My Skincare Routine บำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและสุขภาพดี

My Skincare Routine บำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและสุขภาพดี

สกินแคร์ การดูแลบำรุงผิวของจอส Jossy Berry

09 October 2015
Nuffnang
09 October 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีหลายคนที่สนใจเรื่องการบำรุงผิวของจอส
และก็มีรีเควสกันเข้ามาทางแฟนเพจ วันนี้จอสก็เลยจะมารีวิวสกินแคร์ต่างๆ ที่ใช้อยู่
ซึ่งจริงๆ แล้วจอสได้ลองใช้มาหลายตัวมาก แต่จะหยิบมารีวิวเฉพาะตัวที่ชอบ
ใช้แล้วดี และใช้เป็นประจำเท่านั้นนะคะ
โดยปกติแล้วจอสเป็นคนผิวผสม มันช่วงทีโซน ผิวค่อนข้างขาวและมีกระนิดหน่อย
มีสิวบ้างบางครั้งนานๆ มาที 1-2 เม็ด เอาเป็นว่าโดยรวมคือผิวกลางๆ ไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ

image_43961
- ที่มารูป: www.bloggang.com


สกินแคร์ที่จอสเลือกใช้ จะเน้นไปที่การบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื้น
เพราะจอสเชื่อว่าพื้นฐานผิวที่ดีคือผิวที่ชุ่มชื้นและแข็งแรง ไม่ใช่ผิวขาว
เมื่อใดก็ตามที่ผิวของเราได้รับการบำรุงที่ถูกต้องและตรงตามความต้องการของผิว
ผิวเราก็จะเผยความสดใส เปล่งปลั่ง และดูสุขภาพดีออกมาจากภายในค่ะ

สำหรับสกินแคร์ที่จอสหยิบมารีวิวในวันนี้ก็จะมีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว
เป็นสกินแคร์พื้นฐานที่จอสใช้เป็นประจำทุกวันในช่วงนี้ค่ะ

image_43962
- ที่มารูป: www.bloggang.com

ทีนี้เรามาเริ่มกันทีละตัวกันเลยค่ะ


ตัวแรกจอสภูมิใจนำเสนอมาก เพราะตัวนี้เป็นสกินแคร์ตัวใหม่จากเกาหลี
จอสได้มาลองใช้ประมาณสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ติดใจมาก ใช้ทุกวันเลย
Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate
150 มล.
เป็นเซรั่มเนื้อน้ำที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งส่วนผสมสำคัญของเค้าก็คือ Marine Plankton Stemcell Complex
หรือที่เรียกว่าสารสกัดจากแพลงก์ตอนทะเล 8% เป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากทะเล
ที่มาจากทั้งแพลงก์ตอนพืชอย่างสาหร่ายทะเลสีแดงและสีน้ำตาล และสารสกัดจากแพลงก์ตอนสัตว์
หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆใต้ท้องทะเลลึก เช่น Jelly fish, Crustacean, Arrow Warms
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของน้ำแร่บริสุทธ์บนเกาะเชจูและสมุนไพรเกาหลีอีกกว่า 20 ชนิด


โดยผลของการใช้ Water Serum ตัวนี้ก็จะช่วยเพิ่มพลังงานให้เซลล์ผิว
กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ และทำให้ผิวของเราแข็งแรงขึ้น
และด้วยส่วนผสมของ Marine Plankton Stemcell Complex
จะทำหน้าที่ในการขุดอุโมงค์หลายชั้นในเซลล์ผิว ทำให้ดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและสร้างสมดุลผิว
จึงเห็นผลในเรื่องของความกระจ่างใส ชุ่มชื้น และยืดหยุ่นยกกระชับค่ะ
และตัวนี้เป็นขั้นตอนแรกของการเตรียมผิวก่อนที่จะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ
จึงช่วยให้เซรั่มและครีมซึมซาบเข้าผิวของเราได้อย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้นด้วย

ผลิตภัณฑ์ Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate วิจัยและผลิตที่ประเทศเกาหลี
จะเริ่มวางขายในเดือนกันยายนนี้ ขอบอกว่าเตรียมตัวกันให้พร้อมเลยเพราะมันเด็ดมาก

image_43964
- ที่มารูป: www.bloggang.com


เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำเหลวมีลักษณะใสๆ ค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
วิธีใช้สามารถหยด 3-5 หยดลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้ทั่วใบหน้าได้เลย
หรือจะใช้กับสำลีก็ได้เช่นกัน ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุง
ตัวนี้เนื้อจะบางเบาและซึมเร็วมากๆ พอทาลงไปแล้วจะซึมเข้าผิวของเราไปหมดเลย
โดยที่ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว ทำให้สบายผิว เหมาะกับอากาศบ้านเรา
ซึ่งบางครั้งที่อากาศร้อนมากๆ จอสจะใช้เดี่ยวๆได้เลย โดยที่ไม่รู้สึกว่าผิวแห้งค่ะ

หลังจากที่ใช้มาสองสัปดาห์ได้แล้ว สิ่งที่เห็นชัดสุดคือผิวดูแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น
เวลาลูบไปบนผิวแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าผิวเรียบเนียนมากขึ้น ที่สำคัญคือใช้แล้วไม่แพ้ค่ะ
และด้วยความที่เนื้อเซรั่มซึมได้ดี ทำให้การลงสกินแคร์ในขั้นต่อไปง่ายขึ้น
เพราะมันทำให้เซรั่มและครีมซึมเข้าผิวได้ดีไปด้วยค่ะ ชอบมาก

image_43965
- ที่มารูป: www.bloggang.com


ตัวต่อไปเป็นเซรั่มของเกาหลีเช่นเดียวกันค่ะ ช่วงนี้สกินแคร์เกาหลีมาแรง
Skindom Luxury Cell Collagen Peptide Ampoule 30 มล.
ตัวนี้เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่คลินิคผิวหนังในเกาหลีนิยมใช้กัน
มาในรูปแบบ Ampoule ( แอมเพิล ) หรือ superserum ที่มีเนื้อบางเบา
แต่มีส่วนผสมที่สำคัญและเข้มข้นมากๆ สามารถซึมเข้าผิวของเราได้ดีค่ะ
ตัวเซรั่มมีส่วนผสมของ Collagen Peptide ที่เข้มข้น และสารสกัดจากพืชค่ะ


ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้ว่า เซรั่มขวดนี้สามารถให้ผลลัพธ์ถึง 7 ประการ
ได้แก่ ลดเลือนริ้วรอย, เพิ่มความยืดหยุ่น, ผิวเงาเป็นประกาย, กระชับรูขุมขน,
ผิวดูอ่อนกว่าวัย, ควบคุมความมัน, และเติมความชุ่มชื้นค่ะ

ผลิตภัณฑ์ของ Skindom มีวางจำหน่ายที่ร้าน Watson และ EveandBoy
เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถลองไปหามาใช้ดูได้ เห็นว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นอยู่ด้วยนะคะ

image_43966
- ที่มารูป: www.bloggang.com


เนื้อเซรั่มจะเป็นสีใสๆ แต่จะเข้มข้นและยืดหยุ่นกว่าตัวแรก กลิ่นหอมอ่อนๆ
จอสใช้เป็นขั้นตอนที่สองของการบำรุงผิวค่ะ
ถ้าเป็นช่วงกลางวันจะใช้แค่สองตัวนี้ จากนั้นก็ลงกันแดดและแต่งหน้าได้เลย
ใช้ประมาณ 2-3 หยด ลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้ทั่วใบหน้าได้เลย
จากนั้นก็นวดๆ ให้เซรั่มซึมเข้าผิว พอทาตัวนี้แล้วจะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
เนื้อเซรั่มจะซึมเข้าผิวไปเลย แต่จะดูฉ่ำๆ วาวๆ โดยที่ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว

ขวดนี้จอสใช้มาจนเกือบจะหมดแล้วค่ะ คิดว่าต้องหามาใช้ต่อแน่นอน
ที่ชอบเพราะว่าหลังทาไปแล้วผิวมันดูดีมากๆ คือมันดูฉ่ำๆ เหมือนผิวสาวเกาหลี
ระหว่างวันจะไม่ทำให้ผิวมัน แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก
ส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ใช้แล้วไม่มีอาการแพ้ใดๆ
เป็นเซรั่มที่ใช้แล้วถูกกับผิวจอสมาก คิดว่าขวดนี้ควรมีติดบ้านไว้ค่ะ

image_43967
- ที่มารูป: www.bloggang.com


ตัวต่อไปเป็นครีมบำรุงผิวจากฝั่งอเมริกากันบ้าง
Origins Make A Difference Night Overnight Hydrating Repair Cream 50 มล.
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าจอสได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Origins มาหลายตัวแล้วเหมือนกัน
แต่ตัวนี้เป็นกระปุกที่ใช้แล้วชอบที่สุดตั้งแต่เคยใช้ของแบรนด์นี้มา
ส่วนประกอบหลักของตัวนี้ก็คือ Rose of Jericho หรือที่เรียกว่ากุหลาบทะเลทราย
ซึ่งกุหลาบทะเลทรายนี้มีความสามารถพิเศษคืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้อย่างยาวนาน
และสามารถกลับมาฟื้นฟูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง เพียงได้รับน้ำแค่เล็กน้อย
จึงเป็นส่วนผสมหลักที่ช่วยให้ผิวขาดน้ำกลับมาชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของลิ้นจี่และแตงโม ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นไปอีกขั้น


ซึ่งผลิตภัณฑ์ Make A Difference ของ Origins ตัวนี้
สามารถเข้าฟื้นบำรุงถึงต้นเหตุของผิวที่ขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว
และช่วยเสริมระดับน้ำในผิวและความชุ่มชื้นได้เพียงข้ามคืน
ตัวนี้จอสจะใช้ในตอนกลางคืนเท่านั้นค่ะ

เพื่อนๆ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของ Origins ได้ตามเค้าเตอร์ในห้างสรรพสินค้าค่ะ

image_43968
- ที่มารูป: www.bloggang.com


เนื้อครีมจะเป็นสีขาวเข้มข้น แต่มีความยืดหยุ่นและทาง่ายค่ะ
กลิ่นของเค้าจะหอมแบบ Essential Oil กลิ่นแรงระดับกลางค่ะ
คือผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ๋ของ Origins เค้าจะผสม Essential Oil แทนน้ำหอม
เพื่อลดโอกาสของการแพ้หรือระคายเคือง ซึ่งตัวนี้จอสว่ากลิ่นหอมที่สุด
ใช้แล้วไม่แพ้ไม่มีสิวอุดตันด้วยค่ะ เพราะปกติผิวของจอสจะไม่ค่อยเหมาะกับน้ำมัน
ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวของเค้าที่จอสเคยใช้มาก็มีแพ้น้ำมันจาก Essential Oil เหมือนกันค่ะ
คือจะมีสิวอุดตันขึ้นมาบางจุด แต่ตัวนี้ผ่านฉลุยค่ะ ใช้มาครึ่งกระปุกแล้ว ไม่มีอาการแพ้ใดๆ

ผลหลังการใช้คือมันเป็นครีมบำรุงที่เข้มข้นก็จริง แต่มันซึมเข้าผิวได้ค่อนข้างดี
ที่จอสรู้สึกได้คือ สารบำรุงในเนื้อครีมได้ซึมเข้าไปบำรุงในชั้นผิวของเราได้อย่างล้ำลึก
ซึ่งเทียบกับสองตัวข้างบนแล้วตัวนี้จะทิ้งความมันวาวไว้เยอะกว่า เพราะเป็นเนื้อครีม
แต่ถ้าเทียบกับครีมบำรุงผิวตัวอื่นๆ ที่มีลักษณะเข้มข้นแบบนี้แล้ว ตัวนี้ถือว่าซึมได้ดีที่สุด
และที่สำคัญคือเนื้อครีมเกลี่ยง่าย ลื่นไปกับผิวและไม่รู้สึกว่าหนืดด้วยค่ะ

image_43970
- ที่มารูป: www.bloggang.com


ตัวสุดท้ายเป็นเจลแต้มสิวค่ะ
อย่างที่บอกว่าปกติจอสไม่ค่อยมีปัญหาสิวสักเท่าไหร่
แต่ก็จะมีบ้างบางครั้ง ซึ่งถ้าอยากให้เชื้อสิวหายก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิว
หรือถ้ามีเวลาเข้าคลีนิคความงามก็อาจจะไปให้คุณหมอฉีดให้ค่ะ
ตัวเจลแต้มสิวที่จอสใช้อยู่ตอนนี้เป็นของ COS Coseutics Anti-Acne Gel ขนาด 5 มล.


COS เป็นสกินแคร์เวชสำอาง โดยผลิตภัณฑ์ของเค้าก็จะผ่านการทดสอบการแพ้
จากแพทย์ผู้เชียวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะระคายเคือง
ลักษณะจะเป็นหลอดเล็กๆ นะคะ ซึ่งเจลแต้มสิวตัวนี้จะช่วยลดการเกิดสิวในทุกขั้นตอน
ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือแม้แต่รอยด่างดำจากสิวก็ใช้ได้เช่นกัน

สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยค่ะ

image_43971
- ที่มารูป: www.bloggang.com


เนื้อของผลิตภัณจะเป็นสีใสๆ เหลวๆ แต่จะหยุ่นๆ นิดนึง และไม่มีกลิ่นค่ะ
เวลาใช้ก็สามารถแต้มลงไปบริเวณที่เป็นสิวได้เลย สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น
แต่อย่างที่รู้กันค่ะว่าเจลแต้มสิวส่วนใหญ่จะทำให้ผิวแห้ง
หลังใช้ส่วนใหญ่ผิวจอสจะเป็นขุยๆ เวลาตื่นเช้ามาจะเห็นได้เลย
แต่ด้วยความที่ปกติเป็นคนบำรุงผิวดีอยู่แล้ว พอล้างหน้าทาครีมมันก็จะหายไปเองค่ะ
แต่สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ผิวแห้งอยู่แล้ว จอสแนะนำให้ใช้แต่น้อยพอ
และถ้าสิวหายแล้วก็หยุดใช้ไปเลย จะได้ไม่มีอาการผิวแห้งเป็นขุยนะคะ

เห็นหลอดเล็กๆ แบบนี้ ส่วนตัวจอสใช้ได้นานหลายเดือนเลยทีเดียว
เพราะใช้แต่น้อย แต้มเฉพาะจุด และช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นสิวอยู่แล้วด้วยค่ะ

image_43973
- ที่มารูป: www.bloggang.com

 

ต่อไปเรามาดูสภาพผิวในแต่ละขั้นตอนที่ลงสกินแคร์กันค่ะ

1. เป็นผิวหลังล้างหน้า ยังไม่ได้ทาครีมใดๆ
2. ลง Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate จะดูฉ่ำขึ้นมานิดนึง
แต่โดยรวมแล้วผิวจะไม่มีความมันวาว เพราะเนื้อเซรั่มได้ซึมเข้าผิวหมดแล้ว
3. ลง Skindom Luxury Cell Collagen Peptide Ampoule
สังเกตุว่าผิวจะดูฉ่ำวาวขึ้นมาอีกนิดนึง แต่เนื้อเซรั่มก็ซึมเข้าผิวไปเหมือนกัน
4. ลง Origins Make A Difference Night Overnight Hydrating Repair Cream
พอลงตัวนี้ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวฉ่ำวาวสุดๆ คือมันทั้งซึมเข้าบำรุงและเคลือบชั้นผิวด้วยค่ะ

แต่โดยรวมพอลงทั้งสามตัวนี้ก่อนนอนแล้ว ตื่นมาผิวก็จะดูฉ่ำๆ เหมือนเดิม
คือไม่ได้ทำให้ผิวมันเยิ้ม หรือเหนอะหนะจนรู้สึกไม่สบายผิว
แต่จอสรู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ผิวในขณะที่เราหลับ
ทำให้ตื่นมาแล้วได้ผิวที่ชุ่มชื้น และสดใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีค่ะ

image_43974
- ที่มารูป: www.bloggang.com


Tips.
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากบำรุงผิวเป็นพิเศษ หรืออยากเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิว
จอสแนะนำให้ใช้ Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate มาส์กหน้าค่ะ
โดยใช้กับเม็ดมาส์ก ตัวนี้เป็นของ Kose ที่จอสจะมีติดบ้านไว้ตลอด
เพียงหยดเซรั่มลงไปบนเม็ดมาส์ก รอสักพักให้เนื้อเซรั่มซึมให้ทั่ว แล้วเอามามาส์กหน้า
ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นพอลอกแผ่นมาส์กออก ให้นวดจนเนื้อเซรั่มซึมเข้าสู่ผิว
แล้วตามด้วยขั้นตอนสกินแคร์ตัวอื่นๆ ได้เลยค่ะ รับรองว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นหลายเท่าเลยค่ะ

สามารถทำได้ทั้งช่วงเช้าก่อนแต่งหน้า ในวันที่ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย
ก็จะทำให้เมคอัพเนียนขึ้น และแต่งหน้าติดทนนานขึ้น
หรือวันไหนที่ไปออกแดดมาเยอะๆ ต้องการการบำรุงและปลอบประโลมผิวเป็นพิเศษ
ก็สามารถทำได้ก่อนนอนเช่นกันค่ะ

image_43975
- ที่มารูป: www.bloggang.com
image_43976
- ที่มารูป: www.bloggang.com


สุดท้ายนี้อยากให้เพื่อนๆ จำไว้เสมอว่า การมีผิวที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
จะแต่งหน้ายังไงก็ออกมาสวย แต่งน้อยๆ โชว์ผิวก็ได้
ยิ่งช่วงนี้งานผิวที่บางเบาดูเป็นธรรมชาติกำลังมา
เพราะฉะนั้นอย่าลืมบำรุงผิวให้ดี เพื่อเป็นพื้นฐานของการแต่งหน้าที่สวยเนียนเป๊ะนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @