#รักแค่ไหนก็ต้องมีลิมิต! 7 สิ่งสำคัญห้าม 'เสียสละ' ในความสัมพันธ์ หยุดทุ่มเทให้ ก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย

#รักแค่ไหนก็ต้องมีลิมิต! 7 สิ่งสำคัญห้าม 'เสียสละ' ในความสัมพันธ์ หยุดทุ่มเทให้ ก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย

จะเป็นแม่บุญทุ่ม คนคลั่งรัก สายเปย์แค่ไหน ก็อย่าให้ถึงขั้นนี้เป็นอันขาด ก่อนจะหมดตัวไม่เหลืออะไรเลย รวมถึงแฟนคนนั้นที่เธอรักนักรักหนาด้วย!!

19 January 2021
Mollacake
19 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลัง ' รักหมดหัวใจ ' ทั้งหลาย ╰(*´︶`*)╯♡

เดี๋ยวนี้จะมีเทรนด์ที่เราเรียกกันเล่นๆ ว่า ' ผู้หญิงคลั่งรัก ' ที่นิยามคือพร้อมจะเปย์หรือทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้แฟน ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเงิน แต่หมายถึงทุกอย่างจริงๆ ยอมเปลี่ยนตัวเองให้เขาพอใจ ยอมสละความสุขส่วนตัว งานที่ชอบ ความฝัน ความหวังเพื่อเลี่ยงการทะเลาะกับอีกฝ่าย ให้ความรักดำเนินไปอย่างราบรื่นมากที่สุด ซึ่งช่วงแรกก็อาจสุขสันต์หวานจ๋อยกันดีอยู่หรอก แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลักเดือน หลักปี เธอกลับรู้สึกเหี่ยวเฉา ซึมเศร้าจะกิน หมดความภูมิใจในตัวเองมากขึ้นไปเรื่อยๆ จะถอยหลังกลับมาตั้งหลักก็มาไกลเกินกว่าจะแก้เสียแล้ว #คลั่งจนรักวนกลับมาฆ่าตัวเอง ก็มีให้เห็นอยู่หลายคู่เลยล่ะค่ะซิส

การมีความรัก ควรทำให้เธอได้เป็น ' ตัวของตัวเองที่ดีขึ้น ' หรือ best version of yourself ได้เติมเต็มชีวิต ไม่ใช่ต้องอยู่ใต้เงาอิทธิพลของอะไรสักอย่าง ฉุดรั้งเธอจากแสงสว่างบนพื้นดินลงไปสู่ใต้หลุมมืดสนิทที่มองไม่เห็นปลายทาง หากความรักปัจจุบันหรืออนาคตที่ใกล้จะมาถึงของเธอ แฟนบังคับให้เธอต้องเลือกใน ' 7 สิ่งสำคัญที่ไม่ควรเสียสละในความสัมพันธ์ ' ก็ควรคิดกลับมาทบทวนตัวเอง และหยุดทุ่มเทให้ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลยทั้งตัวและหัวใจ ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง #เตือนแล้วนะ!

1. ความรักตัวเอง (self-love)
image_1023735
- ที่มารูป: www.img.in.th

self-love หากให้อธิบายสั้นๆ ก็คือ ' ความรักตัวเอง ' หลายคนมอบความรักให้กับผู้คนอย่างมากมาย ได้รับฉายาว่าเป็นนักบุญ เป็นแม่พระ แต่ลืมหันกลับมารักตัวเอง ทั้งด้อยค่า เมินเฉย ใจร้ายและไม่ให้อภัยตัวเอง จนสุดท้ายแม้มีคนรักเต็มไปหมด มีแฟนที่รักเธอจนหมดหัวใจ เธอกลับรู้สึกว่างเปล่า ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เพราะใช้ชีวิตในการตามใจคนอื่นไปจนหมดสิ้นแล้ว

ความรักที่ดี คือการเอาใจใส่ เทคแคร์ต่อความต้องการ ความรู้สึกอีกฝ่ายในระดับที่ ' ไม่ทำร้ายตัวเราเอง ' ก็จริงที่ว่ารักจะไปรอด ก็ต้องมีฝ่ายที่เสียสละมากหน่อยเพื่อให้พบกันครึ่งทางได้ แต่ถ้าเสียสละจนให้ความสำคัญตัวเองเป็นอันดับท้ายๆ ก็ไม่ไหว มันไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่คนเราต้องรักตัวเองให้เป็นก่อนถึงจะไปรักคนอื่น ไม่อย่างนั้นสุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเจ็บปวดอยู่ดี เรามารักเพื่อดูแลกันและกัน ไม่ได้รักเพื่อไปเป็นทาสปรนนิบัติใครค่ะซิส

2. ความเคารพในตัวเอง
image_1023756
- ที่มารูป: www.img.in.th

นอกจากความรักตัวเองแล้ว อีกสิ่งที่ห้าม ย้ำว่าห้ามสูญหายไปในการคบกับคนรักคือ ' การให้เกียรติและเคารพตัวเอง ' หรือถ้าพูดง่ายๆ ให้เข้าใจคือห้ามสูญเสียจุดยืนของตัวเองเด็ดขาด ตอนที่ยังเป็นโสด แน่นอนว่าเธอต้องมีจุดที่ขีดเส้นให้ตัวเองว่าถ้ามีแฟน ตรงนี้รับได้ ตรงนี้รับไม่ได้ แต่พอมีแฟนจริงๆ เขากลับไม่เคารพเธอเลย เช่น เธอไม่ชอบคนมาสาย ไม่ชอบคนโกหก ไม่ชอบคนนอกใจ ไม่ชอบคนหยาบคายลามปามไปถึงครอบครัวของเธอ แต่แฟนเหมาหมดทุกอย่างเลยจ่ะ สุดท้ายไม่กล้าทะเลาะเพราะกลัวจะต้องเลิกรา นี่แหละ เสียเกียรติตัวเองไปแล้วเรียบร้อย

ถ้าเรามีจุดยืนและวางตัวได้ดีตั้งแต่ก่อนคบ ระหว่างคบเราก็จะมีสิทธิ์ที่จะรักษาจุดยืนของเธอได้ แต่ถ้าเธอดันไปยอมเขาตั้งแต่แรก คบไปแล้วก็ยิ่งคุยกันยาก เพราะเหมือนเธอยอมรับเงื่อนไขที่เขาจะ ' ล่วงเกินเธอ ' ตั้งแต่ต้น อย่าปล่อยให้โดนหยามเกียรติทั้งทางร่างกาย วาจา อารมณ์ การเงิน และสุขภาพจิต ไม่อย่างนั้นเข้าทาง toxic relationship อยู่กันไปก็ไม่มีความสุขแน่นอน

3. เวลาส่วนตัว
image_1023769
- ที่มารูป: www.img.in.th

จะมีชีวิตที่ดี มีความสุข เป็นระเบียบและจัดการเรื่องสำคัญต่างๆ เป็นขั้นตอนได้ การ ' ให้เวลากับตัวเอง นั้นสำคัญมาก ไม่ว่าเธอจะเป็นคนบุคลิกประเภท introvert หรือ extrovert ก็ตามแต่ มนุษย์ทุกคนย่อมต้องการช่วงเวลาเล็กๆ ที่ได้พักผ่อน รีชาร์จตัวเอง ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา หลายคนตัดสินใจเรื่องยุ่งยากต่างๆ ได้เพราะการปลีกวิเวกนี่แหละ และสิ่งนี้ไม่ควรหายไป แม้ว่าเธอจะอยู่ในสถานะ in a relationship แล้วก็ตาม 

จะโสดหรือมีแฟน ทุกคนต้องมีเวลาส่วนตัว มีสเปซ ไพรเวซี่ที่ได้ทำอะไรเงียบๆ สงบๆ เยียวยาฟื้นฟูตัวเอง แก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องตัวผูกติดกับอีกฝ่ายตลอดเวลา อย่าเชื่อคำสอนที่ว่าพอมีแฟนแล้วจะไม่มีคำว่าส่วนตัว 100% ในชีวิตต้องขึ้นอยู่กับอีกฝ่าย ทักไลน์ โทรมาทุก 5 นาทีต้องพร้อมรับสาย ต้องตอบ หายไปแป๊บเดียวโทรมาจิกด่าเป็นสิบๆ สาย ขอถามคำเดียว นั่นมีแฟนหรือเป็นนักโทษในคุกเอ่ย??


4. ตัวตน นิสัย บุคลิกจริงๆ ที่เธอเป็น
image_1023779
- ที่มารูป: www.img.in.th

เชื่อว่าหลายคู่เป็นแบบนี้ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะกลายเป็น ' คนอื่น ' หรอก แต่ด้วยความคลั่งรัก อยากให้เขารักตอบซะเหลือเกิน ก็ค่อยๆ เปลี่ยนสไตล์ตัวเองไปทีละน้อย ทั้งบุคลิก นิสัย การแต่งตัว การแต่งหน้า หนักเข้าก็ลามไปถึงการพูดจา รสนิยม ความคิด ทุกอย่างเป็นไปในทางเดียวกันกับแฟนทั้งหมด เพราะเขาไม่ชอบให้ขัดใจ ไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะก็เลยสวมวิญญาณสาวในฝันของแฟนไว้ในร่างให้จบๆ ไป  

จุดจบของเรื่องนี้มีสองอย่าง คือหนึ่ง อึดอัดใจจนทนไม่ไหว วันนึงระเบิดลงตูม! จนสุดท้ายก็ทางใครทางมัน หรือสอง ตัวตนนั้นครอบงำเธอจนมิดปิดสนิท จนเธอจำไม่ได้อีกแล้วว่าตัวเองเคยเป็นใคร หรือสูญเสีย identity ของเธอไปนั่นเอง เธอกลายเป็นแค่ตุ๊กตาที่แฟนจะปรับแต่ง ใส่ฟังก์ชั่นยังไงก็ได้ ไม่ใช่มนุษย์ที่คิดอะไรเองเป็นอีกต่อไปแล้ว จะลงเอยที่จุดไหนก็น่าเศร้าทั้งนั้น ถ้าจะรักกับใคร ให้เขารักที่ตัวเราตั้งแต่แรกดีกว่า ต้องมาเล่นละครให้เขาชอบมันเหนื่อย เขารักสิ่งที่เขายัดให้เธอเท่านั้นแหละ แถมไม่ให้เกียรติตัวตนเธอด้วย จะอยู่กับคนแบบนี้จริงๆ เหรอ?

5. การพึ่งพาตัวเองได้
image_1023787
- ที่มารูป: www.img.in.th

ทักษะหนึ่งที่เรียกว่า ' independence ' หรือการพึ่งพาตัวเองได้ เป็นสิ่งที่สังคมมักบอกว่าสาวโสดยุคใหม่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง แต่ที่จริงแม้จะมีแฟน หรือกระทั่งแต่งงานมีลูกแล้ว ผู้หญิงทุกคนก็ควรอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ ไม่ใช่พึ่งพาแฟนหรือครอบครัวแฟนตลอดเวลา แฟนบอกให้แต่งงานแล้วให้ลาออกจากงานประจำที่เงินเดือนดี มาเลี้ยงลูกอยู่บ้านทั้งที่ไม่เต็มใจทำ, จะทำอาหาร ซ่อมแซมบ้าน ทำงานบ้านอะไรก็มีคนทำให้หมด แฟนไม่ให้ทำ เป็นคุณนายสวยๆ พอ ก็ยอมเขาไปหมด แบบนี้ไม่โอเคเด้อ

อย่าลืมความจริงมุมกลับว่า ถ้าวันนึงความรักไปไม่รอดและต้องเลิก สามีภรรยาก็กลายเป็นคนแปลกหน้าได้ เธอที่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีทักษะทำมาหากินอะไรเลยสักอย่าง คงมีชีวิตที่เหมือนตกนรก ยิ่งถ้าเลิกตอนอายุเยอะแล้ว จะเริ่มต้นใหม่แค่หางานทำก็ยากยิ่งกว่างมเข็มในทะเล บอกเลย เราไม่ได้บอกว่าแฟนที่พร้อมซัพพอร์ต รับผิดชอบเราคือคนไม่ดีนะ แต่ในที่สุดแล้วเราก็ต้องมี plan b มีทางออกให้ตัวเองในวันที่ไม่มีเขาแล้ว ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้ายนะ แต่ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้เสมอ ตัวอย่างก็มีให้เห็นตั้งเยอะแยะ เราต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน!


6. สุขภาพ
image_1023791
- ที่มารูป: www.img.in.th

สุขภาพในที่นี้ รวมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเลยค่ะ! เวลาเราคบกับใคร เราก็อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ความคิดที่ดี สร้างสรรค์ ช่วยกันเติมแต่งสิ่งดีๆ ให้ความรัก ไม่ใช่ชวนกันดิ่งลงเหว จากที่เคยมีเวลาไปออกกำลังกาย กินอาหารดีๆ ให้ตัวเอง ก็ลากไปกินแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด แอลกอฮอล์  ชวนให้ติดเหล้าติดบุหรี่ พอจะไปฟิตเนสบ้างก็งอแง อีกฝ่ายไม่ชอบออกกำลังและไม่ต้องการให้เธอไปออกกำลังด้วย ( ร่างติดกันเหรอ? ) สรุปต้องมาคอยเอาใจเพราะกลัวมีเรื่อง สุขภาพพังยับเยินไปเลยจ้า 

บางเคสอาจไม่ใช่สุขภาพกายโดยตรง แต่ดันโชคร้ายเจอแฟนที่มีความไม่มั่นคงในจิตใจ หรือมีปัญหาทางจิตแล้วไม่ยอมไปหาหมอ หาเรื่องแย่ๆ เรื่องที่ทำให้ลำบากใจมาโถมใส่เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน จนอีกนิดเธอจะมีอาการทางประสาทเหมือนเขาแล้ว อันนี้ก็เป็นสัญญาณอันตรายเหมือนกัน ว่าคนคนนี้เข็นเราไปในทางที่แย่ ลองเปิดใจทบทวนตัวเองดู เธออาจจะอึ้งว่าที่ผ่านมาทนกับอะไรอยู่ก็เป็นได้

7. ความสนุกสนาน และความฝันที่อยากทำก่อนมีเขาในชีวิต
image_1023803
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้เรียกได้ว่าสำคัญที่สุดเลย! คนเราจะรู้สึกว่า ' มีความสุข ' จริงๆ ก็เมื่อได้บรรลุเป้าหมายความฝันที่ตัวเองตั้งใจไว้ มีสุขภาพจิตที่เฮลตี้ ร่าเริงแจ่มใส มีทัศนคติในแง่บวก ไม่คิดอะไรที่เป็นพิษกับชีวิต ซึ่งความรักที่ดี คู่ของเธอก็ควรส่งเสริมให้เธอได้ทำสิ่งที่รัก เป็นฝ่ายเชียร์และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่พูดจาเยาะเย้ย ถากถางว่าเธอไม่มีวันทำฝันนั้นสำเร็จ คุยเรื่องนี้ทีไรก็จบลงด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บใจและหยดน้ำตา ความรักที่เจ็บปวดแบบนี้มันคือความรักจริงๆ เหรอ?

แม้เขาจะพยายามทำให้เธอแฮปปี้ ( ด้วยวิธีของเขาเอง ) แค่ไหน มันก็เป็นความสุขแค่ชั่วครั้งชั่วคราว สุดท้ายเขาก็พยายามควบคุมบงการเธอ ใช้คำพูดกดเธอให้เธอรู้สึกด้อยค่าและต้องเชื่อฟังคำพูดของเขาเพียงเท่านั้น ทำให้หัวใจที่สดใสของเธอด้านชาไปทีละน้อย จากคนที่ยิ้มง่ายกลายเป้นคนแววตาเศร้าตลอดเวลา เพราะเลือกแฟนผิด! เธอคงไม่อยากมีจุดจบแบบนั้นหรอกใช่ไหม ดังนั้นจะมีแฟนเมื่อไหร่ ก็ควรคุยให้จริงจังเรื่องเป้าหมายและความฝันของแต่ละฝ่าย ถ้าไปกันไม่ได้ คิดเห็นกันคนละทาง จะได้ถอยหนีทันค่ะ


image_1026445
- ที่มารูป: images6.fanpop.com


-------------------------------
ความรักกับคนที่ดี ให้เกียรติและคุณค่าของเธอก็เหมือนดอกไม้ที่สวยงาม เลอค่า ประทับใจ แต่ถ้าโชคร้ายไปเจอคนที่รักแต่ตัวเอง และพยายามบังคับให้เธอต้องอยู่ใต้อิทธิพลของเขา กดให้ห้ามหือ ห้ามอือ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาขีดกรอบไว้ให้ ความรักก็คงไม่ต่างกับกรงขังคุกที่ใช้ชีวิตแค่พอหายใจไปวันๆ ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งเหมือนวิญญาณเลือนหายไปจากร่าง เพราะทั้งตัวตนและความฝันหายไปหมด ที่แย่ที่สุดคือเธอเลือกเขามาเองตั้งแต่ต้น ซึ่งสำหรับบางคู่เมื่อคบนานแล้วก็ผูกพัน เลิกยากอีก!

ใครที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่ความสัมพันธ์กับใคร ก็เอาเนื้อหาในบทความนี้ไปคิดไตร่ตรองให้ดีๆ หรือใครที่กำลังเจอรักเป็นพิษ เจอคนขี้บงการ คนชอบวางอำนาจ เป็น toxic relationship ก็ภาวนาให้เธอหลุดจากบ่วงกรรมนั้นได้สักที ถ้าไม่เจอรักที่ดี บางทีการเป็นโสดอาจดีกว่าก็ได้ ความรักอาจต้องเสียสละบางอย่างเพื่อให้ไปรอด แต่ต้องไม่ใช่การสละตัวตนและความสุขของเธออย่างแน่นอน! ขอให้ทุกคนได้เจอรักที่ดีต่อใจกันทุกคนนะคะ  (/^-^(^ ^*)/ ♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @