นัดดินเนอร์ ผู้ควรจ่ายหมดมั้ย? รวมเหตุผลที่คู่เดทควร 'แชร์ค่าข้าวกัน' และทริคขอหารครึ่งแบบมีคลาส♡

นัดดินเนอร์ ผู้ควรจ่ายหมดมั้ย? รวมเหตุผลที่คู่เดทควร 'แชร์ค่าข้าวกัน' และทริคขอหารครึ่งแบบมีคลาส♡

เพิ่งนัดออกไปเจอกันครั้งแรก ปัญหาโลกแตกที่เห็นตามโซเชียลบ่อยมากก็คือ "ผู้ชายควรจ่าย 100% หรือหารครึ่งดีคะ?" ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองมาอ่านเหตุผลดีๆ ที่ควรแชร์เงินกัน เพื่อความรักที่ดีในเดทครั้งต่อไปค่ะ ♡❤

27 October 2020
Mollacake
27 October 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


เซย์ไฮค่าา สาวๆ ชาวซิสที่ ' กำลังจะออกไปเดท ' ทั้งหลาย (◕‿◕)♡

ครองสถานะโสดมานาน จังหวะเหมาะก็ได้เจอหนุ่มที่คุยถูกคอ ไปๆ มาๆ เขาก็ชวนไปกินข้าว อะก็คือเดทแรกแหละ เอาละ ปัญหาโลกแตกมาแน่ เห็นได้จากกระทู้ที่ถามกันซ้ำๆ ในโซเชียลอย่าง ' ไปกินข้าวเดทแรก ควรให้ผู้ชายจ่ายหรือหารครึ่งดีคะ?? ' ซึ่งทิศทางของคอมเมนต์ก็แตกเป็นสองฝ่าย ทั้งโชว์ป๋าจ่ายให้หมด กับฝ่ายที่อยากให้แชร์กันมากกว่า เพราะไม่ใช่คนรวยล้นฟ้าอะไร  //ไม่รู้จะเลือกเชื่ออันไหนดีเลยค่ะ

เพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศอึดอัด มาคุ dead air มองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าใครจะหยิบกระเป๋าตังค์ บทความนี้ขอเสนอให้ฝ่าย ' หารค่าข้าวกัน ' เป็นฝ่ายชนะค่ะ! แม้ในสมัยก่อนแทบจะเป็นกฎว่าผู้ชายควรจ่าย แต่ยุคนี้ 2020 แล้ว อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ชายหญิงก็เท่าเทียมกันแล้วในหลายด้าน ทำงานหาเงินกันทั้งคู่ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่เราจะขอเป็นฝ่ายหารค่ะ  หากสาวๆ ยังลังเลกับค่านิยมเก่า ยังรู้สึกก้ำกึ่งว่าควรพูดไหม จะเป็นการหักหน้าผู้ชายไหม หรือจะมีปัญหากันในภายหลังไหม ลองอ่าน ' 5 สาเหตุที่คู่เดทควรแชร์ค่าข้าวกัน ' เป็นเหตุผลประกอบการตัดสินใจดูนะคะ ^^

1. ไม่ต้องรู้สึก 'กระอักกระอ่วน' ระหว่างเดท เราไม่เอาเปรียบผู้ จ่ายเองได้!
image_1010984
- ที่มารูป: www.img.in.th

เดทแรกก็เหมือนเอาคนสองคนที่ ' รู้สึกดีต่อกัน ' มาใช้เวลาด้วยกัน แต่เราก็ยังไม่รู้ตัวตนจริงๆ ของอีกฝ่ายมากนัก ความขวยเขิน ความประหม่า กระอักกระอ่วนย่อมมีตามธรรมชาติ ยิ่งอยู่ในสภาวะกดดันอย่างการต้องจ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องเซนซิทีฟของใครหลายคน สำหรับหนุ่มๆ บางคนอาจรู้สึกว่าทำไมเธอนิ่งเฉย ไม่เสนอช่วยจ่ายเลย ( แม้ถึงเธอบอกเขาก็คงจ่ายให้หมดนั่นแหละ ) เห็นแก่ตัวรึเปล่า แต่เธออาจคิดว่าถ้าขอจ่ายส่วนของตัวเอง จะดูหักหน้า เหมือนบอกว่าผู้ชายไม่มีปัญญาจ่าย เลยเงียบดีกว่าซะงั้น เข้าใจไปคนละทาง สุดท้ายไปกันไม่รอดจ้า!

' การเสนอช่วยการครึ่ง ' ก็เพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศอึดอัด กดดันมาคุเหล่านั้น ทำให้เธอและเขากินข้าวอย่างสบายๆ ไม่กดดัน และใช้เวลาในการคุยต่อหน้า ทำความรู้จักตัวจริงกันมากขึ้นดีกว่ามานั่งคิดว่า ใครจะเป็นคนจ่าย?? ซึ่งอาจทำลายความรู้สึกดีๆ ต่อกันไปจนหมดก็ได้นะ แถมเป็นการบ่งบอกว่าเราแฟร์ ไม่เอาเปรียบเขาด้วยค่ะ

2. ถ้าคุยแล้วไม่คลิก ไม่มีเดทสอง ก็ไม่ต้อง 'ติดหนี้บุญคุณ' กัน
image_1010985
- ที่มารูป: www.img.in.th

เชื่อว่าสาวๆ ยุคใหม่หลายคนคิดถึงข้อนี้กันเยอะ ผู้ชายมีมากมายในโลกใบนี้ บางครั้งเราแค่อยากเดท กินข้าวด้วยกันสักครั้งเพื่อดูว่านิสัยเป็นยังไง ทัศนคติไปกันได้ไหม กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารเรารับได้รึเปล่า หากไม่คลิกก็แค่จบเกม มูฟออนหาหนุ่มอื่นต่อไป ไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิดว่าเขาอุตส่าห์จ่ายให้ แต่สุดท้ายไม่ได้ไปต่อ มันจะรู้สึกติดค้าง เป็นหนี้บุญคุณกันบ้างแหละ แถมไม่มีโอกาสให้จ่ายคืนแล้วด้วยสิ...

' การหารครึ่ง ' จึงทำให้สาวๆ ไปเดทอย่างสบายใจ ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าในที่สุดแล้วไม่คบคนนี้เป็นแฟน ไม่ต้องเสียใจกับเขาที่ต้องมาจ่ายเงินให้เรา ซึ่งต่อไปอาจเป็นคนแปลกหน้าในอีกไม่กี่วัน ( หรือไม่กี่เดือน ) หากคุยกันแล้วไม่ใช่นั่นเองค่ะ

3. เพื่อให้เราอยู่ในสถานะที่ 'เท่ากัน' ไม่มีใครเป็นเบี้ยล่างใคร
image_1010986
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับหนุ่มๆ บางคน ( ย้ำว่าบางคนนะ ไม่ใช่ทุกคน ) จะมี mindset ส่วนตัวที่คิดเอาเองว่า เมื่อจ่ายเงินให้ใครแล้ว ก็แปลว่าคนนั้นเป็นสมบัติของเขา เขาจะมีอำนาจเหนือคนคนนั้นทันที หากไปกินข้าวด้วยกัน เขาจะสั่งแค่ของชอบของเขา หรือกินเยอะกว่าเรา ( มากๆ ) เราก็ไม่มีสิทธิ์โต้เถียง ไม่กล้าสั่งของแพง สั่งแต่ของถูกที่เราอาจไม่ชอบกิน เพราะเขาเป็นคนจ่าย รวมถึงเขาอาจจะบงการกิจกรรมอื่นๆ ในการเดทให้มีแต่สิ่งที่เขาต้องการ ' เพราะเขาจ่าย ' สุดท้ายเราอาจเป็นแค่ตุ๊กตาที่โดนลากไปลากมา มีค่าแค่ได้กินข้าวฟรีเท่านั้นเอง TT

ดังนั้นเมื่อเราไม่รู้จักตัวตนคนนี้อย่างลึกซึ้ง ' การหารครึ่งในเดทแรก ' จึงบ่งบอกสถานะที่เท่ากัน ไม่มีใครเป็นเบี้ยล่างหรือต้องเกรงใจอีกฝ่ายจนเกิดความกระอักระอ่วนใจขึ้น หากจ่ายเท่ากิน เธอมีสิทธิ์จะแย้งถ้าสั่งอาหารจานร่วมในสิ่งที่เธอไม่ชอบ กินอย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวล เป็นตัวของตัวเองได้มากกว่าค่ะ


4. คิดว่าเหมือน 'มากินข้าวกับเพื่อน' ไม่ต้องคาดหวัง จะได้ไม่ผิดหวัง!
image_1010987
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไม่ว่าจะเป็นเดทแรกกับคนที่คุยมานาน หรือคนที่เพิ่งเจอในแอปก็ตาม อยากให้พึงระลึกไว้เสมอว่า ' อาจไม่มีเดทที่สองก็ได้ ' เพราะแค่เดท ยังไม่ได้คบ จึงอยากให้ตั้งสถานะของเขาไว้แค่เพื่อนก่อน เวลานัดกินข้าวกันก็พยายามคิดว่ามากินข้าวกับเพื่อนเฉยๆ ถ้าคิดแบบนี้ ' การหารค่าข้าว ' ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเวลามากินกับเพื่อนก็ต้องจ่ายส่วนของตัวเองอยู่แล้ว จริงไหม

อีกทั้งผู้ชายบางคนมักคิดว่า ถ้าเขาเลี้ยงข้าวเราไปแล้ว ก็เป็นการคาดหวังกลายๆ ว่าเราต้องเป็นแฟนกับเขา ' แน่ๆ ' ด้วยการบังคับให้เรามากินข้าวด้วยไปอีกเรื่อยๆ ทั้งที่เราเริ่มรู้สึกไม่โอเคกับเขาแล้ว แต่จะปลีกตัวก็ลำบากเพราะดันให้เลี้ยงข้าวมาตั้งแต่แรก ถ้าบอกเลิกทันทีเราก็ดูเป็นคนเลวอีก เพื่อเลี่ยงปัญหานี้ ก็จ่ายครึ่งไปเลย จะได้ไม่ต้องมาคาดหวัง ผิดหวังอะไรกันให้ลำบากใจค่ะ

5. เอาเวลาไปสนุกกับกิจกรรมอื่นๆ ระหว่างเดท ไม่มัวกังวลว่า 'ใครจะจ่ายค่าข้าว'
image_1010988
- ที่มารูป: www.img.in.th

นอกจากเอาเวลามาคุยดูทัศนคติ นิสัยกัน มากกว่าไปพะวงว่า ' ใครจะเป็นคนจ่ายค่าข้าว? ' แล้วนั้น ยังทำให้เรารู้สึกสบายใจในการไปเที่ยวต่อกับเขา เช่น ไปดูหนัง ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ etc. สนุกได้เต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกติดค้างในใจว่า ' เราน่าจะช่วยเขาจ่ายนะ เขาดูหน้าแหยมากเลยตอนนับเงิน ทำไมตอนนั้นเราไม่เสนอหารครึ่งนะ แล้วเขาจะคิดกับเรายังไงนะ ' สุดท้ายก็ทำให้เดทกร่อยไปโดยปริยาย เผลอๆ ถึงเขาไม่คิดอะไรแต่เรานอยด์ ก็อาจไปไม่รอดถึงเดทสองอยู่ดีค่ะ

เลิกสนใจกฎในการไปเดทกับผู้แบบเดิมๆ โลกตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก เราสามารถขอช่วยค่าอาหาร ( ทั้งที่จริงๆ ก็ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น แค่จ่ายส่วนของตัวเอง ) โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องรู้สึกเป็นเบี้ยล่างไร้ค่า เพราะเราทำงานหาเงินให้ตัวเองได้ เท่านั้นเอง แต่เชื่อว่าบางคนก็กังวลว่า จะพูดยังไงไม่ให้ผู้รู้สึกโดนหักหน้า จะเหมือนไม่ให้เกียรติรึเปล่า ?? งั้นลองทำตามทริคนี้กันดูนะคะ


-- ทริคให้สาวๆ 'ขอหารครึ่งค่าข้าว' ในการเดท ให้หนุ่มๆ ชื่นใจ (*¯ ³¯*)♡ --

 

[ ขอแชร์ตั้งแต่แรก ให้เข้าใจตรงกัน ]
image_1010989
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าคิดจะหารครึ่ง เราแนะนำให้บอกตั้งแต่แรกเลยว่า ' เธอ ขอแชร์ค่าข้าวด้วยนะ ไม่อยากเอาเปรียบเธอ ' จะบอกตอนเริ่มเข้าไปในร้านอาหารเลย หรือตั้งแต่คุยกันที่บ้านเลยก็ได้ แต่ต้องบอกก่อน อย่าไปโพล่งตอนกินเสร็จแล้วว่า ' เราว่าขอหารครึ่งดีกว่า ' เพราะแบบนั้นค่อนข้างเข้าข่ายหักหน้าตรงๆ เลยแหละ ผู้ชายบางคนจะคิดว่าเธอไม่ชอบเขาด้วยซ้ำ บอกแต่เนิ่นๆ จะง่ายกว่าค่ะ


ถ้าเขาแย้งหรือถามว่าทำไม ก็บอกว่า ' เธอสะดวกแบบนี้มากกว่า ' โดยไม่จำเป็นต้องลงดีเทลลึกไปกว่านี้ ถ้าเธอชัดเจนว่าอยากหารครึ่ง ถ้าไม่หารจะไม่สบายใจ ส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะไม่ปฏิเสธหรอก แต่ถ้าเจอผู้ชายที่อยากจ่ายให้หมดจริงๆ ก็เลื่อนไปอ่านข้างล่างค่ะ!

[ ถ้าเขายืนยันจะจ่ายหมดให้ได้ ก็เสนอช่วย 'ค่าอื่นๆ' แทน เช่น ดูหนัง ]
image_1010990
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะมีผู้ชายบางส่วนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ใจป๋าสุดๆ ไม่ว่ายังไงก็จะจ่ายให้ฝ่ายหญิง ให้เธอลองแยบถามไปว่า ' สมมุติว่าต่อไปเราคุยกันไม่คลิก ไม่ได้เป็นแฟนกัน เธอจะยังจ่ายให้เราไหม ' ถ้าเขาให้เหตุผลที่ชัดเจนว่า เขาแค่อยากจ่ายให้ ไม่มีอะไรพิเศษ จะเป็นเพื่อนหรือแฟนเขาก็ไม่เสียใจ ก็ปล่อยให้เขาจ่ายเถอะค่ะ อย่าไปคะยั้นคะยอมาก เพราะบางครั้งผู้ชายก็อยากมีศักดิ์ศรีของเขาแหละ

แต่! เราก็ไปช่วยในค่าอื่นๆ แทนได้ เช่น ค่าป๊อบคอร์นดูหนัง ค่าตั๋วหนัง ค่าขนมหวานเผื่อไปกินขนมต่อ หรือถ้าอยากไปทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ออกกำลังกาย ก็หารค่าเช่าจักรยาน ปั่นเล่นในสวนสาธารณะแบบนี้ก็พอไหว ให้เราได้จ่ายอะไรบ้าง จะได้รู้สึกว่าเราก็มีส่วนช่วยจ่ายในเดทครั้งนี้เหมือนกันนะ (。・//ε//・。)


---------------------------------
ก็ประมาณนี้กับหัวข้อโลกแตกของคู่เดทที่ต้องนั่งเถียงกันว่า ' ใครจะเป็นคนจ่ายค่าอาหาร?? ' ถ้าไม่ชัวร์จริงๆ ว่าเขาจะโอเคกับการจ่ายให้เรา เสนอแชร์ครึ่งก็เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลดี ทำงานด้วยกันทั้งคู่แล้ว จะช่วยกันแชร์ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเห็นว่าเราไม่เอาเปรียบเขา เขาจะยิ่งมองเราในแง่ดีว่า ถ้าคบเป็นแฟนเราจะไม่เกาะเขากินแน่ๆ แต่หากไปกันไม่รอด ก็จะได้ไม่ต้องติดค้างหรือคิดมากต่อกันด้วยค่ะ ยังไงก็ลองเลือกเอาไปปรับใช้กับคู่ตัวเองดูเนอะ ขอให้สาวๆ ทุกคนเดทอย่างราบรื่น ได้แฟนอย่างที่ต้องการน้า วันนี้เราไปก่อนค่ะ บ๊ายบาย ( ˘⌣˘)♡(˘⌣˘ )

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @