ฉายเดี่ยวสวยๆ ลุยหิมะท่ามกลางความหนาวติดลบ ที่ Lapland, Finland

ฉายเดี่ยวสวยๆ ลุยหิมะท่ามกลางความหนาวติดลบ ที่ Lapland, Finland

แชร์ประสบการณ์ตะลุยเที่ยวที่เมือง Kittila ทั้งเดิน ทั้งขี่ม้า ทั้งลากเลื่อน หิมะจะสูงท่วมเอวก็ไม่หวั่น คนเดียวก็สู้ไหว ผู้หญิงสมัยนี้ต้องสตรอง!

26 February 2018
At White Sea
26 February 2018
image_571360

เมือง Kittila , Lapland, Finland


ฮายยยย... สวัสดีค่าาาาาาาา ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา มาเริ่มกันเลยดีกว่า ไหนคะ สาวๆ คนไหนที่มี 'นั่ง dogsled' อยู่ใน bucket list ของตัวเองบ้างคะ ยกมือขึ้นนนนน

เมื่อช่วงปลายมกราคม เราได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ฟินแลนด์มาค่ะ ซึ่งจริงๆ เป็นทริปไปทำงาน แต่ก็มีเวลาให้หนีเที่ยวอยู่ ซึ่งเมืองที่ไปชื่อ Kittila อยู่ทางเหนือของฟินแลนด์ อากาศอยู๋ราวๆ -10 ถึง -20 ค่ะ ... เตรียมเสื้อผ้าอะไรไปอย่างดี กะว่าฉันจะต้องไม่หนาวตาย แต่โอ้โห จะใส่สี่ชั้นก็ยังยืนสั่นค่ะคุณณณ

หันไปมองชาวบ้าน ทำไมเขาดูชิลล์กันชะมัด จำได้ตอนที่คุยกับคุณป้าร้านขายของชำ ป้าบอกว่า โอ้ย วันนี้อากาศดีจะตาย แค่ -12c เอง อุ่นมาก อุ่น ตรง ไหน คะ!! เขาบอกว่าอาทิตย์ก่อนหน้าที่นี่อากาศอยู่ที่ -33c ค่ะ ...โอ้ย ใช้ชีวิตกันยังไงคะเนี่ยยยยย ( และขอบคุณโชคชะตาตัวเอง ที่มาตอนที่มันอุ่น(?)ที่สุดของฤดูหนาวพอดี )

image_571365

ที่นี่นั้น เอฟวรี่ติง อีส ไวท์ จีจีค่ะ

หนาวก็หนาว แต่เราไม่อยากจะกลับเข้าโรงแรมเลยค่ะ เดินตะลอนอยู่ในหมู่บ้าน(ที่เล็กกะจิ๊ดริ๊ด) ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น ( 10 โมง ) จนพระอาทิตย์ตก ( บ่าย 3 ) ใช่ค่ะ เวลากลางวันเขามีอยู่แค่นั้นค่ะ และเป็นเวลากลางวันที่มองไม่เห็นพระอาทิตย์ด้วยนาจาาา

สภาพอากาศมันก็จะกลูมมี่ๆ มีเมฆมาก มีหิมะตกโปรยปรายให้หนาวยะเยือกกว่าเดิมเล่น อะไรแบบนั้นอ่ะค่าาาา แต่ตอนหิมะตกนี่สวยจริงจังค่ะ วินเทอร์วอนเดอร์แลนด์สุดๆ เดินเล่นแล้วก็มโนว่าตัวเองอยู่ในเทพนิยายฤดูหนาว โอ้ ลัลล่า 

image_571366
image_571381

เอาล่ะ ฝอยมานาน เข้าเรื่องกันดีกว่า
กิจกรรมที่เราหนีงานไปทำ มีอยู่สามอย่างค่ะ

อย่างแรก เราไปที่ Santa's Pet Farm ค่ะ ( ที่ถ้ามีอะไรสนุกกว่าก็แนะนำให้ไปทำเถอะ แต่ถ้าไม่มีและบังเอิญผ่านมาเมืองนี้ ก็ ไปได้ค่ะ น้องสัตว์น่ารัก คนดูแลสวนสัตว์ก็น่ารัก อุ้ยยยย ) เป็นสวนสัตว์เล็กๆ ( เล็กม้ากกก ) มีกิจกรรมให้ทำเช่นนั่งเลื่อนให้เรนเดียร์ลากรอบสวนสัตว์ ป้อนอาหารสัตว์ ไถลลงเนินหิมะ

ซึ่งอันนี้เราเดินจากโรงแรมไป ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ( ดูเหมือนใกล้ แต่เดินท่ามกลางความหนาว -14 ค่ะคุณ ) ที่นี่มีรถบัสนะคะ จะผ่านทุกครึ่งชั่วโมง ยืนรอได้ถ้าสู้ไหว แต่เรากล้าเกิน เดินไปเองค่ะ เดินไปแล้วก็อยากจะนอนตายกลางหิมะหลายสิบรอบมากมากกกกก

image_571388
image_571390

มีห่านสีขาวสองตัว อวบอ้วนสุขภาพดี แต่ไม่มีรูป ( เพราะนางขี้โมโหมากจ้าาาา ขอแค่ก้าวเข้าไปในเล้านางเท่านั้นล่ะ ตีปีกพับๆๆๆๆๆ จนต้องขอหนีออกมาก่อน เพราะไม่รู้ว่านางจะบินข้ามรั้วมาไล่จิกหรือเปล่า รั้วยิ่งเตี้ยๆ อยู่ )  

มีเรนเดียร์ แกะ ม้าฟินนิช ( ม้าอ้วน! ) ส่วนมากก็จะเป็นกลางแจ้งอ่ะนะคะ ที่เดินๆ ไปตกหลุมหิมะ ( ชนิดที่ว่าจมไปครึ่งตัว แล้วก็ออกมาไม่ได้นอกจากจะกลิ้งให้มันล้มไปเลยอย่างเดียวเท่านั้น ) แล้วก็มีบริเวณในโรงนา ( ที่เหมือนจะช่วยให้หลบหนาวได้ แต่ไม่เลยค่ะ เยือกกว่าข้างนอกอีก โว้วววว )

image_571392
image_571393

ต่อไปปปปปปป... อันนี้คือที่ทุกคนน่าจะไม่เคยคิดถึงเวลามาเที่ยวฟินแลนด์ อาจจะเพราะไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าหมาลากเลื่อนที่โด่งดังกว่า แต่ขอบอกว่าอันนี้คุ้มค่าที่จะไปลองไม่แพ้กันค่ะ

นั่นก็คือ ขี่ม้า ขี่ม้าเข้าป่าค่ะ!!!

แท่น แทน แท้นนนนนนนน

image_571398

น้องม้าเป็นม้าพันฟินนิช จะไม่สูงมาก และอวบอ้วนหน่อย

ที่เราไปนั้น ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย ทั้งรอบมีแค่เราคนเดียว ตึ้งงงง ( คือปกติเขาจะมีเป็นรอบเช้าและรอบบ่าย รับรอบละไม่เกิน 5 คน ค่ะ )
คนดูแลเป็นสาวน้อยน่ารักมากกกก อัธยาศัยดีมากๆ ค่ะ พอไปถึง เขาจะมีชุด รองเท้า หมวก ให้ใส่ แนะนำว่า ใส่แค่ชุดไม่พอค่ะ ให้พก heatpack ใส่ในถุงมือและถุงเท้าไว้ด้วยค่ะ พอพร้อมแล้วก็ขึ้นม้ากันเลย

ระยะทางคือเดินข้ามเขาข้ามป่ากัน เป็นทริปที่จะใช้ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ( ซึ่ง เราไม่รอดค่ะ ไปได้แค่ชั่วโมงครึ่งก็ขอลาก่อน มันหนาวมากจริงๆ ) ตอนขี่ม้านี่ เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดมากจริงๆ ค่ะ เพราะเราลุยเข้าป่ากันจริงจังมาก หิมะรอบๆ คือสูงเท่าท้องม้า บางช่วงหิมะก็สูงกว่านั้น เจ้าม้าก็ต้องกระโดดข้ามกัน ( อันนี้ล่ะน่าหวาดเสียว เพราะเราจะร่วงค่ะ )

ตอนแรกๆ นั้น เจ้าม้าของเราผู้มีนามว่า เซเลีย นางขี้เกียจมากกกกกกก ค่ะ นางเดิน แล้วก็หยุด แล้วก็จะเอาแต่กลับตัวเดินกลับคอกตลอด พอเราบังคับนางมากๆ เข้า นางก็ประท้วงด้วยการ เอาหัวปักกองหิมะข้างตัวจ้า!!


image_571417

มีรูปน้อย เพราะหนาวเกินกว่าที่จะถอดถุงมือมาจับกล้องถ่ายรูปได้

โอ้ยยย คุณพระคุณเจ้า หนาวแบบ หนาวมากกกก หนาวไม่ไหวแล้วววว ตั้งแต่นิ้วเท้ายันก้นนี่คือไร้ความรู้สึกใดๆ อีกต่อไป มือก็เย็นเจี๊ยบ ส่วนหน้าตัวเองนั้น เย็นชาาาาาา แก้มนี่เย็นจนเจ็บ

อันนี้ใครจะไปขอแนะนำให้ใส่ผ้าปิดหน้า ( หาซื้อในหมู่บ้านได้เลยค่ะ จะเป็นเหมือนหมวกไอ้โม่งครึ่งทางที่คลุมตั้งแต่จมูกลงไปถึงคอ ) ไว้ด้วย จะช่วยได้เยอะ เผอิญเราไม่ทันเครียม ก็เลยแทบตายอย่างที่เล่าให้ฟังนั่นล่ะค่ะ

ขอบคุณคนดูแลมากที่หันมาถามเราตอนครึ่งทางว่า ยูอยากใช้ทางลัดกลับมั้ย เราแบบ พลีสสสสสส ดู แดท นะคะ แต่ขนาดทางลัด กว่าจะถึงกระท่อมก็ปาไปชั่วโมงนึงค่ะ 

เขาบอกว่าวันนี้หนาวอยู่ แต่นี่เขาจะต้องพาลูกค้าออกมาอีกรอบตอนห้าโมงเย็น ซึ่งตอนนั้นคือมืดสนิทแล้ว เรานี่แบบ ว่าไงนะ ใครกันที่บ้าขนาดจะมาขี่ม้าในความมืดห้ะ! แต่สำหรับความสวยของวิวรอบตัวนี่ สุดยอดจริงๆ ค่ะ

image_571429

พระอาทิตย์กำลังจะตก และพอพระอาทิตย์ตกปุ๊ป หนาวขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่า

image_571430

อันนี้คือตอนที่เดินไปจนถึงยอดเขาค่ะ วิวสวยมากกกกก...จริงๆ


เอาล่ะ ได้เวลาถึงตัวเองของบทความนี้แล้ว //รัวกลอง//

DOGSLED !!!


มีให้เลือกหลายทัวร์มาก แต่แนะนำให้สอบถามกับทางโรงแรมและจองผ่านเขาเลยค่ะ เพราะจะมีบริการรถรับส่ง ( ไม่อย่างนั้นต้องเดิน ไม่ก็แท็กซี่ ซึ่งแท็กซี่นี่ มิเตอร์สตาร์ทที่ 300 บาทไทยจ้าาาา โอ้มายก่อดดด )

เขาจะมีเสื้อผ้ากับรองเท้าให้ใส่เพิ่ม มีเป็นรอบเหมือนกัน เช้ากับบ่าย รอบละไม่เกิน 10 คน ซึ่งปกติก็จะมากันเป็นคู่ไม่ก็เป็นครอบครัว แต่เราฉายเดี่ยวสวยๆ ไปค่ะ ไปคนเดียว เลยได้ไปคู่กับคุณป้าชาวฟินแลนด์ที่แสนจะเชี่ยวชาญ เพราะคุณป้านั่งมาหลายรอบแล้ว

เลื่อนอันนึงมีพลังสุนัข 6 ตัว สำหรับสองคน คนนึงนั่งด้านหน้า อีกคนนึงขับด้านหลัง ระยะทางทั้งหมด 10กม เราก็แบ่งกันค่ะ ขับคนละ 5 กม ซึ่งเราให้คุณป้าแสดงฝีมือก่อน 



image_571455

น้องหมาคึกคักมาก แต่พอวิ่งจริงๆ นางขี้เกียจบ่อยมากค่ะ! คือคนสอนเขาบอกว่า น้องหมาเนี่ย ถ้าเขาหันมามองเรา แปลว่าเขาขอความช่วยเหลือนะ อาจจะเวลาขึ้นเนินอะไรงี้ที่เขาวิ่งกันไม่ไหว ก็ให้เราลงจากเลื่อนแล้วช่วยเข็นเลื่อนหน่อย

ตอนขึ้นเนินนี่เราเข้าใจ แต่เจ้าหมาเล่นหันมามองหน้ากันทุกห้านาทีนี่ เราไม่เข้าใจ น้องทำงานบ้างสิค้าาา น้องจะให้เราช่วยไถตลอดห้ากิโลนี่ไม่ไหวนะค้า ทั้งเหนื่อนทั้งหอบ แต่ก็อิ่มเอิบใจ เพราะวิวสวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ

image_571521

หลังจากเสร็จแล้ว ก็จะเป็นช่วงเวลาของการถ่ายรูปกับน้องหมา ( ที่คึกคักน้อยลงเพราะเหนื่อยกันแล้ว ตอนก่อนเริ่มนี่เขาจะห้ามถ่ายรูปกับน้องหมานะคะ เพราะพลังเกินลิมิตอยู่ จะถ่ายรูปได้ก็ต่อเมื่อวิ่งเสร็จแล้วเท่านั้น ) จากนั้นเขาก็จะพาเข้าไปในกระท่อม นั่งรอบเตาผิงที่ไฟลุกฮือมาก จิบน้ำผลไม้อุ่นๆ คลายหนาว และนั่งฟังเรื่องราวของน้องหมากันค่ะ

หลังจากนั้นก่อนกลับ เขาก็จะพาเราไปยังคอกลูกหมา เพื่อให้เราเล่นและถ่ายรูปตามใจชอบ โอ้โห วิ่งไล่จับกันสนุกมากกกกก อุ้มได้นะคะ จะอุ้มจะฟัดจะอะไรก็ได้เต็มที่เลย


image_571533

นั่นล่ะค่ะ กิจกรรมที่เราทำระหว่างอู้งาน ซึ่งขาดล่าแสงเหนืออีกอย่าง อันนี้พยายามล่าจากดาดฟ้าโรงแรมแล้วแต่ไม่เห็น เพราะเมฆเยอะมาก แง

แนะนำว่าไปโรงแรมสวยๆ พวกที่เป็น igloo หลังคากระจก จะฟินมากค่ะ ( อันนี้นอนโรงแรมปกติ ก็จะได้บรรยากาศเหมือนเป็นชาวบ้านแทนนักท่องเที่ยว ) คนฟินแลนด์น่ารักและใจดีค่ะ และ 80% เคยไปเที่ยวประเทศไทยกันมาแล้ว ทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารเลยค่ะ

แถมอีกอย่าง เราได้ไปขับ snowmobile ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในงานที่ต้องทำ ก็เลยขับกันตอนกลางคืน ที่พีคคือกระจกกันลมของหมวกกันนอคเรามันดันหลุด โอ้ยยยยยย กว่าจะถึงที่หมายเล่นเอาหนาวจนปวดหัวไปหมดเลยค่าาาา

image_571581

จบแล้วค่ะ ประสบการณ์ไปเที่ยวฟินแลนด์ครั้งแรกของเรา เราอยู่ทั้งหมด 5 วัน ทำงาน 3 เที่ยว 2 และติดอยู่สนามบินอีก 2 วัน ก๊ากกกก...

ที่ติดเพราะ เครื่องบินสตาร์ทไม่ติด กลับเมืองหลวงไม่ได้ ตกไฟลท์กลับไทย โดนย้ายให้บินไปฮ่องกง ละจากฮ่องกงกลับไทยอีกที อื้อหือ แทนที่จะกลับถึงบ้านแบบไม่ลำบาก นี่กินนอนอยู่สนามบินกับบนเครื่องเกือบสองวันเลยค่ะ

เราประทับใจมากกับทริปนี้ และขอชวนให้ทุกคนไปกันซักครั้ง ขอบอกเลยว่ามันจะเป็น Memories of a life time เลยล่ะค่ะ!

image_571584
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @