Curator
curator
SistaCafe Check-in
155 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • Work friendly cafe Eat-Talk-Work @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39
  • Variety Main course @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39
  • Raw dessert @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39
  • กินหนักแบบนี้เดี๋ยวจะติดคอ เสิร์ฟเครื่องดื่มกันหน่อย
  • Modern Casuals & warm style @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39
  • คาเฟ่ สุขุมวิท ยังมีอีกเพียบนะจ๊ะ

แวะไป Eat-Talk-Work กันที่ "StoryLine" คาเฟ่ สุขุมวิท 39 Lifestyle Cafe แนวใหม่ต้องลอง!

มาที่ "StoryLine" จะทำอะไรก็ได้ ทำงานก็ง่าย จะทานอะไรก็อร่อย นี้มันถูกจริต Lifestyle คนรุ่นใหม่อย่างเราจริงเชียว! ความไฉไลของคาเฟ่ สุขุมวิท 39 แห่งนี้ ใครไม่มาเรียกว่าเอ้าท์!

20 June 2017
curator_SistaCafe Check-in SistaCafe Check-in
20 June 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ชวนกันอ้วนตล๊อดตลอด! อ่ะสาวๆ SistaCafe อย่าเพิ่งเจ็บแค้นเคืองโกรธกันไป เพราะงานนี้พี่ก็จัดมาให้อีกแล้ว ( ยิ้มมุมปาก )

สำหรับวันนี้ขอเอาใจชาว freelance ที่มองหาพื้นที่นั่งทำงานสบายๆ ซะหน่อย สะพายกระเป๋าแบกกล้องบุกมาถึง คาเฟ่ สุขุมวิท ที่มีชื่อว่า " StoryLine " พิกัดกลางเมืองซอย สุขุมวิท 39 จะหยิบ notebook มากางลุยงาน หรือสั่งอาหารมานั่งเม้ามอยกะเกิร์ลแก๊งก็ย่อมได้ มาที่นี่คือร้านเดียวเอาอยู่!

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ในร้านชั้น 1

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ตัวร้านตกแต่งเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ให้บรรยากาศอบอุ่น นั่งสบายๆ แบบไม่เกร็ง


ต้องออกปากก่อนว่า " StoryLine " คือคาเฟ่รูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากคาเฟ่ในย่านสุขุมวิทมาไกลเลยทีเดียวค่ะ ความต่างในที่นี้ไม่ใช่เรื่องหน้าตาของตัวร้านหรืออาหาร แต่เป็นเรื่องราวและคอนเซ็ปต์ที่ คุณหมู สมิทธ์ สุรบถโสภณ เจ้าของร้านคนเก่งซ่อนเอาไว้ นั่นก็คือการเป็น co-working space + cafe ที่เรียกง่ายๆ ว่า work friendly cafe

Location

Storyline ซอยพร้อมศรี 1 สุขุมวิท 39

 

Work friendly cafe Eat-Talk-Work @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39


คุณหมูเล่าให้เราฟังว่าได้ไอเดียนี้มาจากการทำงานจริงของตนเองค่ะ เพราะการประกอบธุรกิจในด้าน branding agency ทำให้เห็น lifestyle การทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป

หลายคนเลือกที่จะนั่งทำงานหรือนัดคุยงานตามคาเฟ่หรือ co-working space แทนการนั่งในออฟฟิศแบบเดิมๆ เพราะนอกจากจะได้บรรยากาศที่ดีขึ้นแล้ว ไอเดียใหม่ๆ ยังผุดขึ้นตามมาได้อีกด้วย จึงทำให้คุณหมูตัดสินใจแบ่งพื้นที่ชั้นล่างของออฟฟิศมาเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ สุขุมวิท แห่งนี้ และเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียเก๋ๆ ของ " StoryLine " นั่นเองค่ะ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ในร้านชั้น 2

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ชั้น 2 เป็นมุมที่ไว้รองรับคนที่มานั่งทำงานโดยเฉพาะเลยค่ะ มีโต๊ะให้เลือกหลายมุม แถมยังมีปลั๊กไฟไว้บริการอีกด้วยนะ


มาขยายความถึง work friendly cafe กันสักหน่อย อาจบอกได้ว่ามันคือกึ่งกลางระหว่างคาเฟ่และ co-working space โดยทุกคนสามารถนั่งทำงานได้ ทางร้านมีปลั๊กไฟ, wifi ฟรี และห้องประชุมไว้คอยบริการ จะนั่งนานแสนนานยันร้านปิดก็ไม่โดนไล่

แถมยังสามารถสั่งเครื่องดื่มและอาหารมาทานไปทำไปได้โดยไม่มีข้อห้าม ไม่ strict เกินไปเหมือนรูปแบบการใช้งาน co-working space เป็นการนำความยืดหยุ่นของคาเฟ่มาปรับใช้ร่วมกัน ตอบโจทย์ชาว freelance และคนรุ่นใหม่ซึ่งต้องทำงานได้ทุกที่แบบเราๆ สุดๆ ไปเลยเนอะ

Variety Main course @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39
[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] อาหารทั้งหมด

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ยั่วเข้าไป เอาให้น้ำลายไหลกันไปข้าง นี่แค่ของคาว ยังไม่รวมของหวานนะขอบ๊อกก


เอาจริงๆ เราเซอร์ไพรส์กับเมนูและรสชาติอาหารของ " StoryLine " มากทีเดียว เพราะต้องเข้าใจระดับหนึ่งว่าร้านสำหรับทำงานไม่เน้นกินแนวนี้ อาหารมักจัดมาแบบง่ายๆ จานด่วน จานเดี่ยว ทานไว และพอกินได้ประมาณหนึ่ง

แต่ คาเฟ่ สุขุมวิท แห่งนี้เขาจริงจังทั้งเรื่องงานและเรื่องกินเลยค่ะซิส เมนูมีความหลากหลาย นานาชาติเวอร์ หน้าตาดีเทียบชั้น restaurant จะญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ฟิวชั่น หรือแม้แต่ขนมนมเนยคือพร้อมสรรพ แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือไม่ได้ทานยาก ยังอยู่ในรูปแบบที่สามารถทานไปทำงานไปได้สบายๆ เคี้ยวไปคิดไป ท้องอิ่มสมองแล่นแน่นอน

อ่ะๆ อย่ารอช้า ผายมือเชิญ เตรียมกระดาษเช็ดน้ำลายมุมปากไว้สักหน่อย เตือนอีกครั้งว่าจัดเต็มจริงๆ ><

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] Aburi double salmon roll

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] สำหรับใครที่เป็นทาสแซลมอน รักการกินชูชิเป็นชีวิตจิตใจต้อง Aburi double salmon roll ( 290 บาท ) roll แซลม่อนเน้นๆ เนื้อแน่นเต็มคำรสชาติอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เมนูนี้การันตีความฟิน

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ebiko nori spagetti

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] เมนูเส้นทานง่ายอย่างสปาเก็ตตี้กับ ebiko nori spagetti ( 240 บาท ) จานนี้ฟิวชั่นความเป็นญี่ปุ่นลงไปด้วยการท็อปด้านบนด้วยสาหร่ายและไข่กุ้งพูนๆ คลุกเคล้ากับน้ำซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ มีความเป็นวิปปิ้งครีมเบาๆ แต่ไม่เลี่ยนสักนิดเดียว

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] smoked salmon salad w sour cream caper

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] สำหรับใครที่รักสุขภาพต้องลอง smoked salmon salad w sour cream caper ( 280 บาท ) เนื้อแซลมอนแผ่นใหญ่และเยอะมากกกกก กินคู่กับผักสลัดสดๆ ในซอสครีมเปรี้ยวรสกลมกล่อม จานนี้อิ่มและไม่อ้วน

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39]grilled chicken pesto spagetti

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ปิดท้ายของคาวด้วยอีกหนึ่งเมนูสปาเก็ตตี้กับ grilled chicken pesto spagetti ( 240 บาท ) เนื้ออกไก่แบบคลีนๆ เสิร์ฟคู่กับสปาเก็ตตี้เส้นสีเขียวจากการผัดกับซอสโหระพา มีกลิ่นหอมรวมถึงรสชาติเผ็ดเล็กๆ ของพริกไทยและเครื่องเทศ

 

Raw dessert @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39


กินคาวแล้วโบราณว่าหวานต้องมาอย่าให้ขาด ทางด้านของหวาน " StoryLine " เขาก็มีเมนูใหม่ เป็นเค้กสูตรลับเฉพาะคนรักสุขภาพที่เรียกว่า Raw dessert นั่นก็คือการทำขนมโดยไม่ผ่านกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ อบ นึ่ง เชื่อม ฯลฯ แต่เป็นการใช้วัตถุดิบสดๆ ทำให้เป็นเค้กหนึ่งชิ้น

บอกเลยว่าสดใหม่และได้รสอร่อยแบบธรรมชาติจากวัตถุดิบนั้นจริงๆ เลยค่ะ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] carrot cake

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] carrot cake ของที่นี้ไม่เหมือนที่อื่น คุณจะได้รับรสแครอทแบบเรียลๆ ไม่ปรุงแต่งจนเกินไป เรียกว่าเป็นขนมสำหรับสาวรักสุขภาพที่แท้ทรู

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] cheesecake

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] cheesecake สดแบบไม่ผ่านการอบให้เป็น baked เนียนครีมชีสละลายในปาก รสเปรี้ยวกำลังพอดี ทานคู่กับผลไม้สดอย่างบลูเบอร์รี่และสตรอว์เบอร์รี่ มันดีมาก

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] mocha cheesecake

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] เมนูสำหรับคนที่ชอบทานกาแฟ หรือมือใหม่อยากลิ้มรสกาแฟต้องลองเค้กชิ้นนี้ กลิ่นกาแฟหอมๆ กับรสชาติละมุนแบบหยุดมือตักเข้าปากไม่ได้เลย

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] เค้กรวม

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกินนนน เค้กที่นี่กินได้แบบไม่ต้องยอมอ้วนและไม่ต้องยอมอด ถูกใจสาวๆ ใช่ไหมล้าา

กินหนักแบบนี้เดี๋ยวจะติดคอ เสิร์ฟเครื่องดื่มกันหน่อย
[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] roses dream

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ตัดเลี่ยนด้วยชาร้อนให้รสเปรี้ยวเล็กๆ อย่าง roses dream ( 120 บาท ) หรือชากุหลาบ แก้วนี้ทั้งสีสวย ทั้งหอมชื่นใจ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] Japanese melon

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] แต่สำหรับสาวรักสุขภาพต้อง Japanese melon ( 140 บาท ) น้ำเมลอนญี่ปุ่นคั้นสด รสชาติผลไม้แท้ๆ แบบ 100% ไม่มีเจือปนเลยทีเดียวค่ะ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] lced latte

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] สำหรับใครที่ลุยงานทั้งวันต้องการใช้พลังกาแฟช่วยต้องจัด lced latte ( 105 บาท ) ลาเต้เย็นจากเมล็ดกาแฟอย่างดี

 

Modern Casuals & warm style @ StoryLine คาเฟ่ สุขุมวิท 39


" StoryLine " ออกแบบร้านในบรรยากาศสบายๆ ไม่มากไปและไม่น้อยเกินไป เรียกว่ากำลังพอดีๆ แบบนั่งได้ไม่เบื่อค่ะ ด้วยสไตล์ที่อยู่ได้นานไม่ตกยุคอย่าง Modern หากแต่ยังมีความสวยงามหรูหราที่ยังจับต้องได้จากการใช้หินอ่อนตกแต่งในบางส่วนของร้าน

ร้านสวยแต่นั่งได้แบบไม่รู้สึกเกร็งยังให้อารมณ์แบบ Casuals ที่ยังเข้าถึงได้อยู่ และยังฟีลอบอุ่นเล็กๆ ด้วยการดีไซน์ให้เป็น Wood cafe ไม่ว่าจะวัยไหนเพศไหนก็มานั่งชิลล์ได้หมด

image_378144
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-6.fna.fbcdn.net
Cr.image
- ที่มา: www.instagram.com
image_378147
- ที่มารูป: instagram.fbkk5-6.fna.fbcdn.net
Cr.image
- ที่มา: www.instagram.com


นอกจากนั้นแล้วคาเฟ่ สุขุมวิทแห่งนี้ยังเลือกใช้ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์จากฝีมือดีไซเนอร์ไทยเกือบทั้งหมด แม้ภาพถ่ายที่ติดอยู่ตามผนังก็เช่นกัน เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมวงการออกแบบไทยของเราอีกด้วย สำหรับใครที่ชื่นชอบของตกแต่งบางชิ้นก็สามารถซื้อกลับบ้านได้นะคะ แต่ถ้าสนใจชิ้นไหนลองสอบถามกับทางร้านโดยตรงได้เลยจ้า

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ชั้นโชว์ของ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] บิลด์อินชั้นโชว์ของจากไม้ ของตกแต่งมีหลากหลายแนวมากค่ะ จะเป็นกระถางเซรามิก งานไม้ งานสแตนเลส แต่ทุกชิ้นล้วนเป็นฝีมือของคนไทย ไทยทำไทยใช้จริงๆ ค่ะ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] มุมนั่งขนาดใหญ่

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ใครมาแกงค์ใหญ่ ต้องจัดให้กับมุมนี้เลยค่ะ สบายและเป็นส่วนตัวมากๆ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ภาพตกแต่งผนัง

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ผนังร้านมีความเท่ด้วยการใช้สีดำดุๆ แล้วประดับด้วยภาพถ่ายขาวดำฝีมือช่างภาพคนไทยเช่นกันค่ะ ในส่วนนี้ใครถูกใจสามารถซื้อกลับบ้านได้ด้วยนะ


ทางร้านมีทั้งโซนอินดอร์และเอ้าท์ดอร์ให้เลือกนั่งได้ตามใจ และบริเวณชั้น 2 ยังเป็นพื้นที่ห้องประชุมกึ่ง co-working space ให้นั่งทำงานกันยาวๆ และถ้าหากเพื่อนๆ ลองสังเกตดีๆ การแต่งร้านจะออกมาในรูปแบบเส้นสาย มีการวางวัสดุในแนวตั้งตรง สอดคล้องกับชื่อ " StoryLine " ที่สื่อความหมายถึงทั้งลวดลาย และเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากผู้คนที่แวะมาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นี้นั่นเองค่ะ หูยยย ย ล้ำลึกไปอีก!

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] หน้าร้าน

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ออกแบบไม้ให้ออกมาในรูปทรงลวดลาย แม้ดูเรียบง่าย แต่ก็ดูเก๋ สะดุดตาไม่น้อยเลยค่ะ

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ประตูร้าน

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ซุ้มประตูร้านใช้หินอ่อนสีขาวเข้ามาเพิ่มความสวยงาม รับกับสีไม้ที่เป็นวัสดุหลัก เหมาะแก่การเป็น wood café ดูอบอุ๊น อบอุ่น

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ของตกแต่ง

[storyline คาเฟ่ สุขุมวิท 39] ของตกแต่งกระจุกกระจิก ที่ดูน่ารักและเรียบหรูเข้ากับสไตล์โมเดิร์นของร้าน วางกระจายอยู่เต็มร้านเลยค่า

คาเฟ่ สุขุมวิท ยังมีอีกเพียบนะจ๊ะ


เป็นยังไงกันบ้างคะกับคาเฟ่ สุขุมวิท ที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ คิดว่าน่าจะถูกใจวัยรุ่นวัยทำงานยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบทำงานนอกสถานที่อยู่แล้วล่ะ อีกอย่างเร็วๆ นี้ ทาง " StoryLine " เขาจะขยายช่วงเวลาเปิดออกไปอีกด้วยนะ กับ after hours ค่ำๆ ช่วงเวลารถติดให้ทุกคนได้มีทางเลือกหลบมานั่งชิลล์ นั่งดริ๊งค์ พักผ่อนก่อนกลับบ้าน ก็จะมีทั้งค็อกเทล และเครื่องดื่มหลากหลายให้เลือกเลยค่ะ (//^-^//)

สาวๆ SistaCafe คนไหน ที่ชอบคาเฟ่แนวๆ นี้ก็ลองแวะมากันดูน้าา วันนี้ขอลาไปก่อนแล้วล่ะ บ๊ายบายค่ะ N.

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com