ไม่มีสิทธิ์ไง เป็นได้แค่เพื่อน! 7 สัญญาณบอกสถานะ 'Friendzone' แค่คิดก็อกหัก ตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบ ( ; ω ; )

ไม่มีสิทธิ์ไง เป็นได้แค่เพื่อน! 7 สัญญาณบอกสถานะ 'Friendzone' แค่คิดก็อกหัก ตั้งแต่ยังไม่เริ่มจีบ ( ; ω ; )

วันนี้ไปหาหมอมา หมอบอกว่า "เรื่องร้ายแรงมาก ตั้งใจฟังดีๆ นะครับ คุณเป็นได้แค่เพื่อน" #น้ำตาไหลถึงเท้าแล้วจ้า

19 January 2021
Mollacake
19 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลังอยู่ในโหมด
' เพื่อน..ฉันรักแกว่ะ ' ทุกคน!


คบกับเพื่อนต่างเพศมานาน สนิทกันมากๆ รู้จักและเข้าใจนิสัยของกันและกันดี ไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันตลอด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่วันนึงมองหน้าอีกฝ่ายใจกลับเต้นตึกตัก เขามากอดคอ จับมือแบบไม่คิดอะไรก็หน้าแดงแจ๋ซะงั้น รู้ตัวอีกทีก็มองเพื่อนในฐานะผู้ชายคนนึงไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนกันหรือเปล่า เพราะจากกิริยาท่าทางก็ไม่ได้ดูเกินเลย หรือบางครั้งรู้สึกว่ามีกำแพงบางๆ คั่นอยู่ว่าให้ได้แค่ ' สถานะเพื่อน ' ทำให้ไม่กล้าบอกไปสักที

สถานะแอบรักเพื่อน เป็นอะไรที่ค่อนข้างเจ็บปวด เพราะมันต่างกับการสารภาพรักคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอ เพื่อนคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา ถ้าเรารู้สึกต่างไปจากเดิม ก็ไม่อยากพูดขึ้นมาให้อีกฝ่ายลำบากใจ ถ้าคิดตรงกันก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ก็เสี่ยงจะมองหน้ากันไม่ติดเหมือนเดิมอีก การสังเกตท่าทีของเขาจึงสำคัญมากๆ ในบทความนี้เราจะให้เธอลองสังเกต ' 7 สัญญาณบอกสถานะ Friendzone ' ถ้าเข้าข่ายแม้แต่หนึ่งในเจ็ดข้อนี้ ก็เป็นไปได้สูงมากว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไรกับเธอเกินเพื่อนคนนึงค่ะ

1. เขาทำตัว 'ตามสบายเกินไป' เมื่ออยู่กับเธอ
image_1022617
- ที่มารูป: www.img.in.th

หากเพื่อนหนุ่มที่เธอแอบชอบ ไม่ประหม่า ไม่เขิน ทำตัวชิลล์ๆ จนบางทีถึงขั้นสบายเกินไปเมื่ออยู่กับเธอสองต่อสอง เช่น ทำตัวสกปรกซกมก น้ำไม่อาบ แคะขี้มูก ห้องรกเกลื่อน คุยกันอยู่ดีๆ ก็ยกเท้าขึ้นมาวางพาดบนโต๊ะ เล่นหัว พูดจาก็มึงมาพาโวยเหมือนคุยกับเพื่อนผู้ชายคนนึง อาจจะต้องทำใจแล้วว่าเขาไม่ได้มองในฐานะผู้หญิง แต่มองเป็นเพื่อนผู้ชายอีกคนไปแล้วก็เป็นได้ค่ะ

ผู้ชายโดยปกติ ถ้าเขาเริ่มรู้สึกพิเศษกับเธอแบบอยากได้เป็นแฟน เขาจะมีการ ' เว้นระยะห่าง ' และ ' สุภาพ ' กับเธอขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เริ่มไม่กล้าเข้ามาสัมผัสตัวเธอเหมือนเดิม หรือถ้าจับก็จะไม่จับนาน การใช้คำพูดก็จะสุภาพมากขึ้น พูดจาให้เกียรติเธอมากขึ้น และพยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดีกว่าเดิม เช่น วันไหนเธอไปหาห้องจะดูสะอาดสะอ้าน แต่งตัวดี เซ็ตผมให้ดูเท่ เป็นต้น ถ้าเขาทำตัวสบายๆ เหมือนญาติไปเยี่ยม ก็ทำใจเผื่อไว้ได้เลยว่าน่าจะเข้าสู่โหมด friendzone ไปแล้วเรียบร้อย =_=

2. เขาเล่าเรื่อง 'คนที่แอบชอบ' ให้ฟังบ่อยๆ / นัดเดทที่ไหน รายงานตลอด
image_1022632
- ที่มารูป: www.img.in.th

เขาเห็นเธอเป็นเพื่อนสนิทที่ไว้ใจ และเห็นว่าเป็นผู้หญิง ' เหมือนคนที่เขาแอบชอบ ' จึงมาขอปรึกษาด้วยวิธีต่างๆ บางทีคอลกันจนดึกนี่ไม่ใช่เรื่องของเธอเลยสักนิด แต่เป็นพ่อเจ้าประคุณตัวดีที่มาพร่ำเพ้อว่ารักเธอคนนั้นมากแค่ไหน จะไปจีบยังไงดี วันนี้ชอบคนนั้น อีกวันชอบคนนี้ จะไปกินข้าวกินไอติมกับใคร ก็ส่งข้อความหรือคอลมาบอกตลอด จนบางครั้งก็แอบเจ็บแปล๊บในหัวใจ แต่ถ้าทำน้ำเสียงไม่โอเคก็จะโดนจับพิรุธได้ แง

ที่จริงข้อนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนนะว่าเขามองเธอเป็นแค่เพื่อน เพราะผู้ชายทั่วไปจะไม่บอกคนที่ชอบหรอกว่า " ชอบคนอื่นอยู่ " มันผิด common sense อย่าพยายามหลอกตัวเองว่าเขาแอบยั่วให้เธอหึง เขาแค่ไว้ใจและสนิทกับเธอมากๆ จนเห็นเป็นเพื่อนที่แบ่งปันความลับกันได้ หรือเป็นพี่-น้องสาวในครอบครัวที่คุยได้ทุกเรื่องมากกว่า ใครที่กำลังเจอสถานการณ์นี้ก็ขอให้สู้ๆ เพราะต้องลำบากใจน่าดูที่ต้องให้คำปรึกษาคนที่แอบชอบซะเอง #ทำไมคนนั้นไม่ใช่ฉันกันนะ  ( ; ω ; )

3. ถ้าเธอนัดเขาไปเที่ยวสองต่อสอง เขาจะเสนอให้มี 'คนอื่น' ไปด้วยทุกครั้ง
image_1022633
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าเพื่อนผู้ชายคนนี้รู้สึกพิเศษกับเรา เวลามีโอกาสให้ได้ไปข้างนอกกันสองคน เขาย่อมไม่อยากให้มีคนอื่นหรือ ' ก้างขวางคอ ' ไปด้วยอยู่แล้ว เพราะเขาอยากมีโมเมนต์หวาน โมเมนต์ประทับใจกับเธอ ใช้เวลาดีๆ ให้คุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าทุกครั้งที่เธอชวนเขาออกไปข้างนอก จะต้องมีเพื่อนคนนั้นคนนี้โผล่มาแจมด้วยทุกครั้ง ถ้าไม่ดึงมาตั้งแต่ตอนนัด ก็ไปเจอแบบเซอร์ไพรส์ มาถึงสถานที่นัดก็มีคนอื่นรออยู่ด้วยทุกครั้ง แม้บางทีจะเป็นเพื่อนในแก๊งกันเองก็เถอะ ก็แอบอารมณ์เสียไม่ได้อยู่ดี -___-

ข้อนี้เป็นไปได้สองแบบ คือข้อแรกเขาไม่ได้คิดอะไรเลย ย้ำว่าเลย! อาจจะเป็นคนเฟรนด์ลี่ติดเพื่อน จะนัดออกมาเที่ยวทั้งทีก็มากันหลายๆ คนสิ สนุกดี หรือข้อสองคือเขารู้แล้วแหละว่าเธอคิดมากกว่าเพื่อน จึงแสดงออกอ้อมๆ ให้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้คิดตรงกัน ไม่ว่าจะแบบไหนก็แปลว่าเขาขีดเส้นกำแพง friendzone ไว้แล้วอย่างชัดเจน ถ้าจะสารภาพรักออกไปก็ต้องเผื่อใจไว้เยอะๆ เด้อ

4. เขาพยายาม 'จับคู่เธอ' กับผู้ชายคนอื่น
image_1022634
- ที่มารูป: www.img.in.th

ทุกครั้งที่คุยกัน เพื่อนคนนี้จะพยายามหาเรื่องจับคู่ให้เธอตลอด พี่xxคณะนี้ดีไหม หล่อ สเปคแกนี่นา, น้องxx คณะนู้นก็ดูชอบๆ แกอยู่นะ ทำหน้าที่พ่อสื่อเก่ง! ถ้าเธอกับผู้ชายเหล่านั้นมีโมเมนต์ที่เดินใกล้กันหรือทำงานร่วมกัน ก็จะชอบมาแหย่ๆ พูดชงตบมุกว่าเธอกับคนนั้นเหมาะเป็นแฟนกันนะเนี่ย คู่รักคู่นั้นเดินมาแล้ว จะโสดอยู่ทำไมถ้าเขาดีกับแกขนาดนี้ etc. จนบางทีก็แอบรำคาญ ก็คนที่เธอชอบไม่ใช่คนเหล่านั้นสักหน่อย แต่เป็นเขาต่างหากล่ะ!!

พฤติกรรมนี้ก็แปลได้สองอย่างเหมือนกัน คือเขาห่วงและหวังดีกับเธอ อยากให้เธอได้เจอกับคนรักที่ดี หรืออาจจะแค่เห็นเป็นเพื่อนทั่วไปที่ล้อสนุกปากก็ตาม หรือข้อสอง คือเขารู้ตัวแล้วล่ะว่าเธอชอบ แต่ไม่ได้คิดตรงกันจึงพยายามให้เธอไปคู่กับคนอื่นแทน ( แบบออกนอกหน้าสุดๆ ) และใช่ค่ะ ไม่มีข้อไหนที่บอกว่าเขาชอบเธอมากกว่าเพื่อน ทำใจไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่านะ #ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

5. เขาเฉยชา/เคยชินเวลาเธอ 'สัมผัส' เช่น จับไหล่ จับแขน กอด
image_1022635
- ที่มารูป: www.img.in.th

ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานาน หรือเพราะไม่คิดอะไรเลยก็ตาม ไม่ว่าเธอจะลองจับมือ กอด โอบไหล่ หรือแม้หอมแก้มแบบแกล้งเล่น เขาก็ทำหน้า dead หน้าตายเฉยชามากๆ ก็ไม่ได้ปัดมือออกไปหรอกนะ แต่ก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรเช่นกัน สำหรับสาวๆ บางคนจึงขอมโนคิดไปเองว่าเขาอาจมีใจ แต่ที่จริงเขาแค่ " เกรงใจเพื่อน " มากกว่า ทั้งที่จริงในใจก็ไม่ได้มองไกลไปกว่าเพื่อนคนนึงอยู่ดี

ถ้าผู้ชายชอบใครสักคน มันจะเหมือนมี ' ไฟฟ้าสถิตรุนแรง ' ระหว่างกัน เขาจะพยายามไม่ไปแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงคนนั้น หรือถ้าเผลอ, มีเหตุบังคับให้ต้องสัมผัสตัวกัน ก็จะหน้าแดง หูแดง หน้าตาเขินอาย คือบอกได้ชัดเจนเลยว่าต้องมีซัมติงแน่นอน ผู้ชายเป็นเพศที่ไม่มีอะไรซับซ้อน รู้สึกยังไงก็ดูออกจากสีหน้านี่ล่ะ ดังนั้นถ้าเธอทดสอบแล้วเขาก็ยังหน้าตาย ตัวไม่สั่น หน้าไม่แดง ก็ตามนั้นล่ะค่ะ welcome to friendzone #ยิ้มอ่อน

6. เป็นที่พักพิงใจให้เขาเวลา 'มีเรื่องเดือดร้อน' เท่านั้น
image_1022636
- ที่มารูป: www.img.in.th

เป็นความจริงที่โหดร้ายนิดๆ แต่สถานะเพื่อนกับแฟนจะต่างกันอยู่อย่างหนึ่ง คือเรามองว่า " เพื่อน " ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้เพื่อนจะเป็นทุกข์หรือตกที่นั่งลำบาก ก็จะไม่รู้สึกกระวนกระวาย ร้อนใจ ทุ่มสุดตัวเพื่อเพื่อนขนาดนั้น ( อาจจะมีบางแก๊งที่รักกันมากจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกแก๊งน่ะนะ ) แต่ถ้า " ตัวเราเอง " มีปัญหาบ้างล่ะก็ ทักหรือคอลไปหาเพื่อนเพื่อระบายให้ฟังทันที นัดออกมาคุยปรึกษา ให้กำลังใจกัน แต่พอปัญหาคลี่คลายแล้วเราก็ไปใช้ชีวิตต่อ เพื่อนก็จะถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ไว้เรียกใช้อีกทีตอนมีปัญหาครั้งใหม่ แม้จะดูเห็นแก่ตัว แต่คนส่วนใหญ่ก็มักเป็นแบบนั้นแหละ

คราวนี้ถ้าเพื่อนผู้ชายที่เธอแอบรัก มีพฤติกรรมประมาณนี้เด๊ะๆ คือเวลากลุ้มใจเรื่องทางบ้าน การเรียน การเงิน ชีวิตส่วนตัว ก็มาเล่าให้เธอฟังจนแทบจะรู้ทุกอย่างในชีวิตเขาแล้ว แต่พอให้คำปรึกษา เขาเอาคำแนะนำไปใช้จนตัวเองมีความสุข ไปฉลองกับคนอื่น ก็เป็นไปได้ว่าเขามองเธอเป็นเพื่อน เป็น safe zone แต่ไม่ได้มองในแง่คนรักค่ะ #ซับน้ำตาแปป

7. มีของขวัญให้ในเทศกาล แต่ก็เป็นแค่ 'ของธรรมดาๆ' ไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น
image_1022637
- ที่มารูป: www.img.in.th

อารมณ์คนแอบรักอะเนอะ พออีกฝ่ายให้ ' ของขวัญ ' ในวันพิเศษตามเทศกาล ก็อดแอบคิดไม่ได้ว่าเขามีใจให้เราหรือเปล่านะ ใส่กล่องผูกโบว์มาอย่างดีเชียว แต่พอเปิดออกมา สุดท้ายเป็นพวงกุญแจ ผ้าเช็ดตัวหรือคุกกี้ทั่วไปที่มีขายในซูเปอร์ สักพักก็มารู้ว่าเขาก็ให้ของขวัญแบบนี้กับเพื่อนหรือคนรู้จักอื่นๆ เหมือนกันเปี๊ยบ ถ้าแบบนี้ก็ตัดจบได้เลยว่าเขาไม่น่าจะคิดเกินเพื่อนกับเธอ

ปกติในเทศกาลอย่างวาเลนไทน์ คริสต์มาส ปีใหม่ หรือแม้แต่วันเกิดของเธอเอง ถ้าอีกฝ่ายรู้สึกดีกับเธอเป็นพิเศษ เขาจะพยายามหาของขวัญที่ไม่ซ้ำใคร มีราคาสูงกว่าของขวัญทั่วไปที่ให้คนอื่น ( อาจจะสูงกว่าไม่มาก แต่เห็นแล้วก็รู้ว่าตั้งใจเลือกมา ) แต่ถ้าเธอได้รับของที่แทบจะแกะแบบยกโหลมาให้ ต่างกันแค่สีหรือลาย อาจจะฟังดูแรงนิดนึง แต่แปลว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าเธอควรได้รับมากกว่านั้น ก็คือไม่ได้รู้สึกพิเศษกว่าคนทั่วไปที่เขารู้จักค่ะ #ร้องไห้น้ำตาไหลถึงเท้าแล้วววว


-------------------------------------------
สัญญาณทั้งหมดนี้ค่อนข้างชัดเจนว่า คนที่เธอแอบรักอยู่ไม่น่าจะมองเธอในฐานะผู้หญิง อาจจะเห็นเป็นเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวไปแล้วมากกว่า แม้จะมีผู้ชายบางคนที่อาจจะซื่อๆ ( จนถึงขั้นบื้อ ) ที่ทำตัวเหมือนเดิมตลอดแต่ที่จริงก็แอบรักเธออยู่เช่นกันก็เถอะ ถ้าเขาชอบเธอจริงๆ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอรู้สึกได้เอง แบบไม่ต้องมาว้าวุ่นใจ หาอ่านบทความในอินเตอร์เน็ตแบบนี้หรอก สรุปสั้นๆ คือถ้าคนใกล้ตัวของเธอมีพฤติกรรมแบบนี้ ก็ให้เตรียมใจไว้ว่าหากสารภาพออกไป ก็มีแนวโน้มสูงที่รักครั้งนี้จะไม่สมหวังค่ะ (╥ω╥)

แต่ทั้งนี้เราจะไม่ห้ามว่าเธอควรบอกความในใจหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจชั่งข้อดีข้อเสียเอาเอง สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผลกระทบก็ตกอยู่ที่เธอเต็มๆ หากคิดว่ามันอึดอัดทนไม่ไหว บอกออกไปก็อาจจะดีกว่า แต่ถ้าไม่อยากให้มิตรภาพแตกหัก บางทีเก็บไว้ก็อาจจะเซฟความรู้สึกทั้งสองฝ่ายมากกว่าก็ได้ ยังไงอ่านจบก็ลองเอากลับไปคิดดูน้า เป็นกำลังใจให้ซิสทุกคนค่ะ ☆o(><;)○ 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @