Curator
curator
chollychon
951 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. Cherry Tanghulu with Popping candy
  • 2. Rose flavor Heart Kohakuto
  • 3. Peach Rice cake
  • 4. Strawberry mousse cake
  • 5. Strawberry Cheesecake
  • 6. Pomegranate Cheesecake

เอาใจคนรักกันสักหน่อย! กับสูตร 'ขนมหวานรับวาเลนไทน์' ง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้เตาอบจากช่อง Cooking Tree

สาวสายหวานที่อยากลองเข้าครัวทำอาหารให้หวานใจ ในช่วงวาเลนไลน์ลองมาดู สูตร " ขนมหวานรับวาเลนไทน์ " ง่ายๆ แบบไม่ต้องใช้เตาอบจากช่อง Cooking Tree กันจ้า

14 February 2020
curator_chollychon chollychon
14 February 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


มาเข้าครัวกันดีกว่าค่าซิสสส

ฮัลโหลล สาวซิสทุกคนกลับมาพบกับบทความชวนเข้าครัวทำเมนูอาหารกันอีกแล้ว ก็แบบว่าช่วงนี้ก็กำลังเข้าสู่ช่วงเดือนแห่งความรักและเทศกาลวันวาเลนไทน์กันแล้วด้วย คราวนี้เลยขอละจากเมนูอาหารคาวมาแนะนำเมนูของหวานให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปทำตามกันดูบ้าง และหลังจากที่เราได้ไปตามหาสูตรมาฝากเพื่อน ๆ ก็แอบไปเห็นช่อง youtube ช่องหนึ่ง

ชื่อว่า Cooking Tree ที่ทำเมนูของหวานได้สวยหวานมินิมอลและน่าทานเข้ากับช่วงเทศกาลหวาน ๆ มากเลย แถมยังเป็นเมนูขนมหวานที่สามารถทำได้ง่ายแบบไม่ต้องใช้เตาอบ เหมาะกับเพื่อน ๆ มือใหม่อีกด้วย ในบทความนี้เราเลยจะชวนเพื่อน ๆ ตามไปทำ " ขนมหวานรับวาเลนไทน์ " ง่าย ๆ แบบไม่ต้องใช้เตาอบกันด้วยค่า ส่วนจะสวยหวานน่าทานขนาดไหนลองไปเก็บสูตรกันเลย

 




1. Cherry Tanghulu with Popping candy

 
มาเริ่มกันที่ขนมหวานทำง่าย แถมมีลูกเล่นจี๊ดจ๊าดเหมาะเป็นของหวานของฝากสำหรับวัยรุ่นมาก ๆ นั่นก็คือ " Cherry Tanghulu with Popping candy " เชอร์รี่แคนดี้สายหวานจี๊ดจ๊าดทานแล้วแตกเป๊าะแป๊ะในปาก และนอกจากฃขนมหวานเมนูนี้จะมาพร้อมลูกเล่นจี๊ดจ๊าด ยังเป็นขนมหวานที่สามารถทำได้ง่าย คราวนี้จะทำเก็บไว้ทานเล่นหรือทำไปเป็นของขวัญ ของฝากก็เริ่ดสุด สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากเอาใจคนรักหรือคนรอบข้างในวันสำคัญก็ลองเก็บเมนูขนมหวานจี๊ดจ๊าดอย่างเชอร์รี่แคนดี้แบบนี้ไปทำกันดูได้จ้า 


ส่วนผสม

1. เชอร์รี่
2. popping candy
3. น้ำเปล่า 150 กรัม
4. น้ำตาล 300 กรัม
5. แบะแซ 50 กรัม

วิธีทำ

1. ล้างเชอร์รี่ให้สะอาด นำมาซับน้ำออกแล้วพักไว้
2. เคี่ยวน้ำเปล่า เข้ากับน้ำตาล และแบะแซ ให้ได้อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส
3. นำลูกเชอร์รี่ไปจุ่มน้ำเชื่อม และ popping candy

 

2. Rose flavor Heart Kohakuto

 
จากเมนูของหวานสายจี๊ดจ๊าดกรุบกรอบกันไปแล้ว คราวนี้มาลองทำเมนูของหวานกรุบกรอบในเวอร์ชั่นหวานละมุนกันบ้างดีกว่ากับเมนู " Rose flavor Heart Kohakuto " เมนูวุ้นกรอบรูปหัวใจกลิ่นกุหลาบ อีกหนึ่งเมนูของหวานที่สามารถทำได้ง่าย แถมวัตถุดิบน้อยและไม่ต้องเตรียมให้ยุ่งยาก เหมาะสาวซิสมือใหม่หัดเข้าครัวมากเวอร์ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากลองทำขนมไปเป็นของขวัญในวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์หวาน ๆ เราว่าวุ้นกรอบรูปหัวใจน่ารัก ๆ เมนูก็ดูเข้าท่าอยู่เหมือนกันจ้า


ส่วนผสม

1. น้ำเปล่า 300 กรัม
2. ผงวุ้นเจลาติน 8 กรัม
3. น้ำตาล 450 กรัม
4. น้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ 10 กรัม
5. สีผสมอาหาร

วิธีทำ

1. ต้มน้ำเปล่ากับผงวุ้นเจลาติน
2. เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 5 นาทีจนกว่าผงวุ้นเจลาตินจะละลาย
3. เสร็จแล้วใส่น้ำตาลลงไป 
4. เคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลาย แล้วใส่น้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ เติมสีอีกนิดหน่อยด้วยสีผสมอาหารสีแดง
5. เคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
6. เสร็จแล้วเทใส่ตะแกรงกรองเอาฟองอากาศออก เสร็จแล้วพักให้อุ่น
7. เทวุ้นลงในถาด ทิ้งไว้ให้เย็น เสร็จแล้วใช้พิมพ์รูปหัวใจกดออกมาเป็นชิ้น ๆ
8. นำวุ้นทั้งหมดไปคลุกกับน้ำตาล

 

3. Peach Rice cake

 
จากเมนูขนมหวานหนุบหนับกรุบกรอบ คราวนี้ลองมาทำขนมนุ่มนิ่มกับรสชาติละมุนลิ้นในเมนู " Peach Rice cake " เมนูโมจิลูกพีชกันบ้างดีกว่า สำหรับเมนูนี้เราเคยคิดว่าน่าจะทำยากและมีขั้นตอนยุ่งยาก แต่ว่าพอได้ไปดูวิธีทำจริง ๆ ขอบอกว่าไม่ได้ดูทำยากแถมยังมีไม่กี่ขั้นตอนเอง ไม่พอนะคะยังเป็นเมนูเด็กหอที่ใช้แค่ไมโครเวฟทำก็ได้ทานแล้ว เอาเป็นว่าโมจิลูกพีชจะทำง่ายและหอมหวานสดชื่นน่าทานขนาดไหน ลองตามไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่า


ส่วนผสม

1. ลูกพีช 2 ลูก
2. น้ำตาลไอซ์ซิ่ง
3. ถั่วขาวกวน 300 กรัม
4. แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม
5. น้ำตาล 70 กรัม
6. เกลือ 1 กรัม
7. นมร้อน 220 กรัม
8. สีผสมอาหารสีแดง

วิธีทำ

1. คว้านลูกพีชให้เป็นลูกกลม ๆ ซับน้ำออกเล็กน้อย แล้วโรยด้วยไอซ์ซิ่ง
2. นำพีชมาปั้นรวมกับถั่วขาวกวน นำไปแช่เย็น
3. ผสมแป้งข้าวเหนียว เข้ากับน้ำตาล เกลือ และนมร้อน เพิ่มสีสันด้วยสีผสมอาหารเล็กน้อย
4. นำแป้งที่ผสมไว้แล้ว ไปอุ่นในไมโครเวฟ 90 วินาที
5. ใช้แป้งข้าวโพดโรยก่อนที่จะนำแป้งโมจิมาพักไว้ เพื่อไม่ให้แป้งติดกัน
6. แบ่งแป้งให้พอดีกับตัวใส่ แล้วห่อให้เป็นทรงบัวตูม ใช้สันมีดกดลงไปตรงกลางทำลายให้เหมือนลูกพีชมากขึ้น

  

4. Strawberry mousse cake

 
ขยับความแอดวานส์ขึ้นมาอีกนิด สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากโชว์สกีลทำเมนูสายหวานเป็นของขวัญหวาน ๆ แบบจัดเต็มลองตามมาดูวิธีทำ " Strawberry mousse cake " มูสเค้กสตรอว์เบอร์รี่สีหวานที่เหมาะเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักมากเวอร์ แถมวิธีทำก็ไม่ได้ยุ่งยากและไม่ต้องใช้เตาอบเลยด้วย สำหรับในช่วงเดือนแห่งความรักแบบนี้ใครอยากทำของขวัญเอาใจหวานใจก็ลองเอาเมนูหวาน ๆ เมนูไปลองทำกันดูได้จ้า


ส่วนผสม

1. สตรอว์เบอร์รี่ 350 กรัม
2. น้ำตาล 120 กรัม
3. น้ำมะนาว 5 กรัม
4. นมอุ่น 30 กรัม
5. แผ่นเจลาติน 2 กรัม ( สำหรับเนื้อเค้กด้านใน )
6. แครกเกอร์บด 80 กรัม
7. ถั่ว 20 กรัม
8. เนยละลาย 40 กรัม
9. ครีมชีส 150 กรัม
10. โยเกิร์ตธรรมชาติ 60 กรัม
11. กลิ่นวนิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
12. ซอสสตรอว์เบอร์รี่ 150 กรัม ( สำหรับผสมครีมชีส )
13. แผ่นเจลาติน 5 กรัม ( สำหรับผสมครีมชีส )
14. วิปปิ้งครีม 80 กรัม

วิธีทำ

1. ทำซอสสตรอว์เบอร์รี่ด้วยการเคี่ยวสตรอว์เบอร์รี่ เข้ากับน้ำตาล น้ำมะนาว
2. น้ำซอสสตอร์เบอร์รี่ที่ได้แบ่ง 100 กรัม ผสมกับนมอุ่น และเจลาติน
3. เทใส่พิมพ์เค้กขนาดกลาง แช่เย็น 30 นาที
4. บดแครกเกอร์และถั่วเปลือกแข็งชนิดต่าง ๆ นำมาผสมให้เข้ากันด้วยเนยละลาย
5. นำส่วนผสมใส่ลงในพิมพ์เค้กในพิมพ์ขนาดใหญ่กว่าตัวเค้กด้านใน เพื่อทำฐานชีสเค้ก เสร็จแล้วนำไปแช่เย็น
6. ผสมครีมชีสเข้ากับซอสสตรอว์เบอร์รี่ โยเกิร์ตธรรมชาติ กลิ่นวนิลลา แผ่นเจลาติน และวิปปิ้งครีม
7. เทใส่พิมพ์เค้กที่มีฐานแครกเกอร์รองอยู่ นำไปแช่เย็น 15 นาที
8. นำซอสสตรอว์เบอร์รี่ที่ทำไว้มาใส่ลงไปเป็นด้านในของเค้ก เทครีมชีสที่เหลือ แล้วแช่เย็น 3 ชั่วโมง
9. ตกแต่งหน้าเค้กให้สวยงาม

 

5. Strawberry Cheesecake

 
หรือใครยังหวานไม่พอมาเติมความหวานซ่อนเปรี้ยวกับเมนู "  Strawberry Cheesecake " สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก อีกหนึ่งเมนูหวาน ๆ ที่เหมาะทำเป็นของขวัญในวันสำคัญแบบหวาน ๆ มากเลย และถึงแม้ว่าวิธีการและวัตถุดิบจะดูเยอะแยะไปสักหน่อย แต่ว่าเมนูนี้ก็สามารถทำได้และไม่ต้องใช้เตาอบอีกด้วย สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากโชว์สกีลทำเมนูหวาน ๆ เราว่าซีสเค้กสตรอว์เบอร์รี่เมนูนี้ก็น่าเอาไปลองทำอยู่เหมือนกันเด้อ


ส่วนผสมชั้นที่ 1

1. โอริโอ้บด 60 กรัม
2. เนยละลาย 25 กรัม
3. ครีมชีส 150 กรัม
4. น้ำตาล 40 กรัม
5. โยเกิร์ตธรรมชาติ 25 กรัม
6. กลิ่นวนิลลา 2 กรัม
7. เจลาติน 4 กรัม
8. วิปปิ้งครีม 90 กรัม
9. สตรอว์เบอร์รี่

ส่วนผสมชั้นที่ 2 

1. ครีมชีสที่เหลือจากชั้นแรก 
2. ซอสสตรอว์เบอร์รี่ 150 กรัม
3. เจลาติน 3 กรัม
4. วิปปิ้งครีม 150 กรัม

ส่วนผสมชั้นที่ 3

1. ซอสสตรอว์เบอร์รี่ 100 กรัม
2. วิปปิ้งครีม 50 กรัม
3. เจลาติน 3 กรัม


วิธีทำ

1. ทำฐานชีสเค้กด้วยการผสมเนยละลายเข้ากับโอริโอ้บด เสร็จแล้วนำไปแช่ตู้เย็น 
2. ทำเนื้อเค้กด้านในด้วยการผสมครีมชีส น้ำตาล โยเกิร์ตธรรมชาติ กลิ่นวนิลลา วิปปิ้งครีม และเจลาติน เข้าด้วยกัน 
3. จัดวางสตรอว์เบอร์รี่ให้เต็มถาดขนาดกลาง แล้วเทส่วมผสมที่เตรียมไว้ลงไป แล้วนำไปแช่เย็น 3 ชั่วโมง
4. ผสมครีมชีสที่เหลือ เข้ากับซอสสตรอว์เบอร์รี่ เจลาตินและวิปปิ้งครีม
5. เสร็จแล้วเทส่วนผสมลงในพิมพ์เค้กขนาดใหญ่กว่าขนาดของเค้กอันก่อน วางให้เค้กอยู่ตรงกลาง นำไปแช่อีก 30 นาที
6. ทำหน้าเค้กชั้นที่ 3 ด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่ วิปปิ้งครีม และเจลาติน เททับเป็นหน้าเค้กด้านหน้า แล้วนำไปแช่อีก 2 ชั่วโมง
7. เสร็จแล้วตกแต่งด้วยสตอรว์เบอร์รี่

 

6. Pomegranate Cheesecake

 
ใครบอกว่าเมนูของหวานต้องมีแค่เบอร์รี่หรือพีช เมนูของหวานจากทับทิมก็มาจ้า ในเมนู " Pomegranate Cheesecake " ชีสเค้กทับทิมชีสเค้กรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่มาพร้อมกับสีม่วงแดงโทนสวยหวานน่าทาน อีกหนึ่งเมนูแปลกใหม่ที่เหมาะทำเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลสำคัญอยู่เหมือนกัน และนอกจากน่าตาจะน่าทานแล้ว ยังมีวิธีทำไม่ยุ่งยาก ทำง่ายโดยไม่ใช้เตาอบอีกด้วย สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากลองทำเมนูของหวานแบบแปลกใหม่ก็เอาเมนูนี้ไปลองทำกันดูได้จ้า


ส่วนผสม

1. เมล็ดทับทิม 200 กรัม
2. น้ำตาล 40 กรัม ( ทำซอสทับทิม ) 
3. น้ำเปล่ากลิ่นพีช หรือน้ำเปล่าธรรมดา 130 กรัม
4. น้ำตาล 15 กรัม ( ทำน้ำเชื่อม )
5. เจลาติน 4 กรัม
6. แครกเกอร์บด 80 กรัม
7. เนยละลาย 30 กรัม
8. ครีมชีส 200 กรัม
9. น้ำตาล 40 กรัม
10. โยเกิร์ตธรรมชาติ 35 กรัม
11. กลิ่นวนิลลา 2 กรัม
12. น้ำมะนาว 5 กรัม
13. เจลาติน 5 กรัม
14. วิปปิ้งครีม 120 กรัม 

วิธีทำ

1. เคี่ยวเมล็ดทับทิมกับน้ำตาล แล้วคั้นออกมาให้เป็นน้ำซอสทับทิม
2. ทำน้ำเชื่อมด้วยการต้มน้ำเปล่ากับน้ำตาล แล้วนำเจลาตินที่แช่ไว้แล้ว ลงไปผสมให้ละลายเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่เมล็ดทับทิมตามลงไป
3. นำส่วนผสมที่ผสมไว้ใส่ลงในถาดขนาดกลาง เสร็จแล้วนำไปแช่เย็น 1 ชั่วโมง
4. ทำฐานเค้กด้วยแครกเกอร์บดผสมกับเนยละลาย ใส่ในถาดเค้กที่มีขาดใหญ่กว่าตัวเค้กอันเดิม เสร็จแล้วนำไปแช่แข็ง
5. ทำเนื้อครีมชีสด้วยการผสมครีมชีส เข้ากับน้ำตาล โยเกิร์ตธรรมชาติ กลิ่นวนิลลา น้ำมะนาว วิปปิ้งครีม และเจลาติน
6. นำเนื้อเค้กเจลาตินด้านในมาวางไว้ตรงกลางถาด แล้วเทเนื้อครีมชีสทั้งหมดลงไป แช่เย็น 1 ชั่วโมง
7. ตกแต่งหน้าเค้กด้วยครีมและทับทิม

 

 ❤


เป็นยังไงบ้างคะเพื่อน ๆ กับสูตร " ขนมหวานรับวาเลนไทน์ " ง่าย ๆ แบบไม่ต้องใช้เตาอบจากช่อง Cooking Tree ที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้ หวังว่าน่าจะพอเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ สำหรับทำของขวัญให้คนรู้ใจในวันวาเลนไทน์นี้ได้บ้างนะคะ หรือไม่ต้องรอวันวาเลนไทน์ก็แล้วทำเลยก็ยังได้ แค่มีใจอยากทำให้ก็ลงมีทำได้เลย เพราะการแสดงความรักต่อกันก็ทำได้ทุกวันอยู่แล้วนี่เนอะ ว่าแล้วเราก็ขอตัวไปทำเค้กหวาน ๆ ส่งต่อความรักสักหน่อยแล้วกัน แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า บ๊ายบาย

  

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com