เผยผิวในแบบที่ดีที่สุด! 8 Steps 'ซ่อมผิวพัง กู้ผิวใหม่' ให้ผิวกระจ่างใสมีออร่าง่ายๆ ไม่ง้อคลินิก

เผยผิวในแบบที่ดีที่สุด! 8 Steps 'ซ่อมผิวพัง กู้ผิวใหม่' ให้ผิวกระจ่างใสมีออร่าง่ายๆ ไม่ง้อคลินิก

ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย หยาบกร้าน คล้ำแดด ส่องกระจกแล้วดูไม่สดชื่น สดใสเอาซะเลย
ลองทำตาม Steps กู้ผิวตามนี้ แล้วจะรู้ว่า ผิวใสกิ๊ง นิ่มเด้งเหมือนมีน้ำเลี้ยงใต้ผิว ทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ค่ะ >

21 September 2020
Mollacake
21 September 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe คนน่ารักทุกคน ♡(。- ω -)

ในยุคนี้ การเข้าคอร์สเลเซอร์ ทรีทเมนต์ทำหน้าใสที่คลินิก ถือเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว จะผิวพังผิวเยินแค่ไหน ก็ให้หมอช่วยเนรมิตความสวยให้ได้ แต่ยังมีสาวๆ อีกหลายคนที่ทุนทรัพย์ไม่พอ หรือไม่อยากให้มีสารเคมี เข็ม หรือแสงเลเซอร์ปะทะหน้าโดยตรง กลัวผิวลอก ผิวแพ้ง่าย อยากใช้วิธีธรรมชาติมากกว่า กลัวมีผลกับผิวระยะยาว ขอแค่ผิวดีขึ้นบ้างก็พอ ไม่ต้องผิวใสปิ๊ง 100% เหมือนหมอทำก็ได้ ใช้เวลานานหน่อยก็ไม่เป็นไร รอได้ (ღ˘⌣˘ღ)

ในบทความนี้เราจึงขอมาแนะนำ 8 ทริคง่ายๆ ในการ ' ซ่อมผิวพัง กู้ผิวใหม่ ' ด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีธรรมชาติทั้งหมด ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของชั้นผิว เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางส่วนเท่านั้น ผิวหน้าและผิวกายที่เคยแห้ง หยาบกร้าน จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เธอจะมี ' better skin ' หรือผิวในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นแน่นอน จะต้องทำยังไงบ้าง เราไปดูกันเลยค่า

1. บางครั้งแค่ 'น้ำเปล่า' อาจทำความสะอาดผิวได้ไม่เพียงพอ!
image_1004923
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-2.fna.fbcdn.net

ในแต่ละท้องที่ คุณภาพและลักษณะน้ำประปาจะแตกต่างกันค่ะ สังเกตได้ว่าเวลาไปเที่ยว เราจะรู้สึกว่าน้ำฝักบัวในโรงแรม รสชาติหรือความใสไม่เหมือนที่บ้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์บอกไว้ว่า น้ำอ่อน ( soft water ) หรือน้ำกรองที่ใช้กันในห้องน้ำ มักล้างคราบด่างบนสบู่ออกไม่เกลี้ยง 100% ดังนั้นถ้าเธอใช้น้ำกรองอาบน้ำ ก็ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าหรือสบู่เยอะเกินไป หรือไม่ควรบีบเกินขนาดเหรียญสิบค่ะ

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเธอใช้น้ำทั่วไป ( hard water ) ที่ยังมีตะกอนผสมอยู่ จะผสมแล้วไม่ค่อยเกิดฟอง เธอต้องใช้คลีนซิ่งในปริมาณที่เยอะขึ้นเพื่อให้ผิวสะอาด ซึ่งทำให้ผิวแห้งได้ ดังนั้นจึงควรใช้สบู่เหลวอ่อนโยนที่ไม่ทำให้เกิดฟอง จะได้ไม่ต้องใช้สบู่เยอะเกินความจำเป็น ดังนั้นถ้าเธอเป็นคนเดินทางเปลี่ยนที่บ่อย การเช็คสภาพน้ำและใช้คลีนซิ่งที่เหมาะสม ก็จะช่วยทำให้สภาพผิวค่อยๆ ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

2. 'ชาเขียว' คือเครื่องดื่มสุดปัง ที่ช่วยกู้ผิวใสได้!
image_1004924
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-3.fna.fbcdn.net

จะเห็นว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีผิวใส เกลี้ยงเกลา ส่วนนึงก็มาจากเครื่องดื่มประจำชาติของพวกเขาอย่าง ' ชาเขียว ' นี่แหละค่ะ ( ต้องเป็นแบบเพียวๆ ไม่ใส่นม ไม่ใส่น้ำตาลนะ! ) นั่นเพราะชาเขียวช่วยลดอาการผิวอักเสบ เป็นตุ่มแดงได้ เพราะมีคุณสมบัติลดการอักเสบ และช่วยเยียวยาผิวไปด้วยในตัว แต่ควรเป็นแบบต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อน เพราะแบบร้อนอาจจะยิ่งทำให้ผิวอีกเสบมากขึ้นได้ค่ะ

อีกทั้งสาร EGCG ในชาเขียว ยังช่วยป้องกันคอลลาเจนในผิวถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย หรือผิวที่ DNA เสียหายจากการปะทะกับแสงแดด ( เส้นร่องลึกและผิวกระดำกระด่าง ) อีกด้วย ดังนั้นแทนที่ตอนเช้าจะซดกาแฟ ลองเปลี่ยนเป็นดื่มชาเขียวดูสิ มีคาเฟอีนให้ตื่นตัวเหมือนกัน แต่คุณสมบัติเรื่องผิวต่างกันลิบลับเลยค่ะซิส

3. พยายามอย่าเครียด โกรธ เศร้าแบบพุ่งปรื๊ด! สุขภาพจิตแย่ ผิวก็พังด้วย
image_1004925
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-1.fna.fbcdn.net

อารมณ์ความรู้สึกของเรา สัมพันธ์กับสุขภาพกายอย่างแยกกันไม่ออก! เหมือนคำที่บอกว่า ' จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว ' นั้นไม่เกินจริงเลย เมื่อเรามีความสุข เราเศร้า หรือเราโกรธ มันจะบ่งบอกได้ทางร่างกายภายนอกทันที รวมถึงสภาพผิวที่เห็นชัดเจนด้วย จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดพบว่า นักศึกษาที่กำลังเครียด ผิวจะแย่ สิวบุกมากกว่าคนที่เครียดน้อยกว่า เพราะความเครียดเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอล ให้ผิวมันขึ้น เพิ่มโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียจากสิวนั่นเองค่ะ

เพื่อซ่อมผิวที่พัง และคุมไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นอีก ต้องพยายามทำใจให้สบาย ไม่เครียด คิดบวก หางานอดิเรกที่ชอบทำ เพื่อไม่ให้จิตคิดฟุ้งซ่านจนเครียด เมื่อความเครียดลดระดับลง ผิวก็จะค่อยๆ ดีขึ้นจนสังเกตได้ เช่น เล่นโยคะ อ่านหนังสือ ทำสมาธิ ฟังเพลง ปลูกต้นไม้ เป็นต้น

4. อยู่ในที่อากาศไม่ดีหรือเปล่า? 'อากาศบริสุทธิ์' ช่วยปรับผิวพังได้นะ
image_1004926
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-3.fna.fbcdn.net

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนที่อ่านน่าจะอยู่กรุงเทพ เมืองหลวงแห่งแสงสีที่มลพิษเยอะเวอร์ ( ตอนนี้ค่าฝุ่น PM2.5 ก็กลับมาอีกแล้ว เวรกรรม ) หากเธอต้องเดินทางไปทำงาน ผิวเจอสภาพอากาศตามท้องถนน ควันท่อไอเสียจากควันรถ ควันจากรถเข็นหมูปิ้ง ฝุ่นจากสถานที่ก่อสร้างที่เดินผ่าน etc. ในทุกๆ วัน มันจะส่งผลกับสภาพผิว ทำให้ชั้นผิวถูกทำลายและเกิดริ้วรอย แก่ก่อนวัยได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ

แม้จะหลบอยู่ในออฟฟิศ พยายามไม่ออกไปเจอแดด ถ้าสภาพอากาศในห้องทำงานแออัด มีสิ่งที่ทำให้เกิดควันเช่น ธูปไหว้พระ วนเวียนอยู่ก็ไม่พ้นทำให้ผิวพังอยู่ดี ดังนั้นถ้าอยู่ในพื้นที่ส่วนรวม แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าปิดผิวให้มากที่สุด และใช้ ' เครื่องกรองอากาศ ' สักตัวในห้องนอน และวางน้ำไว้สักแก้ว เพื่อให้ห้องไม่แห้งจนเกินไป เชื่อเถอะว่า นอกจากช่วยเรื่องสุขภาพปอดไม้ให้สูดควันเข้าไปแล้ว ผิวก็จะดีขึ้นแบบไม่ต้องสืบเลยล่ะ

5. เลือกสูตร 'ยาสีฟัน' ผิด ชีวิตเปลี่ยน! ควรใช้ 'สูตรธรรมดา' ดีที่สุด
image_1004927
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-1.fna.fbcdn.net

เคยสังเกตกันไหมคะ ทำไมเวลาเปลี่ยนสูตรยาสีฟัน หรือเปลี่ยนยาสีฟันยี่ห้อใหม่ วันรุ่งขึ้นสิวผุดขึ้นริมปาก รอบคาง หรือมีรอยแดง สะเก็ดแปลกๆ ที่รอบริมฝีปาก นั่นเพราะยาสีฟันของเธอ ' แรง ' กับผิวเกินไปยังไงล่ะ! โดยเฉพาะยาสีฟันที่มีส่วนผสมเผ็ดๆ อย่างมินต์ อบเชย หากสาวๆ มีผิวบอบบาง ก็ทำให้ผิวช่วงปากอักเสบจนเกิดสิวได้

ดังนั้นถ้าไม่อยากรักษาสิวรอบปากซ้ำๆ ซากๆ ก็เริ่มจากปรับยาสีฟันที่ใช้ก่อนเลย! เลือกพวกสูตรออร์แกนิก หรือรสธรรมดาไม่เผ็ดร้อน รับรองว่าซ่อมผิวให้ใสขึ้นได้จริงชัวร์ แต่ทั้งนี้ ถ้าสิวใครอักเสบหนักมากๆ แม้เปลี่ยนยาสีฟันแล้วก็ไม่หาย ควรไปรักษากับหมอผิวหนังควบคู่ด้วยนะคะ

6. ถึงอยู่ในออฟฟิศ ในบ้าน ก็ต้องทา 'ครีมกันแดด' เพราะแสงลอดเข้ามาได้!
image_1004928
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-1.fna.fbcdn.net

เรื่องนี้น่าจะเป็นกฎเบสิก ในหมู่สาวๆ สายบิวตี้อยู่แล้ว แต่บางคนก็หลงลืม กลัวเปลืองกันแดด เลยทาบ้างไม่ทาบ้าง ซึ่งผิดมากๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มอายุเยอะแล้ว คอลลาเจนบนผิวเริ่มน้อยลง ไม่ควรลืมทาเลยแม้สักวันเดียว! เพราะรังสียูวีเอจากแสงแดด ส่องสะท้อนลอดเข้ามาได้ตลอดเวลา แม้จะอยู่ในออฟฟิศทั้งวันก็ตาม รวมถึง blue light จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอมือถือ ต่างทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ทั้งนั้น! 

มีงานวิจัยออกมาว่า หากเปิดหน้าต่างด้านซ้ายให้แสงเข้า แต่ด้านขวาปิดหน้าต่างไว้ คนอยู่ตรงกลาง เราจะมีแนวโน้มเป็นมะเร็งผิวหนังหรือมีริ้วรอยในซีกผิวด้านซ้ายมากกว่า เพราะแสงแดดส่องเข้ามาเต็มๆ! ดังนั้นจงทาครีมกันแดดทุกวันทั้งผิวหน้าและผิวกาย หากไม่ชอบความเหนอะหนะ ก็ลองเลือกแบบสเปรย์ หรือสูตร water-based ซึมเข้าผิวไว ก็ไม่ต้องรำคาญความเหนียวของผิวอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ^ ^

7. ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมทุกชิ้น ควรเป็นสูตรน้ำ (water-based)
image_1004929
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-1.fna.fbcdn.net

ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมทุกชนิด เช่น แชมพู ครีมนวดผม ออยล์ใส่ผม ครีมจับลอนผม สเปรย์ใส่ผม ล้วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวหน้าทั้งสิ้น เพราะยังไงเส้นผมก็ต้องสัมผัสกับผิวหน้า หากเธอใช้แต่แบบที่มีผสมน้ำมัน ผสมแว็กซ์เยอะๆ ผิวหน้าอาจเกิดการอุดตัน เป็นสิวได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าผาก แผ่นหลัง และช่วงไรผมค่ะ

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว หรือเกิดอาการแพ้ที่เส้นผมไปสัมผัส นอกจากพยายามรวบผมให้เรียบร้อย ไม่ให้ผมปรกหน้าเกะกะแล้ว ควรปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผมทั้งหมด จากสูตรครีม สูตรน้ำมัน เป็นแบบที่มีส่วนผสมหลักจากน้ำ ( water-based ) สังเกตง่ายๆ จากฉลาก หากส่วนผสมแรกคือ water แปลว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นมีน้ำประกอบอยู่มากที่สุด ค่อนข้างปลอดภัยกับผิว เนื้อสัมผัสจะใสๆ บางๆ สัมผัสหลังใช้ไม่เหนียวมันติดมือ หากนึกไม่ออกก็พวกยี่ห้อแชมพูไมเซลลาร์ทั้งหลายนั่นแหละค่ะ มีทั้งราคาถูกและแพงให้เลือกเลย ><

8. ลดการกิน 'ผลิตภัณฑ์นม (Dairy Products)' ถ้าไม่อยากหน้าเป็นสิว!
image_1004983
- ที่มารูป: instagram.fbkk22-2.fna.fbcdn.net

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเปิดเผยว่า วัยรุ่นผู้หญิงที่ดื่มนมเยอะ จะมีแนวโน้มเป็นสิวกว่าคนที่ดื่มน้อยกว่าถึง 30% ซึ่งแม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็น่าจะผลลัพธ์เหมือนกัน ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือ นมพร่องมันเนย ( skim milk ) กลับเสี่ยงต่อการเกิดสิวมากกว่านมไขมันปกติ ( whole milk ) เสียด้วยซ้ำ โดยนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า ฮอร์โมนที่ปนเปื้อนมากับนม อาจส่งผลกับสุขภาพผิวของคนดื่ม ทำให้ผิวอักเสบจนเกิดสิวได้ค่ะ

ดังนั้นสาวๆ จึงควรลดปริมาณการกินนมวัว ชีส ( แม้แต่นมออร์แกนิกก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ) ไอศกรีม ช็อกโกแลต หรือทุกอย่างที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ผิวอาจจะยังไม่ใสกิ๊งในทันที แต่สำหรับคนที่เป็นสิวหนักๆ ทั้งหน้า การหยุดนำผลิตภัณฑ์นมเข้าร่างกาย ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นจนสังเกตได้ **หากกลัวขาดแคลเซียมหรือโปรตีนจากนม สามารถกินวิตามินเสริมได้ หรือกินผักใบเขียว เต้าหู้ นมถั่วเหลือง แทนได้ค่ะ


ーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーーー
ครบแล้วทั้ง 8 ข้อ! กับทริคดูแลผิว ซ่อมและบำรุงผิวเก่าที่หมองคล้ำ ผิวเยิน ผิวพังไม่กระจ่างใส ให้สภาพผิวจากภายในค่อยๆ ดีขึ้น จนเป็นผิวของสาวๆ ในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด อาจต้องใช้เวลานานสักหน่อย แต่ไม่มีผลข้างเคียงแน่นอน แต่ต้องบอกก่อนว่า มันจะดีที่สุดเท่าที่ร่างกายทำได้เท่านั้น ถ้าเธอต้องการผิวขาวโอโม่ หรือผิวใสเนียนกริบประหนึ่งสวยแต่เกิด อันนี้ก็อาจจะต้องพึ่งหมอเนอะ ยังไงลองทำดูก่อนแล้วดูผลลัพธ์อีกทีก็ได้ ถ้าชอบแล้วก็หยุด ไม่ต้องไปคลินิก แต่ถ้าอยากได้สวยกว่านี้ ก็ค่อยไปปรึกษาหมออีกทีนะคะ ^^ อยากให้สาวซิสผิวใสกรุบไปด้วยกัน เลิฟๆ วันนี้ไปละค่า บ๊ายบายน้า

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @