#ทำไมทำไม่ดีพอสักที! 7 Steps ในการ 'ใจดีกับตัวเองบ้าง' ตรรกะดี สุขภาพจิตดี ชีวิตก็แฮปปี้ไปยาวๆ! ❤

#ทำไมทำไม่ดีพอสักที! 7 Steps ในการ 'ใจดีกับตัวเองบ้าง' ตรรกะดี สุขภาพจิตดี ชีวิตก็แฮปปี้ไปยาวๆ! ❤

อย่าโหดร้าย อย่ากดดันตัวเองนักเลย ยังมีสิ่งดีๆ บนโลกใบนี้ ที่ไม่ต้องทำตามเกณฑ์มาตรฐานของสังคม แต่ทำให้เรามีความสุขไปได้ตลอดชีวิตนะ #itsnottheendoftheworld (๑・ω-)~♥”

23 October 2020
Mollacake
23 October 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


- - สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe คนน่ารักทุกคน (♥ω♥*) - -

ในยุคสมัยนี้ที่ทุกอย่างคือการแข่งขัน มาตรฐานต่างๆ ในสังคมก็ยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็เป็นท้อ เรียนก็ต้องได้เกรดดี กิจกรรมเด่น กีฬาก็ต้องได้ ภาษาที่ 3 ที่ 4 ก็ควรมีถ้าอยากหางานได้เร็ว ไล่ไปจนถึงวัยทำงานที่แข่งกันเข้าบริษัทใหญ่ สวัสดิการดี พัฒนาทักษะทั้ง hard skill และ soft skill อย่างเอาเป็นเอาตาย จนบางครั้งก็ละเลยความรู้สึกของตัวเอง ทุ่มเทพลังงานไปกับการแข่งขัน มิชชั่นคอมพลีทก็ดีไป แต่หลายคนก็ทำได้ไม่ถึงเป้าที่ ( ตัวเอง ) วางไว้ เกิดความเครียด ตีอกชกหัวว่าทำไมตัวเองทำไม่ได้ ก่นด่าตัวเองว่าหัวไม่ดี โชคร้าย etc. จนโลกหดหู่ไปหมด แค่คิดก็เครียดตามแล้ว....

เรื่องปากท้อง หน้าที่การงาน เงินเก็บในอนาคตก็สำคัญ แต่ทั้งนี้ ' สุขภาพจิต ' ควรมาเป็นอันดับหนึ่งค่ะ ( แต่คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกลับกัน คนถึงไม่ค่อยยอมไปหาจิตแพทย์ ) เพราะถ้าชุดความคิดเราไม่ดี สุขภาพจิตแย่ ก็จะยิ่งทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนหรือทำงานแย่ลงอยู่ดี วันนี้เราจึงมาชวนสาวซิสทุกคนให้ ปรับมุมมองในแง่บวก เลิกคิดลบ " ใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น " ทั้ง 7 ขั้นตอน นี้ เพื่อความสุขยั่งยืนที่แท้จริง จะต้องทำแบบไหน ยังไงบ้าง ก็เลื่อนลงมาอ่านด้านล่างกันได้เลยน้า (♥ω♥ ) ~♪ 

❤ 1. 'ให้อภัย' ตัวเองบ่อยๆ อย่าปล่อยความนอยด์ไว้นาน
image_1010087
- ที่มารูป: www.img.in.th

พูดเหมือนง่าย แต่ตอนลงมือทำจริงก็คงยากพอดู แต่ถ้ากลั้นใจก้าวผ่านความกล้าตรงนี้ไปได้ ข้ออื่นๆ ที่เหลือก็ง่ายแล้วล่ะค่ะ! ไม่ง่ายเลยที่จะลืมความผิดพลาดหรือสะเพร่าของตัวเองเนอะ ยิ่งสำหรับคนที่มีความรับผิดชอบสูง เป็น Perfectionist หรือเป็นคนดัง มีคนคอยจับตามองตลอด พลาดทีนึงก็พร้อมมีคนบางส่วนลุยกระทืบซ้ำตลอดเวลา ทำให้บางคนไม่กล้าจะก้าวผ่าน ไม่กล้าให้อภัยตัวเอง จมจ่อมอยู่ในความเศร้าโศกอยู่อย่างนั้น 

จำไว้นะคะว่า ถ้าจะมีคนที่ช่างแซะ ขยันทำให้เธอเสียใจที่สุดก็คือ ' ตัวเธอเอง ' นั่นแหละ ไม่ใช่ใครอื่น! หลายคนพร้อมให้อภัยเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือคนไม่รู้จักในอินเตอร์เน็ต แต่ไม่ยอมให้อภัยตัวเอง โทษตัวเองทุกวันกับความผิดที่บางครั้งก็เล็กน้อยมากๆ แต่ระยะยาวทำให้สุขภาพจิตเสียถาวรไปเลย

ดังนั้นลองฝึก ' ให้อภัยตัวเอง ' ดูค่ะ หากทำอะไรพลาดไป ให้หยุดคิด ทบทวน และหาทางออกว่าเราจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกได้ยังไง เพราะนั่นคือเราพยายามหาทางแก้อย่างสุดความสามารถแล้ว ถ้าเป็นคนอื่น เขาอาจไม่ทำขนาดนี้ เรายังให้อภัยเขาได้เลยนี่นา แล้วทำไมตัวเองจะให้ไม่ได้ล่ะ? อาจจะทำไม่ได้ทันที แต่ถ้าเธอไม่หยุดฝึก เราเชื่อว่าต้องทำได้ในสักวันค่ะ

❤ 2. ลองเขียน 'จดหมายรัก' ให้ตัวเองดูสิ
image_1010088
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าโลกนี้ไม่มีใครให้กำลังใจเรา เราก็ปลอบโยนตัวเองได้ค่ะ! ลองเขียนจดหมายรักจ่าหน้าถึงตัวเองดู ร่ายข้อดีของตัวเองให้เต็มหน้ากระดาษ ถ้าเกิดปัญหาเป็นตัวเองแล้วเขียนไม่ออก หัวไม่แล่น ก็ลองคิดว่าคนคนนั้นเป็นคนที่เธอรักและห่วงใยก็ได้ วิธีนี้ตอนเขียนอาจจะเขินๆ หน่อย แต่โมเมนต์ที่เขียนเสร็จ ใส่ซองแล้วนำกลับมาอ่านใหม่ หัวใจมันพองฟูอย่างบอกไม่ถูกเลยนะ!

ในอีกแง่นึงก็นึกภาพว่า เรากำลังเขียนจดหมายหาตัวเองในอดีต ที่อาจจะเคยทำผิดพลาดอะไรสักอย่าง เราในเวอร์ชั่นที่โตแล้วอยากบอกอะไรเด็กคนนี้บ้าง? อยากปลอบใจ ให้ข้อคิดอะไรที่เด็กคนนี้อ่านแล้วจะมีความสุขบ้าง ใส่ไปให้เต็มที่ สำหรับหลายๆ คน การให้พลังงานบวกมันง่ายกว่าให้ตัวเอง ดังนั้นก็ให้กำลังใจจากมุมมองของคนนอกดู เธอจะเขียนใส่ซองไว้อ่านเองตอนนั้นเลย ส่งไปรษณีย์หาตัวเอง หรือเก็บไว้ในซอกตู้ลึกๆ ไว้กลับมาแกะเปิดอ่านในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้าก็ได้ค่ะ

❤ 3. ซื้อดอกไม้เป็นรางวัลให้ 'ตัวเอง' เพราะทุกวันคือวันพิเศษ!
image_1010089
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไม่ต้องรอให้ผู้ชายซื้อมาฝาก หรือรอวันเกิด วันปีใหม่ วันรับปริญญาอะไรทั้งนั้น เพราะในทุกวันที่เรามีชีวิตอยู่คือวันพิเศษ จะวันไหนเราก็ซื้อช่อดอกไม้โตๆ ให้ตัวเองได้ เป็นวิธีมอบความใจดีให้กับตัวเองอีกทางหนึ่ง สาวๆ บางคนอาจไม่อินกับการซื้อดอกไม้ เพราะเป็นของสด เหี่ยวเร็ว กลัวเปลืองเงิน แต่เราอยากให้ลองซื้อมาสักครั้ง ถึงกินไม่ได้ แต่ถ่ายรูปได้ ตกแต่งบ้านได้ ของสวยงามจากธรรมชาติเนี่ย มันฮีลจิตใจได้จริงๆ นะ

ถ้างบน้อยหน่อยจะซื้อแค่ดอกไม้แบบที่ชอบ แค่ดอกสองดอกไว้ประดับแจกันก็ได้ เช่นกุหลาบ ทานตะวัน คาร์เนชั่น เดซี่ etc. หรือถ้างบเยอะ อยากให้กำลังใจตัวเองหนักๆ ก็สั่งช่อดอกไม้อลังๆ ผูกโบว์ส่งตรงถึงตัวเองเลย ถึงจะรู้ว่าเงินตัวเองก็เถอะ แต่ความรู้สึกที่ได้รับช่อดอกไม้สดๆ หอมๆ ไว้ในมือ มันรู้สึกดีสุดๆ เหมือนผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเลยแหละ ไม่เชื่อต้องลองค่ะ

❤ 4. เมื่อเกิดปัญหา ถ้าทำไม่ได้อย่าจมอยู่กับตัวเอง แต่จง 'ขอความช่วยเหลือ'
image_1010090
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ คงมีหลายโมเมนต์ในชีวิตที่ต้องเจออุปสรรคที่หนักหนาสาหัส จนอยากจะร้องกรี๊ด ทึ้งผมให้รู้แล้วรู้รอดไป บางคนเครียดแล้วกินแหลก ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ หรือหนักสุดก็พึ่งยา เพราะไม่อยากรับรู้เรื่องที่ตัวเองคนเดียวแก้ไขไม่ได้ ยิ่งถ้ามีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีแล้วด้วยล่ะก็ จะหลุดพ้นจากวังวนนั้นยากมากๆ หรืออาจจะไม่หลุดออกไปเลยก็ได้ค่ะ

เราไม่จำเป็นต้องใจร้ายกับตัวเองขนาดนั้นก็ได้ เธอก็แค่มนุษย์คนนึง ไม่ใช่เทพเจ้าที่จะรู้เรื่องทุกอย่างบนโลกใบนี้ แค่พยายามยอมรับว่าตัวเอง ' ไม่รู้ ' และหาทางขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง คนดีๆ เขาจะช่วยเธอโดยเร็วที่สุด ไม่ได้คิดว่าเธออ่อนด้อย ไม่มีศักดิ์ศรีอย่างแน่นอน เพราะงั้นไม่ต้องคิดมาก ถ้าทำไม่ได้คือทำไม่ได้ ให้คนช่วยก่อนที่สุขภาพจิตจะพังไปกว่านี้ดีกว่านะคะ

❤ 5. เลือกอยู่สังคมที่คนส่วนใหญ่มี 'Mindset บวก' ไม่ตัดสินคนอื่นง่ายๆ
image_1010091
- ที่มารูป: www.img.in.th

เคยได้ยินไหมคะว่า อยู่ในสังคมแบบไหนก็จะหล่อหลอมให้เราเป็นแบบนั้น บอกเลยว่ามันคือเรื่องจริง! ให้นึกภาพง่ายที่สุดก็สถาบันครอบครัว ซึ่งถือเป็นสังคมขนาดเล็กที่สุด ถ้าพ่อแม่พี่น้องของเธอเลี้ยงดูด้วยความกดดัน ต้องสอบได้ที่หนึ่งทุกเทอม ต้องเข้ามหาลัยรัฐอันดับหนึ่งให้ได้ในคณะที่พวกเขาต้องการ หรือในสังคมทำงานมีแต่คนที่เก่งกว่าเธอ แน่นอนว่าความรู้สึกแย่ mindset ติดลบมันจะมาโดยอัตโนมัติ เพราะไม่มีใครมอบพลังงานดีๆ ให้เธอเลย สุดท้ายก็ส่งผลกับสภาพจิตในที่สุด บางคนเครียดรุนแรง แต่บางคนก็สภาพจิตแย่ไปเลยค่ะ

ธรรมชาติของมนุษย์ เมื่ออยู่สังคมไหนนานๆ จะชอบหรือไม่ เราก็อยากจะกลืนไปเป็นพวกเดียวกัน หากไปอยู่กับกลุ่มที่ไม่ใช่จะทรมานตัวเองเปล่าๆ จึงอยากให้สาวซิสปรับความคิดใหม่ว่า ' ทำไมยังเก่งไม่เท่าพวกนี้สักที ' เป็น ' แบบนี้ไม่ใช่ละ เราว่าเราน่าจะอยู่ผิดที่ ' และเปลี่ยนสังคมใหม่ซะ หาคนที่มีชุดความคิดมองบวก มีทัศนคติที่ดีจะดีกว่า

ถ้าพื้นฐานความคิดของสังคมเป็นคนดี ไม่ว่าเราจะมีบุคลิก นิสัย ความเก่งระดับไหน ก็จะไม่มีใครตัดสินหรือบุลลี่เรา ดังนั้นสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือสังคมค่ะ ไม่ใช่ดื้อดึงจนเหนื่อยตัวเอง ( ทั้งนี้ หากสังคม toxic นั้นคือครอบครัวที่เลี่ยงยาก ก็พยายามเปิดอกคุย แต่ถ้าไม่ได้ อย่างมากสุดก็เลี่ยงการปะทะจะดีที่สุดค่ะ )

❤ 6. มีวันว่างสักวันในสัปดาห์ ที่ได้ทำตามใจตัวเองบ้าง!
image_1010092
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากในชั่วชีวิตนี้ เธอทุ่มเทเวลาไปกับการเรียน หรือหน้าที่การงานมาโดยตลอด จนแทบจะไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย อ่านหนังสือ ทำรายงาน ปั่นงาน ไม่ได้หลับได้นอน 7 วันต่อสัปดาห์ จนตาลึกโหลโทรมไปหมด นอกจากสุขภาพกายแย่แล้ว สุขภาพจิตก็จะเสียไปด้วยนะคะ หยุดทรมานตัวเอง หาวันเบรกให้ตัวเองบ้างสักวันนึง ที่เธอจะผ่อนคลายอย่างเต็มที่ อยากทำงานอดิเรกแบบใดก็ได้ อ่านหนังสือ วาดรูป ดูคอนเสิร์ต etc. เพื่อฟื้นฟูจิตใจตัวเอง เชื่อสิว่าได้ผล!

ใครเป็นสาวออฟฟิศนั่งโต๊ะทั้งวัน เป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งปวดหลัง เมื่อยขา หรือนักเรียนที่นั่งหลังขดหลังแข็งเรียนหนังสือ ทำการบ้าน บางทีที่สุขภาพจิตไม่ค่อยดีเพราะร่างกายไม่แข็งแรงด้วยค่ะ เราแนะนำให้ไปรีแลกซ์ที่สปา นวดผ่อนคลายเส้นบ้างก็ดีนะ เป็นความใจดีอีกแบบที่เราอยากให้ร่างกายสาวๆ ได้รับ ทำงานหนักมานาน ควรได้รับผลตอบแทนบ้าง หรือถ้าใครพอใจกับการนอนโง่ๆ สั่งอาหารมากิน ดู Netflix ที่บ้านมากกว่าก็จัดไป เอาทางที่เธอทำแล้วสบายใจดีที่สุดค่ะ อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆ ด้วยนะ จะได้มีแรงพร้อมสู้กับวันใหม่ค่ะ

❤ 7. ใคร หรืออะไรที่ทำให้เรารู้สึก 'ดิ่ง' จงเดินออกมา อย่าไปทน!
image_1010093
- ที่มารูป: www.img.in.th

แม้จะฟังแล้วน่าเศร้า แต่สังคมที่ไหนก็ตาม คงหนีไม่พ้นเรื่องซุบซิบนินทา คน toxic ที่ชอบใส่ร้าย กดดัน ด่าว่าเราจนต้องร้องไห้ หรือดูถูกว่า ' น้ำหน้าอย่างเธอก็ทำได้แค่นี้แหละ ' ที่จริงคำพูดแนวนี้มันเป็นดาบสองคมนะ ใครเก็บไว้เป็นแรงผลักดันแล้วทำได้จริงมันก็ดี แต่สำหรับบางคนยิ่งไปบ่อนทำลาย ทำให้เขาไม่อยากสู้กับอะไรอีกเลย ดังนั้นคำสอนที่ว่าให้ด่าเยอะๆ จะได้ทำงานดี เราว่าเป็นข้ออ้างของคนที่พูดจาดีๆ กับคนอื่นไม่เป็นมากกว่า

การอยู่กับคนที่ความคิดเป็นพิษน่ะ มันคือการใจร้ายกับตัวเองแน่นอน ดังนั้นทางแก้ก็ง่ายๆ อย่าไปทน จงเดินออกมา เทคนเหล่านั้นไปเลยค่ะ! ถ้าเราพยายามทำในแบบของเราอย่างดีที่สุดแล้ว ก็ยังโดนด่า โดนแซะ โดนบุลลี่เหมือนไมใช่คนระดับเดียวกับพวกเขา การ walk out อาจจะเป็นความใจดีที่สุดที่เรามอบให้ตัวเองก็ได้ ไม่ต้องไปทำร้าย แก้แค้นให้เสียเวลา รอให้พระเจ้าพิพากษาพวกเขาดีกว่า (¬‿¬ )


-------------------------------------
ในปี 2020 นี้ มีเรื่องให้กดดันตัวเอง โกรธแค้นกับโชคชะตาทั้งเรื่องในบ้าน สังคม การเมือง โควิด เต็มไปหมดนับนิ้วไม่ถ้วน ข่าวในโซเชียลก็ต้องตาม งานก็ต้องทำ จนเลือดในสมองจะแตก บางทีถ้าเครียดจนไม่ไหวแล้ว พักบ้างก็ได้นะคะซิส! ไปหาเรื่องพักผ่อน รีแลกซ์ทำบ้าง ให้จิตใจฟื้นฟูดีขึ้นแล้วค่อยสู้ใหม่ ถ้าจิตใจเราพร้อม ไม่คิดลบ ไม่ดิ่ง ไม่ดาวน์ นั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครสมควรได้รับความกดดันจนสุขภาพจิตเสีย ไม่มีใครสมควรโดนดูถูกหรือถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว แม้โลกจะโหดร้าย แต่เราเชื่อว่าเพิ่มความใจดีเข้าไปสักหน่อย เธอจะมีความสุขที่ยั่งยืนได้อย่างแน่นอน วันนี้เราขอตัวไปก่อนน้า สวัสดีค่า (灬♥ω♥灬)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @