Curator
curator
มดนูน่า♡
29 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1.น้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil)
  • 2.น้ำมันเลมอน (Lemon Oil)
  • 3.น้ำมันสะระแหน่ (Peppermint Oil)
  • 4.น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil)
  • 5.น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

5 น้ำมันหอมระเหยเพื่อสุขภาพผมที่ดี

ไปดูกันว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

16 April 2015
curator_มดนูน่า♡ มดนูน่า♡
16 April 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

เชื่อว่าหลายคนอาจมีปัญหาผมเสียหยาบกร้าน หวีทีไรผมก็ยุ่งพันกันทุกที ก็ผมเราต้องเจอทั้งไดร์ หนีบ ดัด ย้อม สารพัดสารเพ อีกทั้งแสงแดดและมลพิษต่างๆอีก ผมไม่เสียบ้างให้รู้กันไป วิธีบำรุงผมมีหลากหลายวิธีการทั้งหมักผมหรืออบไอน้ำต่างก็ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผมได้ แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ วิธีการบำรุงผมที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งคือ การใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติ ซึ่งไม่มีส่วนผสมของสารเคมี หรือสารกันเสียซึ่งเป็นอันตรายต่อเส้นผม มีเพียงแต่ประโยชน์จากธรรมชาติล้วนๆ  และนี่ก็คือ 5 น้ำมันหอมระเหยที่จะช่วยให้เส้นผมของคุณกลับมาเงางามอีกครั้ง ไม่ว่าผมคุณจะแห้งเสียแค่ไหนก็ตาม


1.น้ำมันทีทรี (Tea Tree Oil)
image_1025
- ที่มารูป: youqueen.com

น้ำมันทีทรี หรือน้ำมันที่สกัดจากต้นชา เป็นที่รู้กันดีว่าสามารถช่วยรักษาสิวได้! นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติที่สุดยอดคือ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราต่างๆที่เติบโตขึ้นกับเส้นผม ยิ่งถ้าผมของคุณขาดชีวิตชีวา ไร้น้ำหนักแล้ว น้ำมันทีทรีสามารถช่วยดูแลเส้นผมคุณได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมันจะช่วยเปิดและกระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะของคุณ ให้ผลิตน้ำมันออกมาได้เองตามธรรมชาติ อีกทั้งหลังจากการขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว น้ำมันทีทรียังให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผมของคุณสวยเงางามมีสุขภาพดี คุณสามารถผสมกับน้ำมันหอมระเหยอื่นๆได้ เช่น น้ำมันสะระแหน่ หรือน้ำมันโรสแมรี่ เพื่อช่วยขจัดรังแคให้หมดไปได้อีกด้วย


2.น้ำมันเลมอน (Lemon Oil)
image_1026
- ที่มารูป: youqueen.com

น้ำมันหอมระเหยส่วนมากมักเหมาะสำหรับคนที่มีผมแห้ง และเปราะบางง่าย แต่คนที่ผมมันเยิ้มอาจหาน้ำมันหอมระเหยได้ยากสักหน่อย น้ำมันเลมอนอีกเป็นทางออกสำหรับคนที่ปัญหาผมมันค่ะ น้ำมันหอมระเหยที่น่าอัศจรรย์ชนิดนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นเวลายาวนาน เพื่อรักษาโรคติดเชื้อ และโรคไมเกรน ซึ่งตอนนี้ได้มีการพัฒนานำมาเป็นน้ำมันเพื่อช่วยบำรุงรักษาเส้นผม น้ำมันเลมอนจะช่วยป้องกันการผลิตน้ำมันของหนังศีรษะที่มากเกินไป และปัญหาเรื่องรังแค ที่สำคัญยังสามารถช่วยกำจัดเหาได้โดยธรรมชาติด้วยล่ะ!


3.น้ำมันสะระแหน่ (Peppermint Oil)
image_1027
- ที่มารูป: youqueen.com

ถ้าพูดถึงน้ำมันสะระแหน่ คนอาจจะยังงงๆไม่คุ้นกันเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่าน้ำมันเปเปอร์มิ้นท์ อาจจะเริ่มคุ้นกันมาบ้าง น้ำมันชนิดนี้ใช้ประโยชน์ได้รอบด้านเลยทีเดียว ใช้นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือรักษาอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี  ปัจจุบันน้ำมันสะระแหน่มีการผลิตอย่างแพร่หลาย คุณสมบัติจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม และป้องกันผมเสียจากความร้อน เพียงหยดน้ำมันลงบนแชมพูหรือครีมนวดไม่กี่หยด ก็จะช่วยให้ผมคุณแข็งแรง และนุ่มลื่นได้


4.น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil)
image_1029
- ที่มารูป: youqueen.com

น้ำมันอาร์แกนจัดได้ว่าเป็น “Miracle oil”  เพราะเป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม และเป็นที่นิยมอย่างมาก คุณสมบัติของมันคือ ป้องกันความเสียหายของเส้นผมที่เกิดจากความร้อนต่างๆ ขณะเดียวกันก็สามารถช่วยบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย นอกจากนั้นคนที่มีปัญหาผมหยิกฟูหรือแตกปลาย น้ำมันชนิดนี้ก็ยังช่วยบำรุงและปรับสภาพให้ผมกลับมาแข็งแรงดังเดิม ใครที่กำลังเผชิญปัญหาเส้นผมเปราะบางอ่อนแอน้ำมันอาร์แกนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเลยทีเดียวล่ะ


5.น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)
image_1030
- ที่มารูป: youqueen.com

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่คาดว่าจะมาแรงในปีนี้เลยล่ะ ซึ่งในปีที่ผ่านมาแม่บ้านส่วนใหญ่มักใช้น้ำมันมะพร้าวเฉพาะในครัวเท่านั้น ผู้หญิงหลายคนที่ได้ใช้น้ำมันชนิดนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวเลยว่าเป็นน้ำมันที่วิเศษอีกชนิดเลยทีเดียว เพราะเป็นน้ำมันที่เหมาะทั้งคนที่มีผมแห้ง และผมมัน มันจะช่วยคืนความสมดุลแก่เส้นผมของคุณ ทั้งยังช่วยบำรุงผมให้แข็งแรงและเงางามอีกด้วย ที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นการเติบโตของเส้นผมได้เป็นอย่างดี


น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งมาจากธรรมชาติอย่างแท้จริง จะช่วยให้เส้นผมของคุณกลับมาเงางามได้อีกครั้ง สามารถลอง Mix and Match ผสมน้ำมันหอมระเหยทั้ง 5 ชนิดกับน้ำมันบำรุงผมหรือน้ำมันหอมระเหยอื่นๆ อย่างเช่น น้ำมันโรสแมร์รี่ หรือ น้ำมันลาเวนเดอร์ เพื่อเพิ่มให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครมีสภาพผมแบบไหนลองเลือกใช้ให้ตรงสภาพเส้นผมกัน รับรองไม่ว่าจะผมเสียขนาดไหน งานนี้เอาอยู่ค่ะ ^^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Comment
โฆษณา
Ranking ทรงผม