แก่ไม่แก่ ดูที่ตา! 5 ทริค ดูแลผิวรอบดวงตา ให้อ่อนกว่าวัย สวยใสไปน้านนาน

แก่ไม่แก่ ดูที่ตา! 5 ทริค ดูแลผิวรอบดวงตา ให้อ่อนกว่าวัย สวยใสไปน้านนาน

เปิด 5 ทริคเด็ด ดูแลผิวรอบดวงตา จากผู้เชี่ยวชาญด้านผิว

29 January 2019
☆* Dream Inspired *☆
29 January 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ดวงตา หน้าต่างของหัวใจที่ใครๆ ก็รู้ แต่มักจะละเลยในการดูแล ก็เลยไม่แปลกที่บริเวณนี้มักจะโชว์ความก้าวไกลทางอายุก่อนผิวส่วนอื่นๆ ที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร? เพราะผิวรอบดวงตาของเราบางและอ่อนแอกว่าผิวส่วนอื่นๆ แต่กลับต้องทำงานตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะ ขมวดคิ้ว หรือแม้แต่การกระพริบตา ก็ล้วนแต่ส่งผลให้มีริ้วรอยขึ้นเร็วก่อนวัยทั้งนั้น

นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงการโดนรังแกจากรังสี UV ที่จ้องจะเล่นงานเราทุกวัน รวมถึงไลฟ์สไตล์บางอย่างหรือความเคยชินส่วนตัวของเรา อย่างเช่นการขยี้ตาอะไรแบบนี้อีกนะ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถทำให้ผิวรอบดวงตาเราดูดีขึ้นได้ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ก็ไม่เคยสายไปที่จะเริ่มดูแลดวงตาของเราให้ถูกวิธี เรามาเริ่มฟื้นฟูเสน่ห์ที่แท้จริงของดวงตาเรา ด้วยทริคการดูแลผิวรอบดวงตาทั้ง 5 ข้อนี้กันเลย!

 

1 # มอยซ์เจอร์สำคัญสุด!
image_850153
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เราก็คงเคยได้ยินได้อ่านกันมานักต่อนักแล้วว่า เรื่องผิวๆ นั้น ความชุ่มชื้นสำคัญมาก เราจะมีความเปล่งปลั่ง มีออร่า ดูโดดเด่นดึ๋งดั๋งได้ ผิวก็ต้องชุ่มชื้นก่อน แค่ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ ก็ดูดีขึ้นมาได้แล้ว ไม่ต้องอะไรมาก ให้ลองเปรียบผิวเรากับลูกองุ่น องุ่นที่ไร้น้ำ ก็จะเหี่ยวแห้ง ริ้วรอยย่นๆ ก็จะปรากฏมาให้เห็น แต่ถ้าเติมน้ำกลับเข้าไป มันก็จะเต่งตึงเหมือนเดิม เหมือนผิวเราเด๊ะ! ถ้าหากไร้น้ำมันตามธรรมชาติ และความชุ่มชื้นแล้ว ผิวเราก็จะเหี่ยวแห้งไปโดยปริยาย

พอพูดถึงเรื่องความชุ่มชื้น อ่ะ มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ต้องมา แล้วคำถามที่ทุกคนสงสัยคือ เราสามารถใช้มอยซ์เจอร์สำหรับหน้า มาใช้กับผิวรอบดวงตาได้หรือไม่? คำตอบคือได้แน่นอน ตราบใด้ที่เราไม่รู้สึกระคายเคืองตาใดๆ ก็ใช้ได้เลย เพียงแต่ควรคำนึงว่า ผิวรอบดวงตาของเราบอบบางกว่าผิวส่วนอื่น หน้าเราใช้แล้วไม่เป็นอะไร แต่พอไปใช้กับตาแล้วอาจเกิดการระคายเคืองได้ ถ้าหากใช้แล้วรู้สึกตาแดงๆ แสบๆ ร้อนๆ รู้สึกน้ำตาไหลเหมือนโดนหัวหอม ให้หยุดใช้ทันที แล้วให้ไปใช้อายครีมที่อ่อนโยนกว่าแทนค่ะ

 

2 # เลือกอายครีมจากส่วนผสม
image_850159
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ก็จริงที่เราสามารถใช้มอยซ์เจอร์ธรรมดาที่ใช้กับผิวหน้า มาใช้กับผิวรอบดวงตาได้ แต่ถ้าใช้อายครีมไปเลยจริงๆ ก็จะตรงจุดประสงค์กว่า มีหลายสูตรให้เลือกมากกว่า เพราะบางทีเราไม่ได้แค่ต้องการความชุ่มชื้น อาจต้องการปรับใต้ตาให้สว่างขึ้น ลดความบวม ลดริ้วรอยรอบดวงตา หรืออะไรก็ตามแต่ได้ตรงจุดขึ้น แถมยังอ่อนโยนเหมาะกับผิวตาเราจริงๆ ด้วย 

ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เราจะสามารถแก้ไขปัญหารอบดวงตาได้ตรงจุด เราก็ต้องเลือกอายครีมที่เหมาะกับจุดประสงค์ของเรา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่สุดเลยก็คือส่วนผสม เราต้องการแก้เรื่องอะไร นอกจากจะดูสูตรที่หน้ากล่องแล้ว ก็ต้องเช็คส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถตอบสนองปัญหาที่เราต้องการได้ตรงจุดที่สุดด้วย สาวๆ สามารถเช็คดูว่าปัญหาผิวรอบดวงตาของเรา ควรใช้ครีมที่มีส่วนผสมอะไรได้จากบทความนี้เลยค่ะ

 

3 # จำไว้ กับดวงตาต้องอ่อนโยน
image_850143
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เนื่องจากผิวรอบดวงตาของเราบอบบางมากๆ ซึ่งต้องเน้นย้ำว่ามากกว่าที่ทุกคนคิดแน่นอน เพราะถ้าทุกคนตระหนักได้ว่าอ่อนโยนจริง ก็คงไม่เผลอขยี้ตากันหลายต่อหลายทีหรอกจริงมั้ย ( ฮั่นแน่ ยั้งมือไม่ทันเลยสิน้า ) ยังไม่รวมถึงเวลาเราแต่งหน้าแต่งตานะ แล้วยังตอนล้างเมคอัพที่ดวงตาอีก ถ้าใครทำด้วยความรีบร้อน รับรองว่าริ้วรอยถามหาเร็วแน่นอน

ต้องพึงนึกไว้เสมอว่า ควรจะอ่อนโยนกับผิวรอบดวงตาของเราตลอดเวลา การล้างเมคอัพที่ดวงตาเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำเช่นกัน แต่แทนที่เราจะเช็ดแบบแรงๆ ให้เราใช้วิธีเท Makeup Remover ลงสำลีให้ชุ่ม แล้ววางนาบไว้ที่ดวงตาเน้นๆ ทิ้งไว้ซัก 30 วินาที แล้วเช็ดออกด้านข้างเบาๆ ทำซ้ำจนกว่าจะเช็ดออกได้หมด

ส่วนการทาครีมก็เช่นเดียวกัน เราทาครีมเพื่อให้ผิวรอบดวงตาสวย คงไม่อยากสร้างริ้วรอยตอนทากันนะ ฉะนั้น เวลาทาให้เราใช้นิ้วนาง ซึ่งเป็นนิ้วที่ออกแรงได้อ่อนโยนที่สุด แตะครีมมาแต้มที่ผิวตา แล้วใช้มือค่อยๆ แตะไปให้ทั่วๆ รอบดวงตา ไม่เว้นแม้แต่เปลือกตา แล้วทำซ้ำจนกว่าครีมจะซึมลงในผิวค่ะ

 

4 # ห้ามลืมครีมกันแดด
image_850155
- ที่มารูป: i.pinimg.com

แดด เป็นตัวร้ายสำคัญมาก ที่จะมาเล่นงานผิวใสๆ และดวงตาสวยๆ ของเรา เพราะนอกจากจะทำให้ผิวเราไหม้ และเร่งริ้วรอยแล้ว ก็ยังทำให้ผิวใต้ดวงตาของเราดำคล้ำขึ้นได้ด้วยนะ ฉะนั้น ครีมกันแดดเท่านั้นที่ช่วยได้ ซึ่งครีมกันแดดที่ฮอตฮิตที่สุดตอนนี้ต้องเป็นแบบ Broad-Spectrum เท่านั้น ที่จะสามารถกันแดดได้อย่างครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB ทาทุกวันแม้ไม่ได้ไปไหน ทาทุกวันแม้บางวันจะดูเหมือนไม่มีแดด เพราะรังสี UVA นั้น ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่มีแดดก็ตาม


นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ให้เราทากันแดดทับเครื่องสำอางอีกชั้นได้จะดีมาก โดยเฉพาะบริเวณตา ถ้าใครชอบแต่งหน้าบ่อยๆ อาจเลือกเนื้อกันแดดที่สามารถทาทับเครื่องสำอางได้ค่ะ หรือถ้าต้องการป้องกันให้ครอบคลุมจริงๆ แว่นกันแดดก็เป็นอีกตัวเลือกที่ควรพิจารณา เพราะนอกจากจะกันผิวรอบดวงตาได้แล้ว ก็ยังปกป้องดวงตาของเราได้อีกด้วย แถมยังช่วยลดการย่นดวงตาจากการแสบตา ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะมีริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้อีกด้วย

 

5 # กินดี อยู่ดี นอนดี ผิวดี๊ดี
image_850146
- ที่มารูป: i.pinimg.com

นอกเหนือจากไอเท็มต่างๆ ที่จะมาช่วยเหลือเราได้แล้ว สิ่งที่ช่วยได้ดีที่สุดก็คือตัวเราเอง การปรับกิจวัตรประจำวัน และไลฟ์สไตล์ของเรา จะช่วยพลิกโฉมผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากคุณรู้สึกว่าตาตัวเองช่างเหี่ยวเฉา มีริ้วรอย หรือบวมมาก ถ้าไม่ใช่เพราะกรรมพันธุ์แล้ว ให้ลองสังเกตว่าเรานั้นกินอยู่เป็นอย่างไร นอนดึกมั้ย อดนอนมั้ย ได้ออกกำลังกายบ้างหรือเปล่า หรือได้สูบบุหรี่บ้างมั้ย?

ถ้าหากเราปรับเปลี่ยนตัวเองให้นอนเป็นเวลา นอนก่อน 5 ทุ่ม ยิงยาวไปจนได้ครบ 7 ชั่วโมง ออกกำลังกายบ้างเพื่อปรับการไหลเวียนของเลือด เรียกได้ว่าการอยู่ดี และที่สำคัญเลยคือการกินดี ถ้าเราดื่มน้ำเยอะๆ ทานแต่ของที่มีประโยชน์ให้เยอะกว่าอาหารขยะ ถ้าเรากินดีควบคู่ไปกับการอยู่ดี แล้วคุณจะสังเกตได้ทันทีถึงผิวที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะผิวรอบดวงตาของเรา ดีไม่ดี อาจไม่ต้องใช้ครีมเลยด้วยซ้ำ เพราะผิวของเราล้วนก็ถูกส่งผลมาจากสภาพร่างกายและจิตใจของเรานั่นแหละค่ะ

 

ถ้าหากสาวๆ สามารถทำตามนี้ได้ รับรองว่าไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเปล่งปลั่งและดูมีออร่าได้อย่างแน่นอน เพราะดวงตาของเราถือเป็นจุดเด่นที่สุด เพียงแค่ดูแลผิวรอบดวงตาเราให้ดูดี ทุกๆ การแสดงออกทางสีหน้าก็ดูมีเสน่ห์ได้อย่างง่ายดาย

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @