ทาแบบนี้ผิวพังหมด! 7 ข้อผิดพลาดในการทา 'ครีมกันแดด' ผิวไม่สวย แต่ยิ่งคล้ำเสีย ดูแก่กว่าอายุจริง

ทาแบบนี้ผิวพังหมด! 7 ข้อผิดพลาดในการทา 'ครีมกันแดด' ผิวไม่สวย แต่ยิ่งคล้ำเสีย ดูแก่กว่าอายุจริง

ทาครีมกันแดดน่ะมันก็ดี แต่ก็ต้องทาให้ถูกวิธีด้วยเด้อ ไม่งั้นผิวอาจพังกว่าเดิม โดนเรียกว่าคุณป้าแทนคุณน้องนะคะซิสสส (>д

10 November 2020
Mollacake
10 November 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1013857
- ที่มารูป: i.gifer.com


สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe คนอยากผิวสวย ใสเด้งทุกคน! (*˘︶˘*).。.:*♡

หากต้องเลือกสกินแคร์บำรุงผิวที่ดีที่สุด ยังไงก็ต้องยกให้ ' ครีมกันแดด ' ที่ช่วยป้องกันผิวจากการทำลายของแสงแดด ยิ่งสภาพอากาศเมืองไทยที่แดดจ้ายิ่งกว่าอยู่ในนรกแล้วนั้น ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ป้องกันรังสี UVA/UVB ยิ่งเป็นไอเทมที่ต้องพกติดกระเป๋าไว้ตลอด แต่ก็มีสาวๆ หลายคนที่โวยวายว่า ' ทากันแดดแล้วนะ แต่ทำไมผิวไม่ดีขึ้นเลย คล้ำเสีย ริ้วรอยตีนกาก็ขึ้น หลอกกันรึเปล่าเนี่ย!? ' #ว่าซั่น

ซิสคะ...ตัวครีมกันแดดน่ะมันดีอยู่แล้ว แต่เกิดจากตัวผู้ใช้เองนี่แหละ ทาผิดวิธีเอง! ( ถ้าภาษาคอมพิวเตอร์ก็ต้องเรียกว่า user error ) ทั้งการทาน้อยเกินไป, ทาเว้นจุดสำคัญ, ไม่ทาซ้ำ ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อผิวในระยะยาวทั้งนั้น ลองมาเช็ค ' 7 ข้อผิดพลาดในการทาครีมกันแดด ' ในบทความนี้ดูสิว่า เธอแอบพลาดข้อไหนไปบ้าง แล้วแก้ไขซะ จะได้ไม่เสียค่าครีมกันแดดไปฟรีๆ!

1. รอเจอแสงแดดก่อน ค่อยทาครีมกันแดด!
image_1013295
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ บางคนเอาสะดวกเข้าว่า ไม่ชอบทากันแดดล่วงหน้า ไว้เจอแดดก่อนค่อยทา ซึ่งกันแดดบางยี่ห้อก็เคลมว่าทาแล้วออกแดดได้ทันทีอยู่หรอก แต่ก็ไว้ใจไม่ได้ 100% ยิ่งไปเจอแดดแรงอย่างช่วงเที่ยงๆ หรือทำกิจกรรม เล่นกีฬา ไปทะเลกลางแจ้ง เจอแดดแล้วค่อยทา อาจจะปกป้องผิวไม่ทันการ ผิวคล้ำเสีย แสบแดงเหมือนกุ้งเผาไปเสียก่อน

วิธีสากลที่ทั่วโลกใช้ คือทาครีมกันแดดก่อนออกแดด ' อย่างต่ำ 20 นาที ' เพื่อปล่อยให้เนื้อครีมซึมเข้าผิว และออกฤทธิ์ป้องกันรังสียูวีอย่างเต็มที่ และควรส่องกระจกบานใหญ่ เพื่อทาให้ทั่วถึงเท่ากันทั้งตัวก่อนใส่เสื้อผ้า จะได้ไม่หลงลืมมุมอับบนร่างกาย เช่น ซอกแขน ซอกขา หลังใบหู เป็นต้นค่ะ

2. ขี้งก ทาครีมกันแดดน้อยเกินไป กลัวหมดหลอดเร็ว!
image_1013296
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะทาครีมกันแดดให้ได้ผล จะมาประหยัดเกินเหตุ ทาทั้งตัวแต่บีบแค่หยดเดียวไม่ได้ ไม่เห็นผลค่ะซิสขา! แม้กันแดดยี่ห้อที่ซื้อมาจะราคาแพงแค่ไหน ก็อย่าไปเสียดาย เพราะการทาน้อยเกินไป ก็ทำให้ค่า SPF ที่ทาลงผิวน้อยลงไปด้วย ถ้าเธอซื้อกันแดดหน้า SPF50+ แต่เธอใช้แค่ครึ่งเดียว SPF ก็จะเหลือแค่ครึ่งเดียวเช่นกัน ไม่แปลกที่ทาแล้วผิวยังคล้ำ เพราะมันยังกันแดดได้ไม่พอไงล่ะ!

ปริมาณกันแดดที่ควรใช้คือ ทาผิวหน้า สองข้อนิ้วมือหรือขนาดเท่าเหรียญสิบ และผิวตัวทั้งหมด อย่างน้อย 1 แก้วช็อตเล็กๆ หรือ 30 มิลลิลิตร  ถ้าจะทากันแดดแล้วแต่งหน้าต่อ ก็เลือกใช้แบบสีเนื้อหรือแบบน้ำที่ซึมเข้าผิวไวๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาหน้าวอก หน้าลอย หรือเหนียวหน้าจนเกินไปนะคะ

3. ทาครีมกันแดดก็จริง แต่ทาไม่ทั่ว เว้นจุดสำคัญๆ ไว้เพียบ!
image_1013297
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ ส่วนใหญ่มักทากันแดดแค่ใบหน้า แขน ขา เพราะเป็นส่วนหลักๆ ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าสัมผัสกับแสงแดด แต่ที่จริงร่างกายของเรายังมีผิวอีกหลายส่วนที่เจอแดดจังๆ แต่เรามักหลงลืมไป ทำให้เวลาออกแดดจ้าทั้งวัน จะเกิดอาการแสบร้อน คันยุบยับตรงอวัยวะบางส่วน เช่น หลังใบหู หลังมือ ซอกนิ้วมือ ซอกนิ้วเท้า ทำให้ใส่เสื้อผ้าโชว์ผิว ถ่ายรูปแล้วไม่สวยได้ ยังไม่นับความแสบตอนอาบน้ำ แช่น้ำอีกนะ #แค่คิดก็สยองแล้ว!

' ริมฝีปาก ' เป็นอวัยวะที่เห็นง่าย แต่คนมักลืมไปว่ามันก็คือผิวหนัง ต้องทากันแดดด้วยเช่นกัน! ทุกครั้งที่ออกแดด อย่าลืมทาลิปบาล์มที่มีค่า SPF เพื่อป้องกันไม่ให้ปากแห้งแตก แสบร้อนจากรังสียูวี เพิ่มความชุ่มชื้น นอกจากทาปากแล้ว ยังใช้ลิปบาล์มกับผิวส่วนที่ละเอียดอ่อนได้ด้วย ในกรณีที่เธอมีผิวเซนซิทีฟ เช่น เปลือกตา  เป็นต้น

4. ทาครั้งเดียวจบ ไม่ทาซ้ำอีกเลย ทั้งที่ออกแดดทั้งวัน!
image_1013298
- ที่มารูป: www.img.in.th

อยากผิวสวยเรียบเนียน คงความใส ริ้วรอยไม่มาย่างกราย ต้องไม่ขี้เกียจทากันแดดค่ะ! สาวๆ บางคนทากันแดดแค่ครั้งเดียว คือตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน ทั้งที่ตารางทำกิจกรรมเอาท์ดอร์แน่นเอี๊ยด ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตามหลักวิทยาศาสตร์ กันแดดมันเริ่มหมดฤทธิ์ตั้งแต่ช่วงเที่ยงๆ แล้ว ไหนจะเหงื่อที่ไหลชะล้างครีมออกไปอีก เท่ากับว่าช่วงบ่ายเธอเอาผิวที่เกือบจะเปลือยเปล่ารับแดดเต็มๆ จะมีผิวแสบไหม้ ผิวลอกก็เรื่องปกติ

ครีมกันแดดไม่ใช่ยาวิเศษ ที่ทาครั้งเดียวแล้วจะอยู่ได้ตลอดไป ต้องทาซ้ำอย่างต่ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพของกันแดดไว้ โดยเฉพาะหากรู้ว่าต้องทำกิจกรรมที่เจอน้ำเยอะๆ อย่างการว่ายน้ำ หรือเป็นคนเหงื่อออกเยอะก็เช่นกัน แม้กันแดดหลายยี่ห้อจะเคลมว่า ' กันน้ำได้ ' แต่ที่จริงกันได้แค่ 40-80 นาทีหลังลงน้ำเท่านั้นแหละ ดังนั้นไม่ว่าจะยุ่งยังไง ก็ต้องหาเวลาทาซ้ำให้ได้ค่ะ

5. ทาครีมกันแดดแบบลวกๆ ไม่เกลี่ยให้เนียนไปกับผิว
image_1013299
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com

อยากผิวสวยอย่ามักง่าย! โดยเฉพาะถ้าใช้กันแดดแบบครีมที่เนื้อเข้มข้น ต้องให้เวลาในการวอร์มเนื้อ แล้วค่อยๆ เกลี่ยให้เนียนซึมเข้าผิว จะมาปาดๆ ลวกๆ ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ที่ว่า แขนขาพอกครีมซะหนาเตอะ แต่ทาช่วงอกแค่บางๆ เพราะกลัวเหนียว ค่า SPF ไปกองอยู่ที่แขนขาหมด พอเจอแดดจริงๆ มีแต่ผิวช่วงแขนขาที่รอด ส่วนผิวช่วงหน้าอกดำไหม้เกรียมเป็นกุ้งเผาเลยจ่ะ T T

การทากันแดดที่ได้ผลจริงๆ ควรทาให้ทั่วร่างกาย แม้ในส่วนที่ปิดใต้ร่มผ้าก็ตาม แต่ต้องทาส่วนที่โผล่พ้นใต้เสื้อผ้าออกมาให้เยอะเป็นพิเศษ ถ้าใช้กันแดดแบบสเปรย์ ไม่จำเป็นต้องไปถูหรือนวดให้ซึม แต่ต้องแน่ใจว่าพ่นทั่วผิวบริเวณนั้นจริงๆ ถ้ากลัวมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ให้สเปรย์ซ้ำๆ จนเกิดเงาขึ้นที่ผิวทั่วตัว แปลว่าเราพ่นได้ในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว พร้อมออกแดดค่ะ

6. แดดไม่แรง วันนี้เมฆเยอะ ครึ้มๆ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ไม่ทาแล้วกัน!
image_1013300
- ที่มารูป: www.img.in.th

ความเข้าใจผิดอย่างนึงที่สาวๆ ส่วนใหญ่คิด ( ไปเอง ) คือวันที่เมฆเยอะ ฟ้าครึ้ม ไม่มีแดด คือไม่มีรังสียูวี ไม่ต้องทากันแดดก็ได้ ซึ่งเป็นอันตรายกับผิวมากๆ! ความจริงก็คือ ถ้าอยู่ในช่วงกลางวัน แม้จะเป็นวันที่ฟ้าหม่นแค่ไหน แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังอยู่ที่เดิม รังสียูวีเกือบ 80% ก็ส่องผ่านเมฆทะลุเข้าชั้นผิวของเธออยู่ดี แม้จะอยู่ในห้องบนตึก หน้าต่างที่ปิดสนิทก็ป้องกันแค่ UVB แต่ไม่อาจกันรังสี UVA ได้อยู่ดีค่ะ 

ไม่ว่าวันนั้นจะแดดแรง แดดน้อย ฝนตก เมฆเยอะ จะทำงานกลางแจ้งหรือทำงานออฟฟิศบนตึกสูง ก็ต้องทากันแดด ไม่มีข้อยกเว้น! ถ้ากลัวลืมทา ก็ซื้อกันแดดแยกไว้ใช้หลายๆ จุด ขวดนึงวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง อีกขวดไว้ในกระเป๋า อีกขวดไว้บนโต๊ะทำงาน เป็นต้น ถ้างานยุ่งจริงๆ ก็ใช้แบบสเปรย์แทนเนื้อครีม แต่ต้องทาทุกวัน ถ้าเธอทากันแดดได้ดีสุดๆ แต่ทาเฉพาะตอนไปทะเลแค่ปีละครั้งสองครั้ง ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ ต้องขยันทาเท่านั้นถึงจะอยู่รอด!

7. ครีมกันแดดหมดอายุหลายเดือน (บางทีเป็นปี) แล้ว ก็ยังเอามาทา!
image_1013301
- ที่มารูป: www.img.in.th

จิตวิญญาณคนขี้งก เสียดายของเข้าสิง! ซื้อกันแดดลดราคาแบบยกโหลมา ใช้ไม่ทัน กันแดดบางขวดหมดอายุไปหลายเดือน บางขวดเป็นปีแล้ว จนเนื้อสัมผัสเปลี่ยน กลิ่นก็เริ่มหืน แต่ก็ยังเอามาทาอยู่นั่น หยุดหาทำ! กันแดดโดยปกติจะมีอายุไม่เกิน 3 ปีเท่านั้น หากใช้ของที่เสื่อมสภาพแล้ว เราไม่รู้เลยว่าสารเคมีที่ผสมในครีมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เบาหน่อยก็แค่กันแดดไม่ได้เท่าเดิม หรือเป็นเนื้อริ้วๆ ลอกเป็นขุยๆ แต่ถ้าผิวแพ้ง่าย ก็อาจขึ้นเป็นผื่นแดง คันคะเยอได้เลยนะคะซิส เสียค่ายา ค่าหาหมอแพงกว่าค่ากันแดดงี้ ไม่คุ้มเวอร์

จะซื้อกันแดดแต่ละที แม้จะซื้อช่วงเซลส์ก็ตาม ควรเช็ควันหมดอายุทุกครั้ง ถ้าไม่มีวันหมดอายุที่ฉลาก ก็นับต่อจากวันที่ซื้อไปอีก 3 ปี ถ้าของลดราคา ก็นับต่อไปอีก 1 ปีหรือ 2 ปี ดูจากสภาพขวดเป็นหลัก แต่จากประสบการณ์ตรง ถ้าซื้อของลดราคาเกิน 50% ก็ใช้ให้หมดภายในปีนั้นจะดีที่สุดค่ะ 

image_1013856
- ที่มารูป: images.milled.com


-------------------------
เป็นไงสาวๆ เข้าข่ายข้อไหนกันบ้าง? มันไม่ใช่ว่าทาครีมกันแดดปาดๆ ลวกๆ แล้วจะจบนะจ๊ะ ต้องทาให้ครบทุกส่วนของร่างกาย ทาให้ซึมเข้าผิว เพื่อดึงประสิทธิภาพของเนื้อครีมออกมาอย่างเต็มที่ ยิ่งแดดบ้านเราค่อนข้างแรง ก็ยิ่งต้องใส่ใจในการทาเป็นพิเศษ เหมือนเวลากินยารักษาโรคน่ะ ถ้าโดสเบาไปก็เอาไม่อยู่ ถ้ากินผิดเวลาก็ส่งผลเสีย ครีมกันแดดก็ถือเป็นยารักษาผิวอย่างนึงเช่นกัน จึงควรทำตามวิธีที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัดค่ะ

อาจจะดูยุ่งยากหลายขั้นตอน แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของเธอจะดูเด็กกว่าวัย ริ้วรอยน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ทา ไม่ต้องให้หมอซ่อมผิวทีหลัง เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มมากๆ แล้ว
ขยันทากันแดดไว้ เพื่อคงผิวสวยตลอดไปนะคะ วันนี้ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าน้า บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @