Curator
curator
FENTY.B
19 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. Hada Labo Retinol Lifting & Firming Cream 3D
  • 2. White Me Up Booster Moisturizer
  • 3. L'Oreal Paris White Perfect Day Cream 50ml SPF17/PA+++
  • 4. OLAY Total Effects 7 in One
  • 5. Doctor Somchai Night Cream
  • 6. Neutrogena Fine Fairness Overnight Brightening Cream
  • บทความที่เกี่ยวข้อง
รีวิว “เดย์ครีม & ไนท์ครีม” ที่ขึ้นแท่น Must Have ใช้แล้วผิวหน้าใส...ชุ่มชื้นมว๊าก!

รีวิว " เดย์ครีม & ไนท์ครีม " ที่ใช้แล้วอยากบอกต่อ ตัวไหนจะปังจนขึ้นแท่น Must Have กันบ้าง ไปดูกันเลย

07 October 2016
curator_FENTY.B FENTY.B
07 October 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ

My Bubble Tea หวานน้อย รัก 100% ดูย้อนหลังได้ที่ Viu คลิก!


ฮ้ายยยยยยยยยยยยย! ไอเทมเพื่อความสวยปังอลังของสาวๆ ไม่ว่าจะแท้ หรือจะเทียมก็คือ “ เดย์ครีม-ไนท์ครีม ” ที่ทุกคนจะต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ อย่างเราก็ผ่านร้อนผ่านหนาว และเสียเงินไปไม่รู้เท่าไหร่กับครีมพวกนี้ เรียกได้ว่า “ เจ็บแล้วไม่จำ ” นั่นเองค่ะ ฮ่าๆ วันนี้มีโอกาสเลยจะมารีวิวซะเลย ถือว่าเป็นการแนะนำ และอุทาหรณ์ไปในตัวก็แล้วกันโนะ


สำหรับผลของการใช้ก็ขึ้นอยู่ที่แต่ละคนเลยนะคะ อย่างเช่น ผิวหน้าของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ความสม่ำเสมอในการใช้ การดูแลตัวเองควบคู่กันไปอีก เอาเป็นว่าเสพเพื่อ “ อรรถรส ” และเอาไปเป็นตัวตัดสินใจในการเลือกซื้อดีกว่า :D


ขอเรียงลำดับเป็น เดย์ครีม-ไนท์ครีม > เดย์ครีม > ไนท์ครีม นะคะ <3


1. Hada Labo Retinol Lifting & Firming Cream 3D

image_225833


เริ่มกันที่ตัวแรกกันก่อนเลยค่ะกับ “ Hada Labo Retinol Lifting & Firming Cream 3D ” เป็นครีมที่สามารถใช้ได้ทั้งเดย์และไนท์ แต่ไม่รู้คนอื่นใช้เหมือนกับเรามั้ย เอาเป็นว่าใครสะดวกจะใช้เป็นเดย์ก็ใช้…สะดวกใช้เป็นไนท์ก็ใช้ #เอาที่สบายใจ 


ต้องบอกก่อนว่าครีมตัวนี้น่าจะเหมาะกับคน “ผิวแห้ง” มากกว่า เพราะตัวเนื้อครีมมีความเข้มข้นมาก ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะเลย ( ประหยัดไปอีก ) เพราะมันสามารถเกลี่ยได้ทั่วทั้งหน้า แต่ข้อเสียที่เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็คือ “ ความมัน ” ตอนเกลี่ยคือรู้สึกได้ทันทีเลยว่ามันจริงไรจริง แต่พอมันเริ่มซึมลงผิวก็แอบทิ้งความมันเล็กๆ แต่ยังมีความชุ่มชื้นซ่อนอยู่ 


เอาเป็นว่าถ้าใครที่รู้ตัวว่า “ ผิวมัน ” ก็หลีกเลี่ยงตัวนี้แล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะมันไปกันใหญ่

 

2. White Me Up Booster Moisturizer

image_225834

ต่อมาที่ “ White Me Up Booster Moisturizer ” คือเราเป็นแฟน Sleeping Mask ของแบรนด์นี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่พลาดที่จะลองตัวนี้ เพราะเค้าบอกว่าถ้าใช้ควบคู่กัน จะเห็นผลชัดมากยิ่งขึ้น ( ซึ่งมันก็จริงอยู่นะ )

มาพูดถึงครีมตัวนี้กันบ้าง เราสามารถใช้ได้ทั้งเดย์และไนท์เลย เนื้อครีมเวลาทาลงไปไม่ได้หนักผิว เพราะเนื้อครีมมีความบางเบา เกลี่ยแล้วรู้สึกสบายผิวมากๆ และก็ไม่ทิ้งความมันด้วย แต่จะมีความชุ่มชื้นแบบมากๆ เข้ามาแทน คงเป็นเพราะคำว่า “ มอยส์เจอไรเซอร์ ” นี่แหละ

ส่วนกลิ่นก็หอมหวานๆ น่าจะถูกใจสาวหวานๆ แบบเรานะ ฮ่าๆ ส่วนเห็นผลความกระจ่างใสมั้ย บอกเลยว่ายิ่งใช้คู่กับ Sleeping Mask ก็ยิ่งเห็นผลนะบอกเลย
 

3. L'Oreal Paris White Perfect Day Cream 50ml SPF17/PA+++

image_225835

มาที่เดย์ครีมแบบเพียวๆ กันบ้าง สารภาพเลยว่าซื้อตัวนี้มาลองใช้เพราะคำว่า “ White Perfect ” เลยค่ะ ฮ่าๆ มีความอยากหน้าขาวกระจ่างใส จนเมื่อใช้ไปสักพักก็เลยรู้ว่า ความกระจ่างใสอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจค่ะ แต่ต้องทนกับความเหนอะหนะของเนื้อครีม เพราะมันเข้มข้นมาก ทุกเช้าที่เกลี่ยก่อนไปทำงานคือมีความเสียเวลาเบาๆ กว่าจะลงกันแดดได้คือต้องรอสักพักเล็กๆ เลย

อีกอย่างคือไม่ค่อยชอบกลิ่นเท่าไหร่ แต่พอมันมีข้อเสียตรงนี้ ข้อดีของมันก็ต้องตามมา นั่นก็คือ “ ความชุ่มชื้น ” ที่เรารู้สึกทันทีเลยว่าเหมือนมันกักเก็บน้ำบนใบหน้าให้เรา ยิ่งคืนไหนนอนตากแอร์เป็นเวลานานๆ ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแล้วทาตัวนี้ รู้สึกเฟรชมาก :D
 

4. OLAY Total Effects 7 in One

image_225836


พอมาถึงครีมตัวนี้ หลายคนคงจะพอเดาอายุของเราออกเลยทีเดียว ฮ่าๆ ( ไม่ขนาดนั้น! ) แต่ที่เลือก “ OLAY Total Effects 7 in One ” มาเพราะว่า สรรพคุณที่เค้าเคลมไว้ข้างกล่องมันเป็นอะไรที่เราต้องการ อย่างเช่น ช่วยทำให้ผิวดูสม่ำเสมอ, ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส และที่สำคัญเลยก็คือช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น

 

ซึ่งความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสเนื้อครีมคือไม่ค่อยประทับใจ เพราะมันเหนียวๆ เกลี่ยแล้วรู้สึกเหนอะๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่พอมันเริ่มซึมลงสู่ผิว ( ซึ่งต้องใช้เวลาหน่อยนะ ) ก็รู้สึกชุ่มชื้นดีค่ะ ส่วนเรื่องกลิ่นนี่ไม่มีปัญหาเลย เพราะมันไม่มีกลิ่นนั่นเอง

 

5. Doctor Somchai Night Cream

image_225837


มาต่อที่ “ ไนท์ครีม ” แบบเพียวๆ กันเลย ตัวแรกที่ลองซื้อมาใช้ก็คือ “ Doctor Somchai Night Cream ” ต้องย้อนกลับไปช่วงที่เป็นสิวแรกๆ เราเคยใช้โฟมล้างหน้าของแบรนด์นี้ ซึ่งมันช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิวได้ดีเลย พอถึงเวลาที่นึกอยากจะลองหาไนท์ครีมมาใช้ ก็เลยนึกถึงดร.สมชายขึ้นมา 


แต่ความรู้สึกแรกคือผิดหวังเล็กๆ อันดับแรกเลยก็คือ “ กลิ่น ” มันเหม็นแบบแรงมาก แรงกว่าทุกแบรนด์ที่เคยใช้มา ในส่วนของเนื้อครีมก็ตามสไตล์ไนท์ครีม คือมีความเข้มข้นในระดับหนึ่ง แต่แปลกที่มันซึมซาบเร็ว และก็ทำให้หน้าชุ่มชื้นด้วย ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องกลิ่น ก็ลองตัวนี้ได้นะ

 

6. Neutrogena Fine Fairness Overnight Brightening Cream

image_225840


ปิดท้ายกันที่ “ Neutrogena Fine Fairness Overnight Brightening Cream ” เป็นไนท์ครีมที่มีเนื้อเข้มข้นไม่แพ้แบรนด์อื่น แต่ดีกว่าตรงที่ซึมซาบเร็ว แม้ว่าเนื้อครีมจะทั้งข้น ทั้งเหนียวก็ตาม แต่พอเกลี่ยแล้วซึมเร็วอย่างน่าพอใจ และก็ให้ความชุ่มชื่นได้ดีเลยทีเดียว 


แต่ติดตรงที่ “กลิ่น” ที่มันหอมเกินไป หอมจนรู้สึกฉุนจมูกเลย แต่นอกจากกลิ่นที่ไม่ค่อยดีแล้ว ก็ยังไม่เห็นข้อเสียอย่างอื่นนะ เพราะหลังจากใช้ก็รู้สึกว่าผิวนุ่มๆ ชุ่มชื้นขึ้นจริงๆ แนะนำเหมือนเดิมก็คือ ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องกลิ่น ก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลย

 

========================

เป็นอย่างไรบ้างกับเดย์ครีม - ไนท์ครีมทั้ง 6 ชนิดที่เรามารีวิว หวังว่าข้อดี-ข้อเสียที่บอกไว้ในบทความนี้ จะทำให้สาวๆ ตัดสินใจเลือกซื้อครีมทาหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิวและงบในกระเป๋าของตัวเองได้นะคะ ^^ แล้วพบกันใหม่คราวหน้า บ๊ายบายค่า

========================

บทความที่เกี่ยวข้อง

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Comment
โฆษณา
heart liked