ผมเสีย ชี้ฟูเพราะงี้รึเปล่า! 8 พฤติกรรมผิดๆ ที่สาว 'สภาพผมปกติ' เผลอทำบ่อย เลิกซะถ้าอยากผมสวย

ผมเสีย ชี้ฟูเพราะงี้รึเปล่า! 8 พฤติกรรมผิดๆ ที่สาว 'สภาพผมปกติ' เผลอทำบ่อย เลิกซะถ้าอยากผมสวย

ไม่ได้ทำสีผมกัดหนังศีรษะเลย แต่ทำไมจับแล้วแห้งเสีย ชี้ฟูยังไงก็ไม่รู้ T^T งั้นลองมาเช็คในบทความนี้กันว่า มีพฤติกรรมไหนที่เธอเผลอทำโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

18 December 2020
Mollacake
18 December 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลล สาวๆ SistaCafe ' ผมปกติ ' ทั้งหลายย (*♡∀♡)

หลายคนมักมีความคิดว่า ผมธรรมชาติ ( Natural Hair ) ที่ไม่ได้ผ่านการทำสีรุนแรง กัดสีผม ดัดลอนไฟฟ้า ไม่เคยโดนน้ำยาเคมีสักหยด น่าจะมีสภาพเส้นผมที่เรียกได้ว่า ' เพอร์เฟกต์ ' ทุกคน เพราะไม่มีสารเคมีใดๆ เข้าสู่เกล็ดผมเลย ไม่ต้องดูแลเยอะก็ได้ ยังไงผมก็สุขภาพดีอยู่แล้วนี่นา แต่หารู้ไม่ว่า บางทีพฤติกรรมดูแลผมที่สาวๆ เหล่านี้ทำในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว ทั้งใช้แกนร้อนๆ ม้วนผมทุกวัน ไม่เคยใช้ครีมนวด ไม่แตะออยล์ใส่ผม เช็ดผมแรงๆ มัดผมจนตึงเปรี๊ยะ! อาจทำร้ายเกล็ดผมจนแห้งเสีย ชี้ฟูยิ่งกว่าคนผมทำสีที่หมั่นบำรุง ทำทรีทเมนต์ผมบ่อยๆ เสียอีก

ถ้าเธอเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่เคยเข้าร้านทำสีผม ไม่เคยใช้น้ำยาเคมีกับเส้นผม แต่ผมก็ไม่นุ่มสลวยน่าสัมผัสอย่างที่คิดไว้ ลองอ่าน ' 8 พฤติกรรมผิดๆ ที่สาวผมธรรมชาติ ทำโดยไม่รู้ตัว ' แล้วเช็คกับตัวเองดูซิว่า เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง หรือทุกข้อกันแน่!? #อย่าคิดว่าไม่ทำสีผมแล้วจะรอดนะจ๊ะบอกก่อน

1. ใช้อุปกรณ์ทำผมที่มีความร้อน สัมผัสเส้นผมเป็นประจำ
image_1018953
- ที่มารูป: www.img.in.th

ทำผมยาวตรง หรือหยักศกตามธรรมชาติมันก็สวยดีอยู่หรอก แต่จะให้ทำทุกวันมันก็ออกจะน่าเบื่อไปหน่อย อุปกรณ์ทำผมทั้งแกนม้วนผม ที่หนีบผมตรงจึงเกิดมาเพื่อการนี้ ทั้งหนีบ ทั้งม้วน เอาแกนที่ร้อนจัดไปสัมผัสเส้นผมโดยตรง ไหนจะเวลารีบๆ ที่ต้องใช้ไดร์เป่าผมอีก บางคนก็อื้อหือ เปิดความร้อนซะแรงสุด ไม่กลัวผมแห้งเลยแม่คุณเอ๋ย ยิ่งทำทุกเช้า เกล็ดผมที่แข็งแรงตามธรรมชาติก็จะถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายความแห้งกรอบก็มาเยือน! #ก็ไม่แปลกใจ 

เราคงไม่ห้ามให้เธอเลิกทำผม นั่นก็จะทำร้ายจิตใจกันเกินไป! แต่เจอกันครึ่งทางด้วยการปรับอุณหภูมิเป็นอุ่นๆ หรือร้อนน้อยสุดแทน แม้จะใช้เวลาทำผมนานขึ้นกว่าเดิม แต่เซฟสุขภาพเส้นผมกว่ามากในระยะยาว และใช้สเปรย์ป้องกันความร้อนจากเส้นผม ฉีดเบาๆ ให้ทั่วศีรษะก่อนใช้อุปกรณ์ และใส่ออยล์บำรุงผมหลังทำผมเสร็จทุกครั้ง เท่านี้ก็ช่วยปกป้องไม่ให้เกล็ดผมเสียหายได้แล้ว ( แต่ทั้งนี้ก็อยากให้หาวันว่าง พักผมเฉยๆ โดยไม่ต้องใช้ความร้อน ให้ผมได้ฟื้นฟูตัวเองบ้างก็จะดีมากค่ะ )

2. ทำความสะอาดผมด้วย 'ครีมนวดผม' อย่างเดียว โดยไม่ใช้แชมพู
image_1018954
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับสาวๆ ที่ผมแห้งมาก หรือสภาพเส้นผมบอบบาง บางคนจะทำความสะอาดเส้นผมด้วยวิธี ' Co-washing ' หรือเรียกง่ายๆ คือสระผมโดยใช้ครีมนวดผมเพียงอย่างเดียวนั่นเอง เพราะแชมพูส่วนใหญ่มักผสมซัลเฟต ซึ่งสระแล้วผมสะอาดจริงแต่ก็ชะล้างน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้นกับเกล็ดผมและบนหนังศีรษะตามธรรมชาติออกไปด้วย ทำให้ผมเสียได้ง่าย การสระวิธีนี้จึงลดผมชี้ฟู ผมไม่แห้งกรอบค่ะ

แต่ในระยะยาว หากไม่ใช้แชมพูกำจัดสิ่งสกปรก ฝุ่นและน้ำมันต่างๆ ที่เกาะบนหนังศีรษะเลย โดยเฉพาะกับอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา อาจทำให้มีรังแค หนังศีรษะติดเชื้อ หรือส่งกลิ่นโดยไม่สะอาดเท่าที่ควร จึงแนะนำว่าใครที่ใช้สูตรนี้อยู่ ลองเพิ่ม ' แชมพูสูตรอ่อนโยน ' ที่ไม่ผสมซัลเฟต ( sulfate-free ) ในการสระรอบแรก แล้วค่อยตามด้วยครีมนวดผมจะดีกว่า ยังคงความชุ่มชื้นของเกล็ดผมไว้ได้ แต่ได้ผลลัพธ์ที่สะอาด หอมสดชื่นแน่นอนค่ะ


3. ทำทรงผมที่มัด ดึงติดหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมรัดตึงเกินไป
image_1018955
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ใครบ้างที่ไม่เคยทำสีผม ไม่เคยม้วนผม ไม่เคยใช้ไดร์ แต่ผมขาดหลุดร่วงง่ายมากเวอร์ สระผมทีผมร่วงติดมือมาเป็นกำๆ เช็คตัวเองด่วนว่า ระหว่างวันชอบทำทรงผมที่รัดตึงแน่นจนทรมานหนังศีรษะ เส้นผมหายใจไม่ออกบ้างหรือเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นผมเปียติดหนังศีรษะ, ผมหางม้า, ผมบันแบบที่ใช้ยางรัดผมรัดแล้วรัดอีก บางทีรัดจนปวดหัวไปทั้งวัน ถ้าพยักหน้าหงืกๆ ว่าใช่ นั่นแหละสาเหตุผมร่วงของซิสค่ะ!

นั่นเพราะเวลาเราทำทรงผมตึงรั้ง เกล็ดผมที่ถูกดึงก็จะเกิดการฉีกขาด ทำให้ผมเสีย อ่อนแอลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนรากผมที่เหมือนถูกกระชากอยู่ตลอดเวลา ในระยะยาวผมจะบางและขาดง่าย น่ากลัวมาก T^T แต่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการทำผมทรงอื่นที่ไม่ดึงรากผมมากจนเกินไปแทน เช่น เปียหลวมๆ มัดผมหางม้าต่ำ หรือถ้าวันไหนอยากชิลล์ๆ ก็ปล่อยผมตามธรรมชาติไปเลย สุขภาพเส้นผมดีขึ้นชัวร์

4. สางผมด้วย 'หวีซี่เล็ก ( small-tooth comb )' / หวีตอนที่ผมแห้ง
image_1018956
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไอเทมหนึ่งที่เหมือนอาวุธร้าย ทำลายเกล็ดผมของสาวๆ ได้อย่างง่ายดายก็คือ ' หวีซี่ถี่ ' ที่มีลักษณะยาวๆ เรียวๆ ซี่เล็กเรียงกันเป็นฟันปลา แบบที่ช่างทำผมชอบใช้เวลาจะซอยผมหรือเล็มหน้าม้านั่นแหละค่ะ แม้สาวๆ ผมธรรมชาติควรสางผมทุกวันเพื่อไม่ให้ผมพันกัน หรือเกิดสังกะตังยุ่งเหยิงก็ตาม แต่หากใช้หวีผิดประเภทก็อาจทำลายเกล็ดผม เกิดผมแตกปลายได้ จึงควรใช้ ' หวีซี่ห่าง ' หรือแปรงผมไปเลย เพื่อรักษาเส้นผมให้ไม่โดนกระชาก สางได้ง่ายขึ้น

โดยปกติแล้ว ผมธรรมชาติจะค่อนข้างแห้งเสียได้ง่ายเหมือนกัน อีกทริคที่อยากแนะนำคือ ให้หวีผมตอนที่ ' ผมเปียกหมาดๆ ' เท่านั้น เช่น หลังสระผมเสร็จหรือตอนทาออยล์ใส่ผม อย่าหวีตอนที่ผมยังแห้ง หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ก็หวีเบาๆ อย่าดึง อย่ากระชาก เพราะเสี่ยงที่ผมจะขาดติดมือมาได้ง่ายมากๆ รักผมต้องถนอมผมกันหน่อยนะคะ (´。• ᵕ •。`) ♡

5. ไม่คอยเล็มผมเป็นระยะๆ
image_1018957
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวผมยาวหลายคนจะกลัวการถูกตัดผมมาก! แม้จะเป็นแค่การ ' เล็มปลายผม ' ก็ตาม กลัวผมสั้นลง กลัวไม่สวยอะไรใดๆ ทั้งที่จริงแล้วการเล็มปลาย คือการกระตุ้นการเติบโตของเส้นผมให้ยาวได้เร็วขึ้น เนื่องจากเวลาผมยาวมากๆ สารอาหารจะลงไปเลี้ยงปลายผมได้ไม่พอ เกิดผมแตกปลายได้ง่าย เมื่อเล็มออกจะเป็นผลดีกับผมของเธอเองด้วยซ้ำ

หากใครผมยาวแต่รู้สึกว่าเลี้ยงยังไงก็ไม่ยาวอย่างที่ควรจะเป็นสักที ลองเล็มผมดูประมาณ 1/8 นิ้ว หรือประมาณสองนิ้วจับติด ผมไม่สั้นลงจนสายตาสังเกตได้หรอก แต่ทำให้ผมยาวไว แถมสุขภาพเส้นผมโดยรวมแข็งแรงขึ้นจนรู้สึกได้ โดยหมั่นเล็มทุกๆ 6-8 สัปดาห์จะดีที่สุด หากไม่มั่นใจที่จะเล็มเอง ก็เข้าร้านหาช่างเล็มให้โลด อย่าปล่อยให้ผมยาวตามเวรตามกรรม เพราะสุดท้ายผมจะดูโทรมจนไม่น่ามองค่ะ

6. เช็ดผมให้แห้งด้วย 'ผ้าเช็ดตัว'
image_1018958
- ที่มารูป: www.img.in.th

ใครที่หลังสระผมเสร็จ ต้องรีบเช็ดผมด้วย ' ผ้าเช็ดตัว ' เพราะอยากให้ผมแห้งไว หยุดการกระทำนั้นโดยด่วน สต็อปพลีส! เพราะผ้าเช็ดตัวที่มีลักษณะขนหยาบ เมื่อนำไปถูกับเส้นผมที่เปียกชื้น ซึ่งสภาพกำลังอ่อนแอมากๆ นั้น จะเร่งให้ผมแห้งเสีย เกล็ดผมเสียหายถึงขีดสุด แถมทำให้ผมร่วงด้วย ถ้ารู้สึกว่าตัวเองผมบางลงเรื่อยๆ ล่ะก็ นี่อาจเป็นสาเหตุที่เธอมองข้ามไปก็เป็นได้!

วิธีถนอมผมที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติเท่านั้น! แต่ถ้าวันไหนรีบจริงๆ รอแห้งเองไม่ไหว ก็ขอให้เช็ดด้วยผ้าที่มีขนนุ่มๆ เช่น เสื้อยืดแทน หรือใช้ไดร์ที่ปรับระดับเบาที่สุด เอาแค่พออุ่นๆ ทดสอบด้วยการอังที่อุ้งมือ ถ้าโดนลมไดร์แล้วไม่สะดุ้งถือว่าใช้ได้ และพยายามเป่าแค่ช่วงกลางถึงปลายเส้นผม อย่าเอาไปจ่อที่หนังศีรษะนานๆ นอกจากเสี่ยงรากผมอ่อนแอลงแล้ว หนังศีรษะอาจจะแห้งจนลอกเป็นแผ่นๆ ได้ค่ะ

7. ประโคมผลิตภัณฑ์ต่างๆ กับเส้นผมเยอะเกินไป
image_1018959
- ที่มารูป: www.img.in.th

การบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่ถ้าถึงขั้น ' ประโคม ' ใส่ทั้งครีมบำรุงผม เซรั่ม ออยล์บนเส้นผมมากจนเกินไป จากที่จะได้ผลดีอาจเป็นผลเสียแทน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผมมันเยิ้ม ยิ่งใส่ออยล์มากเกินพิกัด ก็จะยิ่งทำให้ผมร่วงง่าย ลีบลู่ไม่มีน้ำหนัก ดูเสียบุคลิกต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วยค่ะ หรือถ้าใส่ออยล์พอดีๆ แต่ฉีดสเปรย์ล็อคลอนผม มูสจับลอนเกินเบอร์ ผมก็จะแห้งแข็งโป๊ก และสุดท้ายก็แห้งเสียหลุดร่วง จะทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น!

วิธีแก้ไขปัญหานี้ก็ง่ายมาก แค่ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งในรูปแบบจัดแต่งทรงผมและบำรุงผมในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าไม่รู้ว่าเท่าไหนจะพอ ( เพราะสภาพผมแต่ละคนไม่เหมือนกัน ) ก็ลองลงทีละน้อยก่อน ถ้าเริ่มรู้สึกว่ามีน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์ส่วนเกินเยิ้มติดมือออกมา แสดงว่าเริ่มเยอะเกินไปแล้ว ค่อยๆ ปรับไป แล้วจะเจอปริมาณที่พอดีกับเส้นผมของเธอเองค่ะ ^^

8. ไม่สนใจเรื่อง 'การบำรุงผม' มากเท่าที่ควร
image_1020770
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับสาวๆ สายขี้เกียจ หรือสภาพเส้นผมค่อนข้างมันอยู่แล้ว หลายคนเลือกจะข้ามขั้นตอนการบำรุงไปเลย เพราะคิดว่าผมก็มีน้ำมันอยู่แล้วนี่นา ยิ่งไปใส่น้ำมันเพิ่มมันก็ยิ่งหลุดร่วงง่ายน่ะสิ ทั้งที่จริงแล้วไม่ว่าจะมีสภาพเส้นผมมันหรือแห้ง ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ ' บำรุงผมอย่างล้ำลึก ' เคลือบ เพิ่มเคราตินในเส้นผม เพื่อให้เกล็ดผมแข็งแรงในระยะยาวค่ะ ( อันที่จริงการมีผมมัน คือการที่หนังศีรษะผลิตไขมัน หรือซีบัมออกมามากขึ้น เมื่อไปอุดตันรากผม ก็ทำให้ผมร่วงได้ ไม่ได้ทำให้ผมสุขภาพดีเหมือนใส่ออยล์เด้อ ดังนั้นวิธีแก้ที่ถูก คือทำความสะอาดหนังศีรษะให้ดี ควบคู่กับการบำรุงค่ะ )

หากผมแห้งมากๆ อาจจะต้องทำทุก 2 สัปดาห์ แต่ถ้าผมปกติหรือค่อนข้างมัน ทำแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ การบำรุงในที่นี้ก็หมายถึงการใช้ครีมนวดผม เซรั่ม มาส์กหมักผม ใส่เซรั่มหลังสระผม เน้นว่าต้องทำอย่างต่อเนื่อง รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่คุ้มเกินคาด ผมสวยนุ่มมีวอลลุ่มแบบไม่ต้องเข้าซาลอนเลยทีเดียว ขอแค่มีวินัยขยันดูแลผมเท่านั้นเอง ╰(*´︶`*)╯♡


---------------------------
อยากมีผมนุ่มเป็นมันเงา ชุ่มชื้นสุขภาพดีเหมือนนางแบบแชมพู ทำทรงผมอะไรก็สวยเริ่ด เธอก็ต้องหมั่นดูแล บำรุงเส้นผมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเคยทำสีหรือไม่ก็ตาม อย่าคิดว่าสภาพผมปกติแล้วจะใช้ความร้อนกับเส้นผมยังไงก็ได้ หวี กระชากแรงๆ ยังไงผมก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะถึงแม้เกล็ดผมจะไม่เคยโดนสารเคมี แต่ถ้าเราทำร้ายผมซะเอง สุดท้ายเกล็ดผมนั้นก็จะถูกทำลาย เป็นผมเสียได้ง่ายๆ เช่นกัน ในเมื่อเธอสามารถฟื้นฟูสภาพผมได้ง่ายกว่าสาวๆ ที่กัดสี ทำลอนหรือยืดผมตรงแล้ว ก็ทะนุถนอมเส้นผมไว้ดีๆ จะได้มีผมสวยเป๊ะไว้สนุกกับการทำทรงผมสวยๆ เสริมบุคลิก ถ่ายรูปลุคสวยในโซเชียลได้นานๆ ค่ะ วันนี้ก็ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าน้า บ๊ายบายย ♡(。- ω -)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @