#อย่าใจร้ายกับตัวเองมากไป! 7 สิ่งควรจำไว้ หากเธอ 'เผลอทำพลาด' พัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น

#อย่าใจร้ายกับตัวเองมากไป! 7 สิ่งควรจำไว้ หากเธอ 'เผลอทำพลาด' พัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น

เพราะเราเป็นมนุษย์ เราจึงผิดพลาด อย่าให้การทำผิดเล็กๆ น้อยๆ เป็นมีดเป็นหนามทิ่มแทงเธอไปทั้งชีวิตเลยนะ

31 December 2020
Mollacake
31 December 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1023579
- ที่มารูป: i.pinimg.com


สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe ที่น่ารักทุกคน (ღ˘⌣˘ღ)

ไม่มีใครอยากทำผิดพลาดหรอก ทุกคนก็อยากมีเส้นทางชีวิตที่สวยงามเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งนั้น ยิ่งสาวๆ คนไหนที่มีนิสัยแบบ perfectionist ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ทำให้เธอต้องตัดสินใจพลาดโดยไม่ตั้งใจ ก็ทำให้เกิดอาการ ' โกรธตัวเอง ' โทษตัวเองซ้ำไปมาว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น ทำแบบนั้น บางคนตกอยู่ในวังวนนี้หลายปี สุขภาพจิตก็แย่ลงเรื่อยๆ แต่ก็หยุดคิดถึงเรื่องเดิมไม่ได้ //ถูกขังในคุกที่สร้างไว้ขังตัวเองแท้ๆ...

การโทษตัวเองหรือคนอื่นน่ะมันง่าย แต่การยอมรับความจริงแล้วมูฟออนต่อน่ะมันยาก ถามว่าการโทษตัวเองเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาไหม ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ไหม คำตอบก็คือ ' ไม่ ' อยู่ดี แล้วจะคิดให้มันได้อะไรขึ้นมา?? หากเธอกำลังทนทรมานอยู่กับความผิดครั้งก่อนที่ได้ทำไป หรือกลัวว่าในอนาคตจะทำผิดพลาด เราขอให้เธอได้อ่าน ' 7 สิ่งควรจำไว้ หากเธอเผลอสะดุดก้อนหินล้มในทางเดินชีวิต ' หากนำสิ่งเหล่านี้ไปพัฒนาตัวเอง เราเชื่อว่าเธอจะกลายเป็นคนใหม่ที่ใจดีกับตัวเองมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ (o˘◡˘o)

1. เธออาจไม่รู้ว่าทำไม แต่ที่แน่ๆ มันพลาดไปแล้ว ยอมรับให้ได้!
image_1019107
- ที่มารูป: www.img.in.th

ขั้นตอนแรกในการแก้ไขปัญหา คือเราต้องเริ่มที่สถานการณ์ปัจจุบันก่อน! เธออาจไม่รู้ว่าด้วยอะไรดลใจ เกิดอะไรที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนั้น แต่ผลลัพธ์ที่เห็นตอนนี้คือความผิดพลาดได้เกิดขึ้นแล้ว มันจะไม่ย้อนกลับไปเป็นแบบเดิมอีกแล้ว แม้จะฟังดูง่ายแต่ทำยากพอสมควรก็คือ ' ทำใจยอมรับให้ได้ ' เพื่อเข้าใจและรับมือสิ่งที่จะตามมาในอนาคต และเป็นบทเรียนกับตัวเองว่าจะไม่ทำซ้ำในเรื่องเดิมอีกค่ะ

หากพยายามหนีปัญหา ไม่ยอมรับความจริงว่าเธอเป็นต้นเหตุ ลดอีโก้ในตัวเองไม่ได้ จมไม่ลง ( คน perfectionist มักจะเจอปัญหานี้ เพราะคิดว่าทำเต็มที่แล้ว ฉันไม่ได้ทำเรื่องบกพร่องสักหน่อยนี่นา... ) เรื่องราวก็จะหลอกหลอนในใจเธอไปเรื่อยๆ วนเวียนหลงทางในความเศร้าและความว่างเปล่า การยอมรับตัวเอง ก็เหมือนไฟแช็กที่ใช้จุดเทียนไข เพื่อหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิด ถ้าไม่เริ่มจากจุดไฟ เธอก็ไม่มีวันมูฟออนออกจากสิ่งนั้นได้ตลอดกาล พวกเราทุกคนคือมนุษย์ และมนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งแล้ว

2. เธอ 'ทำดีที่สุดแล้ว' เพราะถ้าไม่ทำ มันอาจแย่กว่านี้ก็ได้
image_1019112
- ที่มารูป: www.img.in.th

แม้ในโลกนี้ไม่สามารถกำหนดทุกสิ่งด้วยตัวเองได้ 100% ยังมีปัจจัยที่ต้องพึ่งดวงชะตา หรือการอนุมัติจากคนอื่นๆ อีกหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือแม้แต่ไขว่คว้าหาความรัก แม้เราจะรักเขาหมดใจ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่รักตอบ การพยายามนั้นก็ไร้ผล แต่ไม่ว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบไหน อย่างน้อยเธอก็ได้ทำดีที่สุด เท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว 

การตัดสินใจในชีวิตเรา ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนการเล่นเกม simulation ที่มีหลายตัวเลือก แต่ละช้อยส์ก็จะให้ผลลัพธ์ต่างกันออกไป มันอาจจะดีหรือร้ายเราไม่รู้ แต่ช้อยส์ที่เธอเลือก ก็เป็นสิ่งที่ประมวลผลจากความรู้ ประสบการณ์ในตอนนั้นอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจทั้งนั้น ลองคิดกลับกันว่า ถ้าเธอตัดสินใจในอีกรูปแบบ เหตุการณ์อาจจะแย่ลงไปกว่านี้อีกก็ได้ อันนี้ไม่ใช่การบอกให้หลงตัวเองนะ แต่เป็นการมองโลกในหลายมุม และเลิกโทษตัวเองซ้ำซากเสียที

3. สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างไม่ว่าดีหรือร้ายก็จะผ่านไป เหลือแค่ความทรงจำ
image_1019135
- ที่มารูป: www.img.in.th

เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตเรา หากมองในเชิงปรัชญาก็แค่เรื่องราวต่างๆ ที่มาปะติดปะต่อกันของคนคนหนึ่ง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเหมือนสายน้ำที่ไหลไปตามแม่น้ำลำธาร ไม่ได้มีความสำคัญ ไม่ได้มีผลกระทบอะไรในมุมกว้างขนาดนั้น มนุษย์มักจะมองเรื่องของตัวเองใหญ่เท่าขุนเขาเสมอ ทั้งที่ในสเกลของสังคมใหญ่ ของธรรมชาติ เธอก็เป็นแค่เม็ดทรายเม็ดหนึ่งในท้องทะเลเท่านั้นเอง 

สุดท้ายเรื่องที่เข้ามาไม่ว่าจะดีหรือแย่ เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ทุกอย่างก็จะค่อยๆ เลือนหายไปเหลือแค่ความทรงจำ อย่างที่มีคนบอกว่า เหตุการณ์เลวร้ายจะเหมือนมีดที่บาดเนื้อเป็นแผล แต่นานวันก็จะค่อยๆ จางจนถ้าไม่ไปสะกิดก็ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป ( แต่แน่นอนว่าก็ยังเหลือแผลเป็นอยู่ ) ดังนั้นถ้าแผลยังสดใหม่ จะระบายอารมณ์ เศร้า กรีดร้องก็เรื่องปกติ เพราะ ' เวลาจะช่วยเยียวยา ' วันหนึ่งเธออาจหันหลังกลับมามองแล้วหัวเราะตัวเองว่า " ฉันจะฟูมฟายอะไรขนาดนั้น " ก็เป็นได้

4. บางครั้ง เรื่องแย่ๆ ก็เหนือการควบคุม อย่าโทษตัวเองจนเกินไป
image_1019143
- ที่มารูป: www.img.in.th

สิ่งสำคัญถ้าอยากจะมูฟออนจากเรื่องแย่ๆ ให้เร็วที่สุดคือ ' อย่าโทษตัวเอง ' ในโลกใบนี้ จักรวาลใบนี้เราก็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่ยังขับเคลื่อนไปด้วยปัจจัยต่างๆ ที่นอกเหนือการควบคุม เราไม่ได้มี free will หรือทางเลือกอย่างเสรีจริงๆ หรอก เพราะการเลือกของเราก็มักอยู่ในกรอบที่ต้องแบกรับอีกที เช่น ฐานะทางบ้าน ลักษณะนิสัยส่วนตัว หน้าตาทางสังคม อีกที เพราะฉะนั้นถ้าตัดสินใจดีแล้ว แต่เรื่องไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ก็แค่ยักไหล่ so what? แล้วเดินหน้าต่อให้เร็วที่สุดก็พอ

เราควบคุมสิ่งแย่ๆ ที่จะเข้ามาหาในชีวิตไม่ได้ทั้งหมดก็จริง แต่เราควบคุมความรู้สึกและหาทางออกรับมือปัญหาที่จะมาถึงได้ อย่าโทษตัวเองหรือคนอื่น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น เมื่อเรื่องพลาดขึ้นแล้ว แทนที่จะคิดว่า " ทำไมๆๆๆ " เปลี่ยนเป็นคิดว่า " เอาล่ะ มันเกิดขึ้นแล้ว ฉันจะทำยังไงต่อไม่ให้เรื่องมันพังไปมากกว่านี้ดี " จะเป็นสิ่งที่ฉลาดกว่านะคะ


5. ทุกคนต่างก็เคยผิดพลาด มีอดีตกันมาทั้งนั้น มันคือสัจธรรม!
image_1019144
- ที่มารูป: www.img.in.th

ทุกคนต่างมีอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้ายกันทั้งนั้น ถ้าจะหาคนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องที่ไม่เคยทำเรื่องแย่เลย อาจจะต้องไปหาเด็กทารกหรือคนบวชเรียนตั้งแต่เด็ก มนุษย์ทั่วไป กว่าอายุจะมาถึงจุดนี้ เรียนระดับมหาลัย ทำงานทำการ ก็ต้องเคยเจอประสบการณ์ที่พลาดพลั้ง เผลอทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ตัวเองตกอยู่ในที่นั่งลำบาก บางคนมีน้อย บางคนก็ผ่านมาเยอะ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นบทเรียนให้คนเหล่านั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตกตะกอนความคิดได้มากขึ้น

มนุษย์ที่มีกายเนื้อ มีสมอง มีความนึกคิดและความรู้สึก ไม่ใช่หุ่นยนต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ย่อมไม่เพอร์เฟกต์ 100% มีเรื่องให้ทำให้ชีวิตไขว้เขวไปบ้าง อย่าโบยตี ลงโทษตัวเองมากเกินไป อย่าคิดว่าตัวเองต้องทรมานจากเรื่องนี้อยู่คนเดียว คนเป็นล้านในโลกภายนอกก็เจอปัญหานี้เป็นเพื่อนอยู่ บางคนอาจเจอร้ายแรงกว่าเธอหลายเท่าด้วยซ้ำ ถ้าคนเยอะขนาดนั้นเจอได้ เธอก็ต้องผ่านมันไปให้ได้!

6. ความผิดพลาด จะทำให้เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีขึ้น
image_1019145
- ที่มารูป: img.168upload.com

ช่วงเป็นเด็กและวัยรุ่น เรามักรู้สึกว่าทุกสิ่งคือเรื่องใหญ่เท่าฟ้า เจออะไรที่กระทบใจแค่นิดหน่อยก็มีการตอบสนองอย่างรุนแรง เป็นวัยที่ไม่ว่าใครก็มักจะเปราะบางและแตกสลายได้ง่ายเหลือเกิน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเราเพิ่งเกิดมาบนโลกใบนี้ไม่กี่ปี ทั้งวุฒิภาวะทางอารมณ์ การรับมือกับอุปสรรคยังน้อย หากไม่ได้อยู่ในสังคมที่แย่จริงๆ วัยเด็กมักเป็นวัยที่มีความสุขที่สุดแล้ว ไม่ค่อยมีเรื่องให้ต้องทุกข์ใจหนักหนาสักเท่าไหร่

แต่เมื่อเข้าสู่วัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ หรือวัยผู้ใหญ่ที่ต้องเจอปัญหาแบบฟ้าผ่า ถ้าเจอจุดเปลี่ยนชีวิตผิดพลาด ก็อาจเคว้ง หลุดไปได้ง่ายๆ เลยเหมือนกัน แต่ถ้าผ่านไปได้ นั่นจะเป็นประสบการณ์ชิ้นยอดที่ทำให้เธอโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว ดังที่มีประโยคหนึ่งบอกไว้ว่า " เราไม่ได้โตจากร่างกาย แต่เราโตจากบาดแผลและประสบการณ์ "  

7. ไม่ได้อยู่ที่ล้มแรงแค่ไหน แต่อยู่ที่ 'ลุกได้เร็วแค่ไหน' ต่างหาก
image_1019146
- ที่มารูป: img.168upload.com

เมื่อเราเจออุปสรรคหรือปัญหาใดๆ ก็ตามในชีวิต สำหรับบางคนอาจไม่ใช่แค่โดนขัดขาให้ล้ม แต่เหมือนพายุเฮอริเคนเข้าถล่ม ทำลายทุกสิ่งอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง ทั้งเงินทอง บ้านที่มี สถานะทางสังคม หน้าที่การงาน แฟนที่คบกันมา พังทั้งหมด เหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า ถ้าเป็นการหกล้มก็คือล้มจนฟันหัก หน้าครูดไปกับพื้นเลยทีเดียว แน่นอนว่าในช่วงแรกๆ เธอจะเจ็บหนักจนแทบลุกไม่ขึ้น อาจใช้เวลาปรับสภาพและทำใจยอมรับเป็นปีๆ แต่สุดท้ายคนในสังคมไม่ได้มองว่าเธอล้มแรงแค่ไหน แต่มองว่าเธอจะแก้สถานการณ์ ลุกขึ้นยืนได้เร็วแค่ไหนมากกว่าค่ะ 

ถ้าพูดกันตรงๆ คือสังคมในชีวิตจริง ทุกคนก็ยุ่งอยู่กับเรื่องตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีใครมีเวลามานั่งสงสารเห็นใจเรานักหรอก แต่จะเริ่มมาชายตามองเมื่อเรากลับมาตั้งตัวได้ มีที่ยืนในสังคมได้อีกครั้ง เพื่อจะชื่นชมหรือหาผลประโยชน์ก็ตามแต่ ดังนั้น ไม่ว่าจะแค่อยากมีหน้าตาโดดเด่นในสังคมอีกครั้ง หรือแค่จะเอาชีวิตตัวเองให้รอด ก็ควรจะล้มแล้วรีบลุก แทนที่จะเอาเวลาไปเพ้อคร่ำครวญ เอาเวลาไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วจะดีกว่า

image_1023580
- ที่มารูป: data.whicdn.com


--------------------------------
เมื่อความผิดพลาดนั้นยังสดใหม่ แม้เรื่องเล็กๆ ก็ดูเป็นเรื่องใหญ่โตมากในความรู้สึก ต้องหาคนรับผิดชอบ โทษว่าตัวเองผิดซ้ำไปมา ไม่ให้อภัย ไม่ให้โอกาสตัวเอง จมจจ่อมอยู่กับความรู้สึกเศร้าที่กัดกินหัวใจ ซึ่งการทำผิดนั้น จะมีช่วงเวลาที่เสียใจ เรียนรู้ความผิดพลาดนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงจุดหนึ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไปจนเหลือแค่ความทรงจำจางๆ ก็ต้องเดินหน้าต่อ เพราะสุดท้ายแล้วมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายแค่ไหน ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ที่ผ่านมามันคือบทเรียนที่จบไปแล้ว นับจากนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างชีวิตบทใหม่ให้ตัวเองอย่างไรมากกว่า ใจดีกับตัวเอง รักตัวเองให้มากๆ เพราะสุดท้ายคนคนนี้นี่แหละ ที่จะอยู่กับเราจนถึงวันสุดท้ายค่ะ (◕‿◕)♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
18 January 2021 06:02
Search @