#การเลิกราคือเรื่องธรรมชาติ 7 ข้อคิดของ 'ความรักในชีวิตจริง' ที่ไม่ได้ราบรื่น สวยงามเหมือนในซีรีส์ T_T

#การเลิกราคือเรื่องธรรมชาติ 7 ข้อคิดของ 'ความรักในชีวิตจริง' ที่ไม่ได้ราบรื่น สวยงามเหมือนในซีรีส์ T_T

การที่คนสองคนได้คบกัน เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในชีวิตจริง ที่ไม่ได้โรแมนติก สวยหรูเหมือนในเทพนิยาย บางคู่สมหวังถึงขั้นแต่งงาน บางคู่ก็เป็นได้แค่ความทรงจำของกันและกันเท่านั้น

15 December 2020
Mollacake
15 December 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe คนที่อยากมี ' ความรักดีๆ ' ทุกคน

เราเชื่อว่ามีสาวซิสมากมายที่เข้าใจคอนเซปต์ของความรักผ่านสื่อมากมาย เช่น หนังสือนิยายรัก ซีรีส์เกาหลี หนังฝรั่งต่างๆ ที่ทุกอย่างมันดูสดใสสวยงาม โรยด้วยกลีบกุหลาบไปซะหมด สุดท้ายตัวร้ายก็ต้องแพ้ภัยตัวเอง พระเอกนางเอกต้องลงเอยกันอย่างมีความสุข Happy Ending มีอุปสรรคนิดเดียวก็คิดว่า ' นี่ไม่ใช่รักแท้แน่ๆ ' ไม่พยายามปรับตัวเข้ากับอีกฝ่าย เอะอะก็ท้าเลิก ทำนิสัยเด็กๆ เอาแต่ใจตัวเองเพราะคิดว่าถ้ารักกันจริงก็ต้องยอมรับให้ได้เหมือนในหนัง สรุปเขาไม่ทนจ่ะ โดนบอกเลิก เทกลางอากาศไปเลยสวยๆ welcome to the real world นะคะซิสทั้งหลาย!! ╮( ˘ 、 ˘ )╭

image_1020428

นี่แหละรสชาติของการเติบโต...

- ที่มารูป: i.imgur.com


ตัดมโนภาพที่ว่าความรักต้องเหมือนเจ้าหญิงในดิสนีย์ หรือนางเอกซีรีส์โก๊ะๆ เปิ่นๆ ขี้หึงยังไงพระเอกก็ไม่โกรธ มองว่าเป็นคนน่ารักอยู่ตลอดเวลา เพราะความรักจริงๆ คือมนุษย์สองคนมาอยู่ด้วยกัน มนุษย์ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีทางหรอกที่จะมีแต่ความสุขสมหวัง 100%
 จะมีเรื่องทะเลาะ หรือแม้แต่เลิกราก็เป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ สำหรับบางคน การเลิกกันไปซะได้ ยังดีกว่าฝืนคบกันต่อด้วยซ้ำ เพื่อให้เข้าใจความจริงของ ' ความรัก ' มากขึ้น ลองอ่านบทความนี้ดูกับ ' 7 ข้อคิดความรักในโลกชีวิตจริง ' เผื่อว่าทัศนคติของเธอจะเปลี่ยนไป ประคับประคองความสัมพันธ์ครั้งใหม่ได้ดีกว่าเดิมนะคะ ( ˘⌣˘)♡(˘⌣˘ )

1. บางความสัมพันธ์ เป็นแค่บทเรียนให้เราเติบโตขึ้นเท่านั้น
image_1018634
- ที่มารูป: www.img.in.th

ต้องยอมรับความจริงก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังในรักแรก! ( ถ้ามีก็ถือว่าคนนั้นโชคดีมาก ) ส่วนใหญ่คนแรกมักจะเป็นช่วงศึกษา ทดลองตอนที่สาวๆ ยังไม่ค่อยรู้หรือเข้าใจในความรักสักเท่าไหร่ มักเป็นช่วงที่เรายังไม่โตเต็มที่ อาจเป็นวัยมัธยมหรือมหาลัย ที่เรายังไม่รู้จักคำว่าเคารพความเป็นส่วนตัว ให้สเปซซึ่งกันและกัน คาดหวังจากตัวอีกฝ่ายมากเกินไป ยังติดนิสัยงี่เง่าเอาแต่ใจตัวเอง หรือแม้จะเข้ากันได้ทุกอย่าง พอเติบโตขึ้น เป้าหมายชีวิตเปลี่ยนก็ต้องเลิกรากันไป เหลือแค่ความทรงจำที่บางคนก็ดีไม่จางหาย แต่บางคนก็แย่จนไม่อยากขุดขึ้นมาอีก

แต่ไม่ว่าจะต้องเจ็บช้ำ ร้องไห้กับรักครั้งเก่ามามากแค่ไหน สุดท้ายมันก็เหลือแค่อดีต ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่า ' การรักกันเป็นเรื่องธรรมดา การเลิกกันก็เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกัน ' ทุกคนที่เข้ามาให้บทเรียนกับเราเสมอ สำหรับแฟนเก่าบางคน อาจทำให้เธอได้พัฒนาตัวเอง ชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพียงแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันแบบคนรักได้อีกแล้ว ใครๆ ก็ต้องเจอเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้น เป็นปกติของมนุษย์ค่ะ

2. ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่รู้วิธีเอาใจ หรือเข้าใจความรู้สึกของแฟน
image_1018635
- ที่มารูป: www.img.in.th

ผู้ชายทุกคนมาจากต่างพื้นเพ ต่างครอบครัว อบรมเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน บางคนก็สุภาพบุรุษจนใจหาย เข้าใจนิสัยผู้หญิง เอาใจเก่ง รู้ว่าควรทำยังไงให้เธอยิ้มได้และมีความสุข เพราะมีพื้นฐานครอบครัวดี หรือแวดล้อมไปด้วยสมาชิกในบ้านที่เป็นผู้หญิง แต่ก็ยังมีผู้ชายอีกมากมายที่นิสัยผู้ชายจ๋าๆ ซื่อไปจนถึงบื้อ ถ้าไม่บอกก็ไม่ทำให้ ไม่เคยเข้าใจว่าเธอคิดอะไรอยู่ เอาใจไม่เป็นเพราะเติบโตมากับการดูแลตัวเอง ไม่เคยต้องดูแลใคร มันคือธรรมชาติที่แตกต่างของคนค่ะ ไม่มีใครถูกใครผิด ตราบใดที่ทั้งคู่ยังมีความรักให้กับเธออยู่ 

จะบังคับให้ผู้ชายคนนึงเปลี่ยนนิสัย ตัวตนของตัวเองก็คงยากมากถึงยากที่สุด แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเธอแจ็กพอตมีแฟนแบบที่เย็นชา ไม่ค่อยเอาใจ ก็อยู่ที่เธอแล้วว่า จะยอมเข้าใจในความเป็นเขาและอยู่กันไปแบบนี้ หรือบอกเลิกแล้วมูฟออนหาคนใหม่ สุดท้ายก็อยู่ที่เธอจะตัดสินใจ หากเลิกกันเธอก็กลายเป็นอดีต เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิมต่อไป หากยังคบกันเธอก็จะเริ่มชินกับเขา ชีวิตมันก็มีเท่านี้แหละค่ะ

3. การกระทำ 'สำคัญกว่า' คำพูดเสมอ
image_1018636
- ที่มารูป: www.img.in.th

อย่าไปเชื่อลมปากคนอื่นมาก! คนเรามีปากจะพูดอะไรก็ได้ มนุษย์ผู้ชายบางคนปากหวาน พูดเก่ง แต่การกระทำจริงก็อีกเรื่อง บอกว่ารักนักรักหนา จะทำนั่นทำนี่ให้ จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น สุดท้ายพบว่าโดนขายฝัน เขาทำตามอย่างที่บอกไม่ได้สักอย่าง สุดท้ายก็ทะเลาะและจบกันแบบไม่ค่อยสวย ผู้ชายบางคนบอกให้รอ พร้อมเมื่อไหร่จะขอแต่งงาน รอเป็นสิบปีก็ยังไม่ได้แต่ง พอเลิกแล้วต้องหาคนใหม่ อายุก็เยอะหาแฟนยากแล้ว เสียเวลาแท้ๆ

หรือบางคนแย่กว่านั้น ชอบบอกว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็โทรมาได้เสมอ แต่สุดท้ายพอคนเป็นแฟนอย่างเราทุกข์จริงๆ ก็หายหัว หนีไปดื่มกับแก๊งเพื่อน ไม่ยอมรับโทรศัพท์ บอกว่ารักเราคนเดียวจะไม่นอกใจ แต่แอบไปเห็นแชทไลน์ที่คุยกับผู้หญิงคนอื่น ดังนั้นให้โฟกัสกับการกระทำของแฟนดีกว่า ว่าถ้าไม่นับคำพูดแล้ว เอาสิ่งที่เห็นด้วยตาล้วนๆ เขาดีกับเธอไหม แสดงความรักให้เห็นหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ควรประคับประคองรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด แต่ถ้ามีแต่คำพูดลอยๆ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ก็มูฟออนโลด อย่าไปทน thank you, next!

4. คำพูด คืออาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจมากที่สุด เมื่อมาจากปากคนที่เรารัก
image_1018637
- ที่มารูป: www.img.in.th

ปากก็เหมือนมีดคมๆ ที่คอยเฉือน ทิ่มแทงหัวใจของอีกฝ่ายได้บาดลึกที่สุด ทำให้เสียความรู้สึก เสียความมั่นใจ หรือเปลี่ยนชีวิตใครบางคนให้ดิ่งลงเหวได้เลย โดยเฉพาะถ้ามาจากปากคนที่รัก แย่กว่านั้นคือเมื่อหัวใจเป็นแผลแล้ว มันจะทิ้งรอยไว้ตลอดไป ไม่มีทางกลับมาหายสนิทเหมือนเดิมได้อีก เพราะเมื่อพูดออกไปแล้ว คำพูดเป็นนายของเราทันที จะพร่ำขอโทษยังไง อีกฝ่ายก็จะทำได้มากสุดแค่ ' ให้อภัยแต่จะจำไว้ ' เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์อย่างแน่นอน

แม้ไม่พอใจหรือโกรธอะไรแฟน จึงควรตั้งสติให้ดีก่อนพูด เลือกใช้คำพูดให้ดีๆ เพราะหากใช้คำด่าตามอารมณ์ในขณะนั้น เธออาจใช้คำหยาบคายแรงๆ เน้นสะใจไว้ก่อนโดยไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ แต่อีกฝ่ายจำฝังใจไปแล้ว ซึ่งบางคนก็ทนไม่ไหวขอเลิกในครั้งเดียวก็มี ไม่ใช่ทุกคนจะให้โอกาสหรือยอมทนหลายรอบ ในทางกลับกัน ถ้าอีกฝ่ายด่าเธอด้วยถ้อยคำรุนแรง นั่นก็ถือเป็น Toxic Relationship ที่ควรถอยห่างออกมาอย่างด่วน

5. การนอกใจ โกหกกัน ไม่ใช่ 'ความผิดพลาด' แต่เขาเลือกจะทำแบบนั้นเอง
image_1018638
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ มากมายที่ต้องกล้ำกลืนน้ำตาไว้ในอก หลอกตัวเองว่าแฟนยังรัก ทั้งที่จับได้ว่าเขาโกหก ไม่ซื่อสัตย์ แอบมีกิ๊กนับครั้งไม่ถ้วน คิดว่าเขาแค่ทำผิดพลาด เขาไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเธอยังรักอยู่ก็ให้อภัยไปเรื่อยๆ ได้ ไม่เป็นไรหรอก เป็นนางฟ้านางสวรรค์มาโปรดซะเหลือเกิน หารู้ไม่ว่ายิ่งทำแบบนี้ทำให้ผู้ชายได้ใจ นอกใจไม่รู้จับเพราะคิดว่ายังไงก็กลับมาตายรังได้ กลายเป็น ' ของตาย ' โดยไม่รู้ตัว 

ถ้ายังเชื่อใจในคนรักและอยากให้โอกาสกลับตัวจริงๆ ไม่ควรเกิน 1 ครั้ง ใช่ค่ะ 1 ครั้งเท่านั้น ( ที่จริงอยากบอกว่าให้เลิกทันทีด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่มีครั้งแรกแล้วมันก็จะมีครั้งต่อไปแหละ ) ถ้ายังมีการนอกใจครั้งที่สอง ต้องเลิกให้เด็ดขาดและตัดออกจากวงจรชีวิตไปเลย เพราะถือว่ากลับกลอกและทรยศต่อเธออย่างร้ายแรง อย่าหาข้อแก้ตัวใดๆ ให้ผู้ชายคนนี้อีก คนเราไม่มีคำว่าพลาดค่ะ ถึงขนาดมีกิ๊กเป็นตัวเป็นตนได้ คือตั้งใจแล้วที่จะให้เป็นแบบนี้ ที่ไม่ตั้งใจน่ะ คือไม่ตั้งใจว่าเธอจะจับได้ต่างหาก ใจแข็งไว้!

6. บางครั้งต้องคบก่อนถึงรู้ว่า "เขาไม่ใช่คนที่เธออยากอยู่ด้วย"
image_1018639
- ที่มารูป: www.img.in.th

แม้จะเป็นเรื่องเศร้าและไม่อยากยอมรับเอาซะเลย แต่ผู้ชายบางคนที่ดูเข้ากับเราดีเหลือเกิน นี่แหละคนที่ตามหา อาจไม่ใช่คนที่เราเลือกเป็นคู่ชีวิต เพราะระหว่างทางได้รู้ตัวตนว่าเขาไม่ใช่ในแบบที่เราคิด หรือมีข้อเสีย นิสัยบางอย่างที่ไม่สามารถรับกันได้จริงๆ ถ้าต้องอยู่กับคนนี้ไม่มีความสุขแน่ ก็ต้องเลิกรา แยกทางกันไป สำหรับบางคู่โชคดีหน่อยที่เจอตัวตนกันไว มูฟออนไว แต่สำหรับบางคู่ก็ไปเจอของจริงหลังแต่งงาน ลงเอยด้วยการหย่า เป็นผู้หญิงที่มีสถานะม่ายติดตัวซะงั้น ทั้งเจ็บใจทั้งเสียเวลาฟรี

การ ' อยู่ก่อนแต่ง ' แม้จะยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทยนัก แต่การอยู่ด้วยกันกับอีกฝ่าย 24 ชั่วโมงตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน ใช้สิ่งของต่างๆ ร่วมกัน ได้เห็นข้อเสียของกันและกัน ก็ทำให้ตัดสินใจได้รอบด้านขึ้นว่าอยากจะใช้ทั้งชีวิตอยู่ร่วมกับคนนี้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ขอเตือนว่าต้องบรรลุนิติภาวะ รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อน เพราะมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากตั้งท้องและอีกฝ่ายไม่ยอมรับ เธอจะลำบากเองในภายหลัง ก็ลองชั่งน้ำหนักความเสี่ยงดูดีๆ นะคะ

7. การหึงหวง ไม่ได้แปลว่ารักมาก แต่แปลว่าขาดความเชื่อใจในตัวอีกฝ่าย
image_1018640
- ที่มารูป: www.img.in.th

เป็นความเข้าใจผิดที่ถูกส่งต่อกันมาเยอะมากก ย้ำว่ามาก เพราะสื่อทั้งหนังและนิยายใส่นิสัยนี้ให้พระเอก แล้วสร้างซีนว่ามันคือความโรแมนติก เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ทั้งที่จริงแล้วมันคือการบ่งบอกว่าคนคนนั้น ' ขาดความมั่นใจในตัวเอง และไม่เชื่อใจในอีกฝ่ายเลย ' ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นเธอหรืออีกฝ่ายที่หึงก็ตาม ถ้าเป็นหนัง มันคือหนังพิศวาสฆาตกรรม ไม่ใช่หนังรักสักนิด! 

คำพูดแซะ ประชด เหน็บอีกฝ่ายแรงๆ ว่า " คนนั้นมันหล่อ / สวยมากเลยสินะ อยากอยู่กับเขามากใช่ไหม งั้นเลิกกับเราเลยก็ได้ ", " เราจะไปมีอะไรดีสู้แฟนเก่าเธอได้ล่ะ ", " ไปมองผู้หญิงคนนั้นทำไม อยากมีปัญหาใช่ไหม " ยิ่งถ้าลุกลามไปถึงขั้นด่าทอ ทุบตีทำร้ายร่างกาย นี่คือ Abusive Relationship ที่อันตรายมาก!!!  ถ้าเขาทำกับเธอ แปลว่าเขารักแต่ตัวเอง แต่ถ้าเธอทำกับเขา ก็แปลว่าจริงๆ แล้วเธอแค่กลัวสูญเสียของที่มีในครอบครอง ไม่ได้รักแฟนจริง ไม่ว่าจะทางไหนก็เป็นความสัมพันธ์ที่ toxic มาก รีบจบตั้งแต่ตอนนี้ พาตัวเองไปบำบัดสุขภาพจิตดีกว่าหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนสักวันจะกลายเป็นคดีขึ้นหน้าหนึ่งจะดีกว่านะคะ #น่ากลัวมากแม่

image_1020429
- ที่มารูป: media2.giphy.com


---------------------------------
ท้ายที่สุดแล้ว เราก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อีกฝ่ายก็เช่นกัน ไม่ใช่ตัวละครหรือการ์ตูนที่มีแต่มุมสดใส หวานใส่กันตลอดเวลา จะให้รักไปรอด ต้องอาศัยความเชื่อใจ ให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน หมั่นเติมความหวานให้กันอยู่เสมอ บางครั้งเราก็ต้องยอมเสียสละบางอย่างเพื่อคนที่เรารัก ต้องผ่านช่วงเวลาที่ทะเลาะ ลดทิฐิเพื่อคุยปรับความเข้าใจกัน หลายคนอาจจะทำใจยอมรับลำบาก แต่มันจะไม่ได้มีแต่ช่วงเวลาหัวใจสีชมพูแน่ๆ ยิ่งความสัมพันธ์ระยะยาวเท่าไหร่ ก็จะมีอุปสรรคหรือปัญหาเข้ามาเป็นระยะๆ เลี่ยงไม่ได้หรอก มันอยู่ที่ว่า ' เธอพร้อมจะแก้ไขปัญหากับแฟนคนนี้มั้ย ' มากกว่า

ถ้ามองในแง่ดี ก็ถือว่าเป็นการเติบโตของคนสองคน ตราบใดที่ยังมีเป้าหมายไปในทางเดียวกัน และที่สำคัญที่สุด คือยังมีความรักต่อกัน ยังเชื่อมั่นในกันและกัน ก็จะสามารถจับมือฝ่าฟันไปได้อย่างมีความสุขแน่นอน อย่าท้อนะคะ สู้ๆ ขอให้ทุกคนสมหวังกับความรักค่ะ  ❤ (ɔˆз(ˆ⌣ˆc)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @