ยอมรับเถอะ ว่ามันจบแล้ว! 7 วิธีรับมือ ' การเลิกรากับแฟน ' อย่างเข้าใจ ไม่ฟูมฟาย แบบผู้ใหญ่เขาทำกัน

ยอมรับเถอะ ว่ามันจบแล้ว! 7 วิธีรับมือ ' การเลิกรากับแฟน ' อย่างเข้าใจ ไม่ฟูมฟาย แบบผู้ใหญ่เขาทำกัน

จะคบนานไม่นาน เราก็เคยมีความรู้สึกดีๆ กับคนนี้มาก่อน จะให้รีบมูฟออน หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ แต่สุดท้ายชีวิตคนเราก็ต้องไปต่อ มาเรียนรู้วิธีตั้งรับกับความเสียใจนี้แบบมีวุฒิภาวะ ที่ผู้ใหญ่จริงๆ เขาทำกันดีกว่า

25 March 2021
Mollacake
25 March 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe ที่เพิ่งจะ ' เป็นโสดหมาดๆ ' ทุกคน ;_;

คนเราคบกับใครก็ไม่อยากเลิกหรอก ก็อยากจะคบเป็นคนสุดท้ายในชีวิตทั้งนั้นแหละ แต่บางทีคนตัดสินใจก็ไม่ใช่ฝั่งเราอะเนอะ ช่วงแรกก็รักกันหวานจ๋อย ไม่คิดว่าจะเลิกกันได้ แต่สุดท้ายก็เลิกกันซะเฉยๆ จะจบสวยหรือไม่สวยไม่ใช่ประเด็น แต่คนเคยรักกันอะเธอ ยังไงมันมีอยู่แล้ว ฟีลลิ่งร้องไห้น้ำตาไหลในฝักบัวห้องน้ำ ฟังเพลงอกหักวนๆ ไป แต่เห็นบางคู่เขาดูเลิกกันแบบ ' เป็นผู้ใหญ่ ' จัง จบคือจบ แยกกันเดิน ไม่ฟูมฟาย ไม่สาดสีสาดอารมณ์ใส่กัน เขาทำกันได้ยังไงนะ อยากเดินรอยตามบ้าง แง T^T

ต้องบอกก่อนว่า คนเรามีวิธีรับมือกับความเสียใจได้ต่างกัน อาการอกหักก็คือเรื่องกระทบจิตใจอย่างหนึ่ง ตอนวัยรุ่นวัยใส 16-17 มันก็เรื่องหนึ่ง ยิ่งรักแรกก็อาจโลกสลายไปช่วงนึงได้ เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอายุเรียนมหาลัย วัยทำงานแล้ว ต้องรีบมูฟออนเพื่อมาใช้ชีวิตต่อ ก็ควรเรียนรู้การดีลกับอาการอกหักแบบคนโตๆ แล้วเขาทำกัน จะได้กลับมาเป็นปกติให้ไวที่สุด (;⌣̀_⌣́) ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองมาอ่าน ' 7 วิธีรับมือการเลิกรากับแฟนแบบ professional ' ในบทความนี้ได้เลย เริ่มค่ะ!!

1. เสียใจแค่ไหนก็อย่า ' ละเลยตัวเอง ' จมจ่อมกับความเศร้านานเกินไป
image_1036269
- ที่มารูป: www.img.in.th

ความรักที่บ่มเพาะมานาน อยู่ดีๆ ก็จบลง เข้าใจว่าหลายคนก็รู้สึกเหมือนโลกพังทลายไปต่อหน้า และไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมมูฟออน กรีดตา ปัดแก้มไปหารักใหม่ได้ทันทีในสามวันเจ็ดวัน มันก็ต้องผ่านกระบวนการทำใจ ยอมรับความจริงอะไรใดๆ แต่ซิสบางคนก็ทำใจนานเกิน เป็นเดือนๆ ปีๆ ก็ยังก้าวไม่พ้นลูปเสียใจน้ำตานองหน้า กลับบ้านไปยังนอนร้องไห้คิดถึงเขาอยู่ทุกคืน ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่ดูแลตัวเอง ทั้งที่ฝ่ายนั้นอาจมีแฟนใหม่ไปนานแล้วด้วยซ้ำ 

แม้ว่าจะเสียใจ ช็อกซินิม่าสักแค่ไหน แต่สุดท้ายมันต้องมีวันจบ! แม้แต่งานเลี้ยงที่เศร้าที่สุดก็ต้องมีวันเลิกรา รวบรวมความกล้าที่จะเช็ดน้ำตา ' เป็นครั้งสุดท้าย ' สลัดความเศร้า แล้วกลับมาใส่ใจตัวเองให้เต็มที่ จำไว้ว่าทุกนาทีที่เสียน้ำตาให้คนคนนั้น มันคือโอกาสที่เราเสียไปในการพบเจอคนใหม่ๆ รักใหม่ๆ ที่เขาพร้อมจะเข้าใจเรามากกว่านี้ ชีวิตคนเรามันสั้น เรื่องที่จบไปแล้วก็รีบตัดจบ the end เถอะค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาหาประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเองเนอะ


2. จะจบกันแบบไหน ก็ไม่ควรโพสต์เล่าใน ' โซเชียลมีเดีย ' ให้คนอื่นมาอ่าน
image_1036272
- ที่มารูป: www.img.in.th

นี่คือตัวตัดสินเลยว่า เธอจะรับบทเป็นผู้ใหญ่ที่จบกันแบบสวยๆ สง่างาม หรือเป็นแค่เด็กวัยรุ่นยังไม่โตที่พร้อมประจานทุกอย่างให้คนอื่นรู้! ช่วงเลิกกันใหม่ๆ อารมณ์กำลังได้ที่ คุกรุ่นเป็นเตาระเบิดนิวเคลียร์อยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าแนวโน้มควบคุมตัวเองค่อนข้างต่ำ ก็อย่าเอาตัวเองไปเข้าใกล้โลกโซเชียลค่ะ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไอจี ไม่ต้องไปแตะมันสักพัก ถ้าจะให้ดี log out ไปเลยก็ได้ ป้องกันตัวเองกำลังเศร้า เผลอไปดื่มย้อมใจเมาๆ แล้วมือลั่น 

โลกอินเทอร์เน็ตมันน่ากลัวตรงนี้แหละ ถ้าโพสต์อะไรลงไปแล้วแม้จะด้วยความไม่ยั้งคิดก็ตาม มันจะกลายเป็น digital footprint ที่ไม่มีทางลบได้ 100% ตลอดไป ขนาดเราตายไปแล้วมันก็ยังอยู่ แม้ได้สติรีบลบ ก็จงจำไว้ว่ามีคนแคปทันเสมอ โพสต์ทำไมก่อน ฟ้องว่าฝั่งนั้นชั่วมาก แล้วเราล่ะดีแค่ไหน? ฟูมฟายไปแล้วได้อะไรขึ้นมา เอาจริงๆ นะ คนส่วนใหญ่ไม่สนใจเราขนาดนั้นหรอก หรือถ้ามีคนเข้ามาอ่านจริง ก็คือมาเผือก ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหาหรือปลอบโยนอะไรเราอย่างจริงใจหรอก เพราะฉะนั้นอย่าไป ' เผยจุดอ่อนตัวเอง ' จะดีที่สุดค่ะ

3. ถ้าการเห็นผ่านตามันปวดใจ จะ ' บล็อก ' เขาไปเลยก็ไม่ใช่เรื่องผิด
image_1036274
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในช่วงแรกๆ แผลมันยังสด เป็นเรื่องปกติที่เห็นหน้าเขาแล้วเราจะยังเจ็บจื๊ด แม้จะเห็นในโซเชียล ไม่ได้เจอตัวจริงอีกแล้วก็ตาม ซึ่งค่านิยมบางคน ( ที่รับมาแบบผิดๆ ) คือ ' ต้องเท่ ต้องเก่ง ถ้าบล็อกคือเด็กหนีปัญหา โตๆ กันแล้วก็ต้องกลับมาคุยกันได้แบบผู้ใหญ่สิ ' แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นสิ มันก็ต้องมีช่วงทำใจ หรือที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่า #ร้องไห้เหมียนหมา สักพัก ในระหว่างนั้นจะบล็อก, อันฟอลโลว์ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ต้องเห็นเขาในไทม์ไลน์สักพัก จนกว่าหัวใจจะหายดี

ถ้าฝั่งนั้นเป็นคนที่ทำงานด้วยกัน จำเป็นต้องมูฟออนเพื่อกลับไปใช้ชีวิตปกติ หรือเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ อยากเก็บไว้ในชีวิตในฐานะเพื่อนก็อีกเรื่อง แต่ถ้าเขาเข้ามาในฐานะแฟนตั้งแต่แรก ไม่ได้มีคอนเนกชันเกี่ยวพันอะไรกับเธอ พอเลิกกันแล้วก็เหมือนคนแปลกหน้าคนนึง เราว่าก็ไม่จำเป็นต้องอันบล็อกหรือแอดเฟรนด์กลับไปใหม่นะ สำหรับบางคน ถ้าปล่อยให้เขากลับไปอยู่สถานะเดิมก่อนคบ อาจจะเป็นการทำใจที่ดีที่สุดก็ได้ค่ะ

4. แม้จะจบกันไม่ดี ก็นิ่งๆ ไว้ ดีกว่าโวยวาย ด่าทอ ทำให้อีกฝั่งเสื่อมเสีย
image_1036275
- ที่มารูป: www.img.in.th

อย่างที่บอกไปในข้อบนๆ ว่า ' นิ่งไว้ได้เปรียบ ' เมื่อสาวๆ โตถึงจุดนึง จะรู้ว่าคนทุกคนในชีวิตเรามีคอนเนกชันที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นใยแมงมุม คนนี้รู้จักคนนั้น คนโน้นเป็นญาติกับคนนี้ คนนั้นทำงานในวงการเดียวกัน ถ้าเธอเผลอนินทาว่าร้าย หรือพูดจาในแง่ไม่ดีกับใคร เธอไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่รับรู้จะเป็นใครบ้าง และคำวิจารณ์นั้นจะกลับมาทำร้ายเธอในอนาคตหรือไม่ ดังนั้นอย่าเริ่มเชื้อไฟที่ตัวเองเลยดีกว่า ในที่สาธารณะ ทำสภาพอารมณ์และบุคลิกนิสัยให้เป็นกลางเข้าไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ

นอกจากจะเป็นการประจานตัวเองว่าหากเลิกกัน เราจะกลายเป็นแฟนเก่าจอมแฉ จอมสาดโคลน ทำให้คนใหม่ๆ ไม่กล้าเข้ามาแล้ว คนนอกก็จะมองเราในแง่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ มองว่าเธอคุมอารมณ์ไม่อยู่ โมโหร้าย หนักสุดคือมองว่าเธอโกหกด้วยซ้ำ อีกทั้งการเอาแต่พูดย้ำเรื่องของแฟนเก่าซ้ำๆ ก็ยิ่งทำให้เธอลืมเขายากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก ดังนั้นเงียบ ปล่อยเบลอแล้วใช้ชีวิตต่อไปแบบมั่นๆ จะดีกว่า

5. หลีกเลี่ยงการกลับไป ' กินของเก่า ' จบกันไปแล้ว ก็ขอให้จบจริง!
image_1036276
- ที่มารูป: www.img.in.th

อย่างที่รู้กันนะคะ หนังสือเล่มเดิม อ่านกลับหัวกลับหาง ตีลังกาจากหน้าไปหลังยังไง มันก็จบแบบเดิมอยู่ดี ดังนั้นอย่าหาทำให้เพื่อนๆ หรือคนที่ปลอบเธอเป็นบ้าเป็นหลังต้องกลับไปกินเพ็ดดิกรี ด้วยการไปคืนดีกับแฟนเก่า หยุด สต็อป! คนเรามีเป็นร้อยเป็นพันล้าน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์กับคนนี้ไปไม่รอด ก็อย่าวนลูปกลับไปที่เดิม บางคนถึงกับไปกอดเข่าอ้อนวอนขอร้องให้กลับมาคบกัน ไม่มีอะไรดีขึ้น สุดท้ายก็ต้องเลิกราอีกรอบอยู่ดี 

ถ้าบอกว่า ' เลิก ' แล้ว ก็ต้องเลิกจริง ตัดคนเก่าออกไปจากชีวิตจริงๆ เพราะถ้าทำตัวลักปิดลักเปิด เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวไม่เลิก อ้างว่าพูดด้วยอารมณ์ สุดท้ายก็ต้องกลับไปง้อแฟนเก่างกๆ สุดท้ายคนอื่นจะมองว่าเธอพูดไปเรื่อยไร้สาระ เป็นเด็กเลี้ยงแกะ เมื่อถึงวันหนึ่งที่เธออยากเลิกจริงจัง ก็จะไม่มีใครเชื่อเธอหรือให้ความช่วยเหลือเธออีกแล้ว จำไว้นะคะ ความเป็นผู้ใหญ่ ต้องพูดคำไหนคำนั้น รักคือรัก เลิกคือเลิก!

6. ให้เวลาตัวเองได้ ' เสียใจ ' บ้าง ไม่ต้องเก็บกด ซ่อนอารมณ์ขนาดนั้น
image_1036277
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในที่สว่าง ทุกคนมองเห็น เรายังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่ควรแสดงอารมณ์ฟูมฟายมากเกินไป ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งนั้น และยังเป็นเป้าให้คนนินทาเธออีกต่อด้วย แต่ในพื้นที่ส่วนตัว เธอมีสิทธิ์ระเบิดความโกรธ ความเศร้าได้เต็มที่ ก็เธอกำลังมีแผลฉกรรจ์ในหัวใจนะ จงอนุญาตให้ตัวเองได้โหยหวนกับการบาดเจ็บนั้น ดำดิ่งลงไปในความรู้สึกเสียใจ กรีดร้อง ตะโกน ร้องไห้อัดหมอน ทำตัวเป็นนางเอ็มวีเพลงอกหัก เม้าท์กับเพื่อน 3 ชั่วโมงติด อะไรก็ได้ที่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นค่ะ

แต่ไม่ใช่ว่าจะปลดปล่อยอารมณ์ไปได้เรื่อยๆ นะ ควรกำหนดลิมิตเวลาให้ตัวเองว่า จะเศร้าได้ไปถึงเมื่อไหร่ บางคนตั้งไว้ 1 สัปดาห์ บางคนตั้งไว้ 1 เดือน บางคนตั้งไว้ 1 ปี... ถ้าในความเห็นของเรา จะมูฟออนช้าหรือเร็วไม่ใช่ปัญหา ถ้าไม่ได้ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเดือดร้อน แต่ถ้าตั้งเดตไลน์ที่จะตัดจบแล้ว ก็ต้องตัดจบให้ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้เริ่มชีวิตใหม่ซะทีค่ะ

7. กินอาหารดีๆ ออกกำลังกาย ออกไปเที่ยว ดูแลตัวเองให้มากขึ้น
image_1036278
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อสุดท้ายแต่สำคัญที่สุด ใครจะคิดอะไร ทำยังไงกับเธอก็ช่าง แต่เธอต้องไม่ลืมที่จะหันกลับมา self-care หรือรักตัวเองให้มากที่สุด ความจริงที่ควรรู้ไว้คือ แม้เธอจะมีความรักที่ดี มีแฟนประเสริฐเลิศเลอแค่ไหน สุดท้ายคนเราก็ต้องตายคนเดียว อีกฝ่ายไม่จากเป็นก็จากตายอยู่ดี ตัวเราเองนี่แหละที่จะอยู่กับเราตั้งแต่วันแรกที่เกิด และวันสุดท้ายที่จะลาจากโลกใบนี้จริงๆ ดังนั้นถ้าจะต้องใส่ใจใครที่สุด ก็ชี้ไปที่ตัวเธอเองน่ะถูกแล้ว!

บางคนใช้เวลามากมายเพื่อเทคแคร์ ปรนเปรอแฟนมากมาย อยากให้แฟนสบาย โดยไม่สนใจดูแลตัวเอง นี่แหละโอกาสทองที่จะจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่ ถ้ายังมือใหม่ เขินที่จะบอกว่ารักตัวเอง ก็คิดว่าตัวเองเป็นคนอื่นที่เธอรักมากๆ และอยากดูแลคนคนนี้ให้ดีที่สุด พาไปออกกำลังกาย กินอาหารดีมีประโยชน์ ใช้สกินแคร์ดีๆ ไปนวดสปา เล่นเกม ให้ตัวเธอเองมีความสุขและผ่อนคลาย นั่นคือ complete แล้ว เมื่อได้ชาร์จพลังเต็มที่ เธอจะรู้ด้วยตัวเองว่าพร้อมไปต่อแล้ว ไม่แน่ว่าปลายทางข้างหน้าอาจเจอคนที่ดีกว่านี้ร้อยเท่าก็ได้ หรือถ้าต้องเป็นสาวโสด เธอก็พร้อมเดินไปข้างหน้าคนเดียวอย่างแข็งแกร่งแน่นอน


----------------------------------------
แม้จะเป็นคำพูดปลอบใจแมสๆ ที่ใครก็พูดกัน แต่เราก็ขอพูดซ้ำอีกครั้งว่า ' อกหักครั้งเดียวไม่ถึงตาย ' หรอกค่ะซิส มนุษย์มีเป็นพันล้านคน ส่วนใหญ่ผิดหวังกับความรักมากกว่าสมหวังเสียด้วยซ้ำ มันคือเรื่องปกติมากๆ ที่ในที่สุดแล้วเราจะไม่ลงเอยกับคนที่เคยรัก ไม่อย่างนั้นเพลงอกหักคงไม่เยอะล้นตลาดและเป็นตำนานขึ้นหึ้งกันขนาดนี้ อยากให้สาวๆ ทุกคนปรับมุมมองว่ามันไม่ใช่ประสบการณ์เลวร้ายจนโลกต้องหยุดหมุน จิตใจบอบช้ำไปตลอดกาล เพราะจริงๆ แล้วมันก็คือเหตุการณ์นึงในชีวิตที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

คนบางคนแค่ผ่านมาเพื่อให้ได้รู้จัก ได้รัก แล้วก็แยกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ถ้ายอมรับความจริงข้อนั้นได้ แม้ในที่สุดแล้วอกหักครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย อาจมีครั้งหน้าต่อๆ ไปอีกมากมาย เธอก็จะกล้าแกร่ง ลุกได้ไวขึ้นเรื่อยๆ และเข้าใจความรักมากขึ้นด้วยเช่นกัน╰(*´︶`*)╯ขอให้สาวซิสทุกคนเจอรักใหม่ที่ไม่ต้องเสียใจอีกน้า วันนี้เราขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้านะคะ บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @