#ใช้เงินยิ่งกว่าก๊อกน้ำรั่ว 7 พฤติกรรม 'ละลายเงินเก็บ' ที่สาวๆ ทำแบบไม่รู้ตัว หยุดก่อนกระเป๋าฉีก! ( ̄  ̄|||)

#ใช้เงินยิ่งกว่าก๊อกน้ำรั่ว 7 พฤติกรรม 'ละลายเงินเก็บ' ที่สาวๆ ทำแบบไม่รู้ตัว หยุดก่อนกระเป๋าฉีก! ( ̄  ̄|||)

ไม่ว่าสาวซิสจะเพิ่งเรียนจบ เริ่มมีรายได้ เลยสนุกกับการใช้เงินของตัวเอง หรือเป็นวัยทำงานมาแล้วสักพัก แต่ควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองไม่ได้แล้วล่ะก็ ควรมาดึงสติ เตือนสติกันยาวๆ ในบทความนี้ด่วน ก่อนในบัญชีจะเหลือแต่แกลบ!!

04 November 2020
Mollacake
04 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1013026
- ที่มารูป: media3.giphy.com


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ขาช้อป ( จนกระเป๋าฉีก! ) ทุกคน (´♡‿♡`)

รู้สึกไหมว่ารายได้ตัวเองก็ไม่แย่ ค่าขนมก็เยอะนะ ไม่ได้ผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่สักหน่อย แต่ทำไมสิ้นเดือนทุกทีเงินไม่เคยเหลือเก็บเลย หายวับ! บัญชีสะอาดแวววาวเหมือนไม่เคยมีเงินเข้ามาก่อน มันหายไปไหนหมดเนี่ย มีคนแฮกบัญชีฉันรึเปล่า?? พอบิลบัตรเครดิตเรียกเก็บเงินเท่านั้นแหละ รู้เรื่อง!! รายการยาวเป็นหางว่าวสุด บางอย่างคือลืมไปแล้วว่าซื้อมา บางอย่างก็หน้ามืดกดสั่งมา ไม่ได้ดูราคา ตัดเงินได้ก็พอ สรุปหน้ามืดตอนเห็นยอดเงินสุทธินี่แหละ #เหมือนจะวูบ (>﹏<) 

ถ้าไม่อยากกลุ้มกับสถานะ ' เงินเดือนเหมือนเงินทอน ' แทบขาดลมหายใจในทุกๆ สิ้นเดือน คงถึงเวลาแล้วที่สาวซิสต้องกลับไปย้อนดูพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง ว่าการ F เสื้อผ้าแหลก ช้อปของกินเต็มตู้เย็น เนี่ยมันมีสาเหตุจากอะไร! ลองเช็คตัวเองจาก ' 7 นิสัยละลายเงิน ที่สาวๆ ทำโดยไม่รู้ตัว ' กันเถอะ รู้ตัวแล้วก็เลิกทำซะก่อนจะเหลือแต่แกลบ อ่านซะ ยัง ยังไม่อ่านอีก!!

1. หาข้อแก้ตัวดีๆ ในการซื้อ 'ของราคาถูก' (ที่ไม่จำเป็น) ตลอด
image_1011478
- ที่มารูป: www.img.in.th

เราเชื่อว่าสาวๆ ทุกคนต้องเคยพลาดข้อนี้ชัวร์! เห็นของถูกแล้วอดใจไม่ไหว ต้องขอซื้อมาเก็บไว้ก่อน แม้ในใจลึกๆ จะรู้อยู่แล้วว่าของมันไม่มีคุณภาพ ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น มันถึงได้ราคาถูก แต่ก็คิดปัดไปว่า " ช่วยประหยัดเงิน " เช่น ซื้อของใช้ในร้านทุกอย่าง 20 บาทมาเป็นกระบะ ตะกร้าใส่ผ้าเอย แปรงขัดพื้นเอย แต่ไม่ถึงเดือน ของในนั้นก็พังไปกว่าครึ่งแล้ว ขนแปรงหลุด ตะกร้าแตก, ซื้อเสื้อผ้าเก่าๆ ขายยกกิโลละ 20 50 บาท ทั้งตะเข็บเปื่อย มีรูโบ๋ก็ยังซื้อ เห็นว่าถูก เอามาใส่สองครั้งก็ขาด ต้องเอามาทำผ้าขี้ริ้ว, ซื้อของกินยี่ห้อที่ถูกที่สุดในเชลฟ์ แต่รสชาติไม่ได้เรื่อง ต้องเททิ้งอยู่ดี เป็นต้น

ของบางอย่าง ก็มีช้อยส์ราคาถูกกว่า คุณภาพพอๆ กันให้เลือก แต่ของบางอย่างก็ควรเลือกที่คุณภาพดีตั้งแต่แรก จะได้ไม่เกิดอาการที่ ' เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ' แทนที่จะต้องซื้อของหลัก 60 บาท 100 บาททุกเดือน กลั้นใจซื้อหลักพันไปเลยแต่อยู่ได้เป็นปีหรือหลายปีดีกว่า เผลอๆ หารเฉลี่ยแล้ว ซื้อของแพงที่อยู่ได้นาน ยังจะประหยัดกว่าซะอีกค่ะ #อย่าโดนคนขายหลอก!!

2. เจอของเซลส์ทีไรต้องสอย คิดว่าเดี๋ยวก็ได้ใช้ แต่ไม่มีวันนั้นสักที
image_1011479
- ที่มารูป: www.img.in.th

นอกจากของถูกแล้ว อีกข้อที่สาวๆ อย่างเราเหมือนวิญญาณหลุดจากร่าง หน้ามืดกดสั่ง F รัวๆ ก็คือ ' ของเซลส์ ' นี่ล่ะค่ะ แอพช้อปปิ้งออนไลน์นี่เหมือนหลุมดำ สั่งเท่าไหร่ก็ไม่พอ เอะอะลด เอะอะมีโปร 9.9 10.10 11.11 ยิ่งพวกเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของจุกจิกนี่ราคาลดไป 50% 75% ก็มี หรือของลดราคา 50% ในซูเปอร์ที่ใกล้หมดอายุ ก็ล่อตาล่อใจเหลือเกิน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กดโอนเงินไปแล้ว พอย้อนกลับมาดูรายการที่สั่ง เอ้า ไม่มีอะไรอยากได้จริงๆ สักอย่าง แค่ซื้อเพราะมันลดราคา -_- ปลอบใจตัวเองว่า ' เอาน่า สักวันคงได้ใช้แหละ ' แล้ววันนั้นก็ไม่เคยมาถึง ของมาส่งก็วางเก็บไว้จนฝุ่นขึ้น ราขึ้นก็มี เนี่ย ก็เป็นซะอย่างเนี้ย!

อยากมีเงินเก็บ ต้องมีสติในการช้อปนะคะซิส! ก่อนจะกดสั่งซื้อทุกครั้ง ให้ถามตัวเองว่า "  มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือเปล่า ซื้อแล้วจะเอามาทำอะไร " ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่าไม่จำเป็น! อย่าซื้อ อย่าดันทุรัง เพราะสุดท้ายก็ไม่พ้นเอามาเป็นกล่องฝุ่นจับอีกกล่องในบ้าน อาหารที่ไม่มีใครกินจนเน่าคาตู้เย็น และเงินในบัญชีที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย!!

3. เข้าถึงบัญชีเงินเก็บได้ 'ง่าย' เกินไป (แอพในมือถือนี่แหละตัวดี!)
image_1011480
- ที่มารูป: www.img.in.th

เคยสังเกตไหมว่า ตอนที่แอปธนาคารยังไม่พัฒนาสมบูรณ์ในไทย ต้องใช้การโอนเงินแบบ manual หรือกรอกรหัสหลายขั้นตอนในเว็บไซต์ การช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ได้บูมขนาดนี้ เพราะมันยุ่งยาก! แต่ยุคนี้เรามีสิ่งที่เรียกว่า ' Internet Banking ' จ่าย โอน ได้ง่ายแค่คลิกเดียว ในแง่ความสะดวกมันก็ดีมากๆ แหละ แต่สำหรับขาช้อป เงินก็จะไหลออกเหมือนก๊อกน้ำรั่วได้ง่ายมากเช่นกัน! ยิ่งพวกแอปขายของที่ผูกกับบัตรเดบิต บัตรเครดิต ไม่ถึง 3 คลิก เงินก็หายวับไปกับตาแล้ว ( แต่ตอนแอปมีปัญหา จะทวงเงินคืนนี่ยากยังกะไปขอเงินเขาฟรีๆ ไม่แฟร์เลยจ่ะ )

ในแอปมีของเซลส์ตลอดเวลา ไม่ใช่สาวๆ ทุกคนจะยับยั้งชั่งใจได้ตลอด จึงควรแก้ปัญหาด้วยการ ' มีบัญชีช้อปปิ้งโดยเฉพาะ ' และลิมิตเงินในบัญชีต่อเดือน หมดแล้วห้ามเติมหากไม่ใช่ของจำเป็นจริงๆ และใช้แค่บัตรเดบิตเท่านั้น บัตรเครดิตเสี่ยงสร้างหนี้ได้ง่ายมาก! อีกบัญชีคือ ' เงินเก็บล้วนๆ ฝากประจำ ' ไม่ทำบัตรเอทีเอ็ม ไม่ถอน ฝากได้อย่างเดียว เท่านี้ก็ช่วยให้เธอมีเงินเก็บได้มากขึ้น มีสติในการซื้อมากขึ้นแล้วค่ะ

4. ไม่ได้ตั้ง 'เป้าหมายในการเก็บเงิน' อย่างจริงจัง ได้มาก็ใช้ไปเรื่อย
image_1011481
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ หลายคนมีฐานะปานกลางถึงสูง ไม่ได้ลำบาก ไม่ได้ต้องส่งเงินให้ใคร ได้เงินมาก็ใช้เองคนเดียว บ้านรถก็มีแล้ว ไม่ได้อยากมีของใหญ่ๆ ในชีวิต หลายคนยังอายุน้อย ไม่ได้คิดถึงอนาคต อยากใช้ชีวิตให้สนุกที่สุดก่อน หมดก็หาใหม่หรือขอพ่อแม่ใหม่ พูดง่ายๆ ว่ายังล่องลอยอยู่ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเก็บเงินระยะยาวเป็นจริงเป็นจัง ทำให้ตอนใช้เงินไม่ได้คิดเยอะ และนั่นแหละ สาเหตุที่บัญชีไม่มีเงินเหลือ!

เธออาจมีบ้าน มีรถ หรือมีพ่อแม่ที่พร้อมซัพพอร์ตเธอได้ตอนนี้ก็จริง แต่อยากให้มองว่าอีก 10 ปี 20 ปี พ่อแม่ก็จะเริ่มเกษียณ ไม่มีรายได้เพิ่ม เขาต้องใช้เงินไปกับการดูแลตัวเองและค่ารักษาพยาบาล เราไม่ควรไปเบียดเบียนพวกเขา หรือถ้าพ่อแม่ถูกไล่ออกจากงานกะทันหัน ทำธุรกิจล้มละลาย เธอจะทำยังไง? ไม่ถึงกับต้องอุ้มที่บ้านได้หรอก เอาแค่รับผิดชอบชีวิตตัวเองให้ได้ก่อน อย่างน้อยก็ควรมีเงินก้อนเก็บไว้บ้างเผื่อตัวเองป่วย หรือมีของส่วนตัวราคาสูงที่อยากซื้อ เช่น ไอโฟน ไอแพด เป็นต้นค่ะ

5. ไม่จดลิสต์ของที่ต้องซื้อ ไปช้อปปิ้งแบบงงๆ ได้ของเกินมาทุกครั้งแบบงงๆ
image_1011482
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไปช้อปปิ้งทุกครั้ง ไม่ว่าจะซื้อของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง จำไว้แต่ในสมองคร่าวๆ สุดท้ายก็ซื้อแบบงงๆ เพราะจำไม่ได้ แถมโดนโปรโมชั่นล่อลวง ได้ของเกินจากที่ลิสต์ไว้ตลอด บิลก็เรียกเก็บเยอะกว่าที่คิดตลอด ก็เพราะส่วนเกินพวกนี้! ยิ่งสายกินที่เข้าซูเปอร์ ร้านสะดวกซื้อตอนกำลังหิว หรือเข้าร้านเครื่องสำอางตอนเซลส์ล้างสต็อกนี่น่ากลัวสุดๆ เห็นอะไรได้หยิบใส่หมด ทั้งที่ของจำเป็นจริงๆ อาจมีแค่ 2-3 ชิ้น กลับบ้านมา ซื้อเป็นสิบอย่างตั้งแต่เมื่อไหร่ งบหลักร้อย จ่ายหลักหมื่น... #เรารู้เธอก็เป็น

อยากเก็บเงินให้เป็นระบบ การเขียนลิสต์ ' ของจำเป็นต้องซื้อ ' อย่างชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องทำ! เพราะเธอไม่มีทางจำได้หมดทุกชิ้นหรอก เขียนในกระดาษหรือในแอปก็ได้ ตั้งจิตแน่วแน่ว่าจะซื้อแค่ในลิสต์ หยิบเสร็จเดินไปจ่ายเงินทันที อย่ารอช้า! เหมือนเลิกเหล่าเลิกบุหรี่นั่นแหละ ต้องแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดค่ะ

6. เสียเวลาหา 'ดีลสินค้าราคาถูก' หักลบค่ารถ ค่าเวลาแล้ว ซื้อที่แรกก็จบ!
image_1011483
- ที่มารูป: www.img.in.th

เวลาซื้อของกิน ของใช้เข้าบ้าน ส่วนใหญ่ซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละที่ จะมีโปรลดสินค้าชิ้นนั้นๆ ไม่เหมือนกัน บางที่ซื้อปลีกราคาถูกกว่า บางที่ซื้อยกโหลถึงจะคุ้ม หรือบางชิ้นถูกกว่า 1 บาท แม่บ้านหรือสาวโสดที่อยู่คนเดียวมากมายที่ใช้วิธี ' เทียบราคา ' ด้วยการนั่งรถไปซูเปอร์ทั้งหมดเพื่อหาของที่ถูกที่สุด ซึ่งถ้าซื้อของเยอะๆ ก็อาจคุ้มจริง แต่ถ้าเป็นของไม่กี่ชิ้น กับราคาที่ต่างกันบาทสองบาท ค่ารถเดินทางไปซูเปอร์ที่ลดราคา ค่าเสียเวลานั่งไปนั่งกลับ อาจแพงกว่าซื้อซูเปอร์ปกติก็ได้ อย่าเห็นแก่ของถูกขนาดนั้น!

ฝ่ายการตลาดบางที่ ฉลาดทำมาร์เก็ตติ้งสุดๆ ออกโปรซื้อ 1 แถม 1 แต่แอบขึ้นราคาก่อนออกโปร เผลอๆ คิดราคาแยกชิ้น ดันแพงกว่าก่อนมีโปรเฉย! หรือห้างดังบางที่ แอบขึ้นราคาเงียบๆ พอมีมิดไนท์เซลส์ หรือเซลส์สิ้นปีก็ติดป้ายลด 50% พอแกะสติ๊กเกอร์ราคาออก มีราคาจริงซ่อนอยู่ข้างใน ช็อค TT แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะซื้อไปแล้ว เพราะงั้นถ้าจะเป็นสายเทียบราคา ให้เทียบเรื่อยๆ ก่อนมีโปรด้วย ไม่ใช่ส่องแค่ช่วงลดราคาอย่างเดียว เพราะเธออาจโดนหลอกให้ซื้อของแพงกว่าเดิม!

7. ไม่เคยโละ 'ของเก่าในบ้าน' ไปขายเลย ทั้งที่ไม่ได้ใช้แล้ว
image_1011484
- ที่มารูป: www.img.in.th

หนึ่งในหนทางเพิ่มรายได้แบบไม่ต้องทำอะไร ก็คือการ ' โละบ้าน ' หาของเก่าที่ไม่ใช้แล้วเอาไปขายต่อ ทั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเก็บเศษเหล็ก ขวดเปล่า กระดาษชั่งกิโลขายอย่างเดียว แต่หมายถึงพวกเฟอร์นิเจอร์เก่า ถ้วยชาม เก้าอี้ ตุ๊กตา นาฬิกาข้อมือ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังพอใช้ได้ด้วย เอามาปัดกวาดเช็ดถู แล้วเสนอขายร้านมือสองหรือกลุ่มคนเล่นของวินเทจ เผลอๆ ได้ราคาสูงจนน่าตกใจ ทำเป็นเล่นไป มีคนเอากรอบรูป รูปปั้นเก่าๆ ในบ้านไปขายได้ราคาเป็นแสนๆ ก็มีมาแล้วนะเออ!

นอกจากได้เงินเพิ่มแล้ว ยังได้รู้จักปล่อยวาง เคลียร์ของเก่าในบ้าน พื้นที่ในบ้านโล่งขึ้น สภาพจิตใจก็ไม่ฟุ้งซ่าน ปลอดโปร่งขึ้น เหมือนกับที่มาริเอะ คนโดะ นักจัดบ้านมืออาชีพชาวญี่ปุ่นบอกไว้ว่า " จงรู้จักการทิ้งของ เหลือไว้แต่ของที่ทำให้เรารู้สึกดี ( sparks joy ) เท่านั้นก็พอแล้ว " ถ้าสาวซิสเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกชีวิตยุ่งเหยิง เพราะมีแต่ของเก่าเก็บในบ้าน ลองสละเวลาว่างสักวันมาจัดบ้านสักครั้ง รับรองว่าเธอจะรู้สึกโล่งขึ้น สบายใจขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ


---------------------------
ช่วงวัยรุ่นเธออาจไม่รู้สึกอะไรมาก คิดว่าตัวเองอายุยังน้อย ยังหารายได้ได้เรื่อยๆ ช้อปแหลกยังไงก็ด้อนท์แคร์ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ต้องการลงทุน ลงหลักปักฐานกับบ้าน กับรถ หรือแม้แต่คิดเล่นหุ้น ' เงินเย็น ' หรือเงินเก็บที่มั่นคงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากมีแต่เงินออก ไม่มีเงินเก็บเลย เครดิตการเงินเธอจะแย่มาก ไม่มีใครเสี่ยงให้ขอกู้หรือทำธุรกิจใหญ่ๆ แน่นอน ไม่นับว่าหากมีเรื่องต้องใช้เงินก้อนใหญ่กะทันหัน เช่น ป่วยหนัก ค่าซ่อมบ้าน สัตว์เลี้ยงป่วย ตู้เย็นเสีย etc. การไม่มีเงินในบัญชีเลยคือเรื่องหายนะมากๆ อย่าพาตัวเองไปถึงจุดนั้นเลยนะคะซิสขา!!!

ลด ละ เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ หักดิบเลยอาจจะยาก แค่ค่อยๆ ลดไปทีละข้อสองข้อ แบ่งเงินที่ควรจ่ายกับสิ่งฟุ่มเฟือยเหล่านี้โอนใส่บัญชีเงินเก็บอย่างเดียว! ช่วงแรกอาจทุรนทุรายหน่อย แต่ไม่กี่เดือนก็ชิน ทำต่อเนื่องสักปี เธอจะได้เงินเก็บก้อนใหญ่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ใช่ของกระจุกกระจิก ของใช้ไร้สาระเต็มบ้านที่ช่วยเธอได้ในยามยากไม่ได้ อดทนนะคะ เพื่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต เราเป็นกำลังใจให้ สู้!!

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @