Curator
curator
kinistapai
59 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • Mali Malin
  • organic lip treatment

MALI MALIN ลิปออแกนิค…ที่ไม่ได้มีดีแค่ปลอดสารเคมี | kinistapai

ลิปออแกนิค ที่ไม่ใช่แค่เพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังดูแลเรื่องความคล้ำได้อีก

25 November 2019
curator_kinistapai kinistapai
25 November 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่า…วันนี้ปายมีของดีมาบอกต่อสาว ๆ กันอีกแล้วค่า
เพราะช่วงนี้บอกเลยว่าเจอกับปัญหาปากแห้งแตกมาก่อกวนอยู่ค่ะ
ทาลิปสติกสีก็ตกร่อง ดูแห้ง จนทนไม่ไหวรีบหาตัวช่วยมาให้ริมฝีปากตัวเองด่วน ๆ
จนมาเจอกับลิปมันออแกนิคจาก “ Mali Malin ” ตัวนี้จ้า!
มีให้เลือก 2 สูตร 2 สไตล์แต่ดูแลริมฝีปากของเราได้ดีไม่แพ้กันเลยจ้า…แล้ว 2 สูตรนี้ต่างกันยังไงวันนี้ปายได้พิสูจน์มาให้คุณเรียบร้อยแล้วค่า

Mali Malin
organic lip treatment
image_960862
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

มาเริ่มกันที่สูตรแรกอย่าง “Jasmine Vanil” กันก่อนค่ะ
ตัวนี้มาพร้อมกลิ่นมะลิผสมวนิลา
พูดแค่นี้ความหอมละมุนก็เหมือนมาเตะจมูกกันแล้วนะคะเนี่ย
ตัวนี้ใครที่เจอปัญหาปากแห้งแตกจนแสบรวมทั้งเจอปัญหาริ้วรอยมาก่อกวนล่ะก็ห้ามพลาด!
ต้องรีบไปหามาใช้กันด่วน ๆ จ้า

image_960863
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

ก่อนจะแว๊บไปดูอีกสูตรปายก็ลองอ่าน Packaging ของเค้าดี ๆ
แล้วยิ่งโหวตให้ทุกคนไปหามาใช้กันนะคะ เพราะว่าทั้ง 2 สูตรในทุกส่วนผสมย้ำว่าทุกส่วนผสมจริง ๆ ค่ะ เค้าคัดมาแต่ส่วนผสมที่ดีที่สุดรวบรวมมาจากหลากหลายประเทศที่ผ่านมาตรฐานจาก ecocert และ USDA เท่านั้น! ซึ่งทั้งสองมาตรฐานนี้ทำให้คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่าปราศจากสารเคมีในทุกขั้นตอนอย่างแน่นอนค่า

image_960864
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

แล้วบอกเลยว่าการบำรุงของเค้าไม่ได้แค่ทาปุ๊บเคลือบปั๊บแล้วก็รู้สึกปากชุ่มชื่นเท่านั้นนะคะ
แต่เนื้อลิปสามารถแทรกซึมเข้าไปจนเหมือนเราได้ทาครีมบำรุงให้ริมฝีปากของเรากันเลยทีเดียว..
ลิปมันที่บำรุงได้ล้ำลึกขนาดนี้ปายไม่อยากให้ใครพลาดจริง ๆ ค่า

image_960865
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

แถมยังไม่หมดค่ะ! เพราะนอกจากจะลดการแห้งแตก ลดริ้วรอย ลดความคล้ำ บำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื่นแล้ว Mali Malin ยังช่วยปกป้อง UV จากแสงแดดให้กับริมฝีปากของสาวๆด้วย
…อะไรมันจะครบครันขนาดนี้ ~ และแน่นอนค่ะ สาวๆซิสๆจะได้รับการปกป้องริมฝีปากให้พ้นจาก UV ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกเช่นเคยค่า


แล้วถ้าจะมาพูดถึงการใช้เพื่อการบำรุงล่ะก็เอาวิธีใช้ไปแบบ 3 in 1 กันเลยค่า
เพราะแท่งเดียวสามารถทั้งทาบำรุงกันในทุกวันทุกเวลา หรือจะใช้ทาเพื่อเป็นเบสก่อนลงลิปสีเพื่อไม่ให้ตกร่อง หรือแม้แต่จะใช้เป็น Sleeping Mask ทาปากก่อนเข้านอนทุกคืนก็จะยิ่งทำให้ปัญหาที่คุณกังวลอยู่เกี่ยวกับริมฝีปากของคุณเลือนหายไปได้เร็วมากขึ้นค่า

image_960866
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

แล้วถ้ามาเจาะลึกลงถึงเรื่องความออแกนิคก็บอกเลยว่า
Mali Malin ทำผลงานออกมาได้ดีมากค่ะ เพราะด้วยความที่เป็นเกรดออแกนิค 100%
ความปลอดภัยในการใช้ก็มากถึงขนาดที่ว่าเด็กอายุ 3 ขวบก็ใช้ได้แบบไม่ระคายเคือง
แถมคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ก็ยังใช้ได้อย่างปลอดภัยหายห่วงกันอีกด้วยค่า
เพราะไม่มีส่วนผสมของทั้ง Petrochemical, Propylene Glycol, Alcohol, Colorant, Synthetic Fragrance, Parabens, Mineral Oils, EDTA (วัตถุเจือปนอาหาร)
และไม่มี Silicone อีกด้วยค่ะ
ถ้าจะให้พูดให้เห็นภาพว่าออแกนิคขนาดนไหนก็คงต้องบอกสั้น ๆ
ว่าเป็นเกรดที่สามารถทานได้เลยค่ะคุณขา

image_960867
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

ปายทดลองเทสต์ที่หลังมือ เนื่องจากด้านหลังมือปาย ปกติจะแห้งมากๆ แล้วก็ดูกร้าน
เมื่อลง Mali Malin Lip Treatment ลงไปแล้ว
ผิวมีความวาวเล็กน้อย ดูชุ่มชื้น ที่สำคัญยังไม่เหนียวเหนอะหนะอีกด้วยค่ะ

ส่วนอีกสูตรก็คือ “Lavender pepper”
ความลงตัวของกลิ่นลาเวนเดอร์เปปเปอร์มิ้นต์ ที่บอกเลยว่าทาแล้วเหมือนได้เพิ่มความสดชื่นเติมความผ่อนคลายให้ตัวเองไปพร้อมกับการบำรุงริมฝีปากเลยค่า
ตัวนี้ของแนะนำเลยว่าใครที่กลุ้มอกกลุ้มใจกับปัญหาริมฝีปากหมองคล้ำมานาน
นี่แหละค่ะตัวช่วยที่ดีที่สุดดด

image_960868
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

ถึงจะบอกว่าดูแลกันคนละเรื่องแต่ทั้ง 2 สูตรก็พร้อมจะมอบความชุ่มชื่นและแก้ความคล้ำของริมฝีปากให้กับคุณได้ไม่ต่างกันเลยค่ะ

image_960869
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

แต่! ทั้ง 2 สูตรนี้ไม่ได้ต่างกันแค่เรื่องของกลิ่นเท่านั้นนะคะ
เพราะถึงจะบอกไปข้างบนว่าดูแลทั้งความชุ่มชื่นและความคล้ำได้เหมือนกันก็จริงแต่ส่วนประกอบของทั้ง 2 สูตรมีความเข้มข้นแตกต่างกันค่า

เรื่องที่เหมือนกันคือ “เนื้อที่บางเบา” ค่ะ
แต่ตัว Jasmine vanil เค้าก็จะแอบหนักกว่าหน่อยเพราะจัดเต็มเรื่องความชุ่มชื่น
ส่วนทาง Lavender pepper จะเบากว่าเน้นเติมความอมชมพูให้ริมฝีปากของสาวๆ ค่า

image_960870
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

เนื้อของทั้งสองสูตร เป็นแบบไม่มีสีค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามแบบฉบับของแต่ละสูตร
ไม่เหนียวเหนอะเลยซักสูตรเดียว
ส่วนตัวเนื้อของ JasmineVanil เหมือนจะหนักๆกว่า LavenderPepper ซักเล็กน้อย

image_960871
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com
image_960872
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

จริงๆถ้าซูมดูใกล้ๆ จะพบว่า สภาพของปากปาย มีร่องลึก รอยเยอะมากกกก
ปากแห้ง และแตกบ่อยๆ ปากมีสีคล้ำและดูซีดเซียว ไม่มีชีวิตชีวา
ปัญหาที่จะพบเวลาแต่งหน้าคือ “ตกร่อง” เป็นขุย และดูไม่เรียบเนียน

image_960873
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

สำหรับตัว JasmineVanil ปายใช้บำรุงริมฝีปากเป็นประจำทุกคืนก่อนนอน
ไม่ขอเรียกว่า ทา นะคะ เรียกว่า ” โ ป ะ ” ค่ะ 5555+
มาส์กทิ้งไว้ข้ามคืนกันไปเลย ตื่นมาจะได้ปากที่นุ่มชุ่มชื้น และช่วยลดความคล้ำ
เพิ่มความสว่างใสอมชมพู

image_960874
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

สำหรับ LavenderPepper ปายใช้ลงก่อนที่จะทาลิปค่ะ
เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวปาก ไม่ให้มีปัญหาเป็นขุย สีร่อน และตกร่อง

image_960875
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

ไม่ตกร่องแล้วววว ไม่เป็นขุยๆ ดูดีสุดๆ แถมยังช่วยให้ลิปเราติดทนนานเพิ่มขึ้น เม็ดสีชัด

image_960876
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com
image_960877
- ที่มารูป: 1.bp.blogspot.com

เลิฟฟสุดๆ ใช้บ่อย ใช้ประจำกับ Mali Malin ทั้งสองสูตร
ยกให้เป็น My Most Favorite Lip Treatment แห่งปี เลยค่า

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com