ช่วงนี้เทรนด์ดูแลตัวเองมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงไทยที่หันมาดื่ม “ชา” กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดอกไม้ หรือมัทฉะ ด้วยภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มที่ทั้งเฮลตี้ ช่วยผิวใส คุมหุ่น และดูเป็นสายบิวตี้สายคลีน แต่ถึงชาเขียวจะขึ้นชื่อว่าเป็นมิตรต่อสุขภาพ ก็ใช่ว่าจะดื่มได้แบบไม่ต้องระวัง เพราะหากดื่มผิดเวลา หรือมากเกินไป อาจส่งผลข้างเคียงที่กระทบทั้งผิว สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ ได้ วันนี้เราจึงขอชวนมาเช็กลิสต์ 5 ผลข้างเคียงของการดื่มชาเขียว ที่สายบิวตี้ควรรู้ไว้ก่อนจิบ จะได้สวยใสแบบไม่พลาด 💫
🫖 5 ผลข้างเคียงของการดื่ม ‘ชาเขียว’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ชาเขียวถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมทั่วโลก ด้วยประโยชน์มากมายจากสารต้านอนุมูลอิสระและคาเทชิน (catechin) แต่การดื่มชาเขียวก็ ไม่ได้ปลอดภัยสมบูรณ์ 100% หากบริโภคมากเกินไปหรือมีข้อควรระวังเฉพาะกลุ่ม อ่านต่อเพื่อรู้ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้👇
1. รบกวนการนอน และอาการจากคาเฟอีน

ชาเขียวมีคาเฟอีน แม้จะน้อยกว่ากาแฟ แต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการ นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล หรือสั่นได้ โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือดื่มช่วงเย็น/ค่ำ
👉 คาเฟอีนในชาเขียวยังสามารถทำให้ตื่นตัวนานกว่าปกติได้จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ด้วย
2. อาการระคายกระเพาะและปัญหาการย่อย
สารแทนนิน (tannins) ในชาเขียวอาจทำให้กระเพาะระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อดื่มตอนท้องว่าง ส่งผลให้เกิด ปวดท้อง คลื่นไส้ แสบท้อง กรดไหลย้อน หรืออาการท้องเสีย ในบางราย
3. ลดการดูดซึมธาตุเหล็ก
ชาเขียวมีสารบางชนิดที่สามารถจับกับธาตุเหล็กชนิด non-heme iron ในอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่มี ภาวะโลหิตจาง โรคโลหิตจาง หรือกำลังตั้งครรภ์
👉 ตัวอย่างเช่น การดื่มชาเขียวพร้อมมื้ออาหารที่มีธาตุเหล็กสูง อาจลดการดูดซึมลงได้มากถึง 90%
4. ปฏิกิริยาระหว่างยาหรือผลต่อตับ/สุขภาพอื่นๆ
ชาเขียว โดยเฉพาะในรูปแบบ สกัดเข้มข้นหรือเป็นอาหารเสริม อาจมีการโต้ตอบกับยาบางชนิด เช่น ยาควบคุมความดัน หรือยาลดไขมัน รวมทั้งเคยมีรายงาน ผลข้างเคียงต่อตับ ในบางกรณี
📌 นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าควรปรึกษาแพทย์ หากคุณกำลังใช้ยาเป็นประจำและต้องการบริโภคชาเขียวปริมาณสูง
5. ผลข้างเคียงจากการบริโภคมากเกินไป

ถึงแม้การดื่มชาเขียวปริมาณปกติ (เช่น 1–3 แก้วต่อวัน) จะปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป แต่การดื่มมากเกินไป — โดยเฉพาะในรูปแบบ ผงสกัดเข้มข้น / ชนิดอาหารเสริม — อาจทำให้เกิด
- อาการใจสั่น/หัวใจเต้นผิดปกติ
- ปัสสาวะขับแคลเซียมมากขึ้น
- เกิดนิ่วในไตจากการขับแคลเซียมมากขึ้น
- อาการกระตุ้นระบบประสาทจากคาเฟอีนเกินขนาด
📌 ผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำให้จำกัดปริมาณชาเขียวไว้ที่ประมาณ 2–3 แก้ว/วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงเหล่านี้

ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง แต่ก็มี ผลข้างเคียงที่ควรรู้ หากบริโภคเกินความเหมาะสมหรือมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัว เช่น รบกวนการนอน ระคายกระเพาะ ลดการดูดซึมธาตุเหล็ก ปฏิกิริยากับยา อาการจากการบริโภคมากเกินไป
ดังนั้นการดื่มชาเขียวควรอยู่ใน “ปริมาณที่เหมาะสม” และปรับตามสุขภาพของแต่ละคน หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคลนะคะ


