Curator
curator
-N
258 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ● ขีดเส้นแบ่งเวลาให้ชัดเจน ●
  • ● ทำงานให้ได้งาน ●
  • ● จัดสรรพลังงานชีวิตตนเอง ●
  • ● อย่าปล่อยให้งานกลืนชีวิต ●
ปรับตัวยังไงไม่ให้ “ work ไร้ balance ” ในสถานการณ์ที่บังคับให้ทุกคนต้อง work from home

ปรับตัวยังไงไม่ให้ “ work ไร้ balance ” ในสถานการณ์ที่บังคับให้ทุกคนต้อง work from home

16 April 2020
curator_-N -N
16 April 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ยังไม่พ้นครึ่งปี แต่ดูเหมือนว่าเลข 2020 จะไม่ใจดีกับชาวโลกเอาซะเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ ที่เกิดสถานการณ์การระบาดไปทั่วโลกของไวรัส #COVID19 หรือไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ส่งผลให้หลายๆ ประเทศต้องหาวิธีรับมือกับเชื้อที่กระจายไปอย่างรวดเร็วและยอดตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตื่นตระหนก จนเรียกได้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัส #COVID19 อาจกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญที่สร้างผลกระทบ รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปทั่วทุกย่อมหญ้า

เช่นเดียวกันกับประเทศไทยของเรา ที่โดนสถานการณ์การระบาดของไวรัส #COVID19 เล่นงานจนถึงขั้น ‘อ่วม’ เศรษฐกิจหยุดชะงัก ชีวิตประจำวันของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สถานที่ชุมนุมต่างๆ ทั้ง โรงเรียน , ห้างสรรพสินค้า , ร้านอาหาร , ฟิตเนท ฯลฯ ถูกสั่งปิด ผู้คนต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์และให้ความสำคัญกับ Social Distancing ทุกภาคส่วนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดกับสถานการณ์อันน่าเปราะบางในเวลานี้ จากที่เด็กๆ เคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนก็ต้องเปลี่ยนมาเรียนรูปแบบออนไลน์ แต่ผลกระทบชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นภาคธุรกิจซึ่งสถานการณ์บังคับให้วัฒนธรรมการทำงานในองค์กรเดิมๆ ต้องปรับตัวแบบก้าวกระโดด เพื่อให้งานยังคงดำเนินต่อไปโดยบริษัทยังอยู่ได้และมั่นใจได้ว่าทุกคนในองค์กรจะปลอดภัยจากโรคระบาด


image_981334
 
รูปแบบการทำงานที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ แต่ยังไม่เคยได้นำมาลองใช้จริงจังสักทีอย่าง " Work From Home " หรือการทำงานที่บ้าน ถูกสถานการณ์บังคับให้กลายเป็น หนทางรอด ที่แทบจะทุกบริษัท ทุกองค์กรจำใจต้องทำทันทีเมื่อวิกฤตครั้งนี้มาเยือน ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีต่างๆ จะพัฒนาก้าวไกลจนเราสามารถติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงทำงานต่างๆ ด้วยซอฟแวร์ แอพพลิเคชั่น หรือโปรแกรมผ่านการออนไลน์ได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเปลี่ยนแปลงแบบปัจจุบันทันด่วนนี้ ส่งผลกระทบต่อ “การปรับตัว” ของคนทำงาน ทั้งในแง่ของ วินัย ความรับผิดชอบต่องาน รวมไปถึงสิ่งสำคัญอย่างการบาลานซ์ระหว่างเวลางานและเวลาส่วนตัว เมื่อพื้นที่ทำงานและบ้านกลายมาเป็นพื้นที่เดียวกัน

-------------------------------------------------
 
เมื่อคุณเข้าสู่โลกแห่ง Work from Home

ก็ไม่มี Working Time หรือ Weekend อีกต่อไป
cr. คำคมครีเอทีฟ

-------------------------------------------------

ต้องยอมรับว่าการ Work From Home ทำให้ งานและการใช้ชีวิต ยิ่งใกล้กันมากขึ้น เมื่อพื้นที่ทำงานไม่ใช่ออฟฟิศ และพื้นที่การใช้ชีวิตไม่ใช่ที่บ้านเหมือนอย่างเคย การพยายามทำให้งานและชีวิตส่วนตัว balance อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงดูว่าจะไม่ใช่อะไรที่ง่ายซะทีเดียว บางคนอาจประสบปัญหา Work ไร้ประสิทธิภาพทำงานไม่ได้งานเพราะสภาพแวดล้อมของบ้านทำให้คุณเฉื่อย แต่ในทางกลับกันก็กลายเป็นว่าการ Work From Home นั้นทำให้บางคนไม่มี Working Time หรือ Weekend อีกต่อไป งานรวมร่างกลายมาเป็นทุกเวลา ทุกอัตราส่วนในบ้าน เป็นที่มาของ “ work ไร้ balance ” ทั้งในแง่ของงานและชีวิตส่วนตัว จนอาจกลายเป็นความน่ากลัวในใจเล็กๆ ว่า ถ้าสุดท้ายแล้วเราเกิดมีความรู้สึกว่าบ้านไม่ใช่ comfort zone ของเราอีกต่อไปล่ะ ?

แล้วเราจะมีวิธีรับมือยังไง ? ให้ทั้งงานและชีวิตส่วนตัวภายในพื้นที่เดียวกัน ไม่ทับซ้อนกัน และยังคง work - life balance ได้อยู่ แม้ในสถานการณ์ที่บังคับให้ทุกคนต้อง work from home โดยไม่มีทางเลือก ลองไปดูกันค่ะ

image_981335
 

● ขีดเส้นแบ่งเวลาให้ชัดเจน ●


การจัดสรรเวลา เรียกว่าเป็นคีย์สำคัญต่อระบบการทำงานในรูปแบบ Work From Home เลยค่ะ ทุกคนต้องรู้จักบริหารจัดการเวลาในการทำงานและการใช้เวลาส่วนตัวให้มีประสิทธิภาพ กล่าวคือ ควรมีเวลาทำงาน เวลาพัก เวลาเลิกงานให้ชัดเจน อย่างไม่ทับซ้อนกัน โดยที่เราต้องรู้จักการจัดการกับปัจจัยภายนอกรวมไปถึงบุคคลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น คนในบ้านหรือเพื่อนร่วมงาน ให้เข้าใจตรงกันเกี่ยวกับเวลาการทำงานของตัวคุณเอง ตัวอย่างเช่น

- แจ้งคนที่บ้านให้เข้าใจว่าการ Work From Home ไม่ใช่การหยุดงานแต่เป็นการทำงานอยู่ที่บ้าน เพื่อไม่ให้บุคคลในบ้านรบกวนในเวลางาน
- แจ้งเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานให้ทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า แม้เราจะทำงานที่บ้านก็ไม่แปลว่าทุกเวลาที่อยู่บ้านคือสามารถทำงานได้ ควรมีการพูดคุยอย่างจริงจังถึงข้อตกลงร่วมกันว่า ในช่วงเวลาพัก หรือหลังเลิกงานคือเวลาส่วนตัว และไม่ควรติดต่อกันในเรื่องงาน

เมื่อเรามีการขีดเส้นแบ่งเวลาที่ชัดเจน เราก็จะสามารถเอาตัวเองออกมาจากการทำงานได้ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับบ้านก็ตาม เพราะเวลาจะช่วยแบ่งพาร์ทการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวให้คุณโดยอัตโนมัติเอง


● ทำงานให้ได้งาน ●


อย่าให้ข้อจำกัดในการอยู่บ้านทำให้งานของคุณไร้ประสิทธิภาพ หากถึงเวลาทำงานแล้วไม่ได้งานก็เท่ากับว่าคุณ work ไร้ balance เช่นกัน ดังนั้นตัวคุณเองก็ต้องปรับตัวและทำความเข้าใจว่า เมื่อถึงเวลางานประสิทธิภาพในการทำงานก็ต้องบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วย วิธีจัดการปัญหานี้แนะนำว่าให้เริ่มต้นจากรู้จักสร้าง Working Environment หรือกำหนดพื้นที่ทำงานให้เฉพาะเจาะจง เลือกเปลี่ยนมุมหนึ่งของบ้านให้กลายเป็นโซนทำงานอย่างจริงจัง อาจจะเป็นโต๊ะกินข้าว หรือเลือกมุมที่แสงสว่างส่องถึงและอากาศถ่ายเท จัดโต๊ะหรือสร้างบรรยากาศให้พร้อมสำหรับการทำงานจริงๆ เพื่อให้เอื้อในการทำงาน นอกจากนั้นตัวคุณเองก็ต้องมีวินัยในการทำงานด้วยเช่นกัน ควรโฟกัสว่าโฟลว์งานวันนี้คืออะไร มีอะไรที่คุณต้องทำบ้าง และที่สำคัญควรมีการตั้งเป้าหมายในการทำงานแต่ละวันเพื่อให้ตัวคุณเองสามารถทำตามเป้าหมายงานที่ตั้งไว้ได้


ข้อดีของการสร้าง Working Environment ในการทำงานก็จะทำให้คุณสามารถแยกพื้นที่ทำงานและพื้นที่บ้านออกจากกันได้ เวลางานก็นั่งทำงานในบริเวณโซน work ที่จัดไว้ เมื่อหมดเวลางานก็ออกมาใช้ชีวิตส่วนตัวในพื้นที่อื่นๆ ของบ้าน วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้การทำงานและการใช้ชีวิตอยู่บ้านไม่ทับซ้อนกัน


image_981336
 

● จัดสรรพลังงานชีวิตตนเอง ●


แน่นอนว่าเมื่อสถานที่ทำงานกลายเป็นที่เดียวกับสถานที่พักผ่อน หลายๆ คนอาจจะมีพลังงานในการทำงานน้อยลง เพราะด้วยสภาพแวดล้อมของบ้านอาจสร้างความรู้สึกเฉื่อยให้กับคุณได้ ข้อนี้คุณควรต้องปรับเปลี่ยน หันมาจัดสรรพลังงานชีวิตของตนเอง ให้พร้อมกับการทำงานอย่างแท้จริง รวมถึงเหลือพลังงานชีวิตไว้สำหรับทำกิจกรรมอื่นๆ ในเวลาส่วนตัวด้วยเช่นกัน


ส่วนใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนบ้างาน การจัดสรรพลังงานชีวิตเพื่อใช้กับงานอาจจะไม่จำเป็นนัก แต่ต้องรู้จักปรามตัวเองว่าอย่าลืมที่จะแบ่งพลังงานบางส่วนไว้สำหรับทำอย่างอื่นด้วย เมื่อเราไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ไม่มีเวลาเลิกงานกลับบ้านที่ตายตัวเหมือนเดิม ถ้าคุณปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับงานมากไป พลังงานชีวิตของคุณก็จะหมดไปกับ งาน งานและงาน ไม่เหลือแรงไปทำอะไรอื่นๆ ให้ตัวเองอีก เงยหน้าขึ้นมาอีกทีคุณอาจจะรู้สึกว่าบ้านของคุณไม่ใช่พื้นที่พักผ่อนอีกต่อไปแล้วก็ได้ เพราะจะมุมไหน เวลาใด ก็กลายเป็นงานไปซะหมด 

การจัดสรรพลังงานชีวิตให้พอดีสำหรับสองสิ่ง ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ก็เป็นอีกตัวช่วยไม่ให้ชีวิตของคุณ “ work ไร้ balance ” ได้


● อย่าปล่อยให้งานกลืนชีวิต ●


เพราะข้อเสียของการ Work From Home คือความคาบเกี่ยวระหว่างงานและพื้นที่ส่วนตัว ส่งผลให้บางคนเกิดความเครียดจากการที่ไม่สามารถปล่องวางเรื่องงานลงได้ เนื่องจากที่ทำงานกลายเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกันกับบ้าน เมื่อนานวันเข้า งานอาจกลืนชีวิตส่วนตัวของคุณไปโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เราควรทำก่อนจะเกิดกรณีนี้คือ หลังจบชั่วโมงการทำงานให้ทุกคนปิดอุปกรณ์การทำงานทั้งหมด วางทุกอย่างเมื่อเลิกงาน และเอาตัวเองออกมาจากโซนทำงานทันที รวมไปถึงควรเลิกคิดงานนอกเวลางาน และเลิกติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องงานหากไม่จำเป็นจริงๆ


ข้อสำคัญเลยคือ ควรหากิจกรรมอื่นๆ หรือหางานอดิเรกทำ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายจากงาน จะออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลง ทำกับข้าว รดน้ำต้นไม้ หรือทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณไม่จมอยู่กับงาน ช่วยลดความเครียดในการทำงาน แถมยังช่วยให้คุณมีพลังงานพร้อมลุยงานต่อไปในวันรุ่งขึ้นได้อีก


image_981337
 
-------------------------------------------------
 

สถานการณ์ระบาดของไวรัส #COVID19
มองดูก็ยังไม่เห็นจุดหมายปลายทางว่าจะจบลงเร็วๆ นี้หรือเมื่อไร

สิ่งที่เราจะทำได้ในช่วงเวลานี้คือ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
ไปพร้อมๆ กับ การคิดบวกกับตัวเอง เข้าไว้

-------------------------------------------------

การ Work From Home เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน แน่นอนว่าอาจเกิดสะดุดในการปรับตัวช่วงแรกๆ ไปบ้าง แต่ถ้าเราลองมองในอีกมุมจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันในครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีทั้งหมดเสียเมื่อไร ถ้าสถานการณ์โรคระบาดไม่เกิดขึ้น ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เราจะได้ลองใช้ระบบการทำงานจากบ้านได้สักที หลายๆ คนได้มีโอกาสจัดบ้านใหม่ในรอบหลายเดือนเพื่อให้สภาพเหมาะกับการนั่งทำงานทั้งวัน รวมไปถึงการ Work From Home ก็ทำให้เราไม่ต้องเดินทางไกลไปทำงาน มีเวลาเหลือให้ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้น

เมื่อสถานการณ์บังคับเราก็ต้องปรับตัวกันต่อไป สิ่งสำคัญคือการรู้จักหน้าที่ของตนเอง แบ่งเวลาให้กับงานเพื่อให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ไม่เอาเปรียบบริษัท และต้องไม่ลืมแบ่งเวลาให้กับชีวิตเราเองด้วยเช่นกัน อย่าปล่อยให้สถานการณ์เปลี่ยนไปโดยที่ตัวเรานั้นไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

เพราะหลังจากนี้การ Work From Home อาจไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะในภาวะวิกฤติ #COVID19 เท่านั้น หากเราทุกคนไม่ปล่อยให้ “ work ไร้ balance ” ยังคงทำงานและใช้ชีวิตควบคู่กันได้อย่างราบรื่นไม่ต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศ ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบการทำงานใหม่ที่สามารถ "ทำงานที่ไหนก็ได้" โดยที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคน


image_981338

 •  •  •  •  •  •  •  •  •  •  •  •

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Comment
13 May 2020 16:01
🙏🙏
แจ้งลบความเห็น delete
30 April 2020 09:54
Work from home จะเวิร์คกว่านี้ถ้าไม่ใช่ช่วงโควิด
แจ้งลบความเห็น delete
27 April 2020 01:25
เห็นด้วยเลย แบ่งช่วงให้ชัดเจน แต่ถ้าเหตุการณ์โอเค จะไปออฟฟิศ 3 WFH 2 ก็น่าสนนา
แจ้งลบความเห็น delete
22 April 2020 08:40
เราว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสียเลยค่ะ ส่วนตัวอยากผสมการ WFH + ไปออฟฟิศ ควบคู่กันมากๆ 555 แบบไปออฟฟิศ 3 วัน ทำงานที่บ้าน 2 วัน
แจ้งลบความเห็น delete
21 April 2020 11:35
อยากกลับไปทำงานแบบพบปะผู้คนค่ะ อยู่บ้าน เหงาแว้ววว T w T
แจ้งลบความเห็น delete
20 April 2020 08:53
แยกพื้นที่ทำงานแล้วโอเคขึ้นมากเลยอะ
แจ้งลบความเห็น delete
20 April 2020 03:19
ตั้งแต่ WFH มาเวลางานนี้อยู่แต่ในห้อง เพราะทำตรงอื่นที่บ้านชอบวุ่นวาย เขาไม่เก็ทจริงๆ นะ แต่ทำมาสักพักตอนนี้ก็โอเคแล้ว เดี๋ยวเอาวิธีอื่นไปลองบ้าง
แจ้งลบความเห็น delete
20 April 2020 02:31
ใช้วิธีจัดโซนเหมือนกัน แล้วก็ใช้วิธีแบ่งเวลาให้ชัดเจนมาช่วย ก็เวิร์คเลยแหละ ขอบคุณวิธีดีๆที่แนะนำนะคะ
แจ้งลบความเห็น delete
17 April 2020 04:48
วิธีแยกมุมทำงานนี้ใช้ได้จริงนะ เราคือเลิกงานแล้วเดินออกจากมุมนั้นเลย ก็ยังไม่รู้สึกแย่เท่าไร ส่วนตัวว่าสะดวกดี แต่ก็อยากกลับไปเจอเพื่อนร่วมงานบ้าง นานไปก็เบื่อ
แจ้งลบความเห็น delete
16 April 2020 12:37
ดีที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แต่ก็จะเหงาๆหน่อย
แจ้งลบความเห็น delete
16 April 2020 11:46
Work from Home มันดีที่ไม่ต้องเดินทางอะ แต่เส้นแบ่งเวลางานกับเวลาพักเหมือนหายไปเลย
แจ้งลบความเห็น delete
16 April 2020 07:57
เราก็ได้ทดลอง Work from home จากสถานการณ์นี้เหมือนกันค่ะ
แจ้งลบความเห็น delete
16 April 2020 04:04
ส่วนตัวเราชอบ Work from home นะ แต่ก็เหงางะ
แจ้งลบความเห็น delete
โฆษณา
heart liked