#มันคงต้องจบแล้วแหละ! 7 สัญญาณบอกว่า 'รักไปต่อไม่ไหวแล้ว' ยิ่งยื้อยิ่งรั้ง รังแต่จะเจ็บกว่าเดิม ( ; ω ; )

#มันคงต้องจบแล้วแหละ! 7 สัญญาณบอกว่า 'รักไปต่อไม่ไหวแล้ว' ยิ่งยื้อยิ่งรั้ง รังแต่จะเจ็บกว่าเดิม ( ; ω ; )

ถึงไม่อยากยอมรับ แต่ความจริงคือคู่เธอมาถึงทางตันแล้ว ถ้าไม่รีบปล่อยมือจากเขา มีแต่ตัวเราที่จะยังไม่มูฟออน ไม่ยอมไปไหนเสียที......

09 February 2021
Mollacake
09 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe ที่มีแววจะ ' กลับไปโสด ' ทุกคน...

ตอนคบกับแฟนคนนี้ช่วงแรกๆ ก็คิดว่ารักครั้งนี้ช่างหอมหวานเหลือเกิน ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ คุยอะไรก็คล้อยตามกันไปหมด ทัศนคติก็เข้ากันดี ไม่มีเรื่องนอกใจหรือทะเลาะกันเลย เหมือนโลกถูกย้อมด้วยฟิลเตอร์สีชมพูยังไงยังงั้น แต่วันนี้อยู่ดีๆ ก็กลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม มองคนข้างกายแล้วความรู้สึกเบื่อ อึดอัด รำคาญมาจากไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่คบกันมานาน วันดีคืนดีก็เห็นเขาเป็นคนแปลกหน้าซะงั้น บางครั้งก็รู้สึกว่า คนที่เคยรักหายไปไหน เราเคยรักคนคนนี้จริงๆ รึเปล่า #เศร้าเนอะ

มันมีเส้นแบ่งบางๆ อยู่ระหว่าง ' รักราบเรียบจนอิ่มตัว และเบื่อบ้างเป็นชั่วครั้งชั่วคราว ' ซึ่งเป็นปกติของชีวิตคู่ เพียงปรับความเข้าใจหรือเปลี่ยนบรรยากาศในการเดต การเที่ยวบ้างก็จะดีขึ้น แต่สำหรับบางคู่ก็เลยจุดที่จะจูนให้ตรงกันได้อีกแล้ว ถ้าไม่อยู่ในบรรยากาศมาคุนี้ไปเรื่อยๆ ก็นับถอยหลังเตรียมรอวันเลิกเท่านั้น! ถ้าเธอเป็นคนหนึ่งที่เริ่มไม่หวานแหววกับแฟนเหมือนเดิม ลองมาเช็กในบทความนี้กับ ' 7 สัญญาณบอกว่ารักครั้งนี้ไปต่อไม่ไหวแล้ว ' จะยื้อหรือรั้งต่อไปก็มีแต่จะเจ็บกว่าเดิมเท่านั้น //กุมมือภาวนาว่าขอให้คู่เธอไม่เป็นแบบนี้เลยนะ....

1. พวกเธอไม่พูดถึงเรื่อง ' อนาคต ' กันอีกต่อไปแล้ว
image_1023957
- ที่มารูป: www.img.in.th

คู่รักที่มีความสัมพันธ์แบบเฮลที ยังรักและเข้าใจกันดี จะมีการคุยเรื่องอนาคตอยู่เสมอ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น สุดสัปดาห์นี้จะไปเที่ยวที่ไหน, เดือนหน้าวันครบรอบ ไปเดตที่โรงแรมไหนดี ไปจนถึงระยะยาวมากๆ อย่างแต่งงานจะจัดที่ไหน มีลูกกี่คน จะแบ่งเงินดูแลลูกกันยังไง ถ้าลูกโตจะให้เข้าโรงเรียนไหน บางคนอาจจะมองว่าเพ้อเจ้อรึเปล่า มองไกลไปไหม แต่ถ้าคิดดีๆ คือ ' แพลนอนาคตทุกช่วงชีวิตของเขามีเธออยู่เสมอ ' นั่นเองค่ะ

ในทางกลับกัน คู่รักที่เริ่มจะเหินห่าง มองไม่เห็นตัวเองในแพลนชีวิตของอีกฝ่ายอีกต่อไป ก็จะสะท้อนออกมาผ่าน ' ความเงียบ ' เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพูดถึงอนาคต ถ้าโดนตื๊อให้บอกคำตอบ ก็จะพูดแบบขอไปทีหรือใช้น้ำเสียงเชิงโกรธๆ เช่น " ยังไงก็ได้ ", " ยังไม่รู้อะ ชีวิตมันก็ไม่แน่นอนหรอก ", " อย่าเพิ่งกวนได้มั้ย อีกนาน ใครจะไปรู้ ", " ไม่เห็นต้องคิดไกลขนาดนั้นเลย อยู่กับวันนี้ก่อนก็พอ " นี่คือสัญญาณชัดมากว่าลึกๆ แล้ว อีกฝ่ายไม่ได้มองว่าการคบกันครั้งนี้จะยืนยาวอะไร อาจเลิกกันเมื่อไหร่ก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องวางแผนให้เสียเวลา


2. เออออตามอีกฝ่ายไปซะทุกอย่าง ไม่ขัด ไม่แย้งอะไรเลย
image_1023958
- ที่มารูป: www.img.in.th

คนสองคนมาจากต่างพื้นเพ ถูกเลี้ยงดูและเติบโตมาแตกต่างกัน บางคู่ต่างกันทั้งเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะ ไม่ว่ายังไงก็เลี่ยงการทะเลาะหรือจูนความคิดให้ตรงกันไม่พ้น อันที่จริงยิ่งคบกันนานๆ หรือย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันแล้ว จะยิ่งทะเลาะกันง่ายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเธอจะเห็นตัวตนและนิสัยจริงๆ ของอีกฝ่าย 24 ชั่วโมงแบบชัดเจน ไม่ต้องปิดต้องซ่อนกันอีกต่อไป ดังนั้นการเห็นไม่ตรงกัน > คุยให้รู้เรื่อง อาจมีดราม่าบ้าง > จบ ถือเป็นเรื่องปกติกับคู่รักที่คบกันหลายๆ ปีค่ะ

แต่ถ้าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเธอหรือแฟนก็ตาม ยกประเด็นอะไรขึ้นมาคุย หรือเสนออะไรให้เลือก ก็เออออตามอีกฝ่ายไปเสียหมด ทั้งที่ในใจไม่เห็นด้วยหรอกแต่ขี้เกียจมีปัญหา ไม่อยากทะเลาะ ก็บ่งบอกว่าเขาหรือเธอไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายสำคัญพอจะปรับความเข้าใจขนาดนั้น ในใจทุกคนน่ะรู้ดีว่าการฝืนเห็นด้วยมันทำได้ไม่นานหรอก เหมือนซุกขยะใต้พรม สุดท้ายทนไม่ไหวก็ต้องระเบิดตูมในสักวัน แล้วทำไมไม่คุยตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ? ก็เพราะลึกๆ เธอหรือเขาอาจจะอยากเลิกเต็มทีอยู่แล้วรึเปล่า แล้วโยนความผิดให้อีกฝ่ายว่าก็บอกเลิกเองนี่ ทั้งที่ต้นตอจริงๆ อาจจะมาจากคน ' ไม่อยากมีเรื่อง ' ในวันนั้นก็ได้


3. เมื่อมีเรื่องสำคัญ เธอไม่ใช่ ' คนแรกที่เขานึกถึง ' อีกต่อไปแล้ว
image_1023961
- ที่มารูป: www.img.in.th

คนเราเป็นแฟนกัน ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่แฮปปี้ อีกฝ่ายย่อมยกเราเป็น 1st priority หรือสำคัญอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องร้องขอ เพราะอย่าลืมว่าเราจะต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตที่เหลือ การที่มีเรื่องสำคัญใดๆ ในชีวิต เช่น รับปริญญา สอบเรียนต่อได้ ลาออก เปลี่ยนงาน ถูกหวย คนที่บ้านป่วย ตัวเองเกิดอุบัติเหตุ etc. คนแรกที่แวบขึ้นมาในหัวว่าต้องโทรบอกก็คือ ' คนรัก ' เป็นเรื่องปกติ

แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ทีไร เธอก็มักจะได้ข่าวเป็นคนรองๆ หรือคนเกือบสุดท้ายทุกที รู้ตัวอีกทีก็มีเพื่อนหรือคนที่บ้านเขาโทรมาบอกว่า " แฟนเธอเข้าโรงพยาบาลนะ ไม่รู้เลยเหรอ เพื่อนกับครอบครัวไปเยี่ยมกันเต็มเลย ", " ยินดีกับแฟนเธอด้วยนะที่สอบเข้า xx ติด อ้าว? เห็นเขาฉลองกับเพื่อนใหญ่ นึกว่าเธอรู้แล้วซะอีก " ก็ยิ่งค่อนข้างแน่ใจว่า เขาไม่ได้มองว่าเธอสำคัญอีกต่อไปแล้ว และเสี่ยงที่ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะพังลงในอนาคตค่ะ


4. เขาชอบใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน ' มากกว่า ' อยู่กับเธอ
image_1023964
- ที่มารูป: www.img.in.th

จากที่เคยตัวติดกันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จะอาบน้ำ เข้าส้วม กินข้าว เดินไปซื้อของหน้าปากซอยก็ต้องไลน์มาบอก ถ่ายรูปส่งให้ดู อัปเดตชีวิตกันแบบเรียลไทม์, มีคนโทรมาชวนไปเที่ยว หรือไปงานวันเกิดเพื่อนก็ต้องมาขออนุญาตเธอทุกครั้ง, ไม่ต้องมีแพลนเดตอะไรวุ่นวาย ก็นั่งเงียบๆ ในห้องด้วยกันได้ คุยกันเพลินได้หลายชั่วโมงแบบไม่ติดขัด ตอนนี้แค่ทักไปเขาก็ทำท่ารำคาญ นัดไปไหนก็ไม่ค่อยจะยอมไป บางทีโทรถาม กำลังเฮฮาอยู่กับเพื่อนหรือใช้เวลากับครอบครัว อ้าว พื้นที่ที่เธอเคยอยู่หายวับไปไหนซะล่ะเนี่ย?

แม้จะเป็นความจริงที่โหดร้าย และผู้ชายอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำที่ทำแบบนั้น แต่มันแสดงให้เห็นว่า ' เขาไม่ได้มีความสุขที่จะอยู่กับเธออีกต่อไป ' เพราะธรรมชาติมนุษย์จะอยากเอาตัวไปอยู่ใกล้ๆ หรือใช้เวลากับคนที่ทำให้เรามีความสุข สบายใจ เป็นตัวของตัวเองได้ แต่การที่เขาปล่อยปละละเลย หรือทิ้งให้เธอเคว้งอยู่บ่อยๆ ก็แปลได้ว่าเธอไม่ใช่ safe zone ของเขาอีกแล้วค่ะ

5. คุยกับอีกฝ่ายรู้สึก ' โกรธ อึดอัด โมโหง่าย ' ทั้งที่ไม่มีอะไรให้โกรธเลย
image_1023965
- ที่มารูป: www.img.in.th

ธรรมชาติของมนุษย์ในด้านอารมณ์ความรู้สึก ที่จริงวัยผู้ใหญ่กับเด็กก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แค่ใครจะซ่อนได้เนียนกว่าเท่านั้น ลองสังเกตพฤติกรรมเด็กเล็กเวลาอยู่กับคนหลายๆ แบบดูสิคะ ถ้าเด็กอยู่กับคนที่ชอบจะยิ้มแย้ม หัวเราะ ยอมให้อุ้ม แต่ถ้าเจอคนไม่ถูกชะตา ก็จะเบะปากร้องไห้ หรือพูดจาไม่น่ารักตามประสาเด็ก แม้โตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วจะคุมอารมณ์ได้มากกว่า แต่สัญชาตญาณภายในของเราก็เหมือนเดิมนั่นแหละ

ถ้าเธอหงุดหงิด อารมณ์เสีย อึดอัดเวลาอยู่ใกล้แฟน เหมือนมีบรรยากาศมาคุตลอดเวลา ทั้งที่สถานการณ์ก็ปกติไม่มีอะไรแปลกไปสักนิด บางทีอาจจะเป็น ' ความรู้สึก ' ของเธอนี่แหละที่เปลี่ยน จากที่ชอบ รัก หลงใหล อยากอ้อน เกาะแขนทั้งวัน กลายเป็นเหม็นเบื่อ ไม่ชอบ ไม่ถูกชะตาขึ้นมาซะงั้น แค่เธอลงไปนั่งเบะปากกรี๊ด ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ไม่ได้เท่านั้นเอง นี่ก็เป็นอีกสัญญาณว่าความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนอาจไม่ได้ไปต่อค่ะ


6. ไม่รู้สึกว่าอยากทำสิ่งที่ ' เคยทำเมื่อยังรักกัน ' อีกแล้ว
image_1023966
- ที่มารูป: www.img.in.th

ตอนรักยังหวาน คู่รักส่วนใหญ่ก็มักมีเรื่องต่างๆ สรรหาทำกันเต็มไปหมด เช่น ใส่เสื้อคู่ไปนัดเดตทุกสัปดาห์, แวบไปกินร้านอาหารที่ขอคบครั้งแรก, ดูหนังเรื่องโปรดของกันและกัน, หาน้องหมาน้องแมวมาเลี้ยงด้วยกัน, ทำงานฝีมือสวยๆ ให้อีกฝ่ายในวันเกิด, เข้านอกออกในบ้านของอีกฝ่ายอย่างสบายใจ เป็นต้น ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกแฮปปี้แหละ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ฝืน ไม่เกร็ง มีแต่นับวันรอว่าเมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยว ได้ทำเรื่องเหล่านั้นด้วยกันอีก

แต่ถ้า ณ ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกเฉยชา อารมณ์เหมือนตุ๊กตาถ่านหมดกะทันหัน จากที่ตื่นเต้นกับเดตทุกวันศุกร์ พอถึงวันพฤหัสก็ทำหน้าเซ็ง หาข้ออ้างสุดฤทธิ์เพื่อแคนเซิลเดตครั้งนี้ให้ได้, หลบเลี่ยงไม่อยากไปบ้านพ่อแม่ของเขา, ไม่อยากใส่เสื้อคู่กันอีกแล้ว เดินก็ขอเดินห่างๆ กันดีกว่า แบบนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า เธอไม่อยากมีความทรงจำใหม่ๆ ร่วมกับแฟนอีกแล้ว ซึ่งนั่นคือสัญญาณอันตรายของการเลิกราในไม่ช้า

7. ทะเลาะกันทีไร จะโดนดึง ' จุดอ่อน ' มาต่อว่าซ้ำๆ เหมือนเธอไม่มีข้อดีเลย
image_1023969
- ที่มารูป: www.img.in.th

เมื่อแรกรักน้ำต้มผัก น้ำกระบองเพชรที่ขมๆ ก็ว่าหวาน แต่พอความรักเริ่มจืดจาง จากที่เคยยอมได้ ไม่ถือสา มองผ่านกับข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่าย ก็ได้เวลาของการ ' ขุด ' เรื่องที่ทำให้ไม่พอใจกันแบบถึงพริกถึงขิง บางทีเรื่องมาจากน้ำผึ้งหยดเดียว เช่น ทำน้ำหกทำไมไม่เช็ด, อาหารจะหมดแล้วทำไมไม่ซื้อมาเติม, ห้องสกปรกแบบนี้ทำไมไม่กวาด ซึ่งถ้ายังรัก แค่พูดให้เข้าใจก็จบ แต่นี่ไม่จบจ้า ลากยาวไปถึงความผิดสมัยพระเจ้าเหา เหมือนด่าติดลม ด่าไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าความรู้สึกของอีกคนจะพังขนาดไหน 

ไม่ว่าเธอจะเป็นฝ่ายที่โดนด่าจนเหมือนชีวิตนี้หาข้อดีไม่ได้ ( บางทีฟังๆ ก็อยากเถียงว่าเธอแย่ขนาดนั้น จะมาคบเป็นแฟนด้วยทำไม? ) หรือเธอเป็นฝ่ายไปด่าเขาสาดเสียเทเสีย ตอกย้ำความล้มเหลวของเขาซ้ำๆ ซากๆ ด่าเสร็จก็เดินหนี ไม่มีแม้แต่คำขอโทษหรือปลอบใจ นี่อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายว่า ' รักครั้งนี้ไปต่อไม่ได้แล้วจริงๆ ' 


--------------------------------
ความรักแบบแฟนที่คนมากมายถวิลหา หากได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้แล้ว จะรู้ว่ามันเป็นดาบสองคมดีๆ นี่เอง ถ้าเจอแฟนที่ดี เข้ากันได้ มีจุดหมายในชีวิตเหมือนกัน จูงมือประคองกันไปถึงปลายทาง ชีวิตก็จะเจอความสุข ความห่วงใย การเข้าใจกัน ( ก็คงมีทะเลาะกันบ้างแต่นานๆ ที ) แต่ถ้าคบไปสักพักธาตุแท้ออกว่าเขาคนนั้นไม่ใช่ ' คนที่ใช่ ' จากรักฟรุ้งฟริ้งสีชมพูหวาน ก็จะค่อยๆ มืดหม่นกลายเป็นสีดำ หากยังจมดิ่งต่อไปไม่มูฟออน จากสีดำก็จะเป็นแผลกลัดหนอง เพราะเจอกับ toxic relationship ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเพลง ' เธอไม่ยอมปล่อย หรือฉันไม่ยอมไป '

ถ้าเปิดใจคุย ลองปรับกันมาเยอะแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ถ้าเขาไม่กล้าจะปล่อยมือ เธออาจต้องเป็นฝ่าย ' จบ ' ก่อน เพื่อหยุดความทรมานนี้ และใช้ชีวิตใหม่กันได้ต่อไปทั้งสองฝ่าย ยังไงก็สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ซิสทุกคนนะคะ สักวันเธอจะเจอกับคนดีๆ ที่ได้อยู่ด้วยกันไปตลอดกาลอย่างแน่นอน!  (; ω ; )ヾ(´∀`* )


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @