Curator
curator
✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞
2050 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • หนุ่มไทย Vs. หนุ่มฝรั่ง
  • เริ่มต้นทำความรู้จัก
  • เมื่อพร้อมแล้วก็ไปเดทกัน
  • เฟ้นหาสถานที่ที่ถูกใจ
  • การปฏิบัติตัวขณะออกเดท
  • สัมพันธภาพ
  • การพัฒนาความสัมพันธ์ในอนาคต
  • บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อแตกต่างระหว่างการ 'ออกเดท' กับ หนุ่มไทย และ หนุ่มฝรั่ง

หนุ่มไทย Vs. หนุ่มฝรั่ง ตั้งแต่ ก่อน-หลัง ออกเดท

21 August 2015
curator_✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞ ✞ *:.。.Madame LULU.。.:* ✞
21 August 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

Hello Sista Girls! มาดามคนเดิมกลับมาแล้วค่ะ วันนี้ขออนุญาตทักทายเป็นภาษาอังกฤษหน่อยนะคะ เนื่องจากว่า เราจะมี Topic ที่ค่อนข้างเอนเอียงไปทางสหประชาชาติมาให้ถกกัน วู้ยยย!! ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้นหรอกค่าาา อย่ามาขมวดคิ้วเลย เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับรักๆ ใคร่ๆ ( แหมมม พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไร ทำไมอะฮั้นต้องหน้าแดงด้วยเนี่ยย แอร๊ยยยย!!! .゚:;。+。ε(ノ∀≦*)з。+.。゚: )

image_28453
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

เอาล่ะ!! มาเข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้มาดามจะมาแฉ เอ้ยย!! แชร์ประสบการณ์การเดทให้ฟัง จะเปรียบเทียบทั้งกับหนุ่มไทย และหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวให้รู้กันไปเลย ว่าหนุ่มๆ ที่ต่างเชื้อชาติกันนี้มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่คุณสาวๆ ควรจะเลือกมาควงด้วย และทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสาวๆ เองนะคะ โฮะๆ ๆ ๆ ๆ

image_28455
- ที่มารูป: data.whicdn.com
หนุ่มไทย Vs. หนุ่มฝรั่ง
เริ่มต้นทำความรู้จัก
image_28458
- ที่มารูป: www.sassyhongkong.com

หนุ่มไทย : แน่นอนว่า เรื่องภาษาและการสื่อสารนั้น ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนไทยด้วยกันย่อมพูดจาภาษาเดียวกันรู้เรื่อง เมื่อคุณสาวๆ ทำความรู้จักกันและกันเรียบร้อยแล้ว และมีสัมพันธภาพอันดีต่อกันมาระยะหนึ่ง คุณรู้จักเขา เขารู้จักคุณ ต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณพร้อมหรือไม่ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่นี้ให้มากขึ้นไปกว่าเดิม


หนุ่มฝรั่ง : ภาษา คือ สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่า สเปคของคุณคือ หนุ่มผมทอง ผิวขาว นัยน์ตาสีฟ้า แต่สกิลทางภาษาของคุณนั้นกลับง่อยยิ่งกว่า Curry พัทยา ทุกอย่างก็จบค่ะ!! จะมานั่งฉีกยิ้มสวยๆ แบบนางงาม แล้วใช้ภาษาใบ้ ฝรั่งเขาก็เชิดใส่นะคะ แต่ไม่ต้องถึงกับถูกไวยากรณ์เป๊ะๆ แบบสอบผ่านโทอิค โทเฟล ไอเอล ได้หรอกค่ะ เอาแค่มีพื้นฐานทางภาษา และสามารถสื่อสารกับเขาได้รู้เรื่องก็พอ

 

เมื่อพร้อมแล้วก็ไปเดทกัน
image_28473
- ที่มารูป: wp.streetwise.co

หนุ่มไทย : แม้ว่าคุณจะรู้สึกพิเศษกับเขามากๆ แต่สัญชาตญาณของความเป็นผู้หญิงจะสร้างความกระดากอายขึ้นมา เพื่อเป็นกำแพงกั้นอาณาเขตให้คุณรู้สึกชั่งใจว่า เขารู้สึกกับคุณเหมือนกันหรือไม่ ?? แต่โชคดีหน่อยที่สมัยนี้ สิทธิเสรีภาพของผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย จึงทำให้สาวๆ หลายคนอาศัยตีลูกเนียนทำทีชวนเขาไปไหนต่อไหนได้ เพื่อใช้เวลาเหล่านี้ศึกษา และดูใจกันให้มากขึ้น ( แต่สาวๆ จะไม่กล้าใช้คำว่า เดท หากผู้ชายไม่ได้เป็นฝ่ายชวนก่อน )


หนุ่มฝรั่ง : อ่ะ!!...หากเรื่องภาษาไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ก็มาต่อกันที่เรื่องของสเปค และการออกเดท สาวๆ หลายคนมักจะเข้าใจว่า ผู้หญิงไทยที่เป็นสเปคฝรั่งจะต้องผิวเข้ม ผอม แห้ง หน้าตาบ้านๆ ผิดถนัดค่ะ ขาว หมวย อวบ ก็สามารถเป็นแฟนกับเขาได้ ขึ้นอยู่กับสเปคใครสเปคมัน ขอแค่ให้คุณหมั่นดูแลตัวเอง รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวก็พอ ฝรั่งเขาก็ชอบแล้วค่ะ ส่วนเรื่องเดทนั้น ไม่จำเป็นต้องศึกษานิสัยใจคอกันให้มากมายเหมือนคนไทย มันอาจแค่เริ่มจากการทักทาย 2-3 คำ จากนั้นก็ขอนัดเจอกันครั้งต่อไปเพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้น และก็ไม่ต้องแคร์ด้วยว่าใครจะเป็นฝ่ายชวนใครก่อน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สนใจที่จะเดทด้วย ก็สามารถปฏิเสธอย่างสุภาพได้ เช่น “ Thank you sweetie, For inviting me. But Sorry I’m not really convenient // ขอบคุณนะคะที่ชวนฉัน แต่ฉันไม่สะดวกไปจริงๆ “ แล้วฉีกยิ้มให้สวยๆ ก่อนโบกมืออำลาค่ะ บั๊ยยย!!!

 

เฟ้นหาสถานที่ที่ถูกใจ
image_28470
- ที่มารูป: cdn.lifed.com

หนุ่มไทย : แน่นอนค่ะ!! คิดอะไรไม่ออกก็ชวนไปดูหนัง ต่อจากนั้นก็ไปทานข้าวเพื่อหาโอกาสชวนคุยกันต่ออีกนิด เรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกหน่อย โดยธีมของบรรยากาศก็คงไม่พ้นความโรแมนติก ฟรุ้งฟริ้ง เน้นสร้างความประทับใจ หรือวางแผนเพื่อหากิจกรรมอย่างอื่นทำกันต่อ เช่น ไปปั่นจักรยานเล่นกันในสวน เดินดูโน่น นี่ นั่น หรือทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งช่วงเวลาแห่งความสุขไว้ให้นานที่สุด


หนุ่มฝรั่ง : จะเป็นในทางกลับกันค่ะ โดยเริ่มจากการนัดทานข้าว หรือดื่มกาแฟเพื่อพูดคุยกัน ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น หากอยู่ในวัยทำงานด้วยกันทั้งคู่ก็จะนัดไปทานข้าวเย็น เมื่อทานเสร็จเขาจะก็พาคุณไปส่งที่บ้าน หรือถ้าวันหยุดก็จะหากิจกรรมอื่นๆ ทำร่วมกัน เช่น ไปงานปาร์ตี้ หรือนั่งรถเล่นเที่ยวชมเมือง


การปฏิบัติตัวขณะออกเดท
image_28471
- ที่มารูป: cdn.lifed.com

หนุ่มไทย : ทั้งสองฝ่ายจะแต่งตัวให้ดูดีกว่าปกติ 1-2 เลเวล ส่วนอาหารการกินก็จะดูโอเคขึ้นมานิดนึง ซึ่งบางคนจะไม่สั่งอาหารเส้น เนื่องจากท่าทางการกินจะไม่ค่อยดูดีสักเท่าไร หากฝ่ายชายเป็นคนชวนก็ควรจะเป็นคนออกค่าใช้จ่าย หรือไปส่งฝ่ายหญิงกลับบ้าน แต่ถ้าระหว่างการเดทมีโอกาสโป๊ะปังซังกาโร่กับคนรู้จักเข้า ก็มักจะตอบแบบเลี่ยงๆ ว่า เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน หรือดูๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่พูดต่อหน้าอีกฝ่ายอยู่ดี


หนุ่มฝรั่ง : สิ่งหนึ่งที่ถือกันมากคือ การพาไปพบพ่อแม่ ถ้าระหว่างเดทฝ่ายหญิงชวนเชิญฝ่ายชายไปพบญาติผู้ใหญ่เข้า หนุ่มๆ เขาจะรู้สึกอึดอัดมาก โดยเฉพาะกับฝ่ายชายที่ยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้ และการที่เราโทรฯ ไปหาเขาก่อนนั้นจะยิ่งทำให้เขาได้ใจมากๆ ฉะนั้นสาวๆ ต้องรู้จักใจแข็ง ไม่ควรเป็นฝ่ายโทรฯ ไปหาเขาก่อน ส่วนเรื่องการแชร์ค่าอาหารนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน เว้นเสียแต่ว่า เขาจะเสนอตัวเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณเอง ( นั่นหมายความว่า ครั้งหน้าคุณก็ต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงเขาเหมือนกันล่ะ!! ) และถ้าเวลามีใครมาถามถึงความสัมพันธ์ของคุณกับเขา เขาก็จะบอกไปตรงๆ เลยว่า แน่นอน!! เรากำลังเดทกันอยู่ //ชัดเจนนะคะคู้นนนน

 

สัมพันธภาพ
image_28474
- ที่มารูป: s3.favim.com

หนุ่มไทย : ระยะเวลาที่อยู่ในช่วงของการออกเดทจะเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัดพอสมควร เพราะเราจะไม่มาถามกันหรอกค่ะว่า " นี่เราเดทกันอยู่เหรอ ?? " ถ้าจะถามก็ไปถามกันอีกทีว่า “ ตกลงจะคบกันหรือไม่ ?? ” ถ้า ไม่ ก็หมายความว่า ไม่เราก็เขาที่เป็นฝ่ายถูกเท หรืออีกกรณีก็คือ มีบางคนที่ไม่ชัดเจนกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ และให้เหตุผลว่า ขอศึกษากันไปก่อน ซึ่งสำหรับคนไทย ช่วงเวลาเหล่านี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ดูคลุมเครือ ( ยกเว้นพวกผู้ชายที่ออกตัวแรงอยู่แล้วว่า ชอบ และจะขอเป็นแฟน ก็จะใช้การเดทเป็นระยะเล่นตัว ) และถ้าสำหรับเรื่องที่ติดเรท บางคนจะไม่กล้าบอกใครว่า มีอะไรกับคนที่ยังไม่เรียกว่าแฟน หรือบางคนก็ขอสงวนตัวไว้ให้เฉพาะกับคนที่คบกันแบบจริงจังเท่านั้น


หนุ่มฝรั่ง : เขามักจะใช้การเดทเป็นช่วงเวลาที่จะได้ศึกษากันและกัน ทั้งในด้านของนิสัย ทัศนคติ รวมถึงรสนิยมในเรื่องอย่างว่า ( ในขณะที่คนไทยหลายๆ คู่ กว่าจะรู้ตัวว่า เรื่องแบบนี้เราไปด้วยกันไม่ได้ก็หลังแต่งงานนู่น จึงทำให้เกิดปัญหาการนอกใจกันอยู่บ่อยๆ ) การเดทกับหนุ่มฝรั่งแบบนี้แหละ มักจะเปิดโอกาสให้คู่เดทได้ลองจูบกันตั้งแต่เดทครั้งแรก เพราะการจูบสามารถวัดเคมีในร่างกายได้ว่า เราเฉยๆ หรือเริ่มสปาร์คกับคนๆ นี้แล้วกันแน่ ถ้าชอบมากๆ ก็ไม่ผิดอะไรที่จะจูงมือกันเข้าห้องตั้งแต่เดทแรก แต่ก็มีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่ตั้งกฏเหล็กว่า ต้องหลังจากเดทครั้งที่ 5 แล้วเท่านั้น ถึงจะมีอะไรกันได้

 

การพัฒนาความสัมพันธ์ในอนาคต
image_28480
- ที่มารูป: cdn.images.express.co.uk

หนุ่มไทย : สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะคาดหวังว่า เขาจะต้องทำอย่างนู้น อย่างนั้น อย่างนี้ ประหนึ่งพระเอกซีรี่ย์เกาหลี ไม่ก็ละครหลังข่าว หรือจะต้องทำอะไรที่ประทับใจเพื่อจะขอเราเป็นแฟน หรือฝ่ายหญิงเองนี่แหละที่จะถามเขาว่า “ ตกลงเราเป็นอะไรกัน ??? ” //กลิ่นดราม่าลอยมาแต่ไกล -_-’’ จะสมหวังหรือไม่นั้นก็ดูกันที่ตรงนี้ และถ้าหากเราเป็นฝ่่ายที่โดนเหวี่ยง แล้วล่ะก็...เราจะยิ่งฟูมฟายประหนึ่งถูกบอกเลิก ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ( ผู้ชายเขาไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกนะคะเธอ ) ซึ่งสาวๆ น้อยคนนักที่จะยอมรับตรงจุดนี้ แล้วเชิดใส่ จากกันไปแบบแฟร์ๆ จำไว้เลยค่ะว่า ถ้าหลังจากการเดทสิ้นสุดลง แล้วเขาไม่ติดต่อคุณในทุกๆ ช่องทาง ก็เตรียม Say Goodbye ได้เลย!! แต่ถ้าโป๊ะแตก สมหวังขึ้นมาก็เตรียมตั้งสถานะ In relationship รอเลยค่าา


หนุ่มฝรั่ง : หากเดทกันมาระยะหนึ่ง ทั้งลองคุยก็แล้ว ลองเที่ยวก็แล้ว ลองมี Something กันก็แล้ว แต่ยังไม่ถูกใจ ก็จะบอกกันตรงๆ เลยค่ะว่า เรา / เขาไม่ Happy แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเกลียดกัน หรือสาปส่งกันไปตลอดนะคะ บางคู่นี่เขาก็เป็นเพื่อนกันได้แบบชิลล์ๆ แถมสนิทใจกันยิ่งกว่าตอนเดทกันเสียอีก แต่ถ้าเขาเกิดถูกใจ หรือหลงใหลคุณขึ้นมา เขาก็จะหลุดปากออกมาเองแหละว่า เขา รัก คุณ และเริ่มแนะนำเรากับเพื่อน ออกสื่อว่า “ นี่แฟนผม ” นะ แหมมม...ปลื้มตัวลอยเลยชิมิล่ะ ?!! และหลังจากนี้ก็จะไม่นอกใจคุณอีกเลย //เฮ้ยยยย ชีวิตดี๊ดีอ่าาา!!! แต่ก็มีข้อแม้อยู่เล็กน้อยว่า ระหว่างเดทกันต่างฝ่ายต่างจะให้อิสระซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดโอกาสให้คุยกับคนอื่นๆ ได้บ้าง แต่ก็มีบางคู่ที่เดทกันมานาน และฝ่ายชายไม่ชัดเจนสักที ฝ่ายหญิงก็จะเป็นฝ่ายเหวี่ยงเองซะเลย เพื่อจะได้ไม่เสียเวลากับสถานะที่ไม่คืบหน้าแบบนี้ //แฟร์มะล่าาา

 

image_28469
- ที่มารูป: snapknot.com

เป็นไงคะสาวๆ หลังจากที่ลองอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ใช้วิจารณญาณประเมินกันได้หรือยังว่า หนุ่มเชื้อชาติไหนเหมาะกับพวกเธอที่สุด ?? แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่า หนุ่มไทยและหนุ่มฝรั่งจะเป็นอย่างนี้เหมือนกันทุกคนหรอกนะ ทุกคนก็มีทั้งดีบ้าง แย่บ้าง สลับกันไป แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่วัดได้จากสภาพสังคม และวัฒนธรรมของบ้านเขากับบ้านเราที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้นแล้วจะเลือกคบใครก็ต้องค่อยๆ ศึกษากันไป ไม่ต้องรีบร้อน ถามหัวใจตัวเองให้เยอะๆ ดีที่สุดค่ะ แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้านะคะ See U Again ค่ะ บ๊ะบายยยยย

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker Comment
โฆษณา