#อยากเกิดเป็นวัวชีวิตดีที่สวิต! 7 สิ่งควรรู้ ถ้าคิดย้ายประเทศ ไปอยู่ที่ 'สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )' ✧

#อยากเกิดเป็นวัวชีวิตดีที่สวิต! 7 สิ่งควรรู้ ถ้าคิดย้ายประเทศ ไปอยู่ที่ 'สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )' ✧

พูดถึงประเทศนี้ สิ่งแรกที่คนไทยนึกถึงก็คงเป็นทัศนียภาพสวยๆ ทั้งบ้านเมือง ภูเขา ทุ่งหญ้าที่เป็นระเบียบ สีสันสวยงามเหมือนไม่มีอยู่จริง จนมีมีมในทวิตเตอร์ว่า "อยากเกิดเป็นวัวที่สวิต ชีวิตคงดีกว่าอยู่ที่xx" แต่ความจริงจะสวยหรูขนาดนั้นไหม มาอ่านกันค่ะ!

17 May 2021
Mollacake
17 May 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1042559
- ที่มารูป: thumbs.gfycat.com


สวัสดีค่า สาวๆ SistaCafe ที่อยากไปตั้งรกรากที่ ' สวิตเซอร์แลนด์ ' ทุกคน

หากพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อว่าสาวไทยจะนึกถึงดินแดนแห่งความฝัน วิวทิวทัศน์ที่สวยสะอาดเหมือนเทพนิยาย สวยเหมือนไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ท้องฟ้าสีสดใส หญ้าเขียวชอุ่ม บ้านสีเดียวกันแบบคุมโทน สวัสดิการก็เยี่ยม การคมนาคมเริ่ด โจรขโมยแทบไม่มี อยู่ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล แต่ก็มากับภาษีที่จ่ายในอัตราสูงปรื๊ด! เช่นเดียวกัน ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสาวๆ มากมายที่หาข้อมูล เผื่อมีลู่ทางจะได้ย้ายไปใช้ชีวิตที่นั่น เช่น ทำงาน หรือแม้แต่งงานกับชาวสวิต เป็นต้น

หากเธอเริ่มวางแผนจริงจัง มีแนวโน้มสูงที่จะได้ย้ายถิ่นฐานแล้ว อาจจะมีช่วงนึงที่ไม่แน่ใจ ทบทวนกับตัวเองว่าจะอยู่รอดไหม? ภาษีจะจ่ายสูงจนไม่มีเงินเก็บเลยรึเปล่า? เมืองสวยแบบนี้จะมีกฎระเบียบเยอะจนอึดอัดไหม? ถ้าไปถามคนทั่วไปแบบสุ่มๆ ก็คงได้คำตอบต่างกันไป ลางเนื้อชอบลางยาเนอะ ในบทความนี้เราจึงรวบรวม ' 7 สิ่งควรรู้ เมื่อคิดจะย้ายประเทศไปสวิตเซอร์แลนด์ ' ซึ่งเป็น Fact ที่ไม่ได้เข้าข้างใคร เป็นเรื่องที่ใครจะไปเป็นพลเมืองควรรู้ จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างราบรื่น จะมีข้อดีข้อเสียยังไงในการเป็นพลเมืองของสวิตบ้าง ไปดูกันเลย!

1. ควรเรียน ' ภาษาเยอรมัน ' เป็นพื้นฐาน เพื่อใช้ชีวิตในสวิตได้ราบรื่น
image_1031626
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีความหลากหลายทางภาษาสูงมากๆ เพราะมีชายแดนติดขอบกับหลายๆ ประเทศ จึงทำให้มีภาษาราชการถึง 4 ภาษา ( ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาเลียนและโรแมนซ์ ) ไม่นับภาษาอังกฤษที่ใช้แบบไม่เป็นทางการด้วย แต่ที่ใช้กันมากที่สุดจะเป็น ' Swiss German ' หรือภาษาเยอรมันท้องถิ่นของสวิต ที่จะมีการพูดและสำเนียงต่างจากภาษาเยอรมันโดยทั่วไป และถ้าเธอมีแพลนจะไปอยู่ที่กรุงเจนีวา ถ้าพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยก็จะยิ่งได้เปรียบ

ชาวสวิตส่วนใหญ่ตามธรรมชาติ เมื่อเกิดมาก็จะพูดได้หลายภาษาอยู่แล้ว อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน และแต่ละภาษาก็นำไปพูดกับคนประเทศอื่นๆ ได้อีก เรียกว่าได้เปรียบประเทศที่พูดแค่ภาษาตัวเองเพียงภาษาเดียว ที่จริงถึงไม่รู้ภาษาเยอรมันกับฝรั่งเศสเธอก็ใช้ชีวิตรอดได้ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าถึงขั้นสมัครงาน ติดต่อเรื่องที่เป็นทางการ เธอก็หนีสองภาษานี้ไม่พ้นอยู่ดี

เราแนะนำว่า ถ้าเธอมีแพลนจะอยู่ที่สวิตนานกว่า 1 ปีขึ้นไป ควรจะเรียนภาษาเยอรมันกับฝรั่งเศสไว้จะดีกว่า หรือถ้ามีพื้นเยอรมันอยู่แล้ว ก็ควรเรียนสำเนียงและคำท้องถิ่นของคนสวิตเพิ่มเติม นอกจากรู้คำศัพท์เวลาช้อปปิ้ง เข้าร้านอาหารได้มากขึ้นแล้ว หากเราทักทายคนท้องถิ่นด้วยภาษาของเขา เขาก็จะเป็นมิตรกับเรามากขึ้น เหมือนที่ฝรั่งพูดสวัสดีค่ะ แล้วเราเอ็นดูเขามากขึ้น คนสวิตก็เช่นกันค่ะ

2. การหาบ้านเช่าเพื่ออยู่อาศัยในสวิต ' ยากมากถึงมากที่สุด ' เหมือนเกม survival
image_1031639
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ถ้าเธอเคยไปเรียนต่อ หรือใช้ชีวิตที่ประเทศอื่นๆ มาก่อน คงรู้ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ปวดหัว วุ่นวาย หัวหมุนไปหลายเดือนก็คือ ' การหาที่พักในต่างแดน ' ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ยากระดับงานหินเช่นกัน! โดยเฉพาะถ้าหาในเมืองใหญ่ๆ เช่น ซูริค เจนีวาและลูเซิร์น จำนวนห้องว่างก็จะยิ่งน้อยลง ใครมาทำงานที่นี่ ต้องวางแผนให้ดีว่าจะต้องติดต่อใคร เลือกบ้านอย่างไร ต้องมีค่ามัดจำ ค่าประกันอะไรบ้าง ถ้าแต่งงานกับคนท้องถิ่นก็ตัดความกังวลตรงนี้ทิ้งไปได้ค่ะ

หากเธอเพิ่งมาใช้ชีวิตที่นี่ใหม่ๆ เราแนะนำให้มองหาอะพาร์ตเมนต์แถบชานเมือง แต่ขึ้นรถสาธารณะเข้าเมืองได้ง่ายและรวดเร็ว อย่าเพิ่งย้ายไปที่เมืองชนบทห่างไกลโดยที่ยังไม่คุ้นชิน ภาษาก็ยังไม่คล่อง เพราะเธอจะโฮมซิกและรู้สึกอ้างว้างได้ง่าย อีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้คือ สัญญาเช่าของที่นี่ จะกำหนดวันแรกให้ใกล้เคียงหรือวันเดียวกับวันหมดสัญญา เพื่อจะได้ย้ายบ้านได้ในวันเดียวกัน ต้องกะเวลาย้ายเข้า ย้ายออกจากที่พักให้ดีๆ นะคะ

3. การหางานประจำในสวิต ' ค่อนข้างยาก ' ถ้าไม่ได้จบสายที่ขาดแคลน
image_1031662
- ที่มารูป: www.i-pic.info

นอกจากการหาที่พักจะยากเย็นแสนเข็ญแล้ว สาวๆ คนไหนที่คิดจะมาหางานในประเทศนี้ยิ่งยากกว่า ( ถ้ามาผจญภัยเองคนเดียว นับถือในความใจเด็ดเลย ) เพราะหายากมากถึงมากที่สุด! แน่นอนว่าจะมีบางสายอาชีพที่ขาดแคลน ใครๆ ก็ต้องการตัวโดยไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาท้องถิ่นมากก็ได้ เช่น หมอ ไอที งานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตชีส เป็นต้น แต่ถ้าไม่ได้เรียนจบสายงานเหล่านี้มา ความสามารถก็กลางๆ ภาษาก็ไม่เก่ง ประสบการณ์น้อย ก็ยากมากที่นายจ้างจะรับและออกวีซ่าทำงานให้ค่ะ

สิ่งที่เราจะแนะนำกับสาวๆ ก็คงไม่มีอะไรนอกจาก อย่าท้อ มุ่งมั่นหางานต่อไป ต้องมีสักวันที่เป็นของเรา! พยายามฝึกทักษะใหม่ๆ เพื่อเพิ่มลงไปในเรซูเม่ หากไปถึงรอบสัมภาษณ์แล้วไม่ผ่าน ลองถามดูว่าเป็นเพราะเรายังขาดในด้านไหน ( เขาจะตอบไหมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ) เดี๋ยวนี้ก็มีคอร์สออนไลน์เพื่อเก็บความรู้มากมาย บางคอร์สเรียนเป็นจริงเป็นจัง เสียเงินเข้าคลาส มีสอบเหมือนไปเรียนที่มหาลัยจริงๆ สอบเสร็จแล้วได้ใบประกาศนียบัตรด้วย เลือกเรียนให้เกี่ยวข้องกับสายงานที่อยากสมัคร หรือถ้าพอมีเงินเก็บก้อนใหญ่ ก็ลองทำธุรกิจของตัวเองเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ


4. ค่าครองชีพในสวิตเซอร์แลนด์อาจ ' ไม่แพง ' อย่างที่คิด ( เทียบกับรายได้ที่นี่ )
image_1031668
- ที่มารูป: www.i-pic.info

หากพูดถึงหัวข้อค่าครองชีพของสวิตเซอร์แลนด์ แวบแรกในหัวของหลายๆ คนก็คือ ' แพง! ' ซึ่งถ้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับประเทศที่ค่าแรงน้อย การใช้จ่ายทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหารก็นับว่าราคาสูงจริง แต่ถ้าเทียบอัตราส่วนค่าครองชีพกับเงินเดือนในสวิต ก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น! ค่ารถรางเดินทางทั่วเมืองแพงก็จริง แต่ก็มีการวางโครงสร้างที่เป็นระเบียบ ดีเลย์น้อยมาก เชื่อมต่อการคมนาคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคาค่าโดยสารเที่ยวเดียวประมาณ 5 สวิสฟรังก์ ( 175 บาท ) ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเธอมาเป็นพลเมืองหรือผู้อยู่อาศัยระยะยาว ก็จะมีส่วนลดให้ครึ่งหนึ่ง หรือถ้าเดินทางในระยะทางสั้นๆ ก็จะซื้อตั๋วได้ถูกลง เป็นต้น อีกทั้งภาษีที่ต้องจ่ายจะขึ้นอยู่กับว่าอาศัยที่เมืองไหน ถ้าเมืองใหญ่ เมืองหลวงภาษีก็แพงกว่าอยู่เมืองเล็ก หรือแม้แต่ในสเกลเมืองเดียวกัน แถบชานเมืองกับแถบชนบทก็เรทภาษีต่างกัน

ในเรื่องของค่าอาหาร เป็นความจริงที่ว่าราคาเนื้อสัตว์ต่างๆ แพงมาก แพงจนหูฉีก โดยเฉพาะเนื้อสวิสแท้ๆ ขนาดเนื้อนำเข้าจากประเทศอื่นยังถูกกว่า! แต่เธอสามารถประหยัดได้ด้วยการกินวีแกน กินผักผลไม้ ธัญพืชแทน อีกทั้งราคาอาหารสดจะมีช่วงลดราคา 25% 50% ในวันเสาร์ช่วงบ่าย เพราะประเทศนี้ร้านซูเปอร์จะหยุดทำการวันอาทิตย์ จึงต้องเทขายไม่ให้มีของเหลือหมดอายุนั่นเอง, สมัครบัตรสมาชิกซุปเปอร์เพื่อส่วนลดต่างๆ และมีจักรยานของตัวเองเพื่อเดินทางในระยะใกล้ๆ ก็เซฟค่าเดินทางไปได้เยอะมากเช่นกันค่ะ


5. สวิตเองก็มี ' กฎและข้อระเบียบแปลกๆ ' ที่ต้องทำตาม ไม่งั้นก็อยู่ยาก!
image_1031674
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ไปประเทศไหน เราก็ต้องเคารพกฎและระเบียบที่เขายึดถือกันมาช้านานจริงไหมคะ มาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ก็เช่นกัน ที่น่าตกใจคือ บางกฎก็ยิบย่อย จุกจิกแปลกๆ คนต่างชาติจะรู้สึกอิหยังวะสุดๆ เมื่อต้องทำตามในช่วงแรก แต่ถ้าอยู่ไปนานๆ จะรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลแล้ว โดยเฉพาะด้าน ' สามัญสำนึก ' เช่นกฎข้อหนึ่งในสัญญาเช่าห้องบอกว่า ห้ามอาบน้ำและเข้าห้องส้วมหลัง 4 ทุ่ม ( ไม่ให้เสียงทำธุระรบกวนเพื่อนบ้าน ), ห้ามส่งเสียงดัง ซักผ้าในวันอาทิตย์ ( เป็นวันพักผ่อน ) เป็นต้น แต่มันก็ไม่ถึงกับเป็นกฎหมาย ถ้าต่อรองกับเพื่อนบ้านได้ก็ไม่มีปัญหา

กฎหมายหลายข้อก็เหมือนประเทศพัฒนาแล้วทั่วๆ ไป เช่น การแยกขยะ ทิ้งขยะ รีไซเคิล กฎการจอดรถให้เป็นที่เป็นทาง ไม่จอดเกินเวลา ถ้าฝ่าฝืนมีโทษรุนแรง แต่กฎบางอย่าง คนไทยอย่างเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ เช่น ต้องเลี้ยงสัตว์บางชนิดเป็นคู่ๆ เลี้ยงตัวเดียวไม่ได้ เป็นต้น และกฎบางอย่างที่อนุโลมได้ก็แอบงงๆ ว่าได้เหรอ? เช่น สูบบุหรี่ที่ป้ายรถเมล์และสถานีรถไฟได้ ตำรวจไม่จับ, เวลาเดินทางไกล บางทีก็จะมีการแชร์ไวน์หรือเบียร์กันบนรถไฟ เป็นต้น ก็เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้กันไปค่ะ


6. ' วิวทิวทัศน์ ' ในสวิตสวยเหมือนเทพนิยาย เหมือนโฟโตช็อปทั้งประเทศ
image_1031675
- ที่มารูป: www.i-pic.info

อันนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้ภูมิประเทศ และการรักษาสภาพแวดล้อมเดิมของสวิตเซอร์แลนด์อย่างเหนียวแน่นจริงๆ จึงทำให้ประเทศนี้มีทัศนียภาพที่สวย สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนรีทัชด้วยโปรแกรม Photoshop ตลอดเวลา ( แนะนำให้ขึ้นรถไฟสาย Glacier Express และ Andermatt © Rhaetian Railway เพื่อพาทัวร์เส้นทางที่สวยที่สุดในโลก ฟินยันชาติหน้า ) หากเป็นสายเอาท์ดอร์ แนะนำให้เช่ารองเท้าบูท ไม้สกีไปเล่นสกี ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ เมื่อเล่นกีฬากับภูมิประเทศสวยๆ ก็ทำให้สนุกและประทับใจมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์มีช่วงหน้าร้อนค่อนข้างสั้น ส่วนใหญ่จะหนาวทั้งปี จึงไม่ต้องแปลกใจถ้าช่วงซัมเมอร์จะมีฝูงชนขนาดใหญ่ปิ้งย่างบาร์บีคิวกินกันชิลล์ๆ ที่ริมแม่น้ำหรือทะเลสาบ เธอสามารถหาสถานที่ปิ้งย่างหรือเผาฟืนได้แทบจะทุกที่ในประเทศนี้ จะไปปิ้งที่สนามเด็กเล่นก็ยังได้ หากเป็นช่วงหน้าหนาว กลุ่มคนที่เคยรวมตัวกันกินบาร์บีคิว ก็จะแห่ไปเล่นสกีและสกีเลื่อนกันแทน เรียกได้ว่าการพักผ่อนหลักๆ ของคนที่นี่ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลเป็นหลักค่ะ

7. ทาสแมวต้องเลิฟ! เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงแมว ' ถูกกว่า ' เลี้ยงหมา
image_1031676
- ที่มารูป: www.i-pic.info

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือว่าเป็นมิตรสำหรับคนรักสัตว์ บรรดาทาสหมาทาสแมวอยู่พอสมควร แม้จะเป็นต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ก็ตาม แต่กฎในการนำเข้าและการเลี้ยงดูก็จะค่อนข้างเข้มงวด โดยทั่วไปคนจะนิยมเลี้ยง ' แมว ' มากกว่าหมา แทบจะมีจำนวนมากกว่าหมาถึง 3 เท่าเลยทีเดียว เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงหมาแพงกว่าค่อนข้างมาก เช่น ค่าฝึกให้ทำตามคำสั่ง ค่าประกัน หรือถ้าถ้าพาไปเที่ยวขึ้นรถไฟด้วย ก็ต้องซื้อตั๋วแยกให้ต่างหาก เป็นต้น

สำหรับสาวๆ ที่มีน้องหมาและอยากพามาอยู่ด้วยกันที่สวิต กฎจากทางการจะค่อนข้างเยอะแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป ต้องฝังไมโครชิพติดตามตัว ลงทะเบียนมีตัวตน และหากมาถึงปลายทางแล้ว ต้องพาไปหาสัตวแพทย์ที่สวิตเซอร์แลนด์ภายใน 10 วัน แต่ละเมืองจะมีกฎต่างกัน ควรติดต่อสำนักงานสัตวแพทย์ประจำพื้นที่นั้นๆ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม กฎหลักๆ ที่จะเจอก็เช่น ใช้สายจูงตรงที่มีเครื่องหมาย, ทำประกันภัยสุนัข, ฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า, ทิ้งอึในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ หากเธอจะไปอยู่ที่เจนีวา สุนัขทุกตัวจะต้องใส่ปลอกคอที่มีเครื่องหมายควบคุม ดังนั้นจะไปอยู่เมืองไหน ก็ต้องศึกษากฎเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของเมืองนั้นให้ครบถ้วน จะได้ไม่ทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัวนะคะซิส 


image_1042557
- ที่มารูป: media1.giphy.com


----------------------------------------------
เมื่ออ่านจบถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เป็นแดนสวรรค์ 100% อย่างที่คนไทยโดนไซโคมาขนาดนั้น มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียให้ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเช่นกัน แม้จะมีข้อดีเรื่องอากาศบริสุทธิ์ วิวทิวทัศน์ภูเขา แม่น้ำที่สวยงามเหมือนอยู่ในความฝันตลอดเวลา มีกิจกรรมเอาท์ดอร์อย่างปั่นจักรยานและเล่นสกีให้ได้ออกกำลังกาย มีพิซซ่า ชีส และไวน์รสเลิศ แต่ก็แลกมากับความเหนื่อยยากในการหางาน การทำงาน การทำตามกฎยิบย่อยของเมือง ( ซึ่งก็เพื่อความเป็นระเบียบนั่นแหละ ) จ่ายภาษีตามอัตราเงินเดือนที่ได้รับ อาหารที่ไม่ได้มีรสหลากหลาย จัดจ้านเท่าที่ไทย สายอาร์ตที่อยากหาไอเดียครีเอทใหม่ๆ หลุดโลกตลอดเวลา อยู่ที่นี่ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เหมือนกัน

ไม่มีประเทศไหนที่เหมาะกับทุกคน ยังไงก็ลองไปชั่งน้ำหนักกันดูว่าจะยังมุ่งมั่นมาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ต่อไป หรือจะเทความสนใจไปประเทศอื่นที่ตอบโจทย์เธอมากกว่า สุดท้ายแล้วอำนาจการตัดสินใจก็อยู่ที่ซิสค่ะ ^_^ สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้านะคะ บ๊ายบายยย ~('▽^人)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @