" เมื่อไม่นานมานี้น้ำได้มีโอกาสไปเยือนประเทศเล็กๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไร ด้วยปณิธานแรงกล้าของวัยรุ่นช่วงเริ่มต้นการทำงานกับความฝันน้อยๆ ที่อยากจะเดินทางท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด ครั้งนี้น้ำเลือกเดินทางไปทำความรู้จักกับ
สิงคโปร์ประเทศเล็กๆแต่กลับทำให้น้ำประทับใจไม่น้อยเลยค่ะ "
วันนี้เลยขอถือโอกาสส่งต่อความประทับใจดีๆ ไปยังสาวๆ
SistaCafe
ทุกคน เอาจริงๆ
เที่ยวสิงคโปร์มาง่าย ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ
เป็นประเทศเริ่มต้นการเดินทางที่ดีสำหรับสาวๆ อย่างเราเลยล่ะ
ออกตัวก่อนว่ารีวิวนี้ไม่ได้เป็นไกด์บุ๊คท่องเที่ยว แต่เป็นอีกด้านหนึ่งที่จะทำให้สาวๆ รู้จักสิงคโปร์เพิ่มขึ้นผ่านมุมมองของน้ำ จะเป็นยังไงลองตามมาดูกันค่ะ

หลายๆ คนอาจพอทราบกันอยู่บ้างถึงสภาพภูมิประเทศของสิงคโปร์ เกาะกลางทะเลประเทศเล็กๆ ที่ได้ยินคนพูดถึงบ่อยมากว่า
ไปครั้งเดียวก็เที่ยวสิงคโปร์หมดแล้ว
แต่สำหรับคนไม่เคยไปแบบเราจะไม่มีอะไรเลยก็ไม่ว่าขอให้ได้เห็นกับตาเองก็พอ
เป้ 3 ใบตามจำนวนเพื่อนร่วมทาง พกพาความกล้ากับสกิลภาษาอังกฤษระดับต่ำเตี้ย ถือคติรวมกันเราอยู่ กำตั๋วเครื่องบินราคาโปรฯ ที่ถูกแบบภูมิใจ และแพลนเที่ยวแบบงูๆ ปลาๆ กะไปลุยเอาดาบหน้า
ใครๆ ก็บอกเมืองเล็กๆ เอาน่าสบายๆ !

เราถึงท่า
อากาศยานชางงี
เวลาเกือบเที่ยงคืน แม้ใจจะจดจ่อรีบหารถไปยังที่พัก แต่ก็อดประทับใจในความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ชวนตื่นตาสมกับเป็นท่าอากาศยานที่ได้รับการโหวตให้ได้เป็น
ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก
ไม่ได้ ความตื่นเต้นด่านแรกคือการผ่าน ตม. ก่อนหน้านั้นพี่ๆ ในออฟฟิศขู่กันซะยกใหญ่ว่า ตม. สิงคโปร์ถามเยอะมาก มือชื้นเหงื่อรวมสติและสกิลภาษาอังกฤษอันน้อยนิดฉีกยิ้มทักทายก่อนอย่างมั่นใจ แต่กลับต้องงงตาแตกเมื่อคุณ
พี่ ตม. รัวภาษาไทยใส่เป็นชุด
ความประทับใจเล็กๆ ก้าวแรกและทำให้น้ำเข้าประเทศได้อย่างสบายบรื้อ เย้ ^^

เที่ยวสิงคโปร์ทริปนี้วางแผนกันง่ายๆ ไปตามแลนด์มาร์ค เดินชมเมือง และท่องราตรีอันสวยงาม หลังจากน้ำเกริ่นออกแนวไปทางเวิ่นเว้อมานาน ถึงตรงนี้จะเข้าสู่ความประทับใจที่แท้จริงแล้วค่ะ กับเวลาชั่วขณะในประเทศสิงคโปร์ของน้ำ
ตกหลุมรักที่ 1 : ว่าด้วยความหลากหลาย

Chinatown
สิงคโปร์เป็นเมืองที่หลากหลายวัฒนธรรม
มากค่ะ ในแต่ละย่านเราจะพบเห็นกลุ่มคนและภาษาที่แตกต่าง หรือรวมไปถึงสถาปัตยกรรม อาหารการกิน น้ำพอจะแบ่งออกจากที่ตาเห็นส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อสายจีน และอินเดีย อย่างย่านไชน่าทาวน์ก็จะเป็นย่านของชาวจีนเลยค่ะ เราจะพบเห็นตึกรามบ้านช่องสไตล์จีน มีกลิ่นอายของชิโนโปรตุกีสที่ผสมผสานวัฒนธรรมกัน รวมทั้งศาสนาที่อยู่รวมกันได้อย่างไม่แปลกแยก มีวัดแขกเดินต่อไปอีกนิดกลับเจอวัดจีนอยู่ในถนนสายเดียวกัน
บรรยากาศย่านไชน่าทาวน์ ดีงามมากค่า



Bugis

แต่ในย่านที่พักของน้ำอย่าง
Bugis
จะเป็นย่านแขกค่ะ ตึกรามบ้านช่องแม้จะรูปทรงคล้ายๆ กัน แต่สีสัน ภาพวาด รวมถึงบริบทรอบข้างทำให้สามารถสัมผัสความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ที่นี้จะมีถนนสายท่องเที่ยวหลักที่ชื่อว่า
ฮาจิเลน
เหมือนถนนฮิปเตอร์ย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยจิตรกรรมสีสันสดใส ร้านรวงน่ารักๆ เรียกว่าวัยรุ่นไม่ควรพลาดมาถ่ายรูปเลยทีเดียว มาที่นี้ทำให้เราได้เห็นวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย แต่ทุกส่วนกลับอยู่ร่วมกันได้โดยเคารพซึ่งกันและกัน โดยที่ไม่ดูขัดแย้งหรือแปลกแยกแม้แต่นิดเดียว

สาวๆ ไปสิงคโปร์ต้องแวะไปเช็คอินฮาจิเลนจริงๆ นะ



ตกหลุมรักที่ 2 : ว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย

สิงคโปร์ถูกเรียกว่าเป็น
ประเทศที่พัฒนาแล้ว
เป็นประเทศที่มีระบบการคมนาคม การศึกษา และเทคโนโลยีที่นำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน จุดนี้จริงทีเดียวค่ะ เริ่มตั้งแต่ซับเวย์ที่ครอบคลุม รถบัสที่ขึ้นง่ายคำนวนเวลาการมาถึงและการเดินทางได้ตรงเป๊ะๆ
รวมไปถึงตึกสูงหน้าตาหลากหลายชูดีไซน์แข่งกันอย่างโดดเด่น น้ำไม่เห็นสถาปัตยกรรมตึกสูงที่มีดีแค่สูงเลย แต่ทุกตึกล้วนมีเอกลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบ ส่งผลไปถึงการท่องเที่ยวที่สิงคโปร์
ดึงจุดแข็งเรื่องเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมมาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว
แม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอยู่น้อย แต่เพราะความฉลาดคิดฉลาดสร้างทำให้แหล่งท่องเที่ยวจากฝีมือมนุษย์ของสิงคโปร์ ตื่นตาตื่นใจผู้มาเยือนอย่างเราได้มากทีเดียว

Gardens by the bay

ที่ยกให้เป็นที่ 1 คงจะเป็นGardens by the bayโครงการพัฒนาต่อเนื่องบริเวณริมอ่าวมาริน่าเบย์ ซึ่งเป็นสวนต้นไม้ ดอกไม้ และ พันธ์พืชนานาชนิด ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ไฮไลท์จะอยู่ที่โดมขนาดใหญ่ 2 โดมที่บรรจุพันธ์ุไม้ที่ต่างกัน ได้แก่Cloud Forestโดมพืชเมืองร้อน และFlower Domeโดมพืชจากทุกภูมิภาคทั่วโลก
Cloud Forest


Flower Dome


นอกจากนั้นยังมีต้นไม้ยักษ์อย่างSuper treesที่ตอนกลางวันจะมีการเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อนำมาแสดงเป็นแสงสียามค่ำคืน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไนท์ไลฟ์นอกจากการแสดงWonder Full – Light & Water Spectacularจากตึกมาริน่าเบย์ที่โด่งดัง
Super trees


Wonder Full – Light & Water Spectacular


short note เวลาการแสดง-OCBC Light and Sound Super Treesทุกวันเวลา 19:45 น. และ 20:45 น.-Wonder Full Light and Water Showวันอาทิตย์-วันพฤหัส เวลา 20:00 น. และ 21.30 น.วันศุกร์-วันเสาร์ เวลา 20:00 น. , 21.30 น. และ 23:00 น( ระยะเวลาการแสดงประมาณ 15 นาที )
ตกหลุมรักที่ 3 : ว่าด้วยสีเขียวไม่เคยหายไปจากประเทศนี้

แม้จะเป็นประเทศที่
โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี
แต่สิงคโปร์กลับ
ดูแลรักษาพื้นที่สีเขียว
ที่มีอยู่ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ หากมองจากมุมสูงจะเห็นสัดส่วนของเมืองและต้นไม้ไม่ได้แตกต่างกันจนใจหาย ถนนหนทาง แบล็คกราวน์หลังของตึกยังคงเป็นสีเขียวจากต้นไม้อยู่ ไม่แปลกใจเลยว่าถึงแม้แดดจะแรงพอๆ กับบ้านเราแต่อากาศกลับร้อนสู้บ้านเราไม่ได้เลย

จากจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลไปยังการท่องเที่ยวที่เกิดแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ส่วนกลางอันเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่าง
Southern Ridgesเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ลัดเลาะไปตามป่าของภูเขาเฟเบอร์ ( Faber Mount )
เป็นระยะทางถึง 9 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมโดดเด่นซึ่งอยู่ร่วมกันกับป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็น
สะ
พานรูปเกลียวคลื่น Henderson Waves
ทางเดินลอยฟ้ากลางป่า Forest Walk
และ
สะพาน Alexander Arch
สถานที่แห่งนี้เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะทำให้คุณได้เห็นในอีกมุมหนึ่งนอกจากความเป็นเมืองที่ทันสมัยของสิงคโปร์



short note ค่าใช้จ่ายเที่ยวสิงคโปร์
- ราคาตั๋วเครื่องบินไปกลับรวมน้ำหนักกระเป๋า
2800 บาท
สาวๆ สามารถหาตั๋วถูกได้จากเพจตั๋วเครื่องบินอย่าง พี่ช้าง อาแปะ หรือติดโปร แนะนำให้จองล่วงหน้าหลายเดือนหน่อยราคาดีมาก โปรเยอะมากต้องคอยจ้องไว้บ่อยๆ ค่ะ
- ค่าที่พัก 2738 บาท
แนะนำให้นอนโฮสเทลค่ะ จะประหยัดได้เยอะ เพราะค่าที่พักสิงค์โปรค่อนข้างแพง โฮสเทลส่วนใหญ่มีให้เลือกแบบห้องไพรเวทห้องน้ำในตัวก็มีค่ะ เครือ 5 footway.inn จะมีให้เลือกหลายทำเลสะดวกมา
- บัตรเข้า Universal Studio 1600 บาท และ Gardens by the bay 800+ บาท
แนะนำให้ไปหาซื้อที่นู้นนะคะ จะมีร้านหนึ่งที่ราคาดีชื่อว่า Sea Wheel Travel Thailand อยู่ในตึก People’s Park Centre ย่าน Chinatown ค่ะ
#รวมกิน + ช้อป + ค่าเดินทางในประเทศ สำหรับทริปนี้น้ำหมดไปไม่เกิน 13000 บาทค่ะ

สองขาของน้ำก้าวไปยังประเทศเล็กๆ แห่งนี้ให้มากเท่าที่จะทำได้ 4 วัน 3 คืนอาจบอกได้ว่าเป็นการเดินในระยะทางมากที่สุดกว่าที่เดินในหนึ่งปีที่ผ่านมา แต่เป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่ากับการได้มองเห็นความสวยงามในหลายๆ มุมของสิงคโปร์ และทำให้รู้ว่าเมืองนี้ไม่ได้มีแค่เมอร์ไลอ้อน และ Universal Studioแบบที่เคยได้ยินมา
แล้วพบกันใหม่ :)
N.
https://www.instagram.com/ham.c.ham/?hl=th