ตกเป็นเหยื่อของการ Bully แน่นอนว่าได้รับความเจ็บปวด แล้วคนที่มอบความเจ็บให้ผู้อื่น...นั้นได้อะไร

ตกเป็นเหยื่อของการ Bully แน่นอนว่าได้รับความเจ็บปวด แล้วคนที่มอบความเจ็บให้ผู้อื่น...นั้นได้อะไร

คำวิจารณ์ คำตัดสิน การนินทา ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือหนึ่งของการ Bully ทั้งสิ้น

12 December 2019
J.J. Sangria
12 December 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ตกเป็นเหยื่อของการ Bully แน่นอนว่าได้รับความเจ็บปวด แล้วคนที่มอบความเจ็บ...เขาได้อะไร???


ไม่ได้สวย ใช้แอพล้วนๆโพสต์ลอยๆนะไม่ได้เอ่ยชื่อ”

เห้ยแกรรรร....อ้วนขึ้นป้ะเนี้ย”

ข้าวนอกนา...กาคาบพริก

Wanna be จร้า


สวัสดีค่ะสาวๆชาว SistaCafe ทกคน ช่วงนี้ไรต์ขอหยิบยกประเด็นฮิตฮอตทีเป็นปัญหาในสังคมมาแล้วอย่างยาวนั้นและในช่วงหลังๆมานี้ สังคมก็เริ่มออกมารณรงค์และให้ความสนใจเกี่ยวกับ การ Bully หรือ Bullying ที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ตั้งแต่เด็กยันโตไม่แบ่งช่วงวัย หากแต่ความเข้มข้นของการล้อเลียนนั้น แตกต่างกันออกมากเชื่อว่าไม่น้อยคนต้องเคยได้ยินประโยคเบสิคพื้นฐานข้างต้นทั้งที่เป็นประสบการณ์จากตัวเองจากคนอื่นหรือผ่านทางโซเชียลมีเดียมาบ้าง และเห็นกันจนชินตาและกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ไม่ธรรมดาไปซะแล้ว


image_961689
- ที่มารูป: www.img.live


   Bullying (บูลลี่ยิง) ในปัจจุบันกำลังเป็นประเด็นฮิตฮอตที่ใครๆต่างก็พูดถึงและให้ความสนใจมากขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนที่แล้วมีข่าวสะเทือนวงการที่โด่งดังมาไกลถึงบ้านเราดารานักร้องชื่อดังชาวเกาหลีใต้ผู้สวยและมากความสามารถอย่าง ‘ซอลลี่’ เธอตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง ซอลลี่เธอตกเป็นเหยื่อ Cyberbullying หรือ 'การระรานทางไซเบอร์' มาตลอดระยะเวลาหลายปีเรื่อยมาโดยเฉพาะใน Instagram ที่มีผู้ติดตามเธอกว่า 5 ล้านคน ‘ซอลลี่’ ถือเป็นบทเรียนหนึ่งของคนทั่วโลกที่ทำให้เราต้องมานั่งตระหนักและคำนึงถึงพฤติกรรมนี้ว่าการบูลลี่ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ง่ายและเร็วเพียงใด และไม่จำเป็นว่าจะต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีข้อพิพาทหรือมีความเห็นที่แตกต่างและขัดแย้งต่อกันแบบซึ่งๆหน้า แต่ในปัจจุบันการบูลลี่สามารถทำได้เลยในทันทีเราสามารถพูดหรือวิพากษ์วิจารณ์บุคคลอื่นได้ในทันทีที่เราอยากจะทำ...ยิ่งบุคคลเรามีคอนแท็กของเขาใน FB,IG,Line etc.ด้วยแล้ว...ก็ยิ่งสามารถส่งความเจ็บปวด...ความอับอาย...ความรู้สึกไร้ค่าต่างๆไปให้เขาได้ทันทีที่เราต้องการ เพียงแสดงความรู้สึกนึคิดของเราขึ้นมาบางอย่างและก็กด‘Post’ ‘Twit’หรือ‘Comment’ลงไปเท่านั้น...ความเจ็บ...ความอับอาย ก็จะทำหน้าที่ของมันในทันทีทั้งที่เกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจก็สามารถสร้างปมหรือบาดแผลทางใจได้ในทันที



การสร้างบาดแผลทางใจนั้นง่ายนิดเดียว 


แต่...ทว่า 


กลับไม่มีใครพูดถึงการรักษาหรือเยียวยาความรู้สึกตรงนั้นต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ(Victim)


และบางคนไม่ได้ตระหนักหรือรู้สึกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและไม่ควร


  

   ปม หรือ บาดแผลทางใจไม่ได้เกิดขึ้นจากเจ้าของชีวิตหรือร่างกายนั้นๆ แต่เกิดจากสิ่งที่ผู้อื่นชีวิตอื่นติดตราและนิยามบางอย่างลงไปในชีวิตใครบางคน ซึ่งคำพูดเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้...การที่ทักท้วงใครบางคนและให้ฉายากับเขา เช่น อ้วน ดำ ไม่สวย ขี้เหร่ wanna be และอื่นๆ ผู้พูดอาจพูดออกไปจากสิ่งที่เห็นที่ตัวเองรู้สึก อาจเป็นสิ่งที่เป็นความจริงและไม่จริงหรือพูดเพื่อสร้างความสนุกในกลุ่มเท่านั้น...แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ตกเป็นเหยื่อนั้นกลับเลวร้ายไม่ใช่น้อย 


  บางคนเก็บสะสมจนเป็นโรคซึมเศร้าและมีจุดจบไม่ต่างจากซอลลี่เลยถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าผิดหวัง...การกระทำเช่นนี้ไม่ควรได้รับการเพิกเฉยหรือสนับสนุนจากสังคม แต่ควรจะกลับกลายเป็นว่า เราทุกคนควรต้องมานั่งตระหนักถึงผลกระทบเริ่มให้ความรู้ถึงที่เกิดขึ้นกับเหยื่อผู้ถูกกระทำ...และพวกเราต้องมานั่งทำความเข้าใจกับผู้ที่บูลลี่ผู้อื่นหรือแม้กระทั่งตัวเองว่า...พฤติกรรมนี้เกิดจากอะไร 


บูลลี่ไปทำไม ทำแล้วอะไร??


image_961685
- ที่มารูป: www.img.live
ตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่แน่นอนว่าได้รับความเจ็บปวด

  

  มีนักวิจัยและนักจิตวิทยาหลายคนนิยามความหมายของคำว่า...Bully...ไว้มากมาย...ริกบี(Rigby. 2001:11)ให้ความหมายว่า...การแสดงออกของพฤติกรรมที่มีความต้องการทำร้ายบุคคลอื่นให้อยู่ภายใต้ความกดดันและมีแนวโน้มของการกระทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก


  โรเบิร์ต จูเนียร์...(Robert Jr. 2006:13)...ให้ความหมายว่า พฤติกรรมข่มเหงรังแกมีความใกล้เคียงกับพฤติกรรมการยั่วยุ การเยาะเย้ย...การเสียดสี...การกลั่นแกล้ง...การคุกคามแต่การแสดงพฤติกรรมต้องกระทำซ้ำๆอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน


  

  มาสเตอร์(Master.2002:2)ให้ความหมายว่าเป็นการแสดงหรือการกระทำที่ได้คิดไตร่ตรองอันส่งผลต่อผู้อื่นให้ได้รับความเจ็บปวดและมีการเกิดพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำๆโดยบุคคลที่ข่มเหงจะใช้พลังที่เหนือกว่า


  สรุปได้ว่า Bully หมายถึงการกระทำที่ได้คิดไตร่ตรองหรืออาจจะเกิดจากความเลินเล่อได้ไปทำร้าย...รังแก...ข่มเหง...กลั่นแกล้ง...คุกคาม...กระแหนะกระแหนเพื่อเป็นการเสียดสีเยาะเย้ยให้ผู้ถูกกระทำเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย...จิตใจ...โดยอาจผ่านทางคำพูดหรือการกระทำหรือข้อความต่างๆและการแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ต้องกระทำซ้ำๆอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และผู้กระทำพฤติกรรมนั้นมีแนวโน้มว่าจะกลับมาทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีกและมากขึ้น




image_961686
- ที่มารูป: www.img.live


   หากผู้กระทำพฤติกรรมนั้นทำโดยไม่ได้ตั้งใจ...แน่นอนว่าอาจมีการขอโทษขอโพยกันไปแล้วทุกอย่างก็จบลง...ผิด!! ผิดค่ะ...การบูลลี่แม้จะเกิดจากการตั้งใจหรือไม่ตั้งใจและจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตามล้วนแล้วแต่สร้างบาดแผลทางใจได้เช่นกัน...ในสังคมไทยเราอาจมองว่าการบูลลี่เป็นเรื่องขำๆปกติ...ธรรมดาที่ใครๆก็ทำกัน...เฮฮาปาจิงโกะอยู่แล้ว....เราคิดและเข้าใจกันมานานจนกลายเป็นวัฒนธรรมความเคยชินไปว่าเราสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองที่มีต่อคนอื่นได้อย่างอิสระเสรี....บางคนอ้างความสนิท...ความเป็นเพื่อน...ความเป็นพี่น้อง...ความเป็นผู้ใหญ่หรืออาวุโสกว่าแล้วก็ใช้สิทธิตรงนี้ที่ไม่มีใครมอบให้ทำการบูลลี่คนอื่นลงไปอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเคยชิน...หรือบางคนเจาะจงกระทำอย่างตั้งใจเพื่อให้อีกฝ่ายเจ็บปวด....ฉะนั้นแล้วก่อนที่เราจะแสดงความคิดเห็นหรือทัศนะต่อตัวบุคคลอื่นก็ควรตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วยว่าจะเป็นการสร้างบาดแผลทางใจให้ใครหรือเปล่า

บาดแผลทางใจที่เกิดจากคำพูดล้อเลียนแน่นอนว่าจะทำให้ความรู้สึกอับอาย ไร้ค่า และอาจพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า


บัฟฟาโลจัง


เรื่องแค่นี้เองทำไม่ได้หรอ


ถ้าขาวจะสวยกว่านี้นะ...อันนี้ดูตลาดล่างและบ้านมากกกก




  บางคนใช้ความหวังดีเป็นเครื่องมือการบูลลี่คนอื่นและไตร่ตรองมันมาแล้วอย่างรอบคอบ...เลือกใช้คำพูดที่จะทิ่มแทง...เพื่อกระแหนะกระแหนทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่อีกฝ่าย...ถามว่าคนพวกนี้เขาได้อะไรจากการกระทำนี้...หากเป็นคนที่ทำด้วยอารมณ์โกรธล้วนๆก็คงจะเพื่อความสะใจส่วนตัว...เพื่อแก้แค้น...แต่หากไม่ใช่คนที่บาดหมางต่อกันละทำไปทำไม??




คุณเป็นใคร...หากเราไม่ได้รู้จักกัน...ฉันไม่รู้จักคุณ...แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำฉันสั่นคลอน!!!

   

  เหตุผลอะไรที่ทำให้คนบางคนต้อง Bully คนอื่น? เพื่อสะใจที่ต้องการยกตัวเองเป็นใหญ่หรือจริงๆแล้วมีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น...พฤติกรรมการถูกบูลลี่ไม่ได้แตกต่างมากนักจากการถูกนินทาหรือวิพากษ์วิจารณ์ที่ฉุดรั้ง...แต่กลับถูกจัดอยู่ในประเภทที่สามารถสร้างความเจ็บปวดทางใจได้เช่นเดียวกัน...เพียงแต่ว่า“บูลลี่ทำซึ่งหน้า...นินทาพูดลับหลัง”เหล่านี้ต่างจัดเป็นกลไกการปกป้องตนเองทางจิตอย่างหนึ่ง...จะช่วยปกป้องจิตใจให้หลุดพ้นจากความรู้สึกมีปมด้อยและความรู้สึกบางอย่าง


คำวิจารณ์ คำตัดสิน การนินทา ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือหนึ่งของการ Bully ทั้งสิ้น
image_961687
- ที่มารูป: www.img.live
จริงๆแล้วคนที่ชอบ Bully คนอื่น เขาเป็นอะไร?

  มีปมด้อย รู้สึกด้อยค่า Bullying หรือว่ากล่าวผู้อื่นในทางที่ไม่ดีเป็นการชดเชยความรู้สึกแย่ๆที่มีต่อตัวเองทำให้รู้สึกว่าตนเองเหนือกว่าคนที่กำลังกล่าวถึง..เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองบางครั้งคนที่ถูกแกล้งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่แปลกแยกหรือมีจุดเด่นที่เป็นปมด้อยแต่กลับเป็นคนที่ดี...คนที่เพียบพร้อม...เรียนดี...หน้าตาดี...เหตุผลที่เป็นแบบก็เพราะว่าพวกเขาต้องการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง...พยายามหาข้อเสียของคนๆนั้น...เพื่อที่จะทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่น...กลบความรู้สึกในใจที่รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเค้า...ยกตัวอย่างเช่น..ไปล้อคนอื่นว่า “อ้วนๆ” แต่จริงๆตัวเองก็ไม่ได้ผอมขนาดนั้นแต่ล้อเพราะ“เค้าอ้วนกว่าเรา”เพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกว่า“เราผอมกว่านะ



  พฤติกรรมก้าวร้าว...มีการวิจัยมาว่าผู้ที่Bullyส่วนใหญ่66%เป็นผู้ชายและมักจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวหรือกลั่นแกล้งผู้อื่นเพียงเพราะตัวเองนั้นมีปัญหาแล้วพยายามที่จะทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่นเพื่อกลบเรื่องราวที่ตัวเองเผชิญมา...จึงทำให้เกิดการแสดงออกพฤติกรรมที่ก้าวร้าว


  แนวโน้มของคนที่Bullyคนอื่นในอนาคตยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติชนิดต่อต้านสังคม(Antisocial Personality Disorder)ซึ่งเป็นโรคที่เกิดมาจากความมีอารมณ์ร้ายพฤติกรรมที่ก้าวร้าวตั้งแต่เด็กชอบความรุนแรง...ส่งผลให้เป็นคนที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นใจร้อน...ขี้โมโห...ไม่มีการยับยั้งชั่งใจ...เห็นเรื่องความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ...ก่อปัญหาอาชญากรรมได้...การที่จะป้องกันโรคนี้..คือ...การปลูกฝังเรื่องที่ดี...สร้างความมั่นคงทางอารมณ์...การมองโลกในแง่ดี...การเห็นใจผู้อื่น เป็นต้น




  ความไม่รู้ ไม่ตั้งใจ...จริงๆแล้วคนเหล่านั้นอาจจะไม่รู้และไม่ได้มีเจตนาเช่นที่พูดออกไป...หลายๆคนอาจสงสัยกันว่าแล้วมันเป็นไปได้หรอ?...แน่นอนว่าเป็นไปได้...เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ว่าคำพูดเหล่านั้นหรือพฤติกรรมกลั่นแกล้งนั้นสร้างบาดแผลและความเสียใจให้แก่คนอื่นได้ไม่ได้น้อยไปกว่าความเจ็บปวดทางกายเลย....การไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดีจากครอบครัว....เราอาจคิดกันมาว่ามารยาทเป็นสิ่งที่ต้องรู้และเข้าใจกันในทุกครอบครัว...ผิดถนัดค่ะ...มารยาททางสังคม..กฎเกณฑ์และแนวปฎิบัติของแต่ละบ้านแต่ละครอบครัวมีความเข้มข้นและจืดจางแตกต่างกันไปในแต่ละเรื่องไม่ใช่ว่าทุกๆครอบครัวจะได้รับการสั่งสอนแลปลูกฝังมาเหมือนกันทั้งหมดและกรอบของสังคมก็ไม่ได้มีนักตรวจสอบมารยาททางสังคมอย่างเป็นทางการอีกด้วย...ความเข้มข้นจึงแตกต่างกัน




  เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในกลุ่ม...การBullyจะจำเป็นขึ้นมาทันที หากเราอยู่ในกลุ่มเพื่อน...ยิ่งถ้าเพื่อนมีเรื่องบาดหมางกับใครบางคนแล้วการทำตัวเป็นกองหนุน...ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างยิ่งเพื่อเป็นไปในแนวเดียวกันกับกลุ่ม...เพื่อให้ได้รับการยอมรับและรักษาสัมพันธภาพกับคนอื่นในกลุ่มอีกด้วย“เราคบคนแบบไหนเราก็มักจะมีพฤติกรรมอะไรบางอย่างใกล้เคียงกับคนแบบนั้น”เพื่อที่ทำให้เพื่อนยอมรับเพื่อที่จะทำให้เรายังอยู่ในสังคมและกลุ่มได้



  ปลดปล่อยความโกรธหรือความทุกข์ที่มีอยู่ภายในจิตใจ...บางคนไม่เคยรู้เท่าทันอารมณ์ภายใน...ไม่มีทักษะในการจัดการกับอารมณ์ที่เป็นลบ...จึงมักเลือกวิธีการจัดการด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นคือการพูดระบายออกมา...หากจะระบายเรื่องความทุกข์ใจของตัวเองก็กลัวคนอื่นจะตำหนิ...ยิ่งจะทำให้รู้สึกด้อยค่ามากขึ้น...กระนั้นการพูดระบายในเรื่องของคนอื่นจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด



image_961690
- ที่มารูป: www.img.live
และถ้าหากจะถามว่า คนที่เขาบูลลี่คนอื่นอย่างตั้งใจ เขาได้อะไรจากการกระทำนี้...นอกจากความสะใจ

  มันอาจไม่ใช่เพียงแค่ความสะใจเพียงเท่านั้นพฤติกรรมการBullyคนอื่นไม่ว่าจะกระทำทางร่างกาย…จิตใจ…คำพูด...ต่างเกิดจากความเจ็บปวดทางใจของผู้กระทำทั้งสิ้น…ที่เป็นเหมือนวัฏจักรที่ส่งต่อไปยังผู้ถูกกระทำ…วนเวียนอยู่เช่นนั้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…คนที่จะสามารถต่อว่าให้ผู้อื่นได้…หากไม่ใช่เพราะความไม่รู้นั้นก็สามารถตีความไปได้ว่า…มีปัญหากับจิตใจที่ยังมีความเจ็บปวดอยู่ลึกๆจึงพูดบางสิ่งที่เป็นการทำร้ายผู้อื่นออกมาเพื่อกลืนกลบบาดแผลของตัวเอง…เพิ่มปมให้ผู้อื่น


  ซึ่งการกระทำนี้จะให้ผู้กระทำนั้นเกิดความรู้สึกเหนือกว่า…เจ๋งกว่าดีกว่าและเกิดความภาคภูมิใจตามมา…ไปชดเชยความเจ็บปวดและบาดแผลของตนเองโดยที่เขานั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่า…แท้จริงแล้วสิ่งที่ทำลงไป…สิ่งที่พูดออกไปแล้วทำให้คนอื่นเจ็บ…ไม่ได้สะท้อนสิ่งที่ผู้ถูกกระทำเป็นแต่สะท้อนความคิดของผู้กระทำเองที่มีต่อผู้อื่น…มันคือการตัดสิน...การวัด...และมาตรวัดของคุณคืออะไร…เราจะบอกว่าใครสูงกว่าหรือเตี้ยกว่าเราได้นั้น…คงไม่มีใครเอามาตรฐานของเพื่อนหรือพี่สาวของตัวเองมาวัดอย่างแน่นอน...จะต้องวัดและเทียบจากตัวเองโดยมีพื้นฐานจากตัวเองเป็นหลัก...จึงจะได้คำตอบว่าเขาเตี้ยหรือสูงกว่าเรา บางสิ่งที่เราพูดออกไปนั้นไม่ได้สะท้อนตัวผู้ฟังแต่กำลังสะท้อนทัศนะคติของผู้พูดเองซะมากกว่า...แท้จริงแล้ว..การวัดคนอื่นนั้นก็เพื่อหาคุณค่าบางอย่างของตนเอง...ว่ามีมากน้อยแค่ไหน...ไม่ใช่การวัดผู้อื่นหรือหาคุณค่าในตัวของผู้อื่น




image_961691
- ที่มารูป: www.img.live

  

  อย่างไรก็ตามการBullyที่กระทำด้วยความตั้งใจ....อาจเกิดจากการที่ว่าลึกๆแล้วผู้กระทำขาดความมั่นใจและรู้สึกด้อยค่าในตนเองเป็นหลัก...จึงแสดงออกถึงพฤติกรรมนั้นเพื่อเป็นการกลบเกลื่อน...ปลดปล่อยตนเอง....ให้เกิดความรู้สึกสบายใจโดยที่เขานั้นไม่ได้รู้ตัวว่า...คำพูดหรือการกระทำเหล่านั้นที่เกิดจากการBullyคนอื่นไม่ใช่แต่เพียงผู้ที่ถูกกระทำหรือเหยื่อ(Victim)จะต้องสำรวจตนเองหรือมานั่งเห็นอกเห็นใจตนเองที่ถูกทำร้าย...ถูกสร้างบาดแผล...แต่ก็ควรมานั่งนึกตรึกตรองและคำนึงถึงสาเหตุของพฤติกรรมของผู้ที่กระทำด้วยว่าว่า...แท้จริงแล้ว...การกระทำที่สร้างความเจ็บปวด...อับอาย...ไร้ค่า...ให้กับผู้อื่นมีพื้นฐานมาจากอะไรและเมื่อเราเข้าใจแล้ว....บาดแผลที่เคยเจ็บปวดตรงนั้นอาจบรรเทาลงและจางหายไปด้วยยาที่ชื่อว่า...ความเข้าอกเข้าใจ...เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ควรมั่นสำรวจคำพูดของตัวเองก่อนจะพูดกับใครในเชิงหยอกล้อเล่นกับใครแน่นอนว่าการพูดเล่นเรื่องปกติในสังคมใครๆก็ทำกัน...แต่มันจะไม่ปกติและกลายเป็นคำตัดสินหรือคำวิจารณ์และสร้างความเจ็บปวดใหผู้อื่นได้ในทันทีหากเราพลั้งคำพูดออกไปโดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน


ผู้ที่อ่อนแออาจตกเป็นเหยื่อของการบูลลี่ได้

แต่คนที่บูลลี่ผู้อื่นนั้นไม่ใช่คนที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง


  พบกับบทความที่น่าสนใจอีกมากมายที่นี่เลยค่ะPinky_Bonbonsและหากเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบบทความแนวนี้กดฟอลโลไว้ได้เลยค่ะ...เพื่อเป็นการที่จะไม่พลาดบทความดีดีแบบนี้อีกที่จะมีมาให้อ่านกันแบบเรื่อยๆ...ก่อนไปไรต์กดหัวใจหรือแชร์บทความเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยเน้อออหรือจะส่งต่อบทความดีดี...นานาไปด้วยสาระความรู้เช่นนี้ไปให้เพื่อนๆหรือคนที่คุณรักก็ดีน้า...ขอบคุณที่ชื่นชอบนะคะ...หากผิดพลาดประการใดไรต์ขอน้อมรับทุกคำติชมและจะพัฒนาฝีมือในการเขียนต่อไปจ้า แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปจ้า...Byeeee :D


Stop Bullying




การกลั่นแกล้ง 6 ประเภทที่พ่อแม่ควรรู้จักไว้
- ที่มา: www.honestdocs.co
การรับรู้ ทัศนคติ และความตั้งใจในการเกิดพฤติกรรมการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์
- ที่มา: dspace.bu.ac.th
BULLYING RESEARCH
- ที่มา: curry.virginia.edu
ทำไมต้องบูลลี่? แท้จริงแล้วผู้ชอบกลั่นแกล้งคือคนอ่อนแอ
- ที่มา: ngthai.com
The Mind Behind the Bully: The Psychology of Bullying
- ที่มา: aplatformforgood.org
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @