ด้วย
ดังเช่นทฤษฎี จิตวิทยาแห่งสี (Color Psychology): พลังของค่าความสดของสีต่ำ (Low Saturation) จากเว็บไซต์ tourboxtech ที่กล่าวว่าการใช้เครื่องสำอางโทนสีแบบปรุงจืด หรือ Low Saturation จะสร้างความรู้สึกสงบ สบายตา สรุปได้ว่าการลดค่าความเข้มของสีบนใบหน้าจะช่วยลดความตึงเครียดทางสายตาของผู้พบเห็น ทำให้ลุคโดยรวมดูแพง สบายตาน่ามอง น่าเข้าหามากขึ้นด้วยนั่นเอง
ข้อด้อยที่ควรรู้ก่อนแต่งหน้าปรุงจืด
แม้ว่าจะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็อาจมีบางจุดที่ส่งผลกระทบและไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม เช่น คนที่ต้องการการปกปิดสูง เมคอัพแนวนี้อาจเอาไม่อยู่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีปัญหาผิวเยอะ เช่น รอยสิวเข้ม ๆ หรือรอยแดงกว้าง หรือแม้แต่การเลือกเฉดสีที่อ่อนลง โทนหม่นที่ผิดโทนเกินไป ไม่เหมาะกับสภาพผิวหรือโทนสีผิว อาจทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้าจนโดนทักว่าป่วยได้
ขั้นตอนและเทคนิคแต่งหน้าปรุงจืดให้สวยกำลังดี ไม่ดูป่วย
แม้จะเป็นเทรนด์แต่งหน้ายอดฮิตสไตล์สาวคลีน น้อยแต่มาก แต่ถ้าน้อยไป หรือลงน้ำหนักบางขั้นตอนมากไปก็อาจเลยเถิดจนดูป่วยได้ ดังนั้นทางที่ดีคือการเลือกไอเทมเทคอัพให้เหมาะกับจุดที่จะลงสี และมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละขั้นตอนการแต่งหน้าก็ช่วยเซฟลุคปรุงจืดของสาวๆ ให้กลมกล่อมขึ้นได้จะสบายใจกว่าเยอะ เหมือนที่บิวตี้บล็อกเกอร์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “แต่งหน้าปรุงจืดแบบที่ออกไปใช้ชีวิตได้ ไม่ดูป่วย และได้ฟินิชที่สวยนัว กลมกล่อมกำลังดี” — Archita Station แต่งให้ได้ฟีลแบบนี้แหละค่ะถึงจะสวยสุด โดยขั้นตอนก็ไม่ยาก ลองเริ่มแต่งตามนี้เลย
ขั้นตอนแต่งหน้าปรุงจืด ให้สวยในแบบที่เป็นตัวเอง
- เตรียมงานผิวให้ชุ่มชื้น เริ่มต้นด้วยสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นในรูทีนปกติ เช่น โทนเนอร์หรือเซรั่ม และกันแดดเนื้อบางเบาเพื่อให้ผิวพร้อมรับเครื่องสำอาง งานผิวปรุงจืดจะดูสวยละมุนได้ต้องเตรียมผิวดั้งเดิมของเราให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งเหี่ยว ดูนุ่มนิ่มเป็นธรรมชาติ
- สร้างงานผิวแบบบางเบา ลงคุชชั่นหรือสกินทินต์เฉพาะจุดเท่าที่จำเป็น วอร์มเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนแต้มกดเบาๆ ทั่วใบหน้า จากนั้นแต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะรอยสิวหรือใต้ตาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ยังคงเห็นผิวจริง
- แต่งตาและงานคิ้วให้ฟุ้ง ปัดแปรงคิ้วเรียงเส้นธรรมชาติ ใช้อายแชโดว์สีโทน Neutral ทาทั่วตา เขียนอายไลเนอร์โดยเลือกใช้โทนสีน้ำตาลแบบชิดโคนขนตา ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าสีน้ำตาลเพื่อให้ตาไม่ดูดุ หรือดูเข้มไป
- เติมแก้มและปากด้วยสีโทนนัว บีบหรือแตะบลัชเนื้อครีมลงบริเวณหน้าแก้ม เกลี่ยให้ฟุ้ง จากนั้นใช้ลิปสติกเนื้อซอฟต์แมตต์ทาจากด้านในริมฝีปาก แล้วใช้นิ้วหรือแปรงเกลี่ยขอบปากให้เบลอๆ นัวๆ
- เซ็ตผิวและเพิ่มมิติ ใช้แปรงปัดแป้งฝุ่นโปร่งแสงเบาๆ เฉพาะบริเวณหน้าผาก สันจมูกและหน้าแก้มเพื่อคุมมันโดยไม่ทำให้ผิวดูแห้งตึง อาจสร้างมิติบริเวณสันจมูกและดอลลี่อายเบาๆ ด้วยไฮไลท์ได้เพื่อให้หน้าดูสดใส มีมิติ ไม่จืดเกินไป
Tips แต่งหน้าปรุงจืดแบบ professional
- ความสำคัญของลุคปรุงจืดคือความฟุ้งนัวที่ไม่มากไป ดังนั้นถึงจะใช้เครื่องสำอางไม่เยอะ แต่ทุกอย่างจะถูกเบลอให้ฟุ้งๆ นัวๆ เช่น ใช้โทนสีน้ำตาลสร้างมิติตาแทน และทาปากแบบเบลอขอบปาก ไม่คอนทัวร์หรือกรีดอายไลน์เนอร์สีดำที่โดดออกมาจากสีเมคอัพโดยรวมจนเกินไป
- ใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้น ไม่ต้องคัดเบ้าหรือคอนทัวร์หนัก ช่วยลดอายุให้ใบหน้าดูซอฟต์ เด็กลง สบายตา เมคอัพโทนนี้จะมีความคล้ายสไตล์ Quiet Luxury ที่เน้นเรียบหรู ดูแพงแบบไม่ต้องประโคม แบบที่เคยฮิตไปก่อนหน้านี้
แนะนำไอเทมเครื่องสำอางที่เหมาะกับสไตล์ แต่งหน้าปรุงจืด
ทีนี้แต่ละส่วนของใบหน้าจะเลือกเมคอัพตัวไหนดี ลองมาดูไกด์ด้านล่างกันต่อเลย

💟 ผิวหน้า เน้นงานผิวบางเบา
แนะนำให้เลือกเป็นคุชชั่นแทนการใช้รองพื้นเพราะจะได้สัมผัสที่เบากว่า เนื้อบางกว่า ซึ่งตัวคุชชั่นก็มีหลายแบบ หลายเนื้อสัมผัส แต่ในการแต่งหน้าปรุงจืดจะแนะนำเป็นคุชชั่นเนื้อแมตต์ หรือเซมิ-แมตต์ เพื่อให้การปกปิดระดับเบา-ปานกลาง เนื้อไม่หนักหน้า สบายผิว และยังเห็นผิวจริงดั้งเดิมของเราอยู่ด้วย
ตัวอย่างคุชชั่นแนะนำ
- Jung Saem Mool รุ่น Essential Skin Nuder (1,360-1,600 บาท) บอกเลยว่าตัวนี้เน้นงานผิวฉ่ำ ดูเป็นธรรมชาติเหมือนผิวดีมาตั้งแต่เกิด
- Laneige รุ่น Neo Cushion Matte (1,125-1,500 บาท) ตัวดังเรื่องเนื้อบางเบา ให้ฟินิชงานผิวซอฟต์แมตต์ คุมมันกำลังดี
💟 บลัชออน ปัดแก้มให้นัว
บลัชสำหรับงานแก้มของการแต่งหน้าปรุงจืดจะเน้นความนัว ละมุน และดูเป็นเลือดฝาด ฉะนั้นลุคนี้เราจะข้ามสีสดและเลือกสีโทนนัว ตุ่น ๆ แทนให้ดูละมุนกลมกลืนไปกับผิว โดยจะเน้นเป็นบลัชออนเนื้อครีม พราะเนื้อสัมผัสจะกลืนเนียนไปกับงานผิว เบลนด์ง่าย ให้ฟินิชแก้มดูใส อิ่มน้ำ แบ๊วแบบธรรมชาติ
ตัวอย่างบลัชเนื้อครีมแนะนำ
- fwee รุ่น Blurry Pudding Pot (266-820 บาท) บลัชเนื้อครีมที่ปัดลงแก้มแล้วฟุ้งสุด ๆ เป็นเนื้อครีมที่เบา ฟู ช่วยเบลอผิวและรูขุมขน
- Meilinda รุ่น Chiffon Ribbon (259-379 บาท) บลัชที่เนื้อจะมีความเหลวขึ้นมาหน่อย เนื้อนุ่มละมุน สีนัวน่ารัก สมกับตำแหน่งแบรนด์ไทยที่ถูกและดี
💟 อายแชโดว์ แต่งตาให้มีมิติ
ในลุคการแต่งหน้าปรุงจืดจะไม่เน้นส่วนของตามากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับการสร้างมิติให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติ ไม่สร้างเงาสีเข้มจัด ดอลลี่อายมีได้แต่ควรเบามือ เน้นความฟุ้งนัว ละมุน โดยจะใช้อายแชโดว์ เนื้อแมตต์โทนสีตุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน ชมพูกุหลาบ หรือโทนสี neutral
ตัวอย่างอายแชโดว์แนะนำ
- Dasique รุ่น Shadow Palette (799-1,060 บาท) รุ่นนี้มีหลายโทนสีมาก แต่ทุกพาเลทคัดเลือกสีไม่เข้มจัด สวยนัว โทนละมุนตุ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ
- CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes (299-390 บาท) สำหรับคนที่ไม่สามารถเลือกใช้เนื้อแมตต์ได้สนิทใจ อาจลองขยับมาเป็นพาเลทชิมเมอร์ละเอียดจากญี่ปุ่น สวยนัว มีชิมเมอร์เบา ๆ แทนก็ปรุงจืดแบบมีมิติดีเหมือนกัน
💟 ลิปสติก/ลิปทินต์ทาปาก เน้นฉ่ำวาว อิ่มเอิบ
ลิปที่ใช้ในลุคนี้ิจะเน้นงานริมฝีปากที่ดูอวบอิ่ม สุขภาพดี ขอบปากต้องเบลอฟุ้ง ใช้เฉดสีนัว ๆ ไม่ฉูดฉาดเหมือนกันเพื่อให้คอมพลีทลุคดูละมุนและเข้ากันกับทั้งใบหน้า แน่นอนว่าลิปที่ใช่จะต้องเป็นเนื้อแบบซอฟต์แมตต์ เพราะเกลี่ยง่าย ให้ฟินิชนุ่มฟู ละมุน ช่วยเบลอร่องริมฝีปากและขอบปากได้เนียนมาก สีที่เหมาะก็จะเป็นสีชมพูกุหลาบ หรือสีพีช
ตัวอย่างลิปสติกแนะนำ
- 4U2 รุ่น Matte Balm (199 บาท) ลิปแมตต์บาล์มเนื้อนุ่มฟู เกลี่ยง่าย ช่วยเบลอร่องริมฝีปากให้ดูเรียบเนียน
- Srichand รุ่น Feelin’ Me Matte Liquid Lip (129-199 บาท) ลิควิดลิปเนื้อแมตต์บางเบา นุ่มลื่น สบายปาก สามารถทาแบบแต้มๆ แล้วใช้นิ้วเกลี่ยให้ได้ลุคซอฟต์แมตต์นัวๆ
ตารางสรุปทริคแต่งหน้าและไอเทมเมคอัพสำหรับลุคปรุงจืด
ส่วนต่างๆ บนใบหน้า | ขั้นตอนการแต่งหน้า | ไอเทมแนะนำ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
ผิว | ลงคุชชั่น เน้นการแตะเบาๆ โชว์เทกเจอร์ผิวจริง ไม่เน้นปกปิดหนา | • Jung Saem Mool - Essential Skin Nuder Cushion | เบาสบายผิว ไม่หนักหน้า | กลบรอยสิวหรือรอยดำเข้มๆ ได้ไม่หมด |
ตา | ใช้สีอายแชโดว์โทน Neutral เขียนคิ้วทรงฟุ้งธรรมชาติ กรีดตาด้วยสีน้ำตาลไร้ขอบคม | • Dasique - Shadow Palette | ตาดูหวาน ลุคเบา แต่งได้หลายสถานการณ์ | อาจทำให้ตาดูโทรม ให้แต่งสีที่ติดเทามากไป |
แก้ม | ใช้บลัชเนื้อครีมโทนละมุน ทาหลังจากลงงานผิว แท็บเบาๆ ให้สีดูระเรื่อเป็ฯธรรมชาติ | • fwee - Blurry Pudding Pot | แก้มดูมีเลือดฝาด แบบเป็นธรรมชาติ แต่งง่ายไม่ฉูดฉาด | หากเลือกสีไม่ตรงเฉดผิว อาจทำให้ดูลอยได้ง่ายกว่าสีเข้มๆ |
ปาก | ทาลิปซอฟต์แมตต์แบบเบลอขอบปาก อาจใช้คุชชั่นหรือลิปไลน์เนอร์ช่วยกลบพื้นปากให้สีลิปละมุมขึ้นได้ | • 4U2 - Matte Balm | สีปากนัวละมุนเป็ฯธรรมชาติ สวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ | คนขอบปากคล้ำอาจต้องกลบสีปากมากกว่าเดิมเพราะลิปสีอ่อน |
Top 5 โทนแต่งหน้าลุคปรุงจืด ยอดนิยม 2026 ปรุงน้อยแต่สวยนะ
ลองทำก็แล้ว ได้เมคอัพก็แล้ว สาวๆ ที่ยังไม่เห็นภาพว่าจะออกมาโทนไหน ยังไงดีถึงจะจืดพอ ไม่ดูป่วยไป เราไปดูไอเดียแต่งหน้าปรุงจืดแต่ละโทนกันไปเลยค่ะ จะได้เซฟไปเป็นเรฟไว้แต่งเองหรือบอกช่างหน้าช่างผมเราได้
ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีชมพูอ่อน

จุดเด่นของโทน เน้นใช้เมคอัพเฉดสีชมพูนม ชมพูกุหลาบ หรือชมพูโทนม่วง ช่วยให้ใบหน้าดูสว่างสดใส เช่น
- Dasique รุ่น Shadow Palette พาเลตต์ตาโทนชมพู เหมาะกับลุคสีชมพู
- fwee รุ่น Blurry Pudding Pot บลัชเนื้อนุ่มฟู โทนชมพูธรรมชาติ
เหมาะกับ คนที่มีโทนผิวสว่างถึงปานกลางโดยเฉพาะชาวCool Tone
ไม่เหมาะกับ คนผิวเข้มมาก หรือผิวติดโทนเหลืองจัด เพราะสีชมพูนมอาจดูซีดจมหรือลอยบนผิว
โอกาส/สถานการณ์ Everyday Look หรือวันไปเรียน ไปทำงาน ไปเดตก็ยังได้ ไม่เหมาะกับวันที่ต้องใช้หน้าในงานที่มีแสงเยอะเพราะอาจจะทำให้เมคอัพดูอ่อนเกินไปได้ค่ะ
Tips ควรเบลอขอบปากด้วยคอนซีลเลอร์หรือลิปไลเนอร์สีนู้ดก่อนทาลิปสติก เพื่อให้ได้ขอบปากฟุ้งนัว และระวังอย่าใช้ลิปที่หม่นเกินไปเพราะอาจทำให้ภาพรวมดูเหนื่อยได้
ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีเบจสำหรับสาววอร์มโทน

จุดเด่นของโทน เน้นเลือกเมคอัพเฉดสีชานม ส้มพีชตุ่นๆ หรือน้ำตาลเบจ ที่ไม่ติดส้มสว่าง ช่วยให้ใบหน้าดูอบอุ่น เป็นธรรมชาติ ตัวแนะนำเช่น
- CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes อายแชโดว์โทนน้ำตาลชานมชิมเมอร์ละเอียด สวยสู้กล้อง
- Meilinda รุ่น Chiffon Ribbon Blush บลัชออนเนื้อนุ่ม โทนสีนัว น่ารัก แบบไม่จืด
เหมาะกับ เพื่อน ๆ ที่สีผิวโทนเหลือง หรือผิวสองสี
ไม่เหมาะกับ คนที่ชอบแต่งหน้าสไตล์สายฝอที่เน้นกรอบหน้าชัด เพราะลุคนี้ไม่มีการคอนทัวร์
โอกาส/สถานการณ์ วันที่ต้องการลุคที่ดูละมุน หรือวันถ่ายรูปเอ้าท์ดอร์ เพราจะสวยมากถ้ากระทบแสงแดด
Tips เลือกใช้อายไลเนอร์และมาสคาร่าสีน้ำตาลแทนสีดำสนิท และระวังอย่าปัดบลัชออนหนาเกินไป ควรค่อยๆ แตะเบลนด์เบาๆ
ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคโทนนู้ดตุ่นๆ

จุดเด่นของโทน แนวนี้จะดึงการแต่งหน้าสไตล์ Clean Girl แบบสายฝอมาปรับให้เบาลงกว่าเดิมเพื่อให้กลายเป็นลุคปรุงจืด ลดความเข้มของคอนทัวร์และคิ้วลงนิดหน่อย แต่ยังมีอยู่นะ ลองเลือกเป็น
- Laneige รุ่น Neo Cushion Matte คุชชั่นงานผิวซอฟต์แมตต์ คุมมันกำลังดี ไม่หยา เหมาะกับงานกลางแจ้ง
- 4U2 รุ่น Matte Balm ลิปแมตต์บาล์มรุ่นนี้ทำสีนู้ดมาให้เลือกเยอะมาก
เหมาะกับ คนที่มีโครงหน้าชัด
ไม่เหมาะกับ คนที่ต้องการกลบปกปิดรอยสิวหรือรอยดำ เพราะลุคนี้งานผิวน้อยมาก เผื่อให้มันนู้ดจริงๆ
โอกาส/สถานการณ์ เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเพราะโดนแดดจ้าก็ไม่จม หรือว่าที่ต้องการถ่ายรูปเพราะกรอบหน้าสู้กล้องมาก
Tips คอนทัวร์น้อย แต่เพิ่มมิติให้หน้าได้ง่ายๆ แค่ปัดไฮไลต์เนื้อละเอียดเบาๆ บริเวณจุดกระทบแสง และถึงภาพรวมจะนู้ดก็ควรเลือกเฉดนู้ดที่มีติดโทนชมพูหรือส้มระเรื่อเพื่อความสดใส
ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด ลุคสีพีชนัวๆ

จุดเด่นของโทน เน้นใช้เมคอัพโทนสีพีชอ่อน หรือสีโทนส้มที่อ่อนมาก ๆ ให้ความรู้สึกสดใส ขี้เล่น เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใส แก้ปัญหาหน้าดูซีดโทรมจากลุคปรุงจืด เช่น
- 3CE รุ่น Multi Eye Color Palette พาเลตต์ตาแมตต์โทนนัว และสีโทนอุ่นๆ
- 4U2 รุ่น Matte Balm ลิปสติกเนื้อนุ่มนวลโทนพีช
เหมาะกับ ผู้ที่มีผิวขาวเหลือง ผิวสองสี หรือชาววอร์มโทนที่แต่งโทนชมพูแล้วรู้สึกหน้าดรอป
ไม่เหมาะกับ ชาวคูลโทนหรือเพื่อนๆ ที่ผิวขาวซีด
แต่งสถานการณ์ไหน เหมาะกับวันไปเที่ยว หรือวันที่แต่งตัวสบายๆ ด้วยความที่ลุคนี้ช่วยให้หน้าดูเด็กจึงไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการลุคที่โตขึ้นเท่าไหร่
Tips แตะบลัชออนโทนพีชลงบนบริเวณหน้าแก้มพาดผ่านสันจมูกเบาๆ ให้ดูเหมือนหน้าแดงเพราะโดนแดดมาจะยิ่งทำให้ลุคนี้ดูสดใสขึ้นมาก และควรเลี่ยงโทนสีพีชที่ดูส้มที่สดหรือนีออนเกินไป
ไอเดียแต่งหน้าปรุงจืด โทนม่วง muave

จุดเด่นของโทน ใช้เมคอัพเฉดสีม่วงพลัมอ่อนๆ ชมพูกุหลาบแห้ง หรือ สีม่วง Mauve อมเทา ช่วยสร้างมิติให้ใบหน้าและให้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดหน่อย สวยสุภาพ โดยไม่ต้องใช้สีเข้มจัด
- CANMAKE รุ่น Silky Souffle Eyes อายแชโดว์เนื้อละเอียดโทนชมพูม่วง เข้ากับลุคนี้มาก
- Srichand รุ่น Feelin’ Me Matte Liquid Lip ลิปเนื้อเบาโทนกุหลาบตุ่น เบลอขอบปากฟุ้งมาก
เหมาะกับ คนผิว Cool Tone, ผิวโทน Neutral หรือคนที่ต้องการแต่งหน้าปรุงจืดให้ดูสีขึ้นมาหน่อย
ไม่เหมาะกับ คนที่ผิวเหลืองมากหรือมีใต้ตาคล้ำจัด เพราะสีม่วงหม่นอาจเน้นรอยคล้ำใต้ตาให้ดูชัดขึ้น
โอกาส/สถานการณ์ เหมาะกับวันที่มีกิจกรรมตอนช่วงเย็น กลางคืน หรือที่ที่แสงน้อยเพราะโทนสีนี้จะทำให้หน้าไม่จม ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการลุคเด็กๆ ใสๆ
Tips ต้องกลบใต้ตาด้วยคอนซีลเลอร์ส้มหรือสีพีชปรับสีผิวก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้สีม่วงพลัมไปเน้นรอยคล้ำใต้ตามากเกินไป
ดูต่อ อัปเดตสไตล์เมคอัพยอดนิยม 2027

อัปเดต สไตล์แต่งหน้า ยอดนิยม 2027 และวิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง | บทความของ H | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/find-makeup-idea-and-your-best-makeup-style-17539
แนะนำพิกัด 5 ช่างแต่งหน้าปรุงจืดยอดนิยม 2026
สำหรับเพื่อนๆ ที่แต่งเท่าไหร่ก็ยังไม่มั่นใจ แนะนำให้ลองเซฟเรฟที่ชอบไปยื่นให้พี่ช่างแต่งหน้าฝีมือดีลองแต่งลุคปรุงจืดให้ จนกว่าเราจะถูกใจ และลองสอบถาม จด จำ และนำเทคนิคจากพี่ช่างไปใช้ก็ได้ หรือจะใช้บริการกันไปตลอดก็ไม่ติด อย่างลิสต์ช่างแต่งหน้าที่เชี่ยวชาญลุคปรุงจืดด้านล่างนี้เลย
ช่างเมย์

พิกัดช่าง ช่างเมย์
ประสบการณ์แต่งหน้า มากกว่า 5 ปี
จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup
รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์
ราคา 2,xxx - 3,xxx บาท
ช่างโฟร์

พิกัดช่าง ช่างโฟร์
ประสบการณ์แต่งหน้า มากกว่า 5 ปี
จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup
รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์
ราคา 2,xxx - 3,xxx บาท
ช่างลูกตาล

พิกัดช่าง ช่างลูกตาล
ประสบการณ์แต่งหน้า 1-3 ปี
จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์โต่วหลี, Thai Makeup
รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, รับสมัครแอร์, ถ่ายรูปโปรไฟล์
ราคา 1,xxx - 3,xxx บาท
ช่างปุ้ม

พิกัดช่าง ช่างปุ้ม
ประสบการณ์แต่งหน้า 3-5 ปี
จุดเด่น สไตล์เกาหลี, Thai Makeup
รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายรูปโปรไฟล์
ราคา 1,xxx - 2,xxx บาท
ช่างต้าโจ

พิกัดช่าง ช่างต้าโจ
ประสบการณ์แต่งหน้า 3 - 5 ปี
จุดเด่น สไตล์เกาหลี, สไตล์สายฝอ, Thai Makeup
รูปแบบงานที่ถนัด แต่งหน้าเจ้าสาว, แต่งหน้าเพื่อนเจ้าสาว, รับปริญญา, ออกงาน / Event, Everyday / Daily Look, ถ่ายแบบ / ถ่ายโฆษณา, ถ่ายรูปโปรไฟล์
ราคา 3,xxx บาท
คำถามที่พบบ่อย
คำว่าแต่งหน้าปรุงจืด เป็นไวรัลจากผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งที่เรียกการแต่งหน้านัว ๆ สีอ่อน ๆ ว่า แต่งหน้าปรุงจืด แต่จริง ๆ การแต่งหน้าแนวนี้ก็ดัดแปลงมาจากเทรนด์ clean girl หรือ makeup no makeup ที่เป็นกระแสมาแล้วก่อนหน้านี้หลายปีนั่นเอง
แต่งหน้าปรุงจืดจะเน้นงานผิว เหมาะกับคนที่ชอบลุคธรรมชาติ ดูเด็ก หรือแต่งเป็น Everyday Look ส่วนแต่งหน้าปรุงจัดจะเน้นการปกปิดผิวให้เนียนกริบ คอนทัวร์โครงหน้าให้เป๊ะ และใช้โทนสีสดชัด จึงเหมาะกับคนที่ออกงานกลางคืน เจอแสงไฟหรือสปอตไลท์มากกว่า
ทั้งสองแบบคือคอนเซ็ปต์เดียวกันที่เน้นการลดความฉูดฉาดของสีสันโดยผสมสีเบจ ขาว หรือเทาลงไป แต่คำว่า แต่งหน้าปรุงจืด เป็นชื่อเรียกของลุคนี้เท่านั้นเอง
คำว่าแต่งหน้าปรุงจืดเป็นกระแสนิยมในกลุ่มคนไทยช่วงปีที่ผ่านมา จึงเน้นแต่งตามเทรนด์แต่งหน้าแบบสาวเอเชีย เช่น งานผิวซอฟต์แมตต์ ทาลิปให้สีปากดูระเรื่อ เหมาะกับคนที่ชอบลุคเบาๆ ในขณะที่ Clean Girl Makeup จะสไตล์สายฝอมากกว่าเล็กน้อยคือเน้นงานผิวฉ่ำ เซ็ทให้คิ้วตั้ง และโชว์โครงหน้าชัดเจน
ให้โฟกัสที่ใบหน้า 4 จุด คือ ผิวหน้า คิ้วและตา แก้ม และปาก โดยเริ่มจาก
- เตรียมผิวให้ชุ่มชื้นแล้วลงคุชชั่นซอฟต์แมตต์บางเบาเฉพาะจุด
- ทาตา คิ้ว และแก้มด้วยเมคอัพโทนสีอ่อนหรือสีตุ่น เช่น Nude, Neutral
- ปิดด้วยการทาลิปสติกเนื้อซอฟต์แมตต์จากข้างในแล้วเกลี่ยขอบปากให้ฟุ้งนัว
- สามารถเติมไฮไลท์ตามเหนือคิ้ว หัวตา และ สันจมูกได้เพื่อเพิ่มมิติให้ลุค
แนะนำตามจุดเน้นหลักๆ ของลุคปรุงจืด 4 ส่วน
- งานผิว: Jung Saem Mool Essential Skin Nuder, Laneige Neo Cushion Matte
- งานตา: Dasique Shadow Palette, CANMAKE Silky Souffle Eyes
- งานแก้ม: fwee Blurry Pudding Pot, Meilinda Chiffon Ribbon Blush
- งานปาก: 4U2 Matte Balm, Srichand Feelin’ Me Matte Liquid Lip
สรุป แต่งหน้าปรุงจืดด้วยเมคอัพน้อยชิ้น โทนสีอ่อนและเทคนิคเบลนด์ให้นัว จะได้งานผิวสวยที่ไม่ดูป่วย
ย้ำอีกทีว่าเทคนิคการแต่งหน้าปรุงจืดให้สวยไม่ดูป่วย สิ่งที่สำคัญคืออย่าลืมเลือกโทนสีเมคอัพที่อ่อนลงและตุ่นขึ้นกว่าทุกครั้ง และการลงตามขั้นตอนที่ไม่ต้องเยอะ แต่เน้นเลือกประเภทของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะที่สุด เช่น ใช้คุชชั่นแทนรองพื้น หรือใช้เนื้อสัมผัสทินต์หรือบาล์ม รวมถึงเนื้อแมตต์หรือซอฟต์แมตต์เพื่อเพิ่มความฟุ้งและนัวได้ดีกว่าเดิม
ส่วนเรื่องของวิธีการแต่งทุกคนสามารถเอาไปปรับกับการแต่งหน้าในแบบของตัวเองได้ แต่ถ้าใครมือใหม่มาก ๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจก็สามารถตามไปใช้บริการกับช่างแต่งหน้าตามพิกัดช่างแต่งหน้าฝีมือดีที่ลิสต์ไว้ให้ก็ได้ ไม่ต้องคิดนานเพราะลุคปรุงจืดก็มีข้อดีหลายข้อ ทั้งการลดจำนวนการใช้เครื่องสำอาง แถมอาจจะได้ผิวหน้าที่ดีขึ้นด้วยเพราะการแต่งหน้าหนาแน่น ต้องใช้รองพื้นเนื้อหนัก คอนซีลเลอร์ และแป้งพัฟหลายชั้น ซึ่งอาจเข้าไปสะสมและขัดขวางการระบายน้ำมันในรูขุมขน ในขณะที่การแต่งหน้าปรุงจืดเน้นความบางเบา แต่งน้อย จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิวอุดตัน (Comedones) ได้ตามที่แพทย์ผิวหนังทัมักแนะนำอยู่เสมอนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ tourboxtech และ YouTube Archita Station
บทความแนะนำที่น่าสนใจ

Clean girl makeup เทรนด์แต่งหน้าเบา คลีนแต่แกลม ดูดีแบบลูกคุณหนู | บทความของ pumxpurin | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/what-is-clean-girl-makeup-trend-219052

เทรนด์แต่งหน้าเปิดผิว Barely There เมื่อการปกปิดแบบเนียนกริบไม่จำเป็นอีกต่อไป | บทความของ CutenessCorner | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/barely-there-makeup-trend-95810

Soft Glam Makeup ทริคแต่งหน้าสไตล์เรียบหรู สวยติดแกลม เหมาะกับทุกโอกาส | บทความของ Pitch Pitchayatida | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/96087


