1. SistaCafe
  2. ผมหยักศกหญิง ตัดทรงไหนดี ? ทริคเลือกทรงสวยและวิธีดูแลให้ไม่ฟู

มีลอนแล้วเหลือรอให้สวย ! ชีวิตสาวผมหยักศกเค้ารู้กันค่ะ จะไว้ยาวลอนก็แตก จะตัดสั้นก็กลัวฟู 🥲 ไหนจะมองลุครวม ๆ แล้วดูไม่เป็นทรงอี๊ก หลายคนคงมองว่า เป็นไทป์ผมที่จัดการยากใช่มั้ยล่ะคะ ? แต่ถ้ามองอีกมุมต้องบอกว่า ผมหยักศก ของพวกเรานี่แหละค่ะ มีเสน่ห์สุด ๆ 💘 บทความนี้เลยจะมาเปลี่ยนความยุ่งยากให้กลายเป็นความสนุกแพรวพราว ชวนเพื่อน ๆ เจาะลึกทำเข้าใจผมหยักศก และไทป์ของเส้นผมแต่ละแบบ รวมถึงการเลือก ผมหยักศกหญิง ตัดทรงไหนดี ? ไปจนถึงทริคการดูแลผมหยักศก ให้สวยมีวอลลุ่มเป็นธรรมชาติ ถ้าพร้อมแล้วเรามาทวงคืนความมั่นใจให้ชาวผมหยักศกกัน ✨


เลือกอ่านตามหัวข้อ

Profile picture of parae

parae

บรรณาธิการ/Supervisor

Content Manager

นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี

ผมหยักศกเป็นแบบไหน


ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ผมหยักศก (Wavy Hair) ก็เหมือนกับเป็น "ลูกครึ่ง" คือมีลักษณะเส้นผมที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ผมตรง (Straight Hair) ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบตรง กับ ผมหยิก (Curly Hair) ที่ม้วนแน่นเป็นสปริงอย่างชัดเจน โดยผมหยักศกจะมีลักษณะเด่นเป็น คลื่น หรือ ลอนรูปตัว 'S' ที่ดูหลวม ๆ งอเป็นลอยตามธรรมชาติ

แล้วเพื่อน ๆ เคยนึกสงสัยกันไหมคะว่าคำว่า "หยักศก" เนี่ยหมายถึงอะไร ? จะบอกว่า จริง ๆ แล้วมันตรงตัวมากเลยค่ะ คำว่า "หยัก" คือ ลักษณะที่ไม่ตรง, เป็นคลื่น หรืโค้งงอ ส่วนคำว่า "ศก" (สก) นั้นเป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต/บาลี ที่แปลว่า "ผม" พอมารวมกัน "หยักศก" ก็คือ "ผมที่มีลักษณะเป็นคลื่น" นั่นเองค่ะ !

นอกจากนี้เชื่อว่าหลายคนต้องเคยสับสนระหว่างผมหยักศกกับผมหยิก และเผลอเอา 2 คำนี้มาปนกันบ้างแหละ แต่ที่จริงแล้วทั้งสองรูปแบบต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ เอาแบบนี้นะคะจำคีย์เวิร์ดง่าย ๆ เลย ผมหยักศก คือ "คลื่น" แต่ ผมหยิก คือ "ขดสปริง" จุดสังเกตง่าย ๆ คือ

  • ผมหยักศก ลอนจะเป็นตัว S หลวม ๆ ที่ทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วง และมักจะงอกออกมาตรง ๆ บริเวณโคนผม แล้วค่อย ๆ เริ่มเป็นคลื่นในช่วงกลางผมลงมาถึงปลาย
  • ผมหยิก จะมีลักษณะเป็นวงแหวน หรือขดสปริงที่ชัดเจนมาก ๆ ค่ะ ลอนจะขดแน่นกว่า และส่วนใหญ่จะเริ่มม้วนขดเป็นลอนตั้งแต่โคนผมติดหนังศีรษะเลย ด้วยความที่ผมหยิกขดแน่นกว่ามาก ๆ ทำให้น้ำมันธรรมชาติจากหนังศีรษะไปเลี้ยงปลายผมได้ยากกว่า ผมหยิกจึงมักจะแห้ง และต้องการบำรุงที่เข้มข้นมากกว่าผมหยักศกค่ะ

จุดเด่นของผมหยักศก

  • วอลลุ่มธรรมชาติ: ผมหยักศกมักจะมีวอลลุ่มในตัว ไม่ลีบแบนติดหนังศีรษะ
  • จัดทรงง่าย: ไม่ว่าจะอยากไดร์ตรงก็ทำง่าย หรืออยากจะม้วนลอนเพิ่มก็ติดทนนานกว่า
  • ดูมีมิติ: เส้นผมมีเท็กซ์เจอร์ในตัว ช่วยทำให้ลุคดูซอฟต์ และมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ

จุดด้อยของผมหยักศก

  • ชี้ฟูง่ายมาก: ผมหยักศกมักจะสูญเสียความชุ่มชื้นง่าย ทำให้ผมฟูได้ง่ายทที่สุด
  • ลอนไม่สม่ำเสมอ: บางวันตื่นมาลอนสวยกำลังดี แต่พออีกวันลอนกลับคลายตัวซะงั้น หรือบางทีผมด้านบนตรงแต่ปลายหยักศกก็มีนะ
  • พันกันง่าย: ด้วยความที่เป็นคลื่น จึงทำให้ผมพันกันง่ายกว่าผมตรง

คลิปจากช่อง Hang ยูทูบเบอร์สาวที่มักจะทำคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลผมหยักศกเธอบอกถึงปัญหาที่คนกลุ่มนี้ต้องเจอบ่อยๆ ว่า "If you have hair that looks like this you probably have wavy hair and it could look like this - ถ้าคุณมีผมที่ดูเหมือนภาพนี้ คุณอาจจะมีผมหยักศก และมันอาจจะดูเป็นแบบนี้ (ภาพผมไม่เป็นทรงทางซ้าย)" แต่ไม่เป็นไรเธอมีทริคดูแลผมที่ลองทำแล้วดีด้วยตัวเองมาแล้ว มือใหม่ที่เพิ่งหัดลองดูแลผม ลองตามไปดูกันแล้วจะได้ทริคติดตัวกลับมาแน่นอน !


ประเภทของผมหยักศก



ผมคลื่นเหมือนกัน แต่จะมาเป็นหยักศกแบบเดียวกันไม่ได้ ! บอกเลยว่า ผมหยักศกมีรายละเอียดแบ่งย่อยอีกหลายแบบค่ะ ตามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมหลายคน ๆ มักใช้ระบบ “Andre Walker Hair Typing System” หรือ ระบบการแบ่งประเภทเส้นผมที่คิดค้นโดย Andre Walker ช่างทำผมของ Oprah Winfrey เพื่อจำแนกสภาพเส้นผมจากผมตรงไปจนถึงผมหยิกขอดในการเป็นมาตรฐานจำแนกลักษณะเส้นผม ซึ่งจะแบ่งตาม รูปแบบของลอน (Curl Pattern) เป็นหลัก ซึ่งผมหยักศกทั้งหมดจะถูกจัดอยู่ในไทป์ 2 (Type 2) และแบ่งย่อยออกไปได้อีก 3 ระดับ คือ 2A, 2B, และ 2C ทำความเข้าใจง่าย ๆ คือ ตัวอักษรที่ตามหลังยิ่งสูง ก็ยิ่งหมายถึงลอนที่ยิ่งแน่นขึ้น และมีแนวโน้มที่จะชี้ฟูมากขึ้นนั่นเอง

  1. ผมหยักศกไทป์ 2A (The Subtle Wave)
  • ลอนผม: ลอนคลื่นจะหลวมมาก ๆ จนเกือบจะตรง โดยคลื่นมักจะเริ่มเห็นได้ชัดเฉพาะในช่วงกลางผมถึงปลายผมเท่านั้น
  • จุดสังเกต: บริเวณโคนผมเกือบจะตรง เลยทำให้เป็นไทป์ที่มักจะขาดวอลลุ่มที่โคนมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นไทป์ที่จัดทรงได้ง่ายที่สุดด้วย เรียกได้ว่าไดร์ตรงสบาย ๆ เลยละค่ะ
  • ลักษณะเส้นผมและน้ำหนัก: มักเป็นคนที่มีผมเส้นเล็ก ถึงผมหนาปานกลาง ทำให้ผมดูไม่หนาแน่นนัก
  • ตัวอย่างคนดัง: Jennifer Aniston กับบทบาท Rachel Green จากซีรีส์ Friends ลอนผมของแม่นี่แหละค่ะ เป็นตัวอย่างที่คลาสสิกของผมหยักศกแบบ 2A ที่มีโคนตรง และคลื่นเบา ๆ พลิ้วไหวที่ส่วนปลาย

  1. ผมหยักศก ไทป์ 2B (The Mid-Wave)
  • ลอนผม: ลอนคลื่นเป็นรูปตัว 'S' ชัดเจนมากขึ้น โดยจะเริ่มเห็นลอนตั้งแต่ช่วงกลางศีรษะลงไป แต่โคนผมยังคงไม่ยกตัวมาก
  • จุดสังเกต: เป็นไทป์ที่มีความหนาแน่นปานกลาง และมักจะมีปัญหาผมชี้ฟูได้ง่ายกว่า 2A โดยเฉพาะในสภาพอากาศชื้น เพราะลอนผมมีความต้องการความชุ่มชื้นสูง และลอนจะเริ่มจัดทรงได้ยากขึ้น ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จับลอนช่วย
  • ลักษณะเส้นผมและน้ำหนัก: มักเป็นคนที่มีผมเส้นใหญ่ หรือผมหนา ทำให้น้ำหนักผมเยอะ และดึงลอนให้คลายตัวลง
  • ตัวอย่างคนดัง: Catherine Laga'aia กับบทบาท Moana ในเวอร์ชัน Live Action จากตัวอย่างภาพยนตร์ที่ออกมาล่าสุด เราจะเห็นได้เลยว่าผมของโมอาน่าจะแสดงให้เห็นลอนคลื่นที่สวยงามชัดเจน เป็นลอนคลื่นหลวม ๆ แบบ 2B ที่ดูพลิ้วไหว มีความเป็นธรรมชาติ (แต่ในบางซีนอาจมีการจัดทรงเป็นผมหยักศกไทป์ 2C ได้เช่นกัน)

  1. ผมหยักศก ไทป์ 2C (The Borderline Curl)
  • ลอนผม: ลอนคลื่นเป็นรูปตัว 'S' ที่แน่นมาก และเริ่มเห็นลอนตั้งแต่โคนผมติดหนังศีรษะ เลยทำให้ผมมีวอลลุ่มมากที่สุด เมื่อเทียบกับไทป์อื่น ๆ
  • จุดสังเกต: อาจมีเส้นผมบางส่วนเริ่มม้วนตัวเป็นเกลียว หรือ ขดสปริง (Ringlets) เล็ก ๆ ผสมอยู่  ถือเป็นไทป์ที่ควบคุมได้ยาก และมักจะมีปัญหาชี้ฟูมากที่สุดด้วย เพราะลอนที่แน่นทำให้ความชุ่มชื้นกระจายไปทั่วเส้นผมได้ยาก
  • ลักษณะเส้นผมและน้ำหนัก: มักเป็นคนที่มีผมเส้นใหญ่ และผมหนา ทำให้ผมมีน้ำหนักมากและมักจะดูพองฟู
  • ตัวอย่างคนดัง: Emma Watson กับบทบาท Hermione Granger จาก Harry Potter ภาคแรกแสดงถึงผมหยักศกแบบ 2C ที่มีความหนาแน่นสูง และค่อนข้างชี้ฟู

ทริคเลือกทรงผมสำหรับผมหยักศก


  1. สื่อสารกับช่างให้ชัดเจน : ถ้าไปที่ร้านตัดผมแล้วอยากได้ผลลัพธ์ปังต้องบรีฟเป็นค่ะสาว ลักษณะเส้นผมของเราเอย เรฟทรงผมที่ชอบเอย รวมถึงระดับการดูแลที่ตัวเองทำได้ อธิบายให้ช่างเข้าใจถึงเท็กซ์เจอร์ และไลฟ์สไตล์ของเรา เพื่อให้ดีไซน์ทรงผมที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผมของเราพองฟู หรือจัดทรงยากเกินไปเมื่อกลับไปทำเองที่บ้าน
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ล็อกลอน : สำหรับผมหยักศกไทป์ 2B และ 2C ที่มีปัญหาชี้ฟู ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Leave-in Conditioner หรือครีมบำรุงแบบไม่ต้องล้างออก เพื่อช่วย เพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้าทำร้ายเส้นผมจนเกิดความฟู
  3. ย้อมสีผมแบบบาลายาจ หรือไฮไลต์ : ใครที่รู้สึกว่าผมหยักศกสีเข้มสีเดียวดูทื่อ หรือดูเป็นก้อน ให้ลองทำ Balayage หรือ Highlights สีอ่อนลงประมาณ 2-3 ระดับดูค่ะ ทริคนี้จะช่วยขับลอนผม และความโค้งเว้าของคลื่นให้ชัดเจนขึ้น
  4. รู้จักความยาวที่ใช่ : เพราะความยาวมีผลต่อลอนผม
  5. ลงทุนกับหัวเป่ากระจายลม (Diffuser) : หลังใส่ผลิตภัณฑ์เซตผมแล้ว แนะนำให้ใช้ Diffuser หรือ หัวเป่ากระจายลมต่อกับไดร์เป่าผมทุกครั้ง เพื่อช่วยกระจายลมร้อนออกไปอย่างอ่อนโยน ทำให้ผมแห้งช้าลง คงรูปลอนไว้ได้โดยไม่ถูกลมแรงทำลายจนแตก และเกิดความชี้ฟู
  6. ห้ามหวีผมหยักศก ตอนผมแห้งสนิท : การหวีผมตอนแห้งจะทำให้ลอนแตก และเกิดไฟฟ้าสถิต ทำให้ชี้ฟูกว่าเดิม แนะนำควรใช้หวีซี่ห่าง หรือแปรงที่ออกแบบมาสำหรับผมหยักศก/หยิก หวีตอนผมเปียกน้ำหมาด ๆ หรือตอนที่ใส่ครีมนวดแล้วเท่านั้นค่ะ

เลือกดูผลิตภัณฑ์ที่ช่วยจับลอนผมตัวดังใช้ดีต่อได้ที่นี่


แนะนำทรงผมสำหรับสาวผมหยักศก สวย ๆ ช่วยเสริมลุค


เอาละค่ะ มาถึงพาร์ตที่รอคอยกันแล้ว เชื่อว่ามีชาวผมหยักศกหลายคนที่มีทรงผมในใจแต่ไม่กล้าทำกันอยู่ใช่มั้ยคะ ? ไม่ว่าจะเป็นการซอย, การตัดผมสั้น, หรือแม้แต่การไล่ระดับผมเป็นเลเยอร์ เพราะด้วยลักษณะเส้นผมที่ชี้ฟูง่าย และไม่คงรูปแน่นอน จึงกลัวว่าทำออกมาแล้วจะดูบานไม่สวยบ้าง ดูไม่เป็นทรงบ้าง แต่วันนี้เราจะมาแนะนำไอเดียสำหรับคนผมหยักศก ที่จะช่วยเสริมลุคให้สวยดูดี และเข้ากับสภาพเส้นผมตามธรรมชาติของเรากัน


ผมบ๊อบสั้น หยักศก


ทรงผมบ๊อบ (Bob Cut) คือ ทรงผมสั้นคลาสสิก ที่มีความยาวตั้งแต่ระดับคางไปจนถึงบ่า ทรงบ๊อบเป็นทรงที่เหมาะกับการเล่นเลเยอร์สำหรับผมหยักศก โดยแบบที่เหมาะกับคนผมหยักศกแบ่งเป็น 2 สไตล์

  • บ๊อบเลเยอร์ (Layered Bob / Shaggy Bob): เป็นการตัดที่เพิ่มเลเยอร์เข้าไปด้านใน และด้านบนของผม เพื่อลดน้ำหนักของเส้นผม และทำให้ลอนผมแต่ละชั้นมีพื้นที่สปริงตัวได้แบบเต็มที่ ลุคที่ได้จะไม่ดูหนา หรือเป็นก้อน
  • บ๊อบทุย / บ๊อบ A-Line: เป็นบ๊อบที่ด้านหลังจะสั้น และทุยกว่า ส่วนด้านหน้าจะยาวกว่าเล็กน้อย ทรงนี้ช่วยสร้างกรอบหน้าให้ดูเรียวมากขึ้น แต่ต้องทำเลเยอร์ผมด้านในด้วยนะถึงจะเวิร์ก

ข้อดีของทรงผมบ๊อบ

  1. ควบคุมน้ำหนักได้ดี: ความยาวที่สั้นลงช่วยให้ผมหยักศก Type 2C ไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป ลอนผมจะไม่ถูกดึงไปตามแรงโน้มถ่วง และสปริงตัวได้ลอนสวย
  2. ประหยัดเวลาเซตผม: ผมที่สั้นลงทำให้ผมแห้งเร็วขึ้น ช่วยลดเวลาในการเป่าผม และการจัดแต่งทรงในแต่ละวัน
  3. เพิ่มความสดใสให้ลุค: บ๊อบสั้นจะช่วยให้ลอนผมดูมีชีวิตชีวา และดูมีวอลลุ่มแบบที่ไม่ดูแก่

สไตล์บ๊อบที่ใช่ สำหรับสาวผมหยักศก

  • สำหรับคนผมบาง และหยักศกเบาๆ (Type 2A): แนะนำเป็นผมบ๊อบที่มีความยาวระดับคางแบบมีเลเยอร์เบาๆ เพราะการตัดสั้นจะช่วยเพิ่มวอลลุ่มที่โคนผมได้ดี ทำให้ผมดูพองขึ้น และไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงหนักเกินไป
  • สำหรับคนผมหนา และฟูง่าย (Type 2C): แนะนำควรเลือกบ๊อบที่เน้นตัดเลเยอร์ (Shaggy Bob) เพราะจะช่วยควบคุมความฟู และทำให้ผมไม่กลายเป็นทรงสามเหลี่ยม ลอนผมจะสปริงตัวได้สวยกว่า แถมยังสามารถปล่อยผมให้แห้งเองได้ โดยลอนยังคงอยู่ทรงอีกด้วย
  • สำหรับคนเวลาน้อย หรือไม่ถนัดเซต: บอกเลยว่า การตัดบ๊อบเลเยอร์ แล้วเป่าผมให้แห้งคือคำตอบค่ะ ! นอกจากนี้ถ้าใครที่อยากให้ผมดูมีมิติขึ้น แนะนำทำสีผม Balayage เลยค่ะ เพราะจะยิ่งทำให้ลอนผมของเราดูเด่นขึ้น ได้ลุคสาวแฟชั่นไอคอนไปแบบง่าย ๆ

ทริคแต่งผมบ๊อบหยักศก

  1. เครื่องหนีบผม: แนะนำให้ใช้หนีบผมเฉพาะโคนผมด้านบน ในวันที่ต้องการลดวอลลุ่มลง หรือหนีบปลายผมให้งุ้มเข้าเล็กน้อย จะช่วยให้ลุคดูหรูสุภาพขึ้นมาทันทีเลยละค่ะ
  2. กิ๊บหนีบผมตัวใหญ่: ในวันที่ลอนผมไม่เป็นทรง ลองใช้กิ๊บหนีบผมตัวใหญ่ช่วยดูนะคะ หนีบรวบผมครึ่งหัวแบบยุ่ง ๆ ไปเลย หรือจะใช้กิ๊บติดผมด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเปิดกรอบหน้า ทริคนี้จะช่วยดึงความสนใจไปที่กิ๊บแทนความฟูของผมได้นั่นเอง
  3. ตัดหน้าม้าปัดข้าง: หน้าม้าปัดข้าง หรือ Curtain Bangs จะช่วยทำให้กรอบหน้าดูซอฟต์ลง ดูเด็ก และเข้ากับผมสั้นหยักศกได้เป็นดี

ทรงผมหยักศก LOB ประบ่า



ทรง LOB หรือ Long Bob คือ ทรงผมที่มีความยาวระดับบ่า-ยาวเลยบ่าลงมาเล็กน้อย ถือได้ว่าเป็น "Golden Length" หรือความยาวที่เริ่ดที่สุด สำหรับสาวผมหยักศก เนื่องจากความยาวที่ไม่สั้นเกินไปจนดูแลยาก และไม่ยาวเกินไปจนทำให้ผมหนักและลีบแบน แถมยังเป็นทรงผมที่เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่อยากตัดผมสั้นเกินไปอีกด้วย

ข้อดีของทรงผม LOB

  1. คงลอนผมได้ดีที่สุด: LOB มีน้ำหนักพอเหมาะที่จะดึงลอนผมให้ทิ้งตัวลงมาอย่างสวยงาม ทำให้ลอนผมไม่คลาย และไม่ดีดพองฟูเกินไป
  2. ช่วยเพิ่มวอลลุ่มที่โคน: เมื่อตัดความยาวระดับบ่า และมีการตัดเพิ่มเลเยอร์ จะช่วยให้ผมยกตัวขึ้นเล็กน้อย ทำให้ผมที่เคยลีบแบนบริเวณโคนดูมีวอลลุ่มและไม่แบนราบ
  3. เปลี่ยนสไตล์ได้เยอะ: ด้วยความยาวของ LOB ทำให้ไม่ว่าจะรวบผมมัดหางม้า หรือทำบันก็สบาย !

สไตล์ LOB ที่ใช่ สำหรับสาวผมหยักศก

  • สำหรับคนผมบาง และหยักศกเบาๆ (Type 2A): ควรเน้น LOB ตัดตรงแบบมี Long Layer ที่ปลายเล็กน้อย เพราะความยาวที่เลยบ่าลงมาจะช่วยให้ผมดูหนา เหมาะกับคนที่มีผมเส้นเล็ก โดยเราจะตัดเลเยอร์แค่ช่วงปลายเท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงที่ผมจะดูบาง หรือฟูเกินไป
  • สำหรับคนผมหนา และหยักศกชัด (Type 2B/2C): ทรงที่ใช่สุด ๆ ก็ต้อง Shaggy LOB หรือ LOB สไลด์เลเยอร์สูงเลยค่ะ เพราะการเพิ่มเลเยอร์ตั้งแต่ระดับคางลงมาจะช่วยให้ลอนผมบริเวณด้านข้างไม่พองออก และเพิ่มความพลิ้วไหวมากขึ้น
  • สำหรับสไตล์หน้าม้า: LOB จะเข้าได้ดีที่สุดกับ หน้าม้าปัดข้าง หรือ Curtain Bangs ซึ่งจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น แถมยังสามารถปล่อยให้หน้าม้าแห้งตามธรรมชาติไปพร้อมกับลอนผมได้ง่าย

ทริคแต่งผม LOB หยักศก

  1. เปลี่ยนแสกเพิ่มวอลลุ่ม: ในวันที่ผมดูแบนราบ ลองเปลี่ยนจากการแสกกลางมาเป็น แสกข้างแบบลึก หรือการแสกแบบซิกแซ็กเบา ๆ จะช่วยยกโคนผมให้ดูมีวอลลุ่ม และเสริมลุคให้ดูเก๋
  2. ตกแต่งด้วยยางรัดผม: เพิ่มลูกเล่นง่าย ๆ ด้วยการใช้ยางรัดผมผ้า หรือ Scrunchies สีสันสดใสรวบผมหางม้าต่ำ ๆ หรือมัดผมครึ่งหัว โซคิวท์เวอร์ ! 
  3. เสริมด้วยลอน Beach Waves : สำหรับวันที่ต้องการให้ลอนดูสม่ำเสมอ แนะนำให้ใช้แกนม้วนผมขนาดใหญ่ (ประมาณ 1.5 นิ้ว) ม้วนแค่เฉพาะลอนที่ดูคลายตัว เท่านี้ก็จะได้ลอนคลื่นที่ดูเป๊ะขึ้นแล้วค่ะ

ทรง Pixie Cut



ทรงผม Pixie Cut คือ การตัดผมสั้นที่เน้นตัดแบบไล่เลเยอร์ด้านบน เพื่อสร้างวอลลุ่ม และตัดด้านข้างและด้านหลังให้สั้นกระชับ เป็นทรงที่เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนลุคใหม่ ๆ รับรองเลยว่า ฟินิชลุคคือเก๋ คือโดดเด่นไอคอนิกสุด ๆ 

ข้อดีของทรงผม Pixie 

  1. ควบคุมความฟูได้ดีที่สุด: เนื่องจากเป็นผมที่สั้นมาก ทำให้น้ำหนักของเส้นผมน้อย ลอนผมจึงสามารถสปริงตัวได้เต็มที่ตั้งแต่โคนผม
  2. ผมมีวอลลุ่มตั้งแต่โคน: การตัดแบบ Pixie จะมีการไล่เลเยอร์ที่ด้านบนศีรษะ ทำให้ผมหยักศกยกตัวขึ้น และดูมีวอลลุ่มแบบไม่ต้องเซตเยอะ
  3. ใช้เวลาจัดแต่งน้อย: ผมจะแห้งเร็วมากหลังสระ และแค่จัดแต่งทรงเล็กน้อยก็สามารถอยู่ทรงได้ตลอดทั้งวันแล้ว

สไตล์ Pixie ที่ใช่ สำหรับสาวผมหยักศก

  • สำหรับผมทุกไทป์ (2A - 2C): ทรงที่อยากแนะนำคือ Messy Pixie ค่ะ เป็นการตัดเน้นเลเยอร์ที่ทำให้ลอนผมดูยุ่ง ๆ มีสไตล์แบบเป็นธรรมชาติ 
  • สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนลุค: ขอป้ายยาทรง Long Pixie หรือ Pixie ที่ด้านหน้าค่อนข้างยาว เพื่อให้สามารถปัดผมด้านหน้าไปด้านข้าง หรือจะเสยผมด้านหน้าขึ้นเป็น Slicked Back ก็ปัง
  • สำหรับคนที่อยากเน้นกรอบหน้า: แนะนำเป็น Side-Swept Bangs หรือ หน้าม้าปัดข้างเพราะจะได้ลุคที่ซอฟต์กว่าหน้าม้าตัดตรง ช่วยดึงความสนใจไปที่ดวงตาและโหนกแก้ม

ทริคแต่งผม Pixie หยักศก

  1. เซตผมด้วยเนื้อ Wax: ทรง Pixie ไม่เหมาะกับการใช้มูส หรือเจลที่ทำให้ผมแข็ง แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อแว็กซ์แบบแมตต์ เพื่อสร้างเท็กซ์เจอร์ และควบคุมทิศทางของปลายผมให้ดูยุ่ง ๆ อย่างมีสไตล์
  2. กิ๊บเพชรเม็ดเล็ก: ติดปุ้บน่ารักปั้บ ! แค่แต่งด้วยกิ๊บประดับเพชรหรือมุกขนาดเล็ก โดยหนีบผมไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเน้นกรอบหน้า เท่านี้ก็ได้ฟินิชลุคที่ดูหวานละมุนขึ้นแล้ว
  3. เปลี่ยนสีผมให้สว่างขึ้น: ชวนมาเติมสีสันให้ลุคด้วยสีที่ดูโดดเด่นอย่าง ผมสีบลอนด์หม่น หรือ สีน้ำตาลอ่อน จะช่วยให้ทรงผมพิกซี่ของเราดูละมุนแบบสาวเกาหลีขึ้นมาทันที

ผมหยักศก Layer Cut ต่างๆ 



Layered Cut คือการตัดผมที่เน้นการเพิ่มเลเยอร์ที่ลดหลั่นกันไปทั่วศีรษะ โดยเฉพาะตั้งแต่ข้างแก้มลงไปจนถึงปลายผม ทั้งยังเป็นที่มาของทรงผมฮิตอย่าง Wolf Cut และ Shaggy Cut ที่เน้นเลเยอร์หนัก ๆ สร้างวอลลุ่มให้กับผม จนเป็นทรง No.1 ของใครหลายคน

ข้อดีของทรงผม Layer Cut

  1. ควบคุมน้ำหนักได้ดี: ทำให้ลอนผมไม่ถูกดึงจนยืดคลาย และเป็นวิธีที่จะป้องกันการเกิดทรงสามเหลี่ยม หรือ ผมที่มีลักษณะลีบโคน พองปลายได้
  2. เพิ่มมิติให้ทรงผม: เลเยอร์จะช่วยให้ลอนผมแต่ละชั้นสามารถสปริงตัวได้เต็มที่ ทำให้ผมดูมีชีวิตชีวา พลิ้วไหว และมีมิติมากขึ้น
  3. โชว์ลอนผมธรรมชาติ: เลเยอร์จะช่วยให้เห็นคลื่นรูปตัว S ของผมหยักศกได้ชัดมากขึ้น

สไตล์ Layer Cut ที่ใช่ สำหรับสาวผมหยักศก

  • สำหรับคนผมบาง และหยักศกเบาๆ (Type 2A): ควรเน้นเลเยอร์ที่ยาว และบางเบา โดยเริ่มตั้งแต่ระดับบ่าลงไป เพื่อรักษาความหนาของปลายผมเอาไว้ เพราะการสไลด์เลเยอร์ที่ด้านบนมากเกินไปจะทำให้ผมดูบางลง และวอลลุ่มหายไปค่ะ
  • สำหรับคนผมหนา และคลื่นชัด (Type 2B/2C): ทรงที่ใช่คือ Wolf Cut และ Heavy Layered Cut นั่นเองค่ะ ซึ่งเป็นการตัดเลเยอร์แบบจัดเต็ม ช่วยให้ลอนผมสปริงตัวได้ดี สร้างวอลลุ่มที่โคนผมได้ โดยไม่พองออกด้านข้าง
  • สำหรับคนที่ไม่อยากให้ผมดูบางจากด้านนอก: การตัด Internal Layers หรือเลเยอร์ซ่อนด้านใน จะช่วยให้ผมไม่ดูซอยบาง หากมองลุคโดยรวมจากภายนอก

ทริคแต่งผม Layer Cut หยักศก

  1. การพันลอนด้วยนิ้วมือ: หลังใส่คอนดิชันเนอร์แล้ว ลองใช้นิ้วมือพันลอนผมทีละช่อจากปลายจนถึงโคน ทริคนี้เหมาะกับเน้นลอนผมที่ไม่สม่ำเสมอ ให้กลับมาเป็นรูปสวยคมชัด
  2. การม้วนผมตอนนอน: เป็นทรีคการรักษาลอนผมยาวข้ามคืน โดยแนะนำให้รวบผมแบบหลวม ๆ ไว้บนศีรษะ จากนั้นใช้ผ้าคลุมผมเนื้อซาตินคลุมไว้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสียดสีกับหมอน ลดปัญหาชี้ฟูได้
  3. ใช้ครีมจับลอน หรือน้ำมันบำรุงผม: เพื่อเน้นลอนให้สวย และเพิ่มความเงางามให้กับปลายผมที่อาจแห้งง่าย

ผมหยักศกมัดจุก Bun


 


ทรงนี้สำหรับคนหยักศกที่ไว้ผมยาว ไม่ว่าจะตัดเป็นเลเยอร์หรือไม่ก็สามารถเกล้าผมให้สูงขึ้น หรือมัดจุก (Bun) ก็จะเป็นสไตล์ที่น่ารักเป็นพิเศษสำหรับผมหยักศกเลยละค่ะ เพราะลอนผมตามธรรมชาติจะช่วยสร้างเท็กซ์เจอร์ให้ผมดูมีวอลลุ่มเสริมลุคให้ชิคอย่างมีสไตล์ 

  • จุกมัดสูง: เป็นการรวบผมทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมดขึ้นไปมัดไว้กลางศีรษะ หรือสูงกว่าเล็กน้อย ทรงนี้ช่วยให้ช่วงคอดูสวย และเน้นกรอบหน้าชัดเจน
  • จุกครึ่งศีรษะ (Half Bun): เป็นการรวบผมแค่ส่วนบนของศีรษะแล้วมัดเป็นจุก ส่วนผมที่เหลือด้านล่างยังคงปล่อยให้ลอนผมคลายตัวตามปกติ ทรงนี้จะช่วยเพิ่มความพลิ้วไหว ทำให้ลุคดูสดใสมากขึ้น

ข้อดีของการมัดจุก

  • สร้างวอลลุ่มแบบไม่ต้องเซต: ลอนผมหยักศกจะช่วยให้จุกผมดูหนาฟูทันที 
  • ควบคุมความฟูเฉพาะจุดได้: การมัดจุกจะช่วยเก็บผมส่วนที่ต้องการความเรียบร้อยไว้ ทำให้ดูสะอาดตาได้แบบง่ายๆ แถมยังได้โชว์ลอนสวยในส่วนที่เหลืออีกด้วย
  • ช่วยถนอมลอนผม: เพราะการมัดผมแบบหลวม ๆ จะช่วยให้ผมไม่ถูกทำลายจากการนอน หรือการเสียดสี

สไตล์การมัดจุกที่ใช่ สำหรับสาวผมหยักศก:

  • สำหรับคนผมบาง และหยักศกเบาๆ (Type 2A): ทรงที่เหมาะจะเป็น จุกมัดสูงแบบยุ่งๆ ที่เน้นการรวบผมแบบหลวม ๆ แล้วดึงเส้นผมบริเวณโคนและจุกผมให้พองออกเล็กน้อยแบบสาวเกาหลี โดยทริคนี้จะช่วยลวงตาให้จุกดูหนา และมีวอลลุ่มมากขึ้น
  • สำหรับคนผมหนา และคลื่นชัด (Type 2B/2C): สามารถทำเป็น จุกครึ่งศีรษะ (Half Bun) ได้เลยค่ะ จุกผมส่วนบนจะดูหนา และฟูอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ผมส่วนล่างยังคงโชว์ลอนผมที่ชัดเจน เป็นสไตล์ที่ดูทะมัดทะแมง แถมยังน่ารักสดใส
  • สำหรับวันที่ผมไม่สระ: การทำจุกแบบแน่นๆ นี่แหละค่ะคือทางออก ! ในวันที่ผมเริ่มจับตัวเป็นก้อน ทรงนี้จะช่วยให้ลุคดูชิค และเนี้ยบขึ้นได้

ทริคแต่งทรงผมมัดจุก

  1. ปล่อยปอยผม: ก่อนมัดจุกให้ดึงปอยผมเล็กน้อย บริเวณด้านหน้าใบหูออกมา โดยเฉพาะปอยผมที่เป็นลอนหยักศก ซึ่งจะช่วยสร้างกรอบหน้าให้ดูซอฟต์ เซ็กซี่แบบเป็นธรรมชาติ
  2. ใช้ยางมัดผมผ้าซาติน / กำมะหยี่: เพิ่มความแกลม พร้อมป้องกันไม่ให้ผมเกิดรอยหักงอจากการรัดแน่น ช่วยลดการทำร้ายเส้นผมได้
  3. มัดจุกคู่ลดวัย: ลองแบ่งผมเป็นสองส่วนแล้วมัดจุกเล็ก ๆ ไว้ด้านบนทั้งสองข้าง เฉพาะส่วนที่เป็น Half Bun บอกเลยว่าเพิ่มความน่ารักได้แบบดับเบิล ดูเด็กลงไป 10 ปีค่ะ !

ทริคดูแลผมหยักศกให้ดูสวยยิ่งขึ้น


1. ขยำลอนชัดแบบ Squish to Condish 


หรือก็คือเทคนิคการใช้มือบีบผมขึ้นด้านบนระหว่างล้างครีมนวดออก เพื่อช่วยดันความชุ่มชื้นเข้าไปในเส้นผมและกระตุ้นลอนให้ฟู ขั้นตอนคือ

  1. สระผมด้วยแชมพูสูตร Sulfate-Free เช่น Yves Rocher Gentle Shampoo, AloEx Everyday Organic Shampoo เพื่อทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน และห้ามนวดปลายผมแรง ๆ ด้วยนะ
  2. ชโลมครีมนวดให้ทั่ว แล้วใช้ หวีซี่ห่าง หรือนิ้วมือ ค่อย ๆ สางผมในขณะที่ยังเปียก เพื่อคลายปมผมที่พันกัน
  3. ขณะที่ผมยังเปียกและมีครีมนวด ให้ใช้มือวักน้ำแล้วขยำเส้นผมจากปลายขึ้นไปถึงโคน ทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้ผมดูดซับความชุ่มชื้นอย่างเต็มที่
  4. เมื่อล้างครีมนวดออกหมดแล้ว ในขณะที่ผมยังเปียกให้บีบครีมจับลอนลงบนฝ่ามือ แล้วใช้นิ้วมือสางผมให้ครีมกระจายตัว (Raking) หรือใช้วิธีประกบผมไว้ระหว่างฝ่ามือแล้วรูดลงก็ได้เช่นกัน

แชมพูสูตรปราศจากซัลเฟต Yves Rocher Gentle Shampoo

พูดถึงแชมพูสูตรอ่อนโยนก็ต้องแบรนด์นี้เลยค่ะกับ Yves Rocher Gentle Shampoo ยาสระผมสำหรับดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่บอบบางแพ้ง่าย มีส่วนผสมของน้ำนมเกาลัดออร์แกนิก (Organic Chestnut Milk) และส่วนผสมจากธรรมชาติมากถึง 95% บำรุงเส้นผมนุ่มสลวย ชุ่มชื้น ไม่พันกัน ที่สำคัญยังปราศจากซัลเฟต และซิลิโคน ไม่ทำร้ายสุขภาพผมของเราแน่นอนค่ะ

ราคา: 660 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


แชมพูไม่มีซัลเฟต AloEx Everyday Organic Shampoo

แบรนด์แชมพูสมุนไพรออร์แกนิกอย่าง AloEx Everyday Organic Shampoo กลิ่น Floral Sunshine สำหรับใครที่มีปัญหาผมขาดร่วง ตัวนี้ช่วยได้ดีเลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมจากอาร์แกน ออยล์ ดูแลผมเสียให้นุ่มชุ่มชื้น ไม่พันกัน เหมาะกับเพื่อน ๆ ที่ต้องการสระผมเป็นประจำ บอกเลยว่าไม่ทำร้ายเส้นผม แถมยังช่วยให้ผมหอมละมุนอีกด้วย

ราคา: 295 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


2. ใช้ไดร์เป่าผมหัวเป่ากระจายลมคุมความฟู


สำหรับชาวผมหยักศก Diffuser หรือ หัวเป่ากระจายลม ถือว่าเป็นไอเทมที่ต้องมีติดบ้านเลยค่ะ อย่างที่เราเคยเห็นกันเช่นของ Dyson Supersonic Nural และ LESASHA LUXE ION+ BIO-CERAMIC เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมความฟู และทำให้ลอนผมหยักศกอยู่ทรงสวยชัดเจน เป่าแล้วช่วยให้ผมแห้งได้ โดยไม่ทำลายรูปร่างของลอนผมที่เพิ่งเซตไว้ สำหรับวิธีเป่าผมมีขั้นตอนดังนี้

  1. ถือ Diffuser ให้เป่าโฉบอยู่รอบศีรษะ ไม่ให้หัวเป่าสัมผัสกับเส้นผมโดยตรงเพื่อช่วยให้บริเวณโคนผมแห้งและเริ่มเซตตัวได้ก่อนโดยไม่ทำลายลอนผม
  2. เมื่อผมเริ่มหมาด ให้ค่อย ๆ ตักช่อผมขึ้นไปวางไว้บนหัวเป่า Diffuser โดยให้หัวเป่าชิดกับหนังศีรษะมากที่สุด แล้วปล่อยให้ผมแห้งประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที
  3. เป่าผมไปเรื่อย ๆ ทีละส่วน จนผมแห้งประมาณ 80-90% จะเริ่มรู้สึกได้ว่าผมเริ่มมีความแข็งตัวคล้ายเปลือกบาง ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ลอนผมถูกล็อกไว้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีทริคเล็กๆ สำหรับการเป่าผมของคนผมหนาที่มีผมหยักศกที่บทความ How to recreate Julia Roberts’ new tousled lob จาก Harper's BAZAAR แนะนำเอาไว้ด้วยว่า "For thicker textures, section off the hair and work around the head from the underneath first. - สำหรับเส้นผมที่หนา ควรแบ่งผมออกเป็นส่วน ๆ และเริ่มทำงาน (เซต/เป่า) จากชั้นผมด้านล่างก่อน" แบบนี้ก็จะทำให้ผมผมแห้งและอยู่ทรงสวยได้ดี


เครื่องเป่าผม หัวกระจายลม Dyson Supersonic Nural

Dyson รุ่น Supersonic Nural ออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ปกป้องเส้นผมเกิดใหม่ มาพร้อมโหมดปรับความร้อน และลมให้อัตโนมัติ ระบบตรวจจับการหยุดพักอัตโนมัติ ลดแรงลมอัตโนมัติเมื่อวางเครื่องลง เรียกได้ว่าสะดวกเวอร์ แถมยังมีคุณสมบัติเป่าแห้งไว เส้นผมไม่ถูกทำร้ายจากความร้อน ที่สำคัญมีหัวเป่ามาให้มากถึง 5 แบบ ทั้งหัวเป่าลมนุ่มนวล, หัวเป่าจัดแต่งทรง, หัวเป่าเรียบ, หัวเป่าลดผมชี้ฟู และหัวเป่ากระจายลม ชาวผมหยักศกมีตัวนี้ตัวเดียวจบ

ราคา: 18,900 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


ไดร์เป่าผม หัวกระจายลม LESASHA LUXE ION+ BIO-CERAMIC


อีกแบรนด์ยอดฮิตอย่าง LESASHA ที่มาพร้อมรุ่น LUXE ION+ BIO-CERAMIC ไดร์เป่าผมถนอมเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยนวัตกรรมไบโอเซรามิก ดีไซด์แบบรังผึ้ง เปลี่ยนความร้อนเป็นคลื่นฟาร์อินฟราเรด และพลังไอออนช่วยลดไฟฟ้าสถิต ทำให้ผมแห้งไว คงความชุ่มชื้น ไม่ทำร้ายผม แถมใช้งานง่ายปรับอุณหภูมิด้วยปุ่มเดียว เหมาะกับคนที่มีผมหยักศก เพราะนอกจากจะมีหัวเป่าลมปกติมาให้แล้ว ยังมีหัวเป่ากระจายลมมาให้ด้วย

ราคา: 3,490 บาท

พิกัด: Lesasha, Lazada, Shopee


3. บำรุงผมล้ำลึกด้วย มาสก์เชียบัตเตอร์ 


ไม่ว่าจะผมหยิกหรือผมหยักศก ต่างก็เป็นไทป์เส้นผมที่ต้องการการบำรุงมากเป็นพิเศษ ดังนั้นเทคนิคในข้อนี้เลยจะแนะนำให้ใช้มาสก์บำรุงผมเข้มข้น หรือ Deep Conditioning Mask หรือ Protein Treatment อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แทนครีมนวดผม เน้นชโลมมาสก์ตั้งแต่ช่วงกลางผมถึงปลายผม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-30 นาที โดยเฉพาะมาสก์ที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์ (Shea Butter) เช่น The Body Shop Shea Butter Richly Replenishing Hair Mask ซึ่งเป็นน้ำมันธรรมชาติเข้มข้น หรือ Dove Advanced Keratin Treatment Mask Intense Repair มาสก์เหล่านี้จะช่วยเติมโปรตีนและความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปได้ ทำให้ลอนผมกลับมานุ่มนวลและสปริงตัวได้ดีขึ้นนั่นเอง


มาสก์ผมเชียบัตเตอร์ The Body Shop Shea Butter Richly Replenishing Hair Maskแอ


บำรุงผมล้ำลึกด้วย แฮร์มาสก์สำหรับผมแห้งเสียง่าย The Body Shop Shea Butter Richly Replenishing Hair Mask อุดมด้วยเชียบัตเตอร์ และโกโก้บัตเตอร์จากประเทศกานา ช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียชี้ฟูให้กลับมานุ่มลื่น มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย นอกจากนี้ยังผสานด้วย ออร์แกนิก เวอร์จิ้น โคโค่นัท ออยล์ จากประเทศซามัว และ ออร์แกนิก โอลีฟ ออยล์ จากประเทศอิตาลี ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสะสมความมันของเส้นผม

ราคา: 890 บาท

พิกัด: เว็บไซต์ The Body Shop, Lazada


มาสก์ผมสูตรเข้มข้น Dove Advanced Keratin Treatment Mask Intense Repair

อยากมีผมสวยต้องหมั่นบำรุง แนะนำทรีตเมนต์เข้มข้นจาก Dove Advanced Keratin Treatment Mask Intense Repair เนื้อครีมนุ่ม ช่วยแก้ปัญหาผมเสีย พร้อมเสริมเกราะปกป้องให้ผมนุ่มสปริงตัว พลิ้วสวย เทียบเท่าการทำทรีตเมนต์เคราติน 1 ครั้ง เหมาะกับเพื่อน ๆ ที่มีเส้นผมอ่อนแอ เปราะแห้ง ถูกทำร้าย จะกัด ดัด ยืด ย้อมก็เอาอยู่ ! 

ราคา: 199 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


4. ล็อกลอนสวยด้วย ครีมจับลอน


ครีมจับลอน คือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่เป็นเบสในการกำหนดรูปทรงลอนผมหยักศก และเติมความชุ่มชื้นก่อนการเป่าแห้ง ครีมประเภทนี้จะแตกต่างจากเจลนะคะ เพราะเน้นที่การบำรุง ทำให้ผมนุ่มสลวยมากกว่าการทำให้ผมแข็งตัว เช่น Belonné Brazilian Curly Style Hair Curl Cream, Biowoman Magic Wave Up Cream แนะนำให้ใช้ครีมจับลอนทันทีหลังใส่คอนดิชันเนอร์ ขณะที่ผมยังเปียก โดยบีบปริมาณประมาณเหรียญ 10 บาท จากนั้นประกบผมไว้ระหว่างฝ่ามือแล้วลูบลงอย่างเบา ๆ เพื่อให้ครีมกระจายตัวทั่วถึง สุดท้ายอย่าลืมใช้มือขยำจากปลายขึ้นไปถึงโคน เพื่อกระตุ้นให้ลอนสปริงตัวขึ้น และจับกลุ่มอย่างสวยงามด้วยน้า


ครีมจับลอนสำหรับผมหยิก Belonné Brazilian Curly Style Hair Curl Cream


รีวิวเต็มฟีดโซเชียลกันเลยทีเดียวกับ Belonné Brazilian Curly Style Hair Curl Cream ครีมจับลอนนำเข้าจากประเทศบราซิล สูตรเป็นมิตรกับผมหยักศกในระยะยาว ผสานสารสกัดธรรมชาติ Squalane บริสุทธิ์จากพืช 100% ช่วยคงความชุ่มชื้น ปิดเกล็ดผม พร้อมด้วย Avocado Oil และ Sweet Almond Oil บำรุงผมเรียบลื่น เงางาม และมี Vitamin B5 เสริมความแข็งแรง ลดผมแตกปลาย ใช้แล้วไม่เหนียวเนอะหนะ ไม่ทําให้ผมแห้งแข็ง มีวอลลุ่มอย่างเป็นธนรรมชาติ แถมยังมีกลิ่นหอมเบา ๆ ติดผมนานอีกด้วยน้า

ราคา: 239-574 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


ครีมจับลอน Biowoman Magic Wave Up Cream

หาซื้อง่ายแถมราคาหลักสิบเท่านั้นกับ Biowoman Magic Wave Up Cream ครีมจับลอนสำหรับผมดัด ตัวช่วยเพิ่มวอลุ่มให้ผมดัดอยู่ทรง เป็นเกลียว โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ บำรุงผมพร้อมให้กลิ่นหอมสดชื่นด้วยสารสกัดจากดอกซากุระ ช่วยให้เส้นผมชุ่มชื้น ไม่แห้งกระด้าง เปล่งประกาย ดูมีสุขภาพดี ตัวนี้เค้าจะเน้นทำให้คลื่นลอนผมดูคมชัดเหมือนเราดัดมาใหม่ ฟีลเพิ่งเดินออกมาจากซาลอนเลยละค่ะ

ราคา: 129บาท

พิกัด: Lazada, Shopee


5. ปกป้องผมก่อนใช้ความร้อนเสมอ


เนื่องจากผมหยักศกจะมีความเปราะบาง และมีเกล็ดผมที่เปิดได้ง่าย ดังนั้นเวลาที่เราใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้แกนม้วน เครื่องหนีบผม หรือต้องการทำสีผมใด ๆ ก็ตาม แนะนำควรใช้สเปรย์กันความร้อน หรือ Heat Protectant Spray ที่มีส่วนผสมที่ช่วยป้องกันรังสียูวีก่อนเสมอนะจ๊ะ รวมถึงเลือกผลิตภัณฑ์ทำสีผมแบบปราศจากแอมโมเนีย (Ammonia-Free) ก็ยิ่งจะยิ่งเลยค่ะ เพราะจะช่วยลดการทำลายลอนผมตามธรรมชาติได้นั่นเอง


สเปรย์กันความร้อน KÉRASTASE Genesis Anti Hairfall Heat Protectant

เปิดด้วยแบรนด์ที่อาจจะราคาแรงหน่อย แต่คุณภาพปังเวอร์อย่าง KÉRASTASE สเปรย์ป้องกันความร้อน  ช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม เพิ่มความแข็งแรงของหนังศีรษะ และกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ที่สำคัญคือปกป้องสุขภาพผมที่อาจโดนทำร้ายจากความร้อน ทั้งเป่าไดร์ หนีบ หรือม้วนลอน ได้สูงถึง 230 องศาเซลเซียส ใช้บำรุงก่อนไดร์ จากนั้นหวีผมเล็กน้อย แล้วค่อยเป่าไดร์หรือจัดทรงนะคะ

ราคา: 1,990 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee

สเปรย์ผมหอม กันความร้อน Soap & Glory Glad Hair Day Frizz-Free Heat Protection

สเปรย์บำรุงเส้นผมที่นอกจากกันความร้อนได้แล้ว ยังหอมติดผมสุด ๆ กับ Soap & Glory Glad Hair Day Frizz-Free Heat Protection ตัวช่วยปกป้องความร้อนจากการทำผม ลดผมชี้ฟู อุดมด้วยเคราติน วิตามินบี5 และอาร์แกน ออยล์ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผม มาพร้อมกลิ่นหอมของโรสและเบอร์กาม็อกที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังอ่อนโยนต่อสุขภาพผมและหนังศีรษะ ปราศจากซิลิโคน และมิเนอรัล ออยล์

ราคา: 215 บาท

พิกัด: Lazada, Shopee

หรือหากสนใจผลิตภัณฑ์ไหนก็เลือกเปรียบเทียบและช้อปจากตารางด้านล่างได้เลย

เเบรนด์

รูปภาพ

เปรียบเทียบราคา

คุณสมบัติเด่น

ขนาด / ปริมาณ / ข้อมูลจำเพาะ

ช่วงราคาปัจจุบัน (บาท)

Yves Rocher
Yves Rocher Gentle Shampoo

Product Image

Lazada
Shopee

มีส่วนผสมจากน้ำนมผลเชสต์นัท มีสารอาหารทั้ง กรดไขมัน วิตามินบี และแร่ธาตุ ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

300 ml

290-330

ALL ABOUT YOU
AloEx Everyday Organic Shampoo

Product Image

Lazada
Shopee

ส่วนประกอบสมุนไพร ไม่มีเคมี ลดการเกิดภูมิแพ้ ลดคัน ลดผมร่วง เหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผมและใช้ได้ทุกวัน

395 ml

269-295

Dyson
Dyson Supersonic Nural

Product Image

Lazada
Shopee

ไดร์เป่าผมลมอัตโนมัติ ปรับลดความแรงลมลงด้วยระบบตรวจจับหยุดพักอัตโนมัติ ลมแรงแต่ไม่ทำร้ายเส้นผม ผมแห้งไวไม่ทำผมเสียจากความร้อน

supersonic nural สีซากุระเชอร์รี่

18,900

Lesasha
LESASHA LUXE ION+ BIO-CERAMIC

Product Image

Lazada
Shopee

ไดร์เป่าผมดูแลเส้นผมด้วยเทคโนโลยี Bio-Ceramic ช่วยผมแห้งเร็ว ไม่ทำร้ายเส้นผม ลดชี้ฟู

รุ่น LS137

2,169-3,490

The Body Shop
The Body Shop Shea Butter Richly Replenishing Hair Mask

Product Image

Lazada

มาสก์ผมสูตรเข้มข้นจากเชีย บัตเตอร์, โคโค่นัท ออยล์, โกโก้ บัตเตอร์, และ โอลีฟ ออยล์

240 ml

4,075

DOVE
Dove Advanced Keratin Treatment Mask Intense Repair

Product Image

Lazada
Shopee

มาสก์เคราติน มีเซรั่มไฮยาและเพปไทด์ สูตรเข้มข้น บำรุงผมอย่างล้ำลึก ปกป้องผมเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

265 g

141-220

Belonne
Belonne Hair Curl Cream

Product Image

Lazada
Shopee

ครีมจัดแต่งทรงผม มีสารสกัดจากธรรมชาติ Squalane, Avocado Oil, Sweet Almond Oil และ Vitamin B5 ให้ผมเรียบลื่น กลิ่นหอมเบาๆ

50 ml

239-574

Biowoman
Biowoman Magic Wave Up Cream

Product Image

Lazada
Shopee

ครีมจัดแต่งทรงผม บำรุงและมอบกลิ่นหอมสดชื่นด้วยสารสกัดจากดอกซากุระ ช่วยให้เส้นผมชุ่มชื่น

150 ml

115-129

Kerastase
KÉRASTASE Genesis Anti Hairfall Heat Protectant

Product Image

Lazada
Shopee

สเปรย์น้ำนมอาหารผม สารสกัดขิงดาร์มากัสก้าและ ดอกเอเดลไวส์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผมแข็งแรง ยืดหยุ่น ไม่หลุดร่วงขาดง่าย

150 ml

1,577-1,890

Soap & Glory
Soap & Glory Glad Hair Day Frizz-Free Heat Protection

Product Image

Lazada
Shopee

สเปรย์ป้องกันความร้อนให้เส้นผม มีเคราติน, วิตามิน บี 5 และอาร์แกน ออยล์ กลิ่นหอมออริจินัลพิงค์ ไม่มีซิลิโคนและมิเนอรัลออยล์

100 ml

99-215


คำถามที่พบบ่อย

ผมหยักศกสามารถตัดผมสั้นได้ไหม ?

ได้แน่นอนค่ะซิส ผมหยักศกสามารถตัดผมสั้นได้ไม่ต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นทรงบ๊อบ หรือทรงพิกซี่อย่างที่เราได้แนะนำไป คีย์สำคัญคือ "เน้นการตัดเลเยอร์" ที่เหมาะสมกับความหนาของเส้นผม เพื่อให้ทรงผมสั้นออกมาสวย มีวอลลุ่ม ไม่พองฟู และอยู่ทรงได้ง่าย

ทรงผมหยักศกสำหรับคนหน้ากลม ตัดทรงไหนดี ?

สำหรับคนหน้ากลม ควรเลือกทรงผมที่ช่วยสร้างความยาว และกรอบหน้าให้ดูเรียวขึ้น เช่น

  • LOB ประบ่า: เรียกได้ว่า เป็นทรงที่ปลอดภัยและดูดีที่สุด เพราะความยาวที่เลยบ่าลงมาเล็กน้อยจะช่วยดึงใบหน้าของเราให้ดูยาวขึ้น
  • หน้าม้าปัดข้าง (Curtain Bangs): จะช่วยสร้างกรอบหน้าได้อย่างนุ่มนวล แต่ยังคงเห็นความยาวของใบหน้าอยู่
  • การแสกกลาง หรือแสกลึก: เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้หน้าผากดูเตี้ยลง ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูกลมมากขึ้น
ผมหยักศกใช่ผมหยิกไหม ?

ไม่ใช่ค่ะ ผมหยักศก (Wavy Hair) จัดเป็นสภาพเส้นผม Type 2 ตามระบบ Hair Typing System ส่วนผมหยิกนั้น (Curly Hair) จะจัดอยู่ใน Type 3 ซึ่งมีความแตกต่างกันคือ ผมหยักศกจะมีลอนเป็น รูปตัว 'S' ที่คลายตัว และเริ่มเป็นลอนตั้งแต่กลางผมลงไป มักจะมีความมันมากกว่าผมหยิก แต่ฟูได้ง่าย ในขณะที่ผมหยิก เราจะสังเกตได้ว่า มีลักษณะลอนเป็นขดเกลียวหรือสปริง (Ringlets) ที่เริ่มตั้งแต่โคนผม ลอนจะแน่นกว่า และมักจะมีแห้งกว่าคนผมหยักศกค่ะ

คนผมหยักศกไม่ควรตัดผมทรงไหน ?

ทรงที่คนผมหยักศก โดยเฉพาะ Type 2B/2C ที่ผมหนา ควรเลี่ยงมากที่สุดคือ

  • บ๊อบทื่อ (Blunt Cut) เพราะการตัดแบบทื่อ ๆ ไม่มีเลเยอร์จะทำให้น้ำหนักผมทั้งหมดไปกองรวมกันที่ปลาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมหยักศกพองออกด้านข้างนั่นเองค่ะ
  • หน้าม้าหนาทึบ พักก่อนค่ะสาว ! หน้าม้าที่ตัดตรงและหนาเกินไปจะทำให้ผมด้านหน้าฟู และคุมทรงได้ยาก ใครอยากมีหน้าม้าก็เลือกที่บางเบา หรือปัดข้างจะดีกว่า
ผมหยักศกดูแลยังไงดี ?
  • การตัด: ควรเน้นการตัดแบบ Layer Cut ที่เข้ากับรูปหน้า ไม่ควรตัดแบบปลายเท่า เพราะจะทำให้เกิดเป็นทรงสามเหลี่ยม พองออกข้างได้ง่าย
  • การเป่า/ไดร์: ห้ามเป่าลมร้อน หรือลมแรงตรง ๆ ค่ะ จำไว้เลยว่าชาวผมหยักศกควรใช้ Diffuser (หัวเป่ากระจายลม) ช่วยจะดีที่สุด
  • การดูแลบำรุง: ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผม Sulfate-Free และหลีกเลี่ยงการหวีผมตอนแห้งสนิท เพราะจะทำให้ผมยิ่งฟูไม่เป็นทรง รวมถึงการใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือเสื้อยืดเก่า ๆ ในการซับผมให้แห้ง จะช่วยลดการเสียดสี ลดความชี้ฟูลงได้อีกทาง

สรุป เสน่ห์ของสาวผมหยักศกคือลอนที่ฟูได้ แต่ต้องจัดทรงสวยด้วย


เป็นยังไงบ้างคะชาวผมหยักศกทุกคน คราวนี้ก็ไม่ต้องนอยด์แล้วน้า เพราะผมหยักศกของเรานี่แหละมีเสน่ห์สุด ๆ จุดเด่นเลยต้องยกให้การมีวอลลุ่ม และเท็กซ์เจอร์ ที่ไม่เหมือนใคร ! ขอเพียงแค่เราเข้าใจไทป์เส้นผมของตัวเอง และรู้จักเลือกบำรุงให้เหมาะตามทริค 3 ข้อ ได้แก่ การจับคู่ไทป์ผมและโครงหน้า เพราะการตัดผมหยักศกสิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงน้ำหนักและการสปริงตัวของลอนผม การตัด Layer Cut จะช่วยควบคุมความฟู และป้องกันผมบานออกข้าง, ข้อถัดมาคือ การใช้ความฟูเป็นจุดเด่น เปลี่ยนจากผมฟูที่ดูยุ่งเหยิงให้กลายเป็น Wavy Texture สุดชิค ด้วยการเปลี่ยนมาเป่าผมด้วยหัวเป่ากระจายลม (Diffuser) ร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผมหยักศก รวมถึงการใช้ทริคมือขยำลอนแบบ Squish to Condish เพื่อล็อกลอนสวยแบบเป็นธรรมชาติ, และสุดท้าย คือการปล่อยตามธรรมชาติไม่ต้องเป๊ะก็สวยได้ เพราะการมีลอนผมที่ดูยุ่ง ๆ บ้างนี่แหละคือเสน่ห์ของผมไทป์นี้เลย ขอเพียงแค่เลือกทรงที่เข้ากับรูปหน้า รูัจักบำรุงดูแล และเติมความชุ่มชื้นอยู่เสมอก็พอแล้วค่ะ หลังอ่านจบแล้วเชื่อว่าหลายคนอาจอยากเปลี่ยนจากยืดผมให้ตรงตามเทรนด์หนีบร้อนทุกวันไม่ให้ผมฟู มาเป็นการทำความเข้าใจและภูมิใจในความพลิ้วไหวมีสไตล์ของลอนผมตามธรรมชาติของเราแน่นอน 🩷

ขอขอบคุณแหล่งที่มาอ้างอิงจาก Harper's Bazaar, SistaCafe, และภาพประกอบจาก Instagram: @jin_a_nana, @margotrobbieofficial, @yasminsewell, @jennaortega, Shopee, Lazada, boots, All about you, Dyson, Central Online และ konvy


บทความแนะนำที่คล้ายกัน


🔮 ดูดวงกับ SistaCafe ผ่าน Line Official !
รูปภาพสำหรับป๊อปอัพลอย:1