เมนส์มาทีไร สิวบุกทุกที! 8 ทริคง่ายๆ ช่วยป้องกัน 'สิวก่อนประจำเดือน' ให้ผิวหน้ายังใสกิ๊ง แม้วันมามาก

เมนส์มาทีไร สิวบุกทุกที! 8 ทริคง่ายๆ ช่วยป้องกัน 'สิวก่อนประจำเดือน' ให้ผิวหน้ายังใสกิ๊ง แม้วันมามาก

ถึงเป็นเรื่องปกติก็เถอะ แต่มามีรอบเดือนก่อนวันสำคัญ แล้วสิวนูนๆ ผุดขึ้นทั้งแถบก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ!!!

04 November 2020
Mollacake
04 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe คนอยาก #หน้าใสแม้ในวันมามาก ทุกคน

แค่ปัญหาสิวปกติ ที่วันดีคืนดีก็ปูดขึ้นมา สาวๆ อย่างเราก็นอยด์อยู่แล้ว แต่ ' สิวก่อนมีประจำเดือน ' นี่บอกเลยว่ารำคาญสุดๆ เพราะมาประจำ มาทุกเดือน มาแต่ละครั้งก็เดาไม่ได้เลยว่า จะปูดตรงคาง ตรงปากมากน้อยแค่ไหน ถึงจะรู้ว่าหลีกเลี่ยงยากเพราะเป็นเรื่องของฮอร์โมนก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากหน้าพังทุกเดือนนี่นา ปวดท้องจะแย่แล้ว ยังสิวบุกอีก แต้มเจลสิวจนผิวดื้อยา หน้าปรุไปหมดละจ้า TT จะมีวิธีไหนป้องกันไม่ให้สิวขึ้นหน้าก่อนเมนส์จะมามั้ยนะ??

image_1013014
- ที่มารูป: gifimage.net

ต้องบอกก่อนว่า ผิวหน้าของเราก็เหมือน ' กระจก ' ที่แสดงผลลัพธ์ว่าระบบร่างกายข้างในเกิดอะไรขึ้น หากฮอร์โมนปั่นป่วนก็จะสะเทือนมาถึงผิว เกิดความผิดปกติขึ้นในรูปแบบของรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ รวมถึงสิวอักเสบด้วย! ซึ่งปกติแล้ว สิวฮอร์โมนจะมีสาเหตุหลักๆ อยู่สามอย่าง คือความไม่สมดุลของเอสโทรเจนหรือเทสโทสเทอโรน, ตับล้างสารพิษได้ไม่ดี และปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น ท้องผูกไม่ถ่าย ลำไส้อักเสบ เป็นต้น

ดังนั้นการรักษาสิวประจำเดือน ซึ่งมาจากระบบข้างใน จึงไม่ใช่การแต้มเจลสิวหรือไปคลินิกให้หมอฉีดสิวทุกเดือน เพราะนั่นคือการรักษาที่ปลายเหตุ เดือนหน้าก็กลับมาเป็นอีกอยู่ดี ในบทความนี้เราจะมาพาสาวๆ ป้องกันสิวที่ต้นตอ ด้วย ' 8 ทริคป้องกันการเกิดของสิวประจำเดือน ด้วยวิธีธรรมชาติล้วนๆ ' แนะนำว่าควรทำก่อนรอบเดือนมา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะ พร้อมแล้วก็อ่านเลย!

1. กินอาหารที่มี Zinc ( สังกะสี ) ให้มากขึ้น
image_1011464
- ที่มารูป: www.img.in.th

อาหารที่เราภูมิใจนำเสนอมากๆ ในช่วงวันแดงเดือดก็คือ ' สังกะสี ( Zinc ) ' เพราะเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายต้องการ และช่วยบรรเทาอาการ PMS ก่อนมีประจำเดือนได้ดีสุดๆ มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการอักเสบ ลดโอกาสการเกิดสิวก่อนมีเมนส์ อีกทั้งการกิน Zinc ต่อเนื่องเป็นประจำ ยังลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมและบรรเทาอาการบิดเกร็งของมดลูก สาเหตุของการปวดท้องช่วงมีประจำเดือนอีกด้วยนะ


อาหารที่มีปริมาณของสังกะสีสูงๆ ก็เช่น ถั่วต่างๆ เช่น อัลมอนด์ ถั่วแดง วอลนัท ถั่วลิสง, ธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน flaxseed เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา, ปลาทะเล, เนื้อแดง และผักตระกูลถั่ว ( legumes ) เป็นต้น แต่ถ้าไม่มีเวลาเลือกอาหาร หรือเป็นคนกินน้อย กลัวได้แร่ธาตุไม่พอ จะกินแบบวิตามินเสริมเลยก็ได้ค่ะ

2. กินผัก 'ตระกูลกะหล่ำ' และผักใบเขียว ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนได้
image_1011465
- ที่มารูป: www.img.in.th

นอกจากถั่วและธัญพืชที่มีสังกะสีแล้ว ' ผักตระกูลกะหล่ำ ( Cruciferous Veggies ) ' เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักคะน้า ผักเคล เหล่านี้ยังช่วยลดสิวก่อนมีประจำเดือนได้! เพราะเป็นผักที่มีส่วนประกอบของ indole-3-carbinol ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสาร  diindolylmathane ที่มีหน้าที่ช่วยสารเอสโตรเจนขับสารพิษออกไป เมื่อเอสโตรเจนส่วนเกินออกจากร่างกาย ก็จะทำให้ฮอร์โมนภายในสมดุล ไม่เกิดปัญหาสิวตามมานั่นเอง

เพียงเติมผักตระกูลนี้ในมื้ออาหารวันละ 1-2 ถ้วย ก็ช่วยป้องกันสิวฮอร์โมนก่อนมีประจำเดือนได้ ผักชนิดนี้ยังมีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง ป้องกันและกำจัดเซลล์เก่าต่างๆ ที่จะเติบโตไปเป็นเซลล์มะเร็งอีกด้วย หากกินเป็นประจำจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย ทั้งนี้มีคำเตือนนิดนึงว่า หากกินผักพวกนี้แบบดิบๆ อาจเกิดอาการท้องอืดได้ จึงควรนำไปปรุงสุกก่อนนะคะ

3. ลดการกิน 'ผลิตภัณฑ์ประเภทนม ( Dairy Products )' #งดได้ก็ยิ่งดี
image_1011466
- ที่มารูป: www.img.in.th

อาหารต่างๆ ที่มีส่วนผสมของ ' นมวัว ' เช่น นมสด ช็อกโกแลต ไอศกรีม ชานมไข่มุก โยเกิร์ต เนย ชีส ซาวร์ครีม etc. ล้วนเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวอย่างมีนัยยะสำคัญ อาจเป็นไปได้ว่าวัวทั่วไปที่เลี้ยงในฟาร์ม มักใช้ฮอร์โมนเร่งโตในอาหาร จึงทำให้เชื้อปนเปื้อนมากับนม เมื่อเราดื่มหรือกินเข้าไป ร่างกายจึงเกิดภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้สิวปะทุบนผิวหน้ารัวๆ จนละเหี่ยใจ T_T

ทางที่ดี ถ้าไม่อยากเสี่ยงหน้ามีสิวช่วงมีประจำเดือน ก็งดผลิตภัณฑ์นมทุกชนิดไปก่อนอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ สาวๆ คนไหนที่สิวค่อนข้างเยอะ อาจไม่ถึงกับสิวหายไป 100% แต่จะช่วยลดอาการอักเสบของสิวได้แน่นอน และถ้าใครอยากดื่มนมจริงๆ แต่กลัวเป็นสิว ก็เลี่ยงไปดื่มนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลืองหรือนมงาดำ ที่ไม่มีฮอร์โมนผสมแทนนะคะซิส

4. รักษาความสมดุลของ 'ระดับน้ำตาลในเลือด'
image_1011467
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้กินขนมหวานรัวๆ นะจ๊ะ! กลับกันเลย สาวๆ ต้องลดการบริโภค ' น้ำตาล ' เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงจนเกินไปต่างหาก เมื่อน้ำตาลสูง ฮอร์โมนจะเกิดการปั่นป่วนทันที ทำให้ระดับแอนโดรเจน เช่น เทสโทสเทอโรนสูงขึ้น ปกติแล้วฮอร์โมน ' อินซูลิน ' จะมีหน้าที่กำจัดน้ำตาลออกจากเลือด เมื่อน้ำตาลถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเยอะเกินลิมิต อินซูลินจะรักษาสมดุลไม่ได้ ทำให้เซลล์ตอบสนองต่อการใช้น้ำตาลเป็นพลังงานน้อยลง และกระตุ้นให้รังไข่ผลิตเทสโทสเทอโรนออกมามากขึ้น ผลลัพธ์คือสิวผุด หน้าพังอย่างที่เห็น!

เพื่อป้องกันสิวช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือบรรเทาอาการอักเสบให้น้อยที่สุด ควรลดอาหารและขนมหวานทุกอย่างที่มีน้ำตาลลง ( ถ้าโหยของหวานมาก ไม่ไหวจริงๆ ก็กินผลไม้ที่มีน้ำตาลตามธรรมชาติ และอย่ากินเยอะเกินไป เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องงดเลย เดี๋ยวเป็นลม ), กินอาหารครบ 3 มื้อ ไม่ให้น้ำตาลตกหรือหิวโซเกินไป, กินโปรตีน ไขมันดี และไฟเบอร์อย่างครบถ้วน

5. กินอาหารที่มี 'ไขมันดี' ไม่เพิ่มสิว แต่ช่วยลดสิวต่างหาก!
image_1011468
- ที่มารูป: www.img.in.th

เป็นความจริงที่ว่า กินไขมันมากเกินไป จะทำให้ผิวหน้ามันและเพิ่มโอกาสการเกิดสิวได้ แต่ไม่ใช่กับ ' ไขมันดี ( healthy fats ) ' เพราะมีงานวิจัยมากมายเผยว่า ปัญหาผิวส่วนใหญ่มักมาจากกรดไขมันที่ไม่สมดุล เช่น ผิวแห้งคัน ลอกเป็นขุย นั่นหมายถึงเธอกินไขมันน้อยเกินไป! กรดไขมันที่จำเป็นที่ควรกินคือ โอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ จึงส่งผลโดยตรงในการลดสิว

สาวๆ สามารถหากินโอเมก้า 6 ได้ตามเมล็ดธัญพืชต่างๆ หรือในน้ำมันพืช และโอเมก้า 3 ตามปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน เพียงกินอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำ ก็ช่วยป้องกันสิวก่อนมีประจำเดือนได้ชะงัดเลยล่ะ!

6. ใช้สกินแคร์สำหรับผิวหน้า 'สูตรอ่อนโยน' ถนอมผิว
image_1011469
- ที่มารูป: www.img.in.th

ช่วงที่เรามีประจำเดือน ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลง ปั่นป่วน อ่อนแอกว่าปกติ แม้ปกติเราจะเคยใช้สกินแคร์สูตรใส่น้ำหอม แต่งสีเติมกลิ่น ใส่สารเคมีได้ แต่ไม่ควรใช้ช่วงแดงเดือดอย่างเด็ดขาด สิวมาเยือนแน่นอนจ้า! เพราะสกินแคร์มากมายแอบผสมสารเคมีเช่น xenoestrogens ที่เลียนแบบสารเอสโตรเจนในร่างกาย เมื่อทาผิวแล้วจึงเกิดภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล สิวผุดรัวๆ ค่ะ

คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวก็เช่นกัน! หลายยี่ห้อมักผสมซัลเฟต ซึ่งทำให้มีฟอง ผิวสะอาดหมดจดก็จริง แต่ก็ชะล้างความชุ่มชื้นออกจากผิวไปด้วย ทำให้ผิวแห้งผาก กระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาเยอะ เมื่อหน้ามันเยิ้มก็เป็นสิวอีก วนลูปไปจ่ะ! เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าอักเสบ ระคายเคือง จึงควรใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ใส่สารเคมี ไม่มีสี น้ำหอม พาราเบน ถ้าขี้เกียจดูส่วนผสม ก็เลือกใช้สูตรที่เป็น " ออร์แกนิก " ไว้ก่อน ก็ช่วยลดสิวในช่วงมีประจำเดือนแล้วล่ะ

7. กินอาหารที่มีจุลินทรีย์ 'Probiotics' ( โพรไบโอติกส์ )
image_1011470
- ที่มารูป: www.img.in.th

อย่างที่บอกไปในข้อต้นๆ แล้วว่า สิวมีสาเหตุจากการที่ลำไส้เสียความสมดุล ต้องบอกก่อนว่าลำไส้ของเรามีทั้งแบคทีเรียชนิดดีและไม่ดี หากแบคทีเรียชนิดดีลดน้อยลงเกินไป ลำไส้จะเริ่มมีปัญหาท้องผูก ไม่ยอมขับถ่าย ส่งผลให้เกิดสิวได้ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือ กินแบคทีเรียชนิดดีลงไปเพิ่ม หรือจุลินทรีย์ประเภท ' โพรไบโอติกส์ ( probiotics ) ' นั่นเองค่ะ

โพรไบโอติกส์ เป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ อาศัยอยู่ในลำไส้ ช่วยปรับสมดุลให้ลำไส้ไม่ขี้เกียจ ทำงานเป็นปกติ เมื่อลำไส้สะอาดไม่มีสิ่งตกค้าง ก็ช่วยลดและป้องกันการเกิดสิวช่วงมีประจำเดือนได้ อาหารที่มีโพรไบโอติกส์เยอะๆ ก็เช่น ผักหมักดองอย่าง ' กิมจิ ' ที่คนเกาหลีชอบกิน, มิโสะ, คีเฟอร์ และโยเกิร์ต หรือจะกินเป็นวิตามินเสริม ก็มีขายทั้งแบบผงและแบบแคปซูลค่ะ

ข้อควรระวัง : หากกินเยอะเกินไป อาจมีผลข้างเคียงให้ขับถ่ายเยอะเกินไปจนท้องเสียจู๊ดๆ ได้ ระวังด้วยนะคะ!! 

8. เพลาๆ เครื่องดื่มที่มี 'คาเฟอีน' และ 'แอลกอฮอล์' ไปก่อน
image_1012968
- ที่มารูป: www.img.in.th

เครื่องดื่มต่างๆ ที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ แม้ไม่ได้ส่งผลให้เกิดสิวโดยตรง แต่เมื่อดื่มเข้าสู่ร่างกายแล้ว อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ ' มีแนวโน้มให้เกิดสิวได้ง่ายมากขึ้น ' โดยเฉพาะสาวผิวมัน ผิวผสม ผิวแพ้ง่ายควรระวัง! นั่นเพราะสารในเครื่องดื่มเหล่านี้ จะทำให้อัตราความเครียดในร่างกายสูงขึ้น ซึ่งส่ง ' ผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ' กับฮอร์โมนที่เหลือทั้งระบบเลยล่ะ

การดื่มแอลกอฮอล์เยอะๆ จะส่งผลเสียกับระบบทางเดินอาหาร และความสมดุลของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ เมื่อลำไส้มีปัญหา สิวก็ขึ้น เป็นผลกระทบแบบลูกโซ่! เพื่อความปลอดภัย ถ้าอยากหน้าใสแม้ในวันมามาก ก็เว้นชา กาแฟ เบียร์ สุรา ค็อกเทลต่างๆ ไปก่อนจะดีกว่านะ


----------------------------------------
แม้สิวฮอร์โมนจะควบคุมได้ยาก แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป หากทำตาม 8 ทริคง่ายๆ ในบทความนี้ ทั้งหมดเป็นวิธีธรรมชาติ อาจจะไม่ได้ผล 100% กับทุกคน เพราะร่างกายแต่ละคนก็มีความสมดุลของฮอร์โมนไม่เท่ากัน แต่แม้หน้าจะไม่ใสเกลี้ยง ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้สิวอักเสบน้อยลง หรือสิวหายเร็วขึ้นได้ ขอแค่มีวินัยกับการกิน ใส่ใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว และเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้ผิวอักเสบ เธอก็กอบกู้สภาพผิวหน้าได้เกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ ^^ แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้วหน้ายังมีสิวเยอะ อาการอักเสบไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาหมอ เพื่อรับยาปรับฮอร์โมนเพิ่มเติมนะคะ สำหรับวันนี้เราขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่บทความหน้าค่าา ♡ ( ̄З ̄)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @